x close

เที่ยวน้ำหนาว เพชรบูรณ์ พักผ่อนกับธรรมชาติ เพลินไปกับอากาศเย็น ๆ

           เที่ยวน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สมบูรณ์ ชิลไปกับวิวภูเขาและสายลมเย็น ๆ
           น้ำหนาว อำเภอหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีอาณาเขตติดกับอำเภอหล่มสักและอำเภอหล่มเก่า พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง ทำให้มีอากาศเย็นสบายคล้าย ๆ กัน แม้ว่าจะเป็นอำเภอที่อยู่ไกลจากตัวเมืองค่อนข้างมาก และไม่ได้เป็นภาพจำของที่เที่ยวยอดฮิตอย่างเขาค้อ ภูทับเบิก แต่ น้ำหนาว ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เหมาะสำหรับสายเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ต้องการมาสัมผัสกับความเงียบสงบ ได้มองเห็นวิวของภูเขาเขียวขจีที่เรียงรายสลับซับซ้อนสวยงามอยู่เบื้องหน้า ให้สายลมเย็น ๆ ช่วยให้ร่างกายได้รีเฟรชขึ้นอีกครั้ง ส่วนจะมีที่ไหนน่าเที่ยวในอำเภอน้ำหนาวบ้าง ไปดูกันเลย

1. สะพานห้วยตอง

          สะพานห้วยตอง หรือ สะพานพ่อขุนผาเมือง เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหลวงหมายเลข 12 ที่เชื่อมต่อภาคเหนือกับภาคอีสานในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ ถูกขนานนามว่าเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีเสาตอม่อเป็นไม้สูงที่สุดในประเทศไทย มีระยะทางกว่า 180 เมตร บรรยากาศโดยรอบถูกห้อมล้อมไปด้วยความสวยงามและเขียวขจีของผืนป่าและขุนเขา เมื่อมองลงไปเบื้องล่างจะเห็นเสาไม้เรียงรายลึกลงไปยังแม่น้ำ ดูแล้วเป็นมุมที่สวยแปลกตา ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสความงามนี้ อีกทั้งยังมีจุดจอดรถให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปชมวิวสะพานแห่งนี้กันอีกด้วย
เที่ยวน้ำหนาว

2. อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

           อุทยานแห่งชาติที่ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอหล่มสัก อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่มากกว่า 603,750 ไร่ เป็นเขตกั้นระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูง ลักษณะเป็นเนินยอดป้าน เกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกบริเวณนี้ในอดีต มีความสูงอยู่ระหว่าง 650-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ประกอบด้วย ภูผาจิต ภูกุ่มข้าว โดย ภูด่านอีป้อง เป็นจุดสูงสุด มีความสูง 1,271 เมตร จากระดับน้ำทะเล ประกอบขึ้นเป็นป่าต้นน้ำลำธาร ต้นกำเนิดของลำธารสายยาว เช่น แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย ห้วยขอนแก่น ห้วยน้ำเชิญ ซึ่งไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนจุฬาภรณ์
เที่ยวน้ำหนาว

          สภาพอากาศในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นในตอนดึกและตอนเช้า ส่วนใหญ่ตอนกลางวันอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 25 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูฝนจะมีฝนตกชุกระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม และฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นมาก จนบางครั้งน้ำค้างจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง โดยอากาศจะหนาวเย็นที่สุดในเดือนธันวาคมและมกราคม ซึ่งบางปีอุณหภูมิจะลดต่ำถึง 0 องศาเซลเซียส
เที่ยวน้ำหนาว

3. จุดชมทิวทัศน์ถ้ำผาหงษ์

         สถานที่เที่ยวในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 39 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ดอยหล่มสัก-ชุมแพ) ต้องเดินเท้าต่อเข้าไปอีกประมาณ 300 เมตร และมีทางเดินบันไดขึ้นไปบนยอดเขาอีกประมาณ 200 เมตร ลักษณะเป็นเขาสูง มีก้อนหินขนาดใหญ่เป็นชะง่อนสำหรับนั่งชมวิว นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์ของผืนป่าและทิวเขาสลับซับซ้อน และดูวิวพระอาทิตย์ส่องแสงสีทองก่อนที่จะลับขอบฟ้าได้

เที่ยวน้ำหนาว

         ไม่ไกลจากจุดชมวิวจะเป็น ถ้ำผาหงษ์ เป็นถ้ำขนาดเล็ก ภายในมีช่องหลืบแคบ ๆ ซับซ้อน มีหินงอก-หินย้อยที่สวยงาม เป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวหลายชนิด โดยเฉพาะค้างคาวมงกุฎมาร์แชล ซึ่งเป็นสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ พื้นที่โดยรอบเป็นป่าไผ่และชะง่อนหินแหลมคม

