eSIM คืออะไร ? ตัวช่วยสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ที่อยากใช้อินเทอร์เน็ตต่างประเทศแบบสะดวก ไม่ต้องเปลี่ยนซิมใบจริง รวมข้อดีและวิธีใช้งานเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ก่อนออกเดินทาง
หมดยุคต่อคิวซื้อซิมที่สนามบิน หมดปัญหาซิมหายจนโทรกลับบ้านไม่ได้ หรือต้องเผื่อเวลาทริปไว้เดินหาร้านซิมในเมืองที่ไม่คุ้นเคย เพราะตอนนี้นักเดินทางทั่วโลกหันมาใช้ eSIM กันเป็นเรื่องปกติแล้ว ใครที่กำลังวางแผนทริปเที่ยวต่างประเทศ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก eSIM แบบเข้าใจง่าย พร้อมสอนวิธีติดตั้งทีละสเต็ป และรวมข้อควรรู้ที่คนเสิร์ชหากันบ่อย ๆ มาไว้ในที่เดียว รับรองว่าอ่านจบแล้วพร้อมลุยทริปต่างประเทศแบบมือโปร
eSIM
ตัวช่วยเที่ยวต่างประเทศ
eSIM คืออะไร
eSIM (Embedded SIM) คือซิมการ์ดดิจิทัลที่ฝังอยู่ในตัวเครื่องโทรศัพท์อยู่แล้ว ไม่ใช่การ์ดพลาสติกที่ต้องเสียบเข้าถาดซิมเหมือนที่ผ่านมา การเปิดใช้งานทำได้ง่าย ๆ เพียงสแกน QR Code หรือกดติดตั้งผ่านแอปพลิเคชั่นของผู้ให้บริการเท่านั้น ไม่ต้องถอดไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย
เหล่านี้เป็นข้อดีที่ทำให้นักท่องเที่ยวติดใจก เพราะสามารถซื้อแพ็กเกจล่วงหน้าและติดตั้งได้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง พอเครื่องลงจอดถึงประเทศปลายทางก็ใช้อินเทอร์เน็ตได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวหาซื้อซิมหรือหาร้านแลกซิมให้วุ่นวายอีกต่อไป
เหตุผลของการใช้ eSIM
- สะดวก ติดตั้งได้ก่อนเดินทาง ไม่ต้องรอคิวที่สนามบินหรือควักซิมเดิมออกให้ยุ่งยาก
- ไม่ต้องพกซิมใบเล็ก ๆ ที่หายง่าย และไม่ต้องกลัวเข็มจิ้มซิมหาย
- ราคาย่อมเยากว่าค่าโรมมิ่งของเครือข่ายบ้านเรามาก เพราะเป็นการซื้อแพ็กเกจดาต้าตรงจากผู้ให้บริการในพื้นที่หรือโกลบอล
- เลือกแพ็กเกจได้หลากหลาย ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ปรับให้เหมาะกับทริปสั้น-ยาวได้ตามใจ
- ใช้เบอร์เดิมคู่กันได้ เพราะสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ Dual SIM คือใช้ eSIM สำหรับเน็ตต่างประเทศ ควบคู่กับซิมไทยเบอร์เดิมสำหรับรับสาย SMS OTP ต่าง ๆ ได้พร้อมกัน
วิธีติดตั้งและเปิดใช้งาน eSIM
iPhone สำหรับการติดตั้งและเปิดใช้งาน eSIM มีดังนี้
- เปิดอีเมลหรือหน้าเว็บที่ได้รับ QR Code จากผู้ให้บริการ eSIM หลังจากซื้อแพ็กเกจเรียบร้อยแล้ว
- เข้าเมนู การตั้งค่า (Settings) > เซลลูลาร์ (Cellular) > เพิ่มบริการเซลลูลาร์ (Add Cellular Plan)
- สแกน QR Code ที่ได้รับ แล้วทำตามขั้นตอนจนติดตั้งเสร็จสิ้น จะมีเมนู eSIM เพิ่มขึ้นมาในเซลลูลาร์
ภาพจาก : Hadrian / Shutterstock.com
*** แนะนำให้เปิดใช้งาน (เปิดดาต้าโรมมิ่งของ eSIM) เมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้วเท่านั้น เพื่อไม่ให้เสียวันใช้งานของแพ็กเกจไปก่อนเวลา
Android สำหรับการติดตั้งและเปิดใช้งาน eSIM มีดังนี้
- เข้าเมนู การตั้งค่า > เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > ซิมการ์ด (SIM)
- เลือก เพิ่มซิมการ์ด หรือ ดาวน์โหลดซิม (Download a SIM instead)
- สแกน QR Code ที่ได้รับจากผู้ให้บริการ แล้วรอระบบติดตั้งโปรไฟล์ eSIM ให้เสร็จสมบูรณ์
- ตั้งค่าให้ eSIM เป็นเครือข่ายข้อมูลมือถือหลัก (Mobile Data) เมื่อถึงปลายทาง เพื่อให้ใช้เน็ตของ eSIM แทนซิมเดิม
*** ก่อนซื้อแพ็กเกจ อย่าลืมเช็กว่ามือถือของตัวเองมีการรองรับ eSIM หรือไม่ และเป็นเครื่องที่ปลดล็อกไม่ติดล็อกเครือข่าย (Unlocked) เพราะบางเครื่องที่ซื้อผ่านโปรโมชั่นค่ายในไทยอาจถูกล็อกไว้ ทำให้ใช้ eSIM จากผู้ให้บริการอื่นไม่ได้
รุ่นมือถือไหนใช้ eSIM ได้บ้าง
โดยทั่วไป iPhone ตั้งแต่รุ่น XS/XR ขึ้นไป และสมาร์ตโฟน Android รุ่นใหม่จากค่ายดัง เช่น Samsung Galaxy S และ Z Series, Google Pixel ในหลายรุ่นตั้งแต่ราวปี 2019 เป็นต้นมา รองรับการใช้งาน eSIM แล้ว แต่เพื่อความชัวร์ แนะนำให้เช็กสเปกเครื่องของตัวเองผ่านเว็บไซต์ทางการของแบรนด์อีกครั้งก่อนซื้อแพ็กเกจ เพราะบางรุ่นหรือบางเวอร์ชันที่จำหน่ายในบางประเทศอาจไม่รองรับ
เลือก eSIM ให้เหมาะกับจุดหมายปลายทาง
แต่ละประเทศก็มีสไตล์การเลือกแพ็กเกจ eSIM ที่ต่างกันไป ลองมาดูกันว่าทริปยอดฮิตของคนไทยแต่ละที่ควรเลือกแบบไหน
- ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน จุดหมายยอดนิยมที่คนไทยไปกันบ่อยที่สุด เครือข่ายในประเทศเหล่านี้ครอบคลุมและเสถียรมาก แนะนำเลือกแพ็กเกจแบบรายวันหรือรายทริป เพราะช่วงพีกซีซัน เช่น ฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูหนาว นักท่องเที่ยวหนาแน่น การมีเน็ตพร้อมใช้ตั้งแต่ก้าวลงจากเครื่องช่วยให้เรียกแท็กซี่ จองร้านอาหาร หรือเช็กรถไฟใต้ดินได้สะดวกขึ้นมาก
- ยุโรป ทริปที่มักเดินทางข้ามหลายประเทศในทริปเดียว เช่น ฝรั่งเศส-อิตาลี-สวิตเซอร์แลนด์ ควรเลือกแพ็กเกจแบบครอบคลุมทั้งภูมิภาค (Regional Plan) แทนการซื้อทีละประเทศ จะคุ้มค่าและสะดวกกว่ามาก เพราะไม่ต้องสลับโปรไฟล์ eSIM ทุกครั้งที่ข้ามพรมแดน
- จีน ต้องเช็กให้ดีว่าผู้ให้บริการ eSIM ที่เลือกใช้สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันที่จำเป็นได้ตามปกติหรือไม่ เนื่องจากจีนมีการควบคุมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบางส่วนที่แตกต่างจากประเทศอื่น
- ทริปเดินป่า เกาะ หรือพื้นที่ห่างไกล ควรเช็กความครอบคลุมของสัญญาณในพื้นที่นั้น ๆ ให้ดีก่อนซื้อแพ็กเกจ เพราะบางพื้นที่ธรรมชาติอาจมีสัญญาณไม่เสถียรเท่าตัวเมือง
เคล็ดลับใช้ eSIM ให้ทริปราบรื่น
- ติดตั้งล่วงหน้าตั้งแต่อยู่บ้าน แต่เปิดใช้งานเมื่อถึงปลายทาง จะได้ไม่เสียเวลาเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่สนามบินเพื่อโหลดโปรไฟล์ eSIM ท่ามกลางความวุ่นวายหลังลงเครื่อง
- แคปหน้าจอ QR Code และรายละเอียดแพ็กเกจเก็บไว้ เผื่อกรณีต้องติดตั้งซ้ำหรือมีปัญหาระหว่างทริป
- พกซิมไทยเบอร์เดิมไว้ในโหมด Dual SIM เสมอ สำหรับรับ SMS OTP ยืนยันตัวตนของแอปธนาคารหรือแอปสำคัญต่าง ๆ ระหว่างอยู่ต่างประเทศ
- เผื่อแพ็กเกจสำรองไว้เล็กน้อย โดยเฉพาะทริปที่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตหนัก เช่น ถ่ายไลฟ์ อัปโหลดรูป หรือใช้แผนที่นำทางตลอดทั้งวัน จะได้ไม่ต้องมาลุ้นเน็ตหมดกลางทริป
Q & A เกี่ยวกับ eSIM
- Q : eSIM กับซิมโรมมิ่งต่างกันยังไง อันไหนคุ้มกว่า ?
- A : ซิมโรมมิ่งคือการเปิดบริการข้ามแดนของเบอร์เดิมที่ใช้อยู่ ซึ่งมักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ส่วน eSIM คือการซื้อแพ็กเกจดาต้าใหม่จากผู้ให้บริการในพื้นที่หรือผู้ให้บริการเสมือนสำหรับนักเดินทางโดยเฉพาะ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีราคาถูกกว่าค่าโรมมิ่งของค่ายมือถือไทยพอสมควร เหมาะกับคนที่เน้นใช้เน็ตเป็นหลักระหว่างทริป
- Q : ซื้อ eSIM ได้จากที่ไหนบ้าง ?
- A : ปกติแล้วสามารถซื้อผ่านแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ eSIM โดยเฉพาะ หรือผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่มีบริการ eSIM ให้เลือกครอบคลุมหลายประเทศ ควรเลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือและมีรีวิวการใช้งานจริง เพื่อความมั่นใจเรื่องความเร็วเน็ตและบริการหลังการขาย
- Q : eSIM ใช้ได้กี่ประเทศ ครอบคลุมแค่ไหน ?
- A : ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ eSIM ที่ครอบคลุมมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นทริปเดี่ยวประเทศเดียวหรือทริปข้ามหลายประเทศในทวีปเดียวกันก็สามารถเลือกแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ได้ แนะนำให้เช็กความครอบคลุมของเครือข่ายในประเทศปลายทางก่อนซื้อทุกครั้ง
- Q : ใช้เบอร์เดิมโทรออก-รับสาย และรับ SMS OTP ได้ไหม ?
- A : ได้ เพราะมือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ Dual SIM ทำให้ใส่ซิมไทยเบอร์เดิมไว้สำหรับโทรออก-รับสายและรับ SMS OTP ควบคู่กับการใช้ eSIM สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในต่างประเทศได้พร้อมกัน โดยไม่ต้องปิดเครื่องหรือสลับซิมให้ยุ่งยาก
- Q : หมดอายุ หรือใช้ดาต้าไม่หมดแล้วเก็บไว้ใช้ทริปหน้าได้ไหม ?
- A : โดยทั่วไปแพ็กเกจ eSIM จะมีวันหมดอายุตามที่ระบุไว้ตอนซื้อ (เช่น 7 วัน, 15 วัน, 30 วัน) หากใช้ดาต้าไม่หมดภายในระยะเวลาที่กำหนดมักจะไม่สามารถทบไปใช้ในทริปถัดไปได้ จึงควรเลือกขนาดแพ็กเกจให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานและระยะเวลาทริปจริง ๆ
- Q : ถ้าเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่ eSIM เดิมยังใช้ได้ไหม ?
- A : eSIM จะผูกกับตัวเครื่องที่ติดตั้งไว้ หากเปลี่ยนเครื่องใหม่มักจะต้องขอโปรไฟล์ eSIM ใหม่จากผู้ให้บริการอีกครั้ง จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขการโอนย้ายกับผู้ให้บริการแต่ละรายก่อนตัดสินใจซื้อ
eSIM เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้เที่ยวต่างประเทศง่ายขึ้น ไม่ต้องเปลี่ยนซิมใบจริง พร้อมใช้งานอินเทอร์เน็ตได้สะดวก เพียงเลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับทริป ก็พร้อมเชื่อมต่อทุกการเดินทาง ^ ^
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
บทความ ซิมการ์ด eSIM ทิปส์ท่องเที่ยว อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์ gsma.com, เว็บไซต์ support.apple.com






