x close

มาเตรียมตัวไปเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่นกันเถอะ

ญี่ปุ่น
มาเตรียมตัวให้พร้อมในการไปชมเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี ณ ประเทศญี่ปุ่น

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Paksabuy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ เฟซบุ๊ก Paksabuy

           เรียกได้ว่า "เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี" ของประเทศญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่หลาย ๆ คนอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง ซึ่งใบไม้ส่วนใหญ่จะเริ่มเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก่อนที่จะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ทำให้ธรรมชาติในยามนั้นงดงามด้วยสีที่สดใสตระการตา ^__^ และตามปกติใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวต้นเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี แต่ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสีอาจจะคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี เพราะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้น ๆ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.yokosojapan.org) และสำหรับคนที่อยากไปชมใบไม้เปลี่ยนสีแต่ไม่รู้ว่าควรจะวางแผนหรือเริ่มต้นเตรียมตัวอย่างไร ก็ตามบันทึกการเดินทางของ คุณ Paksabuy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่หยิบเอาประสบการณ์ดี ๆ เกี่ยวกับการเตรียมตัวไปเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นมาฝากกันค่ะ



           ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโดกำลังจะร่วงโรยไป ญี่ปุ่นกำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อน งานเทศกาลดอกไม้ไฟกำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่ว่า...ใครจะไปกันล่ะ ผมไม่ไปหรอกนะ ได้ข่าวร้อนตับแลบ บายยยยยยยยย ผมขอข้ามไปเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีเลยละกันนะ มาครับวันนี้เรามาเตรียมตัวเดินทางไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นกันเถอะ เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่เขาว่างามหนักงามหนา ถ้าจะไปเราจะเตรียมตัวอะไรกันบ้าง

ญี่ปุ่น

           เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นจะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงประมาณต้นเดือน 10 เป็นต้นไปครับ โดยจะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่สุดเขตทางเหนือก่อน นั่นคือ เกาะฮอกไกโด ไล่เปลี่ยนสีลงมาเรื่อยจนถึงเกาะคิวชู ใบไม้แดงจะเริ่มร่วงในช่วงเดือนต้นธันวาคม ว่าแต่เพื่อน ๆ อยากจะไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ไหนดีล่ะ ? เอาจริง ๆ แล้วใบไม้เปลี่ยนสี ผมว่ามันก็สวยเกือบทุกทีเลยครับ ดูจากตารางที่มีมาให้จะบอกรายละเอียดเป็นอย่างดี ว่าช่วงเดือนไหนไหนใบไม้เปลี่ยนสีที่ไหน ใครอยากไปช่วงไหนที่ไหนก็เลือกกันเอา แต่ที่เขาลำลือกันหนาหูว่าใบไม้เปลี่ยนสีสวยนักสวยหนา สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่นนั้นอยู่ที่เมืองเกียวโตครับ และช่วงเวลาที่ดีที่สุดจะไปเยือนดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโต คือ กลางเดือน 11

           เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าเราจะไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นกัน มาครับเรามาเริ่มจากการหาตั๋วกันก่อน

ตั๋วเครื่องบิน

           มาพูดถึงเรื่องตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นกันก่อนนะ ถ้าเป็นเมื่อปีที่แล้วขอบอกเลยอาจมีตัวเลือกให้น้อยมาก แต่ปีนี้มากันแบบสารพัดโปรฯ เลยละครับ จะไปกี่วันจัดสรรกันตามสะดวก

           Nokscoot ใครยังไม่ได้จองโปรฯ ไปญี่ปุ่นช่วงใบไม้แดง นี่คือความหวังที่คุณต้องรอ เตรียมตัวไว้เลยครับ โปรฯ มาแน่เร็ว ๆ นี้

           เจ้าหางแดงแสนโสพี ( X ) ที่เปิดโปรฯ บินตรงญี่ปุ่นไปกลับเริ่มต้นที่ 6,000 บาท (ยังไม่รวมค่าโหลดเป๋าและอาหาร) บินลง 2 เมือง คือ โตเกียวกับโอซาก้า ถ้าจะไปดูใบไม้แดงลงโอซาก้าเถอะครับ (ตลาดวายไปละ)

           เจ็ทเอเชีย อันนี้เปิดโปรฯ บินตรงญี่ปุ่นไปกลับเริ่มต้นที่ 5,500 บาท (ยังไม่รวมค่าโหลดกระเป๋าและอาหาร) บินลงเมืองเดียว คือ ฟูกูโอกะ (ตลาดวายไปละเช่นกัน)

