เขาช้างเผือก กับ 19 ข้อน่ารู้ก่อนไต่สันคมมีดเสียวสุดใจ

          เขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ที่เที่ยวกาญจนบุรีสุดฮอต ที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายต่างใฝ่ฝันอยากที่จะไปให้ได้สักครั้ง


          เขาช้างเผือก  สถานที่ท่องเที่ยวสุดท้าทาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีหัวใจรักการผจญภัย กึ่ง ๆ ปนหวาดเสียวหน่อย ๆ หลายเหตุผลที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางไปที่นั่น เพราะเขาช้างเผือกไม่ได้เปิดให้เดินทางได้ตลอดทั้งปี (หรือบางปีก็ไม่เปิดให้เข้าไปเลยก็มี) รวมถึงยังจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวอีกด้วย เหล่านี้ยิ่งทำให้เขาช้างเผือกดูมีเสน่ห์และน่าค้นหามากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็มีอีกหลายเสียงหนาหูเช่นกันที่บอกว่า การเดินขึ้นเขาช้างเผือกไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยนะ วันนี้เราเลยขนเอาข้อน่ารู้ก่อนไปเที่ยวเขาช้างเผือกกัน ไว้เมื่อเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสไปเที่ยวเมื่อไร จะได้ตักตวงความสนุกกันได้แบบเต็มเหนี่ยว

          1. ยอดเขาช้างเผือก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 1,249 เมตร โดยรวมแล้วถือเป็นยอดเขาที่ไม่สูงมาก สามารถเดินได้ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความฟิตของแต่ละคนล้วน ๆ

          2. เขาช้างเผือกจะเปิดให้เที่ยวประมาณช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ หากแต่ก็มีบางปีที่ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไป เนื่องจากสภาพอากาศ เส้นทางเดิน รวมถึงช้างป่าที่อาจทำอันตรายแก่นักท่องเที่ยว โดยในปี 2561 ทางอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะไกลเขาช้างเผือก ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2562 และเริ่มเปิดรับจองวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ "เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ วันที่ 24 พฤศจิกายน 61 - 31 มกราคม 62")

เขาช้างเผือก

          3. อุทยานจำกัดนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปเที่ยวเขาช้างเผือก เพียงวันละไม่เกิน 60 คนเท่านั้น

          4. การเดินทางขึ้นเขาช้างเผือก นักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นจากบ้านอีต่อง (ไม่ใช่ในที่ทำการอุทยาน) เริ่มจากการเดินเรียบ ๆ แล้วหลังจากนั้นก็ขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ ไปตามสันเขา ลงบ้าง ขึ้นบ้าง ระหว่างทางไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ เพราะจะต้องเดินอยู่บนสันเขานั่นเอง

          5. มีบริการลูกหาบ ใครรู้ตัวว่าแบกสัมภาระไม่ไหว แนะนำว่าให้จ้างลูกหาบจะดีกว่า เพราะไม่ใช่แค่เขาจะช่วยแบกสัมภาระให้เราเท่านั้น ยังคอยช่วยกางเต็นท์ ก่อไฟ หรือต้มน้ำให้ด้วย โดยสามารถติดต่อขอใช้บริการลูกหาบและเจ้าหน้าที่นำทางได้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

          6. เส้นทางการเดินป่านั้นระยะทาง 8 กิโลเมตร โดยระยะเวลาที่ใช้ในการเที่ยวเขาช้างเผือกจะอยู่ที่ 2-3 วัน ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 6 ชั่วโมง

เขาช้างเผือก

          7. ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกบนยอดเขา ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีร้านค้า ระหว่างเดินขึ้นนักท่องเที่ยวควรพกน้ำไว้กับตัวด้วยสัก 2-3 ขวด ไว้สำหรับดื่ม หรือเอาไว้ใช้ปรุงอาหารตามจุดแวะพักต่าง ๆ

          8. ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ใครที่ติดโซเชียลมีเดียอาจจะต้องเตรียมตัวทำใจแต่เนิ่น ๆ เพราะบนเขาช้างเผือกเรียกได้ว่าสัญญาณโทรศัพท์แทบขึ้นตามไปไม่ถึง จะมีสัญญาณก็เพียงบางจุดหรือบางค่ายก็เท่านั้น คุณอาจจะต้องตัดขาดจากโลกภายนอกสักวันสองวัน แต่เพื่อแลกกับความสวยงามที่ต้องเจอ รับรองว่าคุ้มค่า


เขาช้างเผือก

          9. เตรียมอุปกรณ์จำเป็นส่วนตัวต่าง ๆ เช่น เต็นท์, ถงนอน, แผ่นปูนอน, เสื้อแขนยาว, กางเกงขายาว (ยีนส์) , หมวกปิดคอ, รองเท้าผ้าใบ, ทิชชูเปียก, ไฟฉาย, เสื้อกันฝน, ยารักษาโรค, อุปกรณ์การตั้งแคมป์ต่าง ๆ, เครื่องมือประกอบอาหาร (หม้อ, จาน, ชาม, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และของกินเล่น) เป็นต้น

