x close

เที่ยวจอร์เจีย พาตะลุยประเทศวิวสวย เที่ยวง่าย ไม่ต้องขอวีซ่า

          จอร์เจีย ประเทศสุดขอบทวีปเอเชีย ชวนไปตะลอนทัวร์สถานที่ท่องเที่ยวจอร์เจียที่สวยงามราวกับสวรรค์ พร้อมกับแนะนำที่พักและร้านอาหารพื้นเมืองอร่อย ๆ ใครวางแผนเที่ยวจอร์เจียไม่ควรพลาด

          ไปเที่ยวจอร์เจียกันไหม ? ระยะหลัง ๆ มานี้มักได้ยินคำถามเชิงชักชวนจากเพื่อนหลายคนอยู่บ่อยครั้ง อาจเพราะภาพบรรยากาศความสวยงามของ "จอร์เจีย" (Georgia) ปรากฏให้เห็นตามโซเชียลต่าง ๆ ซึ่งโดดเด่นไปด้วยที่เที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรม มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายแบบให้เลือก อีกทั้งคนไทยยังไม่ต้องขอวีซ่า มีพาสปอร์ตเพียงใบเดียวบวกกับเงินก็สามารถไปเที่ยวได้แล้ว นั่นแน่ ! เริ่มอยากไปเที่ยวจอร์เจียกันแล้วล่ะสิ เอาเป็นว่าก่อนอื่นตามบันทึกการเดินทางจากเพจท่องเที่ยวใหม่ที่น่าติดตาม เฟซบุ๊ก Iceintravisit และเจ้าของอินสตาแกรม iceintravisit ที่ได้ไปเยือนจอร์เจีย พร้อมกับนำประสบการณ์ระหว่างทางที่ได้พบเจอมาส่งต่อให้เราได้รู้กัน 

Georgia เดือน November เขาว่าเป็น
Dead season แต่สำหรับผมแล้วมันคือ Best season
          เมื่อราว ๆ กลางปีที่ผ่านมา ผมถูกป้ายยาจากรีวิวประเทศที่ไม่เคยคิดจะไปด้วยคำพูดที่ว่า สวยกว่าสวิตเซอร์แลนด์ ถูกกว่าเมืองไทย มันจะจริงเหรอ เว่อร์ละ ผมเริ่มหาข้อมูลเพิ่ม พออ่านหลาย ๆ รีวิวเข้าก็เริ่มเชื่อ และแล้วแพลนเที่ยวเวียดนามที่จองตั๋วไปแล้วก็ถึงกับล่ม !! จัดเลยแล้วกันวะ จอร์เจีย ต้องรีบไปก่อนที่คนจะแห่กันไปมากมาย วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ผมจะป้ายยาคนอื่นบ้าง และนี่คือบันทึกความทรงจำ Georgia in November ของผมโดยที่ผมจะแทรกข้อมูลที่อาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนที่กำลังหาข้อมูลท่องเที่ยวจอร์เจียอยู่นะครับ 

          ผมเดินทางกับเพื่อนอีก 1 คน เป็นเวลา 10 วัน แผนการเดินทางครั้งนี้จะแบ่งเป็น 3 พาร์ต 3 เมืองครับ
  • Kazbegi (Stepantsminda)
  • Mestia
  • Roshka


          โดย 2 ใน 3 ของการเดินทางจะเน้น Road Trip เป็นหลัก โดยเราเช่ารถตั้งแต่วันแรกที่เดินทางถึงสนามบิน Tbilisi จนถึงวันเดินทางกลับ และเราซื้อเวลาเพิ่มด้วยการนั่งเครื่องบินใบพัดขึ้นไปยังเมืองทางตอนเหนือของจอร์เจีย "Mestia" โดยเที่ยวบินไป-กลับจะใช้เวลาเพียงเที่ยวละ 50 นาที ซึ่งแน่นอนว่ามันคุ้มค่ากับการเสียเงินเพิ่ม ถ้านับว่าต้องแลกกับการนั่งรถลัดเลาะข้ามเขาถึงขาละ 9 ชม. ยังไม่ต้องพูดถึงวิวแบบสุดจะ Exclusive ระหว่างไฟลต์ที่แทบจะเรียกได้ว่า จ้างเครื่องบินส่วนตัวพาชมวิว และจะจบด้วยการไป "Roshka" เพื่อจะเดินเทรกสั้น ๆ ไปชม Abudelauri Lake แผนการเดินทางของผมทั้งหมดนี้อาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายสูงหน่อย แต่ถ้าแลกกับความสะดวกสบายแล้วก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ ครับ อย่างไรก็ตามแผนการเดินทางสามารถปรับเปลี่ยนให้ค่าใช้จ่ายลดลงได้ครับ
 