           ส่วน Expedia ก็ชอบออกโปรฯ พร้อมที่พักบ่อย ๆ เห็นมีเริ่มต้นไป-กลับ 4-5 วัน ประมาณ 15,000 บาท (ราคาแบบนี้ที่พักก็ทำใจไว้สักนิด) ราคานี้ต้องไปต่อเครื่องที่มาเลเซียครับ หนึ่งตุ๊บ ไม่รวมอะไรเลย ทั้งอาหาร ทั้งโหลดกระเป๋า

           ส่วนใครไม่ได้อยากบินโลว์คอสต์แนะนำเช็กราคาตัวกับ CheapTicket.co.th เช็กดี ๆ อาจได้ราคาฟูลบอร์ด (รวมอาหารสองมื้อและโหลดกระเป๋า) ไป-กลับเริ่มต้นที่ไม่เกิน 12,000 บาท ปีที่แล้วผมจองกับเว็บนี้แหละครับ ไปโปรฯ ของแอร์มาเก๊า 11,500 บาท ไป-กลับ กรุงเทพฯ-นาริตะ (แต่ต้องไปต่อเครื่องที่มาเก๊าหนึ่งตุ๊บ)

           ป.ล. สารพัดโปรฯ สายการบินที่ไปญี่ปุ่นที่กล่าวมา เอาจริง ๆ ก็ตามดูเอาจาก Ar-ape.com กันเอาจะสะดวกสุด เพราะรวมสารพัดโปรฯ สายการบินมาโพสต์ทุกวัน ลองดูละกันผมก็ตามโปรฯ จากเพจนี้บ่อย ๆ

ญี่ปุ่น

           ขอลงโปรที่ตลาดยังไม่วายบ้าง โปรฯ ป้าม่วงก็แอบแซ่บผมตกไปได้ยังไงน้อ บินเป็นคู่กับราคาสุดพิเศษ ราคายังไม่รวมภาษีใด ๆ นะจ๊ะ ใครไปกับแฟนราคานี้สอยได้นะครับ จ่ายเพิ่มอีกหน่อยสบายผิดกัน

ญี่ปุ่น

ทำการบ้าน ทำตารางท่องเที่ยว

           เมื่อมีตั๋วเรือบิน เรือเหาะกันแล้ว คราวนี้เรามาจัดตารางเที่ยวกันครับ ถ้าไปเที่ยวใบไม้แดงผมขอแนะนำให้ไปเที่ยวภาคคันไซ (โตเกียวจะอยู่ภาคคันโต) ภาคนี้จะมีเมืองเด็ดให้เที่ยวหลายเมือง แต่ไฮไลท์ของใบไม้แดงจะอยู่ที่เกียวโตครับ  เพราะเกียวโตถือเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องใบไม้แดงที่สุดในญี่ปุ่น คราวนี้ขึ้นอยู่กับว่าแต่ล่ะคนจองมาญี่ปุ่นกันกี่วัน สามวัน ห้าวัน อาทิตย์หนึ่ง สิบวัน เอาเป็นว่าจากประสบการณ์ตรงที่ไปพบเจอมาผมขอสรุปทริปให้เพื่อน ๆ ตามนี้

           เที่ยวเกียวโตใช้เวลา 2 วัน เป็นอย่างน้อย
           โอซาก้า 1 วัน เป็นอย่างน้อย
           นารา ครึ่งวันเป็นอย่างน้อย
           โกเบ ครึ่งวันเป็นอย่างน้อย
           ชิราคาวาโกะ ทาคายาม่า วันครึ่งเป็นอย่างน้อย
           ฮิโรชิม่า วันหนึ่งเป็นอย่างน้อย

           คราวนี้ใครไปกี่วันก็ลองจัดสรรกันดูครับ มิกซ์ แอนด์ แมตช์ให้สะดวก จากนั้นเราก็มาดูว่าที่ไหนไปเที่ยวเส้นทางเดียวกันได้ แนะนำเลยว่าวันหนึ่งไม่ควรเที่ยวเกินสามที่ เพราะการเที่ยวเองมันใช้เวลาเที่ยวดื่มด่ำพอสมควร ไม่ใช่ทัวร์หย่อนแชะนะจ๊ะ ไว้คราวหน้าจะมาเจาะเรื่องที่เที่ยว ไปยังไง ที่ไหนไปเส้นทางเดียวกัน ให้นะครับ ช่วงใบไม้แดงพระอาทิตย์จะตกเร็วมาก สี่โมงก็ตกละครับ ห้าโมงก็มืดแล้วครับ ส่วนใครที่ขี้เกียจทำการบ้านก็คงต้องลอกเขาเอาครับ เสิร์ชทริปเอาจากใน Pantip นี่แหละ 555555