          10. สำหรับใครที่ไม่ได้เตรียมอุปกรณ์กางเต็นท์มา ทางอุทยานมีบริการให้เช่า ทั้งเต็นท์ แผ่นรองนอน ถุงนอน และอุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อขึ้นไปข้างบน ลูกหาบจะช่วยเรากางเต็นท์

          11. จุดกางเต็นท์บนเขาช้างเผือกมีเพียงจุดเดียวเท่านั้น เพราะจุดอื่นไม่อนุญาตให้กางเต็นท์ได้ โดยจุดนี้จะมีห้องน้ำ ซึ่งเป็นแบบส้วมหลุม และไม่สามารถอาบน้ำได้

          12. เสื้อผ้าที่เหมาะสำหรับใส่เดินขึ้นเขาช้างเผือกควรเป็นเสื้อแขนยาว ระบายความร้อนได้ดี รองเท้าผ้าใบ เพราะเนื่องจากต้องเดินฝ่าคมหญ้า ซึ่งอาจบาดเนื้อตัวได้ 

          13. ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดินขึ้นเขาช้างเผือกไม่เกิน 08.00 น. จะดีที่สุด (อย่าลืมพกหมวกไปด้วย) เนื่องจากระหว่างทางเดินขึ้นค่อนข้างร้อน เพราะแทบไม่มีต้นไม้บังแดดเสียเท่าไร

เขาช้างเผือก

          14. ไฮไลต์วัดใจของเขาช้างเผือก คือ "สันคมมีด" หรือ "สันวัดใจ" มีลักษณะเป็นสันเขาบาง ๆ แคบ ๆ นักท่องเที่ยวจะต้องเดินแถวเรียงหนึ่งขึ้นไป ถึงจะไม่สูงมากแต่ก็เล่นเอาหลายคนใจสั่น เพราะเมื่อมองออกไปทั้งสองข้างจะเห็นเขาลาดลึกลงเป็นเหว งานนี้อาจมีคนใจสั่นก้าวขาไม่ออกก็มี

          15. ถ่ายรูปกับป้ายผู้พิชิตยอดเขา หลังจากที่เดินผ่านช่วงไฮไลต์สันคมมีดมาแล้ว จะเป็นเนินเขาให้เดินต่อไปจนถึงจุดสูงสุด ซึ่งเป็นจุดที่สามารถเห็นวิวได้โดยรอบ ไม่มีอะไรมาบดบัง ใครมาถึงจุดนี้แล้ว ต้องมายืนถ่ายรูปคู่กับป้าย เพื่อเป็นสักขีพยานการเดินทางพิชิตสันคมมีดได้สำเร็จ

เขาช้างเผือก

          16. ฟิตร่างกายมาให้พร้อม การเดินป่าขึ้นเขาช้างเผือกควรเตรียมตัวฟิตร่างกายมาให้แข็งแรง และออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสักหนึ่งเดือนก่อนออกเดินทาง

          17. ช่วงที่สวยงามที่สุดของเขาช้างเผือกคือปลายฝนต้นหนาว เพราะเป็นช่วงที่บนเขาช้างเผือกสวยมาก ๆ มองไปทางไหนจะเห็นแต่สีเขียวสด กลางคืนอากาศหนาว ๆ มีหมอกให้เห็น ทำเอานักท่องเที่ยวอย่างเราประทับใจสุด ๆ

          18. ว่ากันว่าเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของเขาช้างเผือก นั่นคือ วิวที่สวยงามแบบอลังการ บวกกับไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้มากนัก และการจองที่แสนยาก สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเสน่ห์ของเขาช้างเผือก ที่ใคร ๆ ก็อยากมาสัมผัสดูสักครั้ง

          19. ปฏิบัติและเชื่อฟังคำสั่งเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่เดินออกนอกเส้นทางหรือเดินทางตามลำพัง เพราะนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่คุณจะได้พบกับอันตรายไม่คาดฝัน

เขาช้างเผือก

          ถึงแม้ว่าการเดินทางพิชิตเขาช้างเผือกจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากอยู่เสียหน่อย แต่เชื่อว่าไม่น่าจะเกินความสามารถของนักท่องเที่ยวที่มีหัวใจท้าทายและรักการผจญภัยอย่างแน่นอน เพราะความงดงามสองข้างทาง รวมถึงประสบการณ์ที่ได้ รับรองว่าคุ้มค่าหาไม่ได้จากที่ไหน

          อ๊ะ ๆ ใครกำลังมีข้อสงสัยว่าจะเดินทางไปอย่างไร และเปิดช่วงไหนบ้าง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทรศัพท์ 098 252 0359, 034 510 979 หรือ เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
  ,เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี, thai.tourismthailand.org

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เขาช้างเผือก กับ 19 ข้อน่ารู้ก่อนไต่สันคมมีดเสียวสุดใจ โพสต์เมื่อ 16 กันยายน 2559 เวลา 16:09:04 78,297 อ่าน
TOP