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวจอร์เจีย

  • สัญญาณอินเทอร์เน็ต Pokefi Wi-Fi Thailand Wi-Fi เครื่องเดียวเที่ยวได้ทั่วโลก สามารถใช้ได้ดีในเมืองทุกเมืองครับ แต่อย่างไรก็ตามควรซื้อซิมไว้ด้วย ใช้ควบคู่กันไปอุ่นใจครับ
  • วีซ่า (Visa) สำหรับคนไทยไม่ต้องใช้ครับ สามารถอยู่ได้ 365 วัน แต่ตอนนี้กำลังจะถูกลดลงเหลือ 30 วันครับ


 ค่าใช้จ่ายเที่ยวจอร์เจีย

  • ค่าเครื่องบินไปจอร์เจียร์ : สายการบิน Emirates 25,000 บาท (น่าจะหาถูกกว่านี้ได้ แต่ส่วนตัวชอบบริการของ Emirates)
  • ค่าใช้จ่ายทั้งทริป 10 วัน รวมค่าเช่ารถ ที่พัก และค่าเครื่องบินใบพัดแล้ว 25,000 บาท
  • ทริปนี้กินดีอยู่ดีครับ ถ้าตัด Rooms Hotel ที่ราคา 7,000 บาทต่อคืน ออกไปก็ประหยัดได้เยอะครับ
  • ถ้าเช่ารถแค่บางวันก็ประหยัดไปได้อีกครับ
  • สำหรับคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็คงประหยัดได้อีกเยอะครับ เพราะผมไป 10 วัน ดื่มยับทุกวันแบบไม่แคร์ตับ

    รวมทั้งทริปแล้วตก 50,000 บาท 10 วัน แบบไม่มีกั๊ก ผมถือว่าไม่แพงเลย


          ข้อดีของการจัดทริปแบบนี้คือ เราจะมีเวลาอยู่ Kazbegi 2 คืน Mestia 2 คืน Roshka 2 คืน แบบไม่ต้องรีบร้อนครับ แถมยังได้นั่งเครื่องบินใบพัดชมวิวอีกต่างหาก

          แลกเงินได้ที่สนามบินเลยครับ เรตจะสูงกว่าข้างนอกแต่ไม่มากครับ ผมแลก USD ไปจากเมืองไทยครับ 1 ลารี จะเท่ากับ 10 บาทนิด ๆ ครับ

ข้อมูลที่พักจอร์เจียแนะนำ

ที่พัก Kazbegi

  • Sunshine Kazbegi ถูกและดี
  • Rooms Hotel แพงมากแต่อลัง


ที่พัก Roshka

  • korsha Guesthouse ราคาถูก บ้าน ๆ Feel Good ครับ


เช่ารถ

  • รถที่ผมใช้คือ Sabaru Forester ทะเบียน DE-774-ME เจ้าของรถชื่อ Tamuna D. เจ้าของรถน่ารักมากครับ ค่ารถวันละ 1,100 บาท รวมประกันไว้แล้วครับ (ดูรายละเอียด คลิกที่นี่)
  • จองตั๋วเครื่องบินใบพัดไป Mestia (ดูรายละเอียด คลิกที่นี่)

สรุปทริปจอร์เจียแบบย่อ

  1. Day 1 ถึง Tibilisi
  2. Day 2 ขับรถไป Kazbegi
  3. Day 3 อยู่ Kazbegi ต่อ
  4. Day 4 ขับกลับมานอนแถว Tibilisi เพื่อขึ้นเครื่องใบพัดไป Mestia
  5. Day 5 ขึ้นเครื่องไป Mestia
  6. Day 6 อยู่ Mestia ต่อ
  7. Day 7 บินกลับมา ขับรถไป Roshka
  8. Day 8 trek ไป Aubdelauri Lake แต่ทางปิดอดไป จึงต้องกลับ Tibilisi
  9. Day 9 Tibilisi
  10. Day 10 back Bkk

    ฝาก ig iceintravisit ครับ

Day 1 : Tibilisi

          ไปกันเลยครับ
เที่ยวจอร์เจีย

          การเดินทางมาถึง Tibilisi ของเราค่อนข้างสาหัสสากรรจ์ เพราะรอต่อเครื่องกว่า 5 ชั่วโมงที่ดูไบ สองมนุษย์ที่อดหลับอดนอนจากการทำงานมาก่อนหน้านี้ ถ้ามีไฟลต์ไดเรกต์ก็ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังครับ อย่าลำบากแบบพวกผมเลย เมื่อพาสองร่างที่เกือบจะไร้วิญญาณมาถึง Tibilisi ได้เราก็ติดต่อรับรถกับผู้เช่ารถที่เราติดต่อไว้แล้วล่วงหน้า (จากบริษัท Local Car Hires) เราเลือกรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางของเราครับ เพราะเส้นทางแทบจะ 100% เป็นการขึ้น-ลงเขา แม้กระทั่งในตัวเมือง ยังมีถนนหลายเส้นที่ลาดชันมาก เจ้าของรถเช่าใจดีจัดหาซิมการ์ดโทรศัพท์มาให้ตั้งแต่ตอนรับรถ เป็นซิมของ Magticom ใช้งานได้ดีทีเดียว แต่ถ้าใครคิดว่าแค่ใส่ซิมแล้วจบ คุณพลาดแล้ว มัน Activate ยากมากครับ ให้คนท้องถิ่นหรือคนขายซิมนั่นแหละครับช่วยเติมเงินให้ แล้วชีวิตจะดีกว่าที่ผมเจอมาอย่างแน่นอน

          คนที่นี่ค่อนข้างเป็นมิตรครับ อาจจะดูเป็นเสือยิ้มยากไปบ้าง แต่ส่วนมากพร้อมช่วยเหลือเสมอ อ้อ...ที่นี่อัตราการเกิดอาชญากรรมเรียกได้ว่าต่ำมากครับ เรื่องโจรขโมยแบบทางเมืองท่องเที่ยวของยุโรปนี่ไม่มีให้เห็นเลยตลอดการเดินทางนี้

          เราเดินทางมาถึงเย็นแล้ว วันแรกเลยรีบเข้าที่พักเอาแรงเตรียมลุยต่อ เจ้าของที่พัก Airbnb แนะนำร้านอาหารไม่ไกลให้เรา เป็นร้านของโรงแรม Rooms Hotel Tbilisi ชื่อ Lolita และที่นี่เราได้สัมผัสกลิ่นรสที่แท้จริงของ Georgian Wine เป็นครั้งแรก ! ไม่พูดเยอะ บอกได้แค่สมคำร่ำลือ ! (รูปนี้ถ่ายในเมือง Tibilisi เดือนนี้ใบไม้เปลี่ยนสีทั้งเมือง ถ่ายตรงไหนก็สวยครับ เลนส์ 70-200 f2.8 ครับ)

เที่ยวจอร์เจีย

Day 2 : Road Trip to Kazbegi

          วันแรกที่ตื่นมาในประเทศนี้ พร้อมสำหรับ Road Trip สุดท้ายของปีละครับ คนพร้อม รถพร้อม... Navigator ไม่ค่อยพร้อมครับ หลงทางในเมืองกลับรถกันแปดตลบกว่าจะขึ้นไฮเวย์ออกจากเมืองได้ ไหนจะงงสุด ๆ กับการขับพวงมาลัยซ้าย และขับเลนขวาเป็นครั้งแรกในชีวิต คนที่นี่ขับรถใจร้อนมากนะครับ ต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก ๆ กว่าจะออกจากเมืองได้ก็ทำเอาเครียดพอสมควร แต่ออกจากเมืองมาได้ไม่ไกลก็พบว่า เฮ้ย...วิวข้างทางมันสวยได้ขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย ห่างจากเมืองมาได้ไม่ถึงชั่วโมงคุณจะเริ่มเห็นวิวที่สวยแบบตกตะลึง และสวยขึ้นเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ และเรื่อย ๆ จนผมอดใจไม่ไหวที่จะจอดรถลงไปถ่ายรูปตลอดทาง
เที่ยวจอร์เจีย

          ถึงวิวจะสวยสะพรึงแค่ไหนกองทัพต้องเดินด้วยท้องครับ และความบังเอิญก็พาเรามาพบกับร้านอาหารแรก ซึ่งจริง ๆ แล้วเราตัดสินใจจะจอดถ่ายรูป หน้าร้านดันมีเวิ้งให้เสียบอย่างสวยงามพอดี ฟลุกมากครับกับอาหารพื้นเมืองมื้อแรกของเรา

          "Khinkali" เมนูท้องถิ่นที่หลังจากนี้จะพบเห็นได้ทั่วไปแทบทุกร้าน ลักษณะภายนอกเหมือนเสี่ยวหลงเปา แค่แป้งหนากว่ามาก ๆ และเป็นเสี่ยวหลงเปา Oversized รสของไส้และซุปขลุกขลิกด้านใน ถือว่าอร่อยเลย แต่ที่ว้าวคือซี่โครงเนื้อลูกวัวที่เสิร์ฟบนจานดินเผาร้อน ๆ พร้อมซอสที่อร่อยล้ำจนอยากซื้อสูตรกลับไปทำที่บ้าน Texture เหมือนแกงแขก แต่ได้รสต้มยำข้น มีความเผ็ดซ่าน ๆ บวกกับรสเปรี้ยวที่ไม่แหลมมันช่างพอดี ผักย่างอีกจาน ทั้งหมดนี้มาในปริมาณที่ทำให้สองคนอิ่มได้ ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เลยครับมื้อนี้

          จุดจอดต่อไปของเราคือ Ananuri Fortress ครับ อีกหนึ่ง Landmark ที่มี Panoramic View ที่น่าประทับใจ ที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชม แวะได้ตามสะดวก
เที่ยวจอร์เจีย

          ด้านในก็สวยดีครับ
เที่ยวจอร์เจีย

          ขับไปอีกสักพักก็จะถึง Gudauri ที่เป็นสถานที่สำหรับคนเล่นสกี จะมีสกีรีสอร์ตมากมายครับ และที่นี่เป็นจุดที่ไม่ควรพลาดแวะจอดลงไปเดินเล่นชม Russia–Georgia Friendship Monument และยังสามารถเล่น Paragliding ที่นี่ได้อีกด้วย ส่วนราคาไม่แพงเลยเพียง 1,000 บาทครับ (มุมนี้เดินลอดใต้ Monument มาก็เจอเลยครับ)

เที่ยวจอร์เจีย

           อีกมุมครับ
เที่ยวจอร์เจีย

           ลืมบอกไปว่าไม่เสียค่าเข้าชมนะครับ

เที่ยวจอร์เจีย

          และพวกเราก็เดินทางมาถึง Kazbegi ละครับ ชื่อปัจจุบันอัปเดตแล้วเป็น Stepantsminda แต่ผมก็ว่า Kazbegi มันติดหูและเรียกง่ายกว่าเยอะเลย เราจะอยู่ที่นี่สองคืนครับ ที่พักแรกของเราจาก Airbnb ชื่อ Sunshine Kazbegi พนักงานต้อนรับน่ารักมากครับ พวกเราเป็นหนี้บุญคุณพนักงานที่นี่ก็เรื่องซิมการ์ดนี่แหละครับ กว่าจะใช้งานได้เล่นเอาคนท้องถิ่นยังมึน ละพวกผมจะไปเหลืออะไรล่ะครับ ที่พักราคาพันนิด ๆ ที่แลกกับวิวเขาที่ตีเป็นมูลค่าไม่ได้ และมิตรภาพดี ๆ อ้อ วันนี้ห้องพักผมเป็นห้องที่มีขนาดค่อนข้างพอดี ไม่อึดอัดนักถ้าจะนอน 2-3 คน มีระเบียงที่เห็นวิวภูเขาเต็ม ๆ ตา มองเห็น Gergeti Trinity Church ลิบ ๆ จากระเบียงห้อง ถือว่าเป็นที่พักที่คุ้มค่ามาก (ภาพนี้ถ่ายที่หน้าโรงแรม มีน้องมาเล่นด้วยทุกครั้งที่เข้า-ออกโรงแรม :)

เที่ยวจอร์เจีย

          ถ่ายจากระเบียงโรงแรม Sunshine Kazbegi เลนส์ 14-24 F2.8 ระยะ 14mm ครับ
เที่ยวจอร์เจีย

          น้ำย่อยมาเคาะประตูอีกแล้วครับ เราจะออกหาอาหารเย็นกัน และก็จบลงที่ร้าน Cozy Corner ซึ่งจะว่าไปก็เป็นร้าน Top 5 ของเมืองนี้นะครับ จากที่หาข้อมูลและเทียบรีวิวต่าง ๆ ตอนแรกพนักงานหน้าตาไม่ค่อยรับแขก ไม่น่าประทับใจเลย แต่พอหลอกถามชวนคุยก็รู้สึกผิดที่ตอนแรกไปโมโหเขา เพราะเขาทำคนเดียวทั้งร้าน ทั้งรับออร์เดอร์ ทั้งเสิร์ฟ ทั้งคิดเงิน แกบอกแกทำงานทุกวันจนไม่มีเวลาไปเจอลูกเมีย โถ ๆ ๆ กลับเข้าเรื่องอาหารพื้นเมืองดีกว่า

          Signature Dish อีกเมนูของที่นี่ก็คือ Khachapuri ว่ากันตามตรงมันก็คือพิซซ่าชีสนี่แหละครับ แค่แป้งกะชีสเลย อย่าถามว่าเลี่ยนแค่ไหน...แต่ถ้าคุณชอบชีสและเป็น Pizza Lover คุณน่าจะรักจานนี้ครับ อีกเมนูหนึ่งที่ผมชื่นชอบออกนอกหน้าและถามหาทุกมื้อก็คือ Ostri หรือสตูว์เนื้อ ง่าย ๆ เลยนะ อร่อยสึส !! อยากให้รีวิวมีกลิ่นเลยครับจุดนี้ เมนูสุดท้ายของมื้อนี้ ไม่รู้ชื่อเมนูจริง ๆ ครับ บอกแค่ว่าเห็ดกับชีส เพราะจำได้ว่าพนักงานที่โรงแรมบอกชื่อเมนู และมันเรียกยากเกินสกิลการสื่อสารของพวกเราไปนิดหนึ่ง แต่อร่อยครับ

          ก่อนกลับเข้าที่พักเราก็แวะเข้าซื้อเสบียงที่หนัก ๆ แล้วคือไวน์ และที่รอง ๆ คือเบียร์ เราพบว่าราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของที่นี่มันช่างถูกแสนถูก ไวน์ขวดละ 100 กว่าบาท เบียร์ 2.5 ลิตร 70 บาท และหลังจากนั้นเราก็ค้นพบอีกว่ารสชาติมันอร่อยเกินราคาไปมากเลย !!

          สำหรับวันแรกนี้ผมไม่แปลกใจที่ใคร ๆ ก็ตกหลุมรักจอร์เจีย ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ครับว่าจอร์เจียทำให้ผมตกหลุมรักตั้งแต่ (วัน) แรก (ที่) เจอ
เที่ยวจอร์เจีย

Day 3 : Kazbegi

          วันนี้ตื่นแต่เช้า ตั้งใจจะลากเพื่อนร่วมทางไปเก็บภาพป่าสนในม่านหมอกครับ จากที่เมื่อวานเย็นขับรถผ่านป่าสนก็จินตนาการไว้ว่าพรุ่งนี้เช้ามันต้องมีหมอกลงแน่ ๆ เลย ป่าสนในม่านหมอก หึ ๆ ๆ แต่พอมาถึงที่จริงก็วืดแบบจังหวะซิตคอม ไหนหมอกวะ หมอกหายกริ๊บ ประหนึ่งจำศีลอยู่ ยังไม่ตื่น เลยต้องกลับมาตั้งหลักที่ที่พักก่อนที่จะเดินทางไปยังเป้าหมายหลักของเมืองนี้... Gergeti Trinity Church (มุมนี้อยู่แถว ๆ ร้านอาหาร Cozy Corner ครับ เลนส์ 14-24 f2.8 ระยะ 14mm ครับ)