           ป.ล. ขอร้องว่าการเที่ยวข้ามภาคแบบไป-กลับนั้นเหนื่อยมาก อย่าคิดว่าฉันจะไปเหนือจรดใต้ด้วย Jr pass ในเจ็ดวัน เออ...ไปเที่ยวนะไม่ใช่ไปแข่งไตรกีฬาข้ามชาติ (บอกด้วยประสบการณ์ตรงที่ทำมากับตัว)

ญี่ปุ่น

           ภาพจากวัดคิโยมิซึ (วัดน้ำใส) เกียวโต

เช็กสภาพอากาศ

           ช่วงเวลาใกล้ ๆ วันที่จะไปเช็กสภาพอากาศกันนิดนึงนะครับ พยากรณ์อากาศของญี่ปุ่นค่อนข้างแม่นมาก ว่าแต่จะเช็กทำมั้ย ? เช็กเพื่อ ? ก็เช็กเพื่อที่เราจะสลับตารางเที่ยวได้ทันครับ เราควรเลือกวันที่ไปไฮไลท์ไว้ในวันที่อากาศดี ๆ แล้วแต่ใครจะไฮไลท์ที่ไหนไว้ เพราะช่วงใบไม้แดงเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูมีโอกาสที่จะเจอฝนฟ้าคะนองกันค่อนข้างมาก แนะนำให้พกร่มพับเล็ก ๆ ไปกันด้วยจะสะดวกมาก เจอฝนขึ้นมาจะวิ่งหาซื้อร่มตอนฝนตกก็คงไม่ใช่เรื่องนะ ผมเจอมาแล้ว ทั้งฝนตก ทั้งหนาว นรกมากกกกกกกกก T__T อีกทั้งเราต้องเช็กเพื่อที่จะได้เตรียมเสื้อผ้าและพร็อพไปให้ถูกกาลเทศะ ใครอยากจะแต่งครบสูตรเป็นหมีซูโม่ก็ตามใจนะ ช่วงที่ผมไปมาปีที่แล้ววันที่ 28 พ.ย.-5 ธ.ค. อุณหภูมิอยู่ที่ 2-10 องศา มีฝนบ้างในบางวัน มีครึมฟ้าครึมฝน อยู่บ้าง แต่บางวันก็ฟ้าใส

ญี่ปุ่น

           ภาพจากภูเขาสีลูกกวาด อาราชิยาม่า เกียวโต

JR Pass นั้นสำคัญไหม

           ต้องซื้อไหม คำตอบ คือ ถ้าคุณต้องนั่งชินคันเซ็นไปไกล ๆ สองเที่ยวขึ้นไปซื้อเถอะครับไม่ต้องคิดมาก เพราะอย่างผมคราวที่แล้วนั่งชินคันเซ็นไป-กลับ โอซาก้า-โตเกียว  1 รอบ ถ้าไม่ซื้อก็จะตกเที่ยวละ 15,000 เยน (เที่ยวละประมาณ 5,000 บาท) ค่าตั๋ว JR คราวที่แล้วซื้อที่ 8,700 บาท ไป-กลับก็เกินแล้วครับ แต่ถ้าคุณมาแค่โอซาก้าแล้ววนอยู่แถบคันไซ ไม่ต้องซื้อครับ ไม่คุ้มเลย ซื้อแค่คันไซพาสก็พอครับ จะมีระบุ 3, 5, 7 วัน แล้วแต่เลือกแต่ราคาถูกกว่ามาก (ถ้าเราไม่ได้เดินทางข้ามภูมิภาคแนะนำไม่ต้องซื้อครับ)

           ป.ล. ถ้าต้องเดินทางข้ามภูมิภาคอาจลองหาตั๋วโปรฯ จาก Vanilla air หรือ peach airline http://pantip.com/topic/30125058 (ไปเรียนรู้พีชแอร์ไลน์จากกระทู้นี้นะครับ) ก็ได้ครับ มีบ่อย ๆ ตั๋วโปรฯ ถูกมาก ประมาณ 1,000-3,000 เยน (ใครไม่รู้จะตามโปรฯ ยังไงก็ไปหาเพจ Ar-ape.com อีกเช่นเดิม)

ญี่ปุ่น

           ภาพจากวัดโทไดจิ นารา

จองโรงแรม

           จะจองที่ไหน...อะไรก็จองกันเถอะครับ แต่ละคนงบไม่เท่ากัน การใช้ชีวิตไม่เหมือนกันด้วย แต่จะจองที่ไหนก็ขอให้ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเข้าว่านะครับ ขอให้ใกล้สถานีไว้ดีที่สุด คราวที่แล้วผมจองจากสามเว็บ Expedia, agoda และ Hotelclub ลองเปรียบเทียบราคากันดูครับ อันนี้คือโรงแรมที่ผมจองไปนอนที่โอซาก้าปีที่แล้ว ชื่อ kishibe staion Hotel โรงแรมนี้เหมาะกับผู้มีบัตร JR Pass ผมไปเกียวโต โอซาก้า (ญี่ปุ่น) เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมนอนที่นี่ละครับ ง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่จำเป็นต้องหรูหรา แต่ขอส่วนตัวเถอะ ออกแต่เช้า (ตอนทำงานออฟฟิศไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้เลย) กลับก็มืดค่ำ (ซูเปอร์ลดราคาพอดี) แล้วกระผมจะจ่ายแพงไปทำซากอะไรมิทราบ ราคาห้องพักที่นี่ก็ประมาณ 1,500 บาท รวมอาหารเช้า จองกับ agoda

           kishibe staion Hotel ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า แต่ผมชอบที่นี่มากกกกกกกก เพราะอยู่ห่างชินโอซาก้าไปทางเกียวโต 2 สถานีเอง (เช้ามาออกไปเที่ยวเกียวโตสะดวกมาก ออก 07.30 น. แปดโมงตรงเคารพธงชาติไทยที่สถานีเกียวโตทุกวัน 55555) ตัวโรงแรมรั้วนี่ติดกับสถานีรถไฟ JR เลยครับ อยากจะบอกว่าสามนาทีจากสถานี JR แต่รางรถไฟมันแทบจะพุ่งทะลุโรงแรมอยู่แล้ว แถมใกล้กับซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่อีก (ตกเย็นนายพักสบายสวมหัวใจแม่บ้านญี่ปุ่นอารมณ์เปลี่ยว ช้อปของลดราคาสนั่นมาก แม่บ้านญี่ปุ่นนอกจากสมองไวแล้วผมว่ามือยังไวมากอีกต่างหาก) สำหรับผมแล้วผมค่อนข้างปลื้มกับที่นี่มาก ๆๆๆๆๆ ไปคราวหน้าก็คงพักที่นี่อีก และที่สำคัญข้าวเช้าอร่อยมาก ไม่แพ้ข้าวเช้าที่โอคุระกรุงเทพเลยครับขอบอก ส่วนปีนี้ที่ไปฟูกูโอกะผมจองจาก Expedia ใช้โค้ดลดราคาของ KTC และแคนเซิลฟรีเมื่อต้องการยกเลิกครับ

ญี่ปุ่น

           ภาพจาก kishibe staion Hotel โอซาก้า

Google Map HyperDia เรียนรู้ไว้ซะนะ

           ไอ้นี่แหละครับ คือ สิ่งจำเป็นอย่างที่สุด จะไปไหนไม่หลงทางก็เพราะเจ้าสองตัวนี้แหละครับ ใครถนัดแบบไหนก็ลุยเลยครับ ส่วนผมถนัด Google Map แค่ใส่ชื่อสถานีที่ต้นทางและปลายทาง (ถ้าต้นทางไม่รู้ในกรณีที่หลงทางให้ใส่จุดที่ยืนขณะนี้) จากนั้นมันจะขึ้นเส้นทางมาให้ครับ พร้อมให้เราเลือกเลยครับว่าจะไปทางรถ ทางรถไฟ หรือเดินไป บอกหมดว่าต้องนั่งสายอะไร ต่ออะไร และที่ผมชอบที่สุด มีจุดที่ตัวเรายืนอยู่ด้วยครับ จะเคลื่อนที่จริงตามที่เราเดินทางไปถ้าเราผิดเส้นทางปุ๊บจะรู้ได้ทันที แซ่บมากกกกกกก ทริปนี้ขอบอกรัก Google Map ที่สุด (เพราะทำให้ผมหลงทางน้อยมาก)