เที่ยวน้ำหนาว

4. จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นภูค้อ

           อีกหนึ่งจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 46 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) จากนั้นเดินเท้าต่อขึ้นไปอีกประมาณ 100 เมตร จะพบกับจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นภูค้อ โดยบนนี้สามารถมองเห็นวิวของป่าเขาได้กว้างไกล โดยสามารถมองเห็นไปถึง ภูกระดึง และ ภูผาจิต ที่อยู่เบื้องหน้าได้ นอกจากนี้ทางอุทยานแห่งชาติยังได้จัดทำเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย
เที่ยวน้ำหนาว

เที่ยวน้ำหนาว

5. ถ้ำใหญ่น้ำหนาว

            ถ้ำใหญ่น้ำหนาว หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ภูน้ำริน มีทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 60 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า บ้านหินลาด มีทางรถยนต์เข้าถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ นน.6 (ถ้ำใหญ่น้ำหนาว) ประมาณ 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเขาหินปูนสูงประมาณ 955 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ภายในมีความงามวิจิตรพิสดารโดยธรรมชาติ มีหินงอก หินย้อย และที่แปลกที่สุดคือ มีน้ำไหลหรือน้ำรินออกจากปากถ้ำ ภายในถ้ำยังเป็นที่อาศัยของค้างคาวจำนวนมากอีกด้วย โดยมีชนิดที่เป็นสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์คือ ค้างคาวมงกุฎมาร์แชล ค้างคาวหูหนูยักษ์ และค้างคาวท้องน้ำตาลใหญ่ ภายในถ้ำสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง ช่วงแรกระยะทางประมาณ 400 เมตร มีทางเดินเท้าไปตามคูหาต่าง ๆ ซึ่งมีหินงอก หินย้อย และเสาถ้ำ ทางเดินจะไปสุดที่คูหาซึ่งมีม่านหินงดงาม ช่วงที่ 2 จากระยะทาง 400-1,000 เมตร จะมีทางลัดเลาะ บางครั้งต้องมุดและปีนป่ายเข้าไป และช่วงที่ 3 ระยะทางจาก 1,000 เมตร เข้าไป จะมีลำธารน้ำรินไหล ถ้ำมีความลึกประมาณ 4.5 กิโลเมตร
เที่ยวน้ำหนาว

6. ผาล้อมผากอง

           ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 40 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ นน.2 (ภูผากลางดง) เป็นเส้นทางเดินป่าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 5-7 กิโลเมตร ลักษณะเป็นภูเขาหินปูน สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,134 เมตร เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบ ๆ บริเวณได้ สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ประกอบด้วยพรรณไม้ที่มีค่ามาก บริเวณใกล้เคียงยังมี ผากลางโหล่น มีความสูงประมาณ 850 เมตร และ ผาต้นฮอม มีความสูงประมาณ 900 เมตร ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงามมากเช่นเดียวกัน

7. ภูผาจิต

          ภูผาจิต หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ภูด่านอีป้อง ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 427 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (สายหล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 10 กิโลเมตร ทางค่อนข้างลำบาก ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 6-7 ชั่วโมง สภาพป่าสวยงามมาก ลักษณะเด่นคือตั้งโดดเดี่ยวบนที่ราบสูง ลักษณะสัณฐานคล้ายภูกระดึงแต่เล็กกว่า เป็นภูเขาที่มียอดราบแบบโต๊ะ มีไม้สนขึ้นอยู่ ประกอบด้วยป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ รวมทั้งต้นไม้มีค่าหลายชนิด ภูเขานี้มียอดสูงสุดในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว สูง 1,271 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

8. น้ำตกห้วยทราย

          ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 423 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (สายหล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้า 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยสนามทราย ซึ่งมีต้นน้ำที่ป่าดงดิบชื่อ ดงแหน่ง ไหลผ่านป่าซำผักคาว เป็นแนวธรรมชาติที่แบ่งเขตแดนระหว่างอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ กับอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 25 เมตร บริเวณใต้น้ำตกมีแอ่งน้ำลึก สามารถลงเล่นน้ำและมีชะง่อนหินขนาดใหญ่เป็นเพิงสามารถพักแรมหลบฝนได้ บรรยากาศบริเวณลำห้วยน่าเดินเล่น มีต้นไม้ปกคลุมตลอด ในฤดูฝนน้ำตกมีประมาณน้ำมากและสวยงามมาก

9. น้ำตกทรายทอง

         น้ำตกหินทรายอยู่ห่างจากน้ำตกเหวทรายประมาณ 1,300 เมตร มีความกว้างที่สุดประมาณ 30 เมตร สูง 4 เมตร มีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะในฤดูฝน สายน้ำที่ไหลผ่านผาหินก่อเกิดเป็นม่านน้ำหน้ากว้างถึง 30 เมตร มีความสวยงามและสร้างความประทับใจได้ไม่น้อย

10. สวนสนบ้านแปก

           สวนสนบ้านแปก หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดงแปก มีทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 405 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (สายหล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสองใบขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่เพียงชนิดเดียวตามธรรมชาติ ต้นไม้พื้นล่างประกอบด้วยทุ่งหญ้าและหญ้าเพ็กเป็นจำนวนมาก มีความสวยงาม ประกอบกับเส้นทางเดินเข้าสวนสนบ้านแปกผ่านป่าที่หลากหลายทั้งป่าดิบชื้นและป่าดิบเขา ระหว่างทางจะมีโอกาสพบสัตว์ป่าและนกนานาชนิด และในช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ระหว่างทางจะมีกล้วยไม้ป่าและพรรณไม้หลายชนิดออกดอกสวยงาม
เที่ยวน้ำหนาว

11. สวนสนภูกุ่มข้าว

          ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 409 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (สายหล่มสัก-ชุมแพ) มีทางลูกรังถึงสวนสนภูกุ่มข้าว ระยะทาง 15 กิโลเมตร เป็นป่าสนสามใบ มีต้นสนขนาดใหญ่ความสูงตั้งแต่ 30-40 เมตร ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติอย่างหนาแน่นแทบไม่มีไม้อื่นปะปนอยู่ มีพื้นที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร ไม้พื้นล่างประกอบด้วยทุ่งหญ้าคาและหญ้าเพ็กจำนวนมากเช่นเดียวกัน ในฤดูแล้ง ทุ่งหญ้าใต้ต้นสนจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลแก่ พอถึงฤดูฝนใหม่ทุ่งหญ้าเหล่านี้ก็จะกลับมาเขียวอีกครั้งหนึ่ง เป็นเช่นนี้เรื่อย ๆ ไป โดยเฉพาะฤดูฝน ตามทุ่งหญ้าจะมีพรรณไม้หลากสีนานาพรรณขึ้นอยู่อย่างสวยงาม

เที่ยวน้ำหนาว

         บริเวณสวนสนนี้มีเนินเขาเตี้ยๆ ลูกหนึ่ง เรียกว่า ภูกุ่มข้าว สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 880 เมตร เป็นเนินเขาที่เป็นจุดเด่นจุดหนึ่งท่ามกลางสวนสน เมื่อขึ้นไปยืนบนเนินเขาภูกุ่มข้าวจะเห็นแนวยอดสนอยู่ในระดับสายตา สามารถมองเห็นแนวยอดสนเป็นแนวติดต่อกันเป็นพืดทั้งสี่ด้านของภูกุ่มข้าว ดูแล้วจะเห็นคล้าย ๆ ท้องทะเลของยอดสน เมื่อมองไปทางทิศใต้จะเห็นอ่างน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ (น้ำพรม) ที่กว้างใหญ่

12. ป่าเปลี่ยนสี

           บริเวณกิโลเมตรที่ 419 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 สายหล่มสัก-ชุมแพ ประมาณเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกปี ผืนป่าบริเวณนี้ซึ่งเป็นป่าผสมผลัดใบ ก่อนที่พรรณไม้จะผลัดใบ จะมีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ใบไม้ในป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีเหลืองและแดงทั่วทั้งป่าในช่วงหน้าแล้ง เกิดเป็นสีสันของธรรมชาติที่แปลกตามาก โดยเฉพาะที่ภูหลังกงเกวียน จุดที่มองป่าเปลี่ยนสีได้ชัดเจนที่สุดคือบริเวณกิโลเมตรที่ 419 นอกจากนี้ยังสามารถชมความงามของป่าเปลี่ยนสีได้ที่ยอดภูกุ่มข้าว และบนเส้นทางไปน้ำตกเหวทรายอีกด้วย
เที่ยวน้ำหนาว

13. ลานกางเต็นท์ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

           ลานโล่งกว้างสำหรับสายตั้งแคมป์ อยากชิลกับธรรมชาติ นอนสบายท่ามกลางลมหนาว ก็หิ้วเต็นท์ส่วนตัวมากางที่นี่ได้เลย อัตราค่าเช่าพื้นที่อยู่ที่คนละ 30 บาทต่อคืน หรือจะเช่าเต็นท์ของอุทยานและอุปกรณ์เครื่องนอนก็ได้ แถมมีร้านค้าเอกชนไว้ให้บริการ หมดปัญหาเรื่องอาหารการกินไปได้เลย นอกจากนี้ด้วยความเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ไม่มีแสงไฟมารบกวน ทำให้อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักดูดาวนิยมมาดูดาวในยามค่ำคืนด้วย หรือถ้าใครไม่ใช่สายนอนเต็นท์ ทางอุทยานก็มีบ้านพักไว้ให้บริการด้วยเช่นกัน สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว Namnao National Park โทรศัพท์ 06-1042-8234
เที่ยวน้ำหนาว

14. น้ำตกตาดใหญ่

           น้ำตกที่ตั้งอยู่บ้านดงมะไฟ ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว มีลักษณะเป็นบันไดหินที่ถูกสร้างขึ้นด้วยธรรมชาติเรียงรายสลับกันไปมาวางไต่ระดับเป็นชั้น ๆ เกิดเป็นน้ำตกเล็ก ๆ หลายชั้น ไหลผ่านทอดยาวเกินกว่า 200 เมตร ตกลงสู่เบื้องล่างซึ่งเป็นเหวลึก บรรยากาศโดยรอบน้ำตกจะเป็นป่าไม้ร่มรื่น มีชั้นน้ำตกเล็ก ๆ เป็นที่ราบไม่ชัน พอให้ได้เล่นน้ำคลายร้อน
เที่ยวน้ำหนาว

15. เลยดั้น

           Unseen ของอำเภอน้ำหนาว กับลานหินเลยดั้น ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยกะโปะ หมู่ 6 ตำบลหลักด่าน ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ลักษณะเป็นลานหินทรายขนาดใหญ่ขวางลำน้ำ คล้ายสะพานหินข้ามแม่น้ำ เต็มไปด้วยหลุมบ่อขนาดใหญ่-เล็ก ซึ่งหลุมเหล่านี้เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำนานกว่า 100 ปี คล้าย สามพันโบก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอุบลราชธานี
เที่ยวน้ำหนาว

ภาพจาก MANUS SEE SUEA / Shutterstock.com

16. แคนยอนน้ำหนาว

           อีกหนึ่ง Unseen จากธรรมชาติในอำเภอน้ำหนาว กับแคนยอนน้ำหนาว อยู่ในพื้นที่วัดโคกมน ห่างจากตัวอำเภอมาประมาณ 10 กิโลเมตร ลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันรูปครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจี มีหุบเหวข้างล่างสูงกว่า 300 เมตร ซึ่งหินที่ประกอบเป็นหน้าผา มีทั้งหินปูน  หินทราย และหินดินดาน ล้วนเป็นหินตะกอนที่ถูกยกตัวสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ทำให้ชั้นหินเกิดการโก่งงอและแตกหักเป็นแนวยาวตามทิศทางการโก่งตัวของชั้นหินและพัฒนากลายเป็นหน้าผาในที่สุด โดยชั้นหินทรายและทรายแป้งจะมีความทนทานต่อการผุพังและกัดกร่อนได้ดี ขณะที่ชั้นหินดินดานที่แทรกสลับอยู่จะเกิดการผุพังและถูกกัดกร่อนได้ง่าย ทำให้เกิดการกัดกร่อนและโดนลมพัดพาไปตามแรงโน้มถ่วงของโลกเกิดเป็นช่องว่างเว้าเข้าไปในผาหิน ส่วนชั้นหินทรายที่อยู่ด้านบนก็เกิดการแตกหักเนื่องจากน้ำหนักของชั้นหินที่ไร้สิ่งรองรับ ทำให้หน้าผาดังกล่าวขยายกว้างออกไปเรื่อย ๆ คล้ายแกรนด์แคนยอน สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนในหน้าฝนจะมีน้ำตกไหลลงจากหน้าผาเป็นช่วง ๆ มีความสวยงามมาก
เที่ยวน้ำหนาว

เที่ยวน้ำหนาว

          น้ำหนาว หนึ่งในอำเภอที่น่าเที่ยวของจังหวัดเพชรบูรณ์ เต็มไปด้วยบรรยากาศของความเป็นธรรมชาติที่เงียบสงบ ร่มรื่น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาปล่อยตัวปล่อยใจท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร พักผ่อนนอนเล่นให้สายลมเอื่อย ๆ เย็นสบายช่วยคลายความเครียดที่มีลงได้

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
เที่ยวน้ำหนาว เพชรบูรณ์ พักผ่อนกับธรรมชาติ เพลินไปกับอากาศเย็น ๆ อัปเดตล่าสุด 30 สิงหาคม 2565 เวลา 14:46:47 15,164 อ่าน
TOP