เที่ยวจอร์เจีย

          แค่ทางขึ้นก็สวยแล้ว
เที่ยวจอร์เจีย

          และเราก็หลงทางอีกแล้ว แต่ถ้าไม่หลงก็คงจะไม่ได้มาที่นี่ และถ่ายภาพนี้ 24-70 f2.8 ระยะ 24mm
เที่ยวจอร์เจีย

          และภาพนี้
เที่ยวจอร์เจีย

          ถึงละครับ ไม่อยากลงรูปที่นี่เยอะ เอาเป็นว่าไปลองดูเองดีกว่าครับ (เลนส์ 70-200f2.8 ระยะ 200mm ครับ)
เที่ยวจอร์เจีย

          หลังจากมื้อกลางวันเราก็เก็บกระเป๋าไปเช็กอินที่พักแห่งที่สามของเรา ซึ่งเป็น Climax ของทริปเลยดีกว่า ตั้งตารอมาสามเดือน สำหรับ Rooms Hotel Kazbegi (เลนส์ 14-24 ระยะ 14 ครับ)
เที่ยวจอร์เจีย

          อืมมมม รอเช็กอินนานแสนนานตามสไตล์โรงแรมดัง แถมพนักงานให้เรารอแล้วลืมอีก ค่อนข้างเฟลกับการจัดการของโรงแรมนิดหน่อย ทั้งขนาดของห้องพักที่ค่อนข้างเล็กและ Interior Design ทั้งในห้องและห้องน้ำ ส่วนเรื่องวิวจากห้องพักนั้นบอกเลยว่าปัง ! ถึงแม้ห้องไม่สวยอย่างที่หวัง Balcony ไร้ซึ่ง Privacy แต่วิวจากระเบียงห้องคือว้าวจริง ๆ ครับ และเนื่องจากการนั่งชิลไวน์ที่ระเบียงนั้น เราค้นพบว่า Secret Highlight ของที่นี่คือ Outdoor Jacuzzi บ่อน้อยบ่อเดียวในโรงแรม ซึ่งอยู่ในโซนฟิตเนสสระว่ายน้ำ และฟิตเนสกับสระว่ายน้ำก็ไม่ควรสกิปแต่อย่างใด คุณครับ การวิ่งลู่ในภาพตรงหน้าแบบนี้หรือว่ายน้ำพร้อมมอง Panoramic View มันไม่ได้หากันได้บ่อย ๆ นะครับ (ภาพนี้ถ่ายจากระเบียงห้อง Rooms Hotel เลนส์ 70-200f2.8 ระยะ 200mm)

เที่ยวจอร์เจีย

          ระเบียงห้องครับ
เที่ยวจอร์เจีย

          ถ่ายจากพื้นที่ส่วนกลางของโรงแรม Rooms Hotel ครับ
เที่ยวจอร์เจีย

          ภายในโรงแรมเขาไม่อนุญาตให้ใช้กล้องถ่ายรูป มือถือได้อย่างเดียวครับ
เที่ยวจอร์เจีย

Day 4 : กลับจาก Kazbegi มานอนแถวสนามบิน Natakhtari Airfield พรุ่งนี้ขึ้นเครื่องไป Mestia

          วันนี้จากแผนที่วางไว้ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะเราต้องการใช้เวลาอยู่ที่โรงแรมแสนแพงนี้ให้นานที่สุด คุ้มค่าที่สุด อ่อลืมบอกไปว่าอาหารเช้าที่ Rooms Hotel นั้นมันช่างดีงามเสียจริง ๆ กว่าจะออกจากโรงแรมก็บ่ายครึ่งแล้ว ต้องขับรถกลับไปนอนแถวในเมืองอีกอย่างต่ำ ๆ 5 ชม. ผมคิดไว้ว่าจะไม่แวะถ่ายรูปอะไรมากมายแล้ว เพราะมันก็ทางเดิมกับที่ขับมา แต่ ๆ ๆ ถึงเวลาเข้าจริงขับไปสักพัก พี่หมอกมาครับ มาเยอะด้วย และเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จะไม่ลงไปถ่ายรูปก็คงจะเสียดายไปถึงชาติหน้า ผมจึงขอร้องเพื่อนที่ขี้หนาวสุดขีดของผมว่าขอแวะลงไปถ่ายรูปตรงนี้หน่อยเถอะ และแล้วก็ได้รูปที่ชอบที่สุดในทริปนี้มาจากจุดนี้นี่เอง (ขับเลย Gudauri มาหน่อยจะมีทางเลี้ยวขวาเข้ามาในบริเวณนี้ครับ)

เที่ยวจอร์เจีย

เที่ยวจอร์เจีย

เที่ยวจอร์เจีย

          รูปที่ชอบที่สุดในทริป
เที่ยวจอร์เจีย

เที่ยวจอร์เจีย

เที่ยวจอร์เจีย

          เหมือนจะจบวันแล้วแต่ยังครับ ระหว่างทางกลับจะมีรถบรรทุกวิ่งช้าค่อนข้างเยอะ ผมสังเกตที่นี่จะมีรถตำรวจดักรออยู่ตลอดทาง ได้ข่าวมาว่าตำรวจที่นี่โหดน่าดู ขับไปเรื่อย ๆ ก็เจอคนโดนจับทำหน้าเครียดพยายามเจรจา ในใจคิดว่าหึ ๆ ๆ กรูรอดโว้ย...ไปก่อนนะจ๊ะ ขับต่อไปเจอรถบรรทุกขับช้ามาก ๆ ผมมองทางแล้วอ่าวโล่ง จึงเร่งแซงแบบสบาย ๆ ทันใดนั้นรถตำรวจที่ซุ่มอยู่เลนตรงข้ามก็กะพริบไฟหน้าใส่ผมสองที ชิบหายแล้ว ลองขับไปแบบแกล้งแบ๊วไม่รู้ไม่เห็นดูสิ มองกระจกหลังไป เฮ้ยพี่เขาพุ่งตามมาอย่างไวและเปิดไฟหวอขับมาจ่อตูด เปิดเสียงอ๊อด ๆ ให้จอด จนมุมยังไงก็หนีไม่พ้น

          ผมจอดข้างทาง มองกระจกข้างตำรวจกำลังเดินมา พยายามใจเย็น เปิดกระจก คุณทำผิดกฎจราจร ต้องจ่าย 2,000 ลารี ซึ่งเท่ากับ 21,000 บาท ใจผมตกไปที่พื้น ผมไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นครับ ได้โปรดช่วยผมเถอะครับ ตำรวจเดินกลับรถพร้อมพาสปอร์ตและใบขับขี่สากลของผม หายไปราว ๆ 10 นาที ระหว่างรอเหมือนมีแผ่นดินไหวอยู่ในใจ ตำรวจเดินกลับมาบอกว่าค่าปรับ 20 ลารี ไม่ทราบว่าทำไมถึงลดราคาลงมามากขนาดนี้ ผมกราบงาม ๆ พร้อมโค้งคำนับแบบหัวแทบปักพื้น รอดตัวไปครับ

เที่ยวจอร์เจีย

Day 5 : Take off to Mestia

          หลังจากที่เมื่อวานเรากลับมาตั้งหลักในเมืองเพื่อเดินทางไปรอขึ้นเครื่องบินใบพัดที่สนามบิน Natakhtari Airfield วันนี้เราออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด เป็นการเริ่มต้นวันเช้าที่สุดของทริป เราเผื่อเวลาไว้เยอะเลยมาถึงก่อนเวลาเช็กอินเกือบ 2 ชม. พอได้เวลาก็ไปครับ กัปตันแทรกตัวผ่านเอกซเรย์ไปก่อนหน้า อืมมมมมม กลิ่นเหล้าฟุ้งดีเหลือเกิน 55

เที่ยวจอร์เจีย

          ภาพข้างทางของเครื่องบินเล็กมันช่างต่างกับวิวข้างทางจากออฟฟิศลอยฟ้าของพวกเราเหลือเกิน (เราสองคนเป็นแอร์ฯ-สจวร์ด) มันใกล้จนแทบจะเอื้อมแตะได้ ทั้งท้องฟ้า ภูเขา ป่าสน หมอก วิ่งเล่นในระดับสายตาเราