เที่ยวอี๋หลาน (Yilan) เมืองสงบทางตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ศิลปะ และวิถีชีวิตเรียบง่าย เหมาะกับการพักผ่อนและสัมผัสเสน่ห์ไต้หวันในจังหวะช้า ๆ
เที่ยวอี๋หลาน มีอะไรให้ทำบ้าง
ก่อนจะเริ่มออกเดินทาง เรามาทำความรู้จักอี๋หลานกันสักนิดกันดีกว่า เริ่มเรื่องเลย…เมืองนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีทั้งพิพิธภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของผู้คน ฟาร์มเล็ก ๆ ที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้ม และบ่อน้ำพุร้อนที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางขุนเขา ทุกแห่งล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนได้หลบหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เพื่อมาหายใจช้า ๆ และดื่มด่ำกับความเรียบง่ายของชีวิตในแบบอี๋หลานแท้ ๆ
พร้อมหรือยัง ? ถ้าพร้อมแล้ว เก็บกระเป๋าใส่กล้องไว้ในมือ แล้วออกเดินทางไปสัมผัสอี๋หลาน เมืองสงบแต่เปี่ยมเสน่ห์แห่งนี้ไปด้วยกัน !
จุดเช็กอินที่ 1 เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่พิพิธภัณฑ์หลานหยาง (Lanyang Museum)
หลังจากเดินทางเข้าสู่อี๋หลาน เมืองที่โอบล้อมด้วยภูเขาและสายหมอก สิ่งแรกที่ไม่ควรพลาดคือการแวะพิพิธภัณฑ์หลานหยาง (Lanyang Museum) สถานที่ซึ่งรวบรวมเรื่องราวของเมืองนี้ไว้ครบทุกมิติ ทั้งธรรมชาติ ผู้คน และวัฒนธรรมท้องถิ่น
อาคารทรงเอกลักษณ์ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ สื่อถึงภูมิประเทศของอี๋หลานอย่างงดงาม
เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน จะได้พบกับนิทรรศการที่เล่าเรื่องของอี๋หลานตั้งแต่ยุคบุกเบิก จนถึงปัจจุบัน ผ่านสื่อมัลติมีเดียและสิ่งของจำลองที่จัดแสดงไว้อย่างน่าสนใจ ทั้งเรื่องราวของชาวประมงพื้นถิ่น วิถีเกษตรกร และการพัฒนาเมืองท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เดินชมไปเรื่อย ๆ ก็เหมือนได้เดินย้อนเวลาไปเรียนรู้ชีวิตของผู้คนที่นี่ในแต่ละยุคสมัย
แต่ก่อนกลับ อย่าลืมออกไปที่จุดชมวิวริมแอ่งน้ำด้านนอกพิพิธภัณฑ์ พื้นน้ำสะท้อนภาพตัวอาคารและทิวเขาด้านหลังจนดูคล้ายภาพวาด มีลมอ่อน ๆ พัดผ่าน เสียงนกร้องแว่วเบา เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการนั่งพัก สูดกลิ่นไอธรรมชาติให้เต็มปอด และปล่อยใจให้ไหลไปกับจังหวะอันเงียบสงบของอี๋หลานอย่างแท้จริง
จุดเช็กอินที่ 2 เดินเล่นที่อุทยานวัฒนธรรมป่าไม้หลัวตง (Luodong Forestry Culture Park)
ออกจากพิพิธภัณฑ์หลานหยาง เรามุ่งหน้าต่อสู่ใจกลางเมืองอี๋หลาน เพื่อไปสัมผัสกลิ่นอายของประวัติศาสตร์อีกมุมหนึ่งที่อุทยานวัฒนธรรมป่าไม้หลัวตง (Luodong Forestry Culture Park) สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมป่าไม้ที่สำคัญของไต้หวัน ก่อนจะถูกปรับโฉมให้กลายเป็นสวนสาธารณะและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่สวยงามและสงบอย่างน่าประทับใจ
ทันทีที่ก้าวเข้ามา เสียงเมืองค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ กับเสียงน้ำไหลในบึงเก่าแก่ที่ทอดตัวยาวอยู่กลางสวน ทางเดินไม้ที่ปกคลุมด้วยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่สองข้างทางชวนให้เดินเล่นช้า ๆ สูดกลิ่นอายของความชื้นและไม้เก่าที่อบอวลในอากาศ บางช่วงของเส้นทางยังคงเห็นร่องรอยของรางรถไฟเก่า ซึ่งในอดีตเคยใช้ลำเลียงท่อนไม้จากภูเขาลงมาสู่เมือง
เส้นทางรางรถไฟเก่าท่ามกลางร่มไม้เขียวขจีในอุทยานวัฒนธรรมป่าไม้หลัวตง
ไฮไลต์ของที่นี่คือ รถไฟไม้ไผ่สุดคลาสสิก ที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ให้กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม บนรางเล็ก ๆ ท่ามกลางฉากหลังของโกดังไม้และบึงน้ำโบราณที่เงียบสงบ มันให้ความรู้สึกเหมือนเวลาได้เดินช้าลง จนแทบได้ยินเสียงเครื่องจักรเก่าก้องสะท้อนจากอดีต
สถานีรถไฟไม้โบราณภายในอุทยานฯ
จุดแลนด์มาร์กยอดนิยมที่เล่าประวัติศาสตร์การขนส่งไม้ของเมืองหลัวตงในวันวาน
อุทยานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สีเขียวกลางเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือน “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง” ที่บอกเล่าช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรมป่าไม้ในไต้หวัน และยังเป็นมุมพักผ่อนที่เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป หรือจะนั่งมองเงาไม้สะท้อนในบึงอย่างเงียบ ๆ ก็เพียงพอให้หัวใจได้พักจากจังหวะชีวิตที่เร่งรีบอีกครั้ง
จุดเช็กอินที่ 3 ฟาร์มต้นหอมซินเปา (Sinbow Farm)
หลังจากเดินเล่นสูดอากาศสดชื่นในอุทยานป่าไม้หลัวตงแล้ว เราออกเดินทางต่อไปยังพื้นที่เกษตรอันอุดมสมบูรณ์ของอี๋หลาน ที่นี่มี “ต้นหอม” เป็นพืชขึ้นชื่อ และหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดก็คือ ฟาร์มต้นหอมซินเป่า (Sinbow Farm) ฟาร์มเล็ก ๆ ที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มของชาวบ้าน
เพียงก้าวแรกที่มาถึงก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมเขียวสดของต้นหอมที่ปลิวมากับสายลม เจ้าหน้าที่ฟาร์มออกมาต้อนรับด้วยท่าทางเป็นกันเอง ก่อนแจกบูทและอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับกิจกรรมสุดสนุกอย่าง “เก็บต้นหอมด้วยตัวเอง” เราได้ลองก้มตัวลงแปลงดิน ช้อนต้นหอมขึ้นมาพร้อมคราบดินเล็กน้อย ความรู้สึกเรียบง่ายแต่น่าประทับใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตแบบชาวไร่ชาวนาในชนบทสักวันหนึ่ง
หลังจากเก็บต้นหอมเสร็จ กิจกรรมถัดมาคือ การทำแพนเค้กต้นหอม (Scallion Pie) แบบ DIY เจ้าหน้าที่จะสอนตั้งแต่ขั้นตอนผสมแป้ง คลุกต้นหอมสดลงไปในเนื้อแป้ง แล้วนำไปทอดบนกระทะร้อน ๆ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งฟาร์ม เสียงแป้งกรอบแตกเมื่อกัดคำแรก บวกกับรสเค็มมันของต้นหอมสด ทำให้อร่อยกว่าขนมเปี๊ยะที่เคยกินจากร้านไหน ๆ
ขั้นตอนห่อแป้งใส่ไส้ต้นหอมอย่างพิถีพิถัน
ก่อนจะม้วนและแผ่เป็นแผ่นบางเพื่อทำแพนเค้กต้นหอมแสนกรอบ
มือใหม่ก็ทำได้ สนุก อร่อย และหอมไปทั้งฟาร์ม
บรรยากาศของฟาร์มเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของนักท่องเที่ยว เด็ก ๆ วิ่งเล่นบนทางเดินไม้ ส่วนผู้ใหญ่ก็นั่งพักใต้เพิงไม้ไผ่ จิบชาร้อนพร้อมชมวิวทุ่งต้นหอมเขียวชอุ่มสุดลูกหูลูกตา ที่นี่ไม่เพียงแต่ให้ความเพลิดเพลิน แต่ยังทำให้เราได้สัมผัสวิถีเกษตรแบบอี๋หลานแท้ ๆ อย่างใกล้ชิด เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสุขอย่างบอกไม่ถูก
จุดเช็กอินที่ 4 ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าน้ำพุร้อนชุนฉุ่ยจี๋ (Chun Shui Ji Spring)
หลังจากใช้แรงกันมาทั้งวัน ทั้งเดินชมพิพิธภัณฑ์ เดินเล่นในสวนป่า และเก็บต้นหอมกลางทุ่ง ถึงเวลาปล่อยร่างกายให้ได้พักผ่อนกันบ้าง จุดหมายสุดท้ายของทริปอี๋หลานครั้งนี้คือ น้ำพุร้อนชุนฉุ่ยจี๋ (Chun Shui Ji Spring) สถานที่แช่น้ำแร่ธรรมชาติชื่อดัง ที่มอบทั้งความผ่อนคลายและบรรยากาศแสนสงบให้เราได้ซึมซับอย่างเต็มอิ่ม
ทันทีที่มาถึง กลิ่นอายของความเงียบสงบก็อบอวลอยู่ทั่วบริเวณ เสียงน้ำไหลเบา ๆ จากบ่อแร่ใสสะอาดช่วยกล่อมใจให้ช้าลงทีละนิด รอบข้างรายล้อมด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มและไออุ่นจากไอน้ำที่ลอยคลุ้งในอากาศ ชวนให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ในชนบทญี่ปุ่น
เหนื่อยจากเที่ยวทั้งวัน มาพักแช่น้ำร้อนที่ชุนฉุ่ยจี๋กันหน่อย
เราตัดสินใจเลือกห้องอาบน้ำส่วนตัวแบบญี่ปุ่น ซึ่งภายในตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยไม้และหินธรรมชาติ เมื่อค่อย ๆ แช่ตัวลงในน้ำแร่ อุณหภูมิอุ่นกำลังดีช่วยคลายความเมื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสียงฝนที่ตกพรำข้างนอกยิ่งเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย จนแทบไม่อยากลุกออกจากบ่อ
จิบเครื่องดื่มจากตู้สุดน่ารัก แล้วแช่น้ำพุร้อนชุนฉุ่ยจี๋กันต่อเลย !
ช่วงเวลานั้นไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้แช่น้ำอุ่น มองไอหมอกลอยเหนือผืนน้ำ และปล่อยใจให้ว่างเปล่าในบรรยากาศเงียบสงบของชุนฉุ่ยจี๋ น้ำพุร้อนแห่งนี้ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูร่างกาย แต่ยังเยียวยาจิตใจ ให้ทริปอี๋หลานจบลงอย่างอ่อนโยนและน่าจดจำที่สุด
วิธีการเดินทางจากไทเปมาอี๋หลาน
สำหรับใครที่สนใจอยากเดินทางมาเที่ยวอี๋หลาน เปลี่ยนบรรยากาศแสง สี ในเมือง มาอิงแอบธรรมชาติสักนิดสักหน่อย มีวิธีเดินทางง่าย ๆ มาฝาก
-
เดินทางด้วยรถไฟ การเดินทางจากไทเปมาอี๋หลานด้วยรถไฟถือว่าสะดวกและรวดเร็วที่สุด ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง สามารถขึ้นได้จากสถานี Taipei Main Station โดยมีปลายทางที่สถานี Yilan หรือ Luodong ซึ่งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลัก ขบวนที่แนะนำคือ Taroko Express หรือ Puyuma Express ที่วิ่งตรงและใช้เวลาน้อย ควรจองตั๋วล่วงหน้าโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
-
เดินทางด้วยรถบัส เป็นอีกทางเลือกยอดนิยมคือการนั่งรถบัสจากไทเปมายังอี๋หลาน ซึ่งมีหลายบริษัทให้บริการ เช่น Kamalan หรือ Capital Bus รถออกจาก Taipei City Hall Bus Station และ Taipei Bus Station ตลอดทั้งวัน ใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง เส้นทางนี้จะผ่านอุโมงค์ Snow Mountain Tunnel ที่ยาวและสวยงาม ทำให้การเดินทางราบรื่นและไม่ต้องเปลี่ยนรถระหว่างทาง
ทริปอี๋หลานครั้งนี้พาเราเดินทางผ่านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตเรียบง่ายที่งดงามในทุกมุม เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อาจดูเงียบสงบ แต่กลับอบอวลด้วยเสน่ห์และความอบอุ่นที่ยากจะลืม เหมาะที่สุดสำหรับการมาพักใจและค้นหาความสุขจากความเรียบง่ายอีกครั้ง
#ไต้หวันมะ #TaiwanWavesofWonder #TaiwanTourism #TaiwanTourismTH





