ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น
คนไทยขับรถที่ญี่ปุ่นได้ไหม ต้องมีใบขับขี่แบบไหน ?
คนไทยสามารถขับรถในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ต้องมีเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนด โดยไม่สามารถใช้ใบขับขี่ไทยอย่างเดียวได้ โดยเอกสารที่มีได้แก่
-
ใบขับขี่สากล (International Driving Permit - IDP) ที่ออกตามอนุสัญญาเจนีวา 1949 ใบขับขี่สากลมีอายุ 1 ปีนับจากวันออก และสามารถนำไปใช้เช่ารถและขับรถในญี่ปุ่นได้ทันที
*** ญี่ปุ่น ไม่รับ ใบขับขี่สากลที่ออกตามอนุสัญญาเวียนนา ค.ศ. 1968 ดังนั้นก่อนทำ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นแบบเจนีวา 1949 เท่านั้น
*** ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ police.pref.chiba.jp
-
ใบขับขี่ไทยตัวจริง
-
พาสปอร์ต
ภาพจาก : Nongluk Singhachotsukpat / shutterstock.com
ขับรถที่ญี่ปุ่นต่างจากไทยอย่างไร ?
ควรเช่ารถแบบไหน ?
การเลือกเช่ารถสำหรับเที่ยวญี่ปุ่นควรพิจารณาจากรูปแบบการเดินทาง จำนวนคนที่จะร่วมทริป เส้นทางที่วางแผนไว้ และสภาพถนนในแต่ละฤดูกาล เพื่อให้ได้ทั้งความคุ้มค่าและความสะดวกสบาย ได้แก่
-
เดินทาง 1-2 คน เที่ยวในเมืองหรือใกล้เมือง
รถขนาดเล็กอย่าง Compact Car หรือ Kei Car เป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด เพราะขับง่าย ประหยัดน้ำมัน และคล่องตัวสูง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ถนนแคบและที่จอดรถมีจำกัด รถเล็กช่วยให้หาที่จอดได้ง่ายกว่าและลดค่าใช้จ่ายโดยรวม ทั้งค่าเช่าและค่าทางด่วน
-
ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน 3-5 คน
ควรเลือกรถขนาดกลางหรือ Mini Van เพื่อให้มีพื้นที่นั่งและเก็บสัมภาระอย่างเพียงพอ เหมาะกับการเดินทางไกลหรือทริปหลายวัน ช่วยเพิ่มความสบาย ไม่อึดอัด และลดความเหนื่อยล้าระหว่างทาง โดยเฉพาะหากมีกระเป๋าเดินทางหลายใบหรือมีเด็กและผู้สูงอายุร่วมทริป
-
เที่ยวภูเขา พื้นที่ชนบท หรือฤดูหนาว
แนะนำให้เลือกรถที่มีกำลังเครื่องมากขึ้น หรือรถที่เหมาะกับเส้นทางลาดชันและถนนคดเคี้ยว หากเดินทางช่วงฤดูหนาว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถมียางหิมะ (Winter Tires) หรือโซ่หิมะ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในหลายพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น
มือใหม่ควรเริ่มขับที่ไหน
สำหรับคนที่ไม่เคยขับรถในญี่ปุ่นมาก่อน การเลือกพื้นที่เริ่มต้นถือว่าสำคัญมาก เพราะจะช่วยลดความกดดันและเพิ่มความมั่นใจได้เยอะ
แนะนำพื้นที่นอกเมืองหรือชนบท เป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด เช่น ฮอกไกโด, ฟูจิ-คาวากุจิโกะ, ทาคายามะ, คิวชูบางพื้นที่ เนื่องจากถนนกว้าง การจราจรไม่หนาแน่น ป้ายจราจรชัดเจน และไม่ค่อยมีทางแยกซับซ้อน ทำให้มือใหม่มีเวลาปรับตัวกับการขับเลนซ้าย พวงมาลัยขวา และจังหวะการใช้สัญญาณไฟได้อย่างไม่เร่งรีบ แถมยังได้ขับผ่านวิวธรรมชาติสวย ๆ ซึ่งช่วยให้การขับรถเป็นเรื่องผ่อนคลายมากขึ้น
ภาพจาก : Sergey_Bogomyako / shutterstock.com
การนำทางและแอปฯ ที่ควรใช้
ภาพจาก : Lokyo Multimedia JP / shutterstock.com
-
Google Translate ช่วยแปลป้ายหรือเมนูภาษาญี่ปุ่นแบบเรียลไทม์
-
Japan Official Travel App รวมข้อมูลเส้นทาง จุดท่องเที่ยว และคำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว
-
แอปฯ ของบริษัทรถเช่า บางแห่งมีข้อมูลรถ จุดคืนรถ และการติดต่อฉุกเฉินในแอปเดียว
วิธีการเช่ารถในญี่ปุ่น
การเช่ารถในญี่ปุ่นไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด หากเตรียมตัวให้ครบและทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. จองรถล่วงหน้า
แนะนำให้จองรถผ่านเว็บไซต์ของบริษัทรถเช่า หรือแพลตฟอร์มรวมรถเช่าก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงท่องเที่ยวหรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี-หิมะ จะได้เลือกรถตรงความต้องการและราคาดีกว่า ระหว่างจองควรระบุวัน-เวลารับคืนรถ จุดรับรถ ประเภทรถ และอุปกรณ์เสริม เช่น GPS ภาษาอังกฤษ หรือคาร์ซีทเด็ก
2. เตรียมเอกสารให้พร้อม
เอกสารหลักที่ต้องใช้มี 3 อย่าง คือ หนังสือเดินทาง (Passport), ใบขับขี่ไทยตัวจริง และใบขับขี่สากล (International Driving Permit - IDP แบบอนุสัญญาเจนีวา 1949) ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่สามารถรับรถได้
3. รับรถที่สาขาเช่า
เมื่อถึงวันรับรถ พนักงานจะอธิบายเงื่อนไขการเช่า ประกัน การเติมน้ำมัน และวิธีใช้งานรถ ควรตรวจสภาพรถ ถ่ายรูปหรือวิดีโอรอบคันก่อนออกเดินทาง และสอบถามวิธีตั้ง GPS หรือใส่ Map Code ให้เรียบร้อย
4. เลือกประกันให้เหมาะสม
ส่วนใหญ่แนะนำให้ซื้อประกันแบบ Full Coverage / Zero Excess เพื่อความสบายใจ หากเกิดรอยขีดข่วนหรืออุบัติเหตุเล็กน้อย จะไม่ต้องจ่ายเพิ่มหรือจ่ายน้อยมาก
5. ใช้รถและคืนรถตามเงื่อนไข
ขับตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เติมน้ำมันเต็มถังก่อนคืนรถ และคืนตรงเวลา หากคืนช้าหรือเติมน้ำมันไม่เต็มอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
บริษัทเช่ารถญี่ปุ่น
รายชื่อบริษัทให้บริการเช่ารถยนต์ยอดนิยมในญี่ปุ่น ที่นักท่องเที่ยวมักใช้บริการ สามารถเลือกตามความสะดวกของจุดรับรถ (สนามบิน/สถานีรถไฟ) และบริการที่ต้องการได้
1. Toyota Rent a Car เป็นเครือใหญ่ของ Toyota เอง มีสาขาในสนามบินและเมืองหลักทั่วประเทศ เหมาะสำหรับทั้งรถเล็ก-รถใหญ่หลากรุ่นให้เลือกจองล่วงหน้าได้ง่าย
ภาพจาก : Kit Leong / shutterstock.com
2. Nippon Rent A Car หนึ่งในบริษัทเช่ารถที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีสาขากว่า 800 แห่งทั่วประเทศ พร้อมบริการหลายภาษาและสามารถจองออนไลน์ได้
3. Nissan Rent a Car บริษัทของ Nissan ให้บริการเช่ารถหลายรุ่นตั้งแต่รถขนาดเล็กไปจนถึงรถซีดาน เหมาะทั้งเที่ยวต่างจังหวัดและในเมืองใหญ่
4. ORIX Rent A Car อีกหนึ่งเครือใหญ่ที่มีสำนักงานครอบคลุมทุกภูมิภาค รวมทั้งสนามบินหลัก รถหลายประเภทให้เลือก พร้อมบริการประกันและ roadside assistance
5. Times Car RENTAL มีเครือข่ายสาขากว้างขวาง ทั้งสนามบินและสถานีรถไฟหลัก มีรถให้เลือกหลายขนาด รวมทั้งรถนำเข้าและแพ็กเกจพร้อมบริการหลายภาษา
6. JR Eki Rent a Car เช่ารถผ่านระบบของ JR เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟแล้วต้องการต่อด้วยรถเช่าที่สถานี JR หลายแห่ง
*** บริษัทรถใหญ่จะมีสาขาตามสนามบิน/สถานีรถไฟ มากกว่าบริษัทเล็ก ทำให้สะดวกในการรับ-คืนรถ
การเช่ารถในญี่ปุ่น ข้อคำนึงอื่น ๆ
- น้ำมันและสถานีเติม ปั๊มน้ำมันในชนบทอาจไม่เยอะเหมือนในเมือง แนะนำเติมน้ำมันเต็มถังทั้งก่อนและหลังใช้งาน เพื่อลดค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ภาพจาก : Jo Panuwat D / shutterstock.com
-
ค่าทางด่วนและระบบคมนาคม ทางด่วน (Expressway) ในญี่ปุ่น คิดราคาเป็นด่าน ๆ อาจใช้บัตร ETC เพื่อลดเวลารอ แต่ต้องแจ้งทางบริษัทรถเช่าล่วงหน้า
-
ที่จอดรถและกฎจราจร ที่จอดรถในเมืองใหญ่ราคาแพงและหายากกว่าในชนบท ควรเคารพป้ายจราจร และระบบสัญญาณไฟอย่างเคร่งครัด
- ฤดูกาลและสภาพถนน ฤดูหนาว ต้องเช็กเรื่องยางหิมะหรือโซ่, ฤดูฝน ถนนลื่น ความชันต้องใช้ความระวังเพิ่ม และฤดูใบไม้ผลิ/ใบไม้เปลี่ยนสี นักท่องเที่ยวเยอะ ควรวางแผนล่วงหน้า
การขับรถเที่ยวญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยาก หากเตรียมตัวให้พร้อมและเข้าใจกติกาให้ดี คุณจะได้อิสระในการเดินทาง เห็นมุมสวยที่รถไฟไปไม่ถึง ใครอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ญี่ปุ่นบนพวงมาลัย คืออีกทางเลือกที่น่าลองสักครั้ง ^ ^
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
บทความ ขับรถเที่ยวต่างประเทศ เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
+++ เปิดโผ 10 ประเทศที่ขับรถมีวินัยและมารยาทดีที่สุดในโลก
+++ เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดี ? จัดทริปให้สนุก เลือกฤดูให้ตรงฟีลที่ใช่
+++ พยากรณ์ซากุระญี่ปุ่น 2026 เช็กล่วงหน้า วางแผนเที่ยวฤดูชมดอกไม้
+++ รีวิวที่เที่ยวชิซูโอกะ ญี่ปุ่น เมืองภูเขาไฟฟูจิ ไปเที่ยวง่าย ๆ ใกล้โตเกียว