ญี่ปุ่น

           ภาพจากศาลเจ้าจิ้งจอก (ฟูชิมิ อินาริ) เกียวโต

จัดสรรงบประมาณ ค่าใช้จ่ายที่ญี่ปุ่น

           หลังจากเตรียมทุกอย่างไว้แล้วก็ถึงขั้นจัดสรรงบประมาณไปใช้ที่โน่น จะต้องเตรียมเงินสดไปเท่าไหร่ ถ้าไม่ได้ใช้เงินอู้ฟู่มากมายปกติวันหนึ่ง 3,500 เยน/คนน่าจะเอาอยู่ ตีเป็น 1,500 เยน เรื่องกิน  ค่าเดินทาง 1,000 เยน ค่าเข้าวัด สถานที่ท่องเที่ยวที่มีค่าธรรมเนียม 1,000 เยน จะไปกี่วันคูณเข้าไปครับ (อาจมีเหลือ ๆ ขาด ๆ บ้าง) นอกจากนั้นก็บวกค่า Shopping กันเอาเองนะครับ อัตราแลกเปลี่ยนเช็กได้จากที่นี่ www.superrichthailand.com หรือเว็บธนาคารต่าง ๆ

ญี่ปุ่น

           ภาพจากวัดโทฟุคุจิ  เกียวโต

อินเทอร์เน็ต

           การติดต่อสื่อสารทางโลกโซเชียลในญี่ปุ่น ถึงแม้หลาย ๆ ที่ในญี่ปุ่นจะมี Wi-Fi ฟรีกันแล้ว แต่ผมขอบอกเลยว่ายังไงโปรดพกอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตส่วนตัวไปด้วยเถอะ ใครคิดว่าฉันใช้ของฟรีก็ได้...ได้โปรดเถอะครับ คิดผิดคิดใหม่เดี๋ยวนี้ บางที่ก็มีเหตุการณ์ให้เราต้องติดต่อถามกลับมาหาใครหรือขอความช่วยเหลือใครสักคน ขอบอกเลยว่าพกไปเถอะ (จากประสบการณ์ตรงมีไว้อุ่นใจมาก)

           อุปกรณ์ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตมีกันหลายแบบทั้งแบบ Pocket Wi-Fi ทั้งแบบ Sim วันนี้มาพูดถึงเรื่อง Sim กันก่อน (เพราะเรื่อง Pocket ยังเขียนไม่ทัน) So-Net เหมาะสำหรับคนที่อยากควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตหรือใช้เมื่อยามจำเป็น (ที่เหลือใช้ของฟรีเอาตามสถานีรถไฟ สถานที่สำคัญ ๆ ร้านกาแฟ ฯลฯ) เพราะมีขนาด Data เริ่มให้เลือกตั้งแต่ 100, 500 MB ราคา 3,000/5,000 Yen (จ่ายทีเดียวใช้ทั้งทริปคุมเอาเอง เหลือกลับมาเอาซิมให้เพื่อนไปใช้ได้อีก) และถ้าไม่พอสามารถเติมออนไลน์แบบ 200/500/1GB ราคา 1,500/2,000/2,838 Yen มีขนาดทั้งซิมปกติ micro และนาโน สามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นเลย ใครสนใจสามารถหาซื้อได้จากที่สนามบินที่ญี่ปุ่นเลยครับจะมีตู้ขายอยู่

           ส่วน Pocket WiFi คือ การเหมาอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตมาใช้ส่วนตัว เหมาเป็นวัน ๆ ไปกี่วันก็คิดราคาไป หนึ่งตัวสามารถแชร์ใช้กันได้หลายคนเลยครับ  ข้อดี คือ เร็วปื้ด ๆๆ ใช้ไม่จำกัด โทรไลน์หาใครสบายเลยครับ สัญญาณโอเคเลย แต่ถ้าไปหลายวันค่าใช้จ่ายก็หลายตังค์อยู่ คราวที่แล้วไป 11 วัน จ่ายไป 2,000 กว่า ๆ (ควรเตรียมที่ชาร์จ Power Bank ไปด้วย)

ญี่ปุ่น

           เอาล่ะเรามีเรื่องให้เตรียมตัวกันหลายข้อเลย มีใครเตรียมไปถึงขั้นไหนกันบ้างแล้วเอ่ย คราวหน้าผมจะมาบอกจุดสวย ๆ ที่น่าไปเยือนน่าไปเที่ยวของเมืองแถบคันไซกันนะครับ

           ป.ล. ฝากเทคนิคการถ่ายใบไม้แดงกันสักนิด ถ้าจะถ่ายใบไม้แดงให้สวยผมแนะนำว่าต้องถ่ายวันที่มีแดดครับ จะแดดน้อยแดดมากได้หมด แล้วใช้วิธีการถ่ายย้อนแสงใต้ใบไม้ขึ้นไปแบบภาพนี้ครับ แนะนำเลยครับวิธีนี้ รับรองได้ภาพสวย ๆ กลับมาเพียบแน่นอน






เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
มาเตรียมตัวไปเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่นกันเถอะ อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2557 เวลา 14:46:27 81,163 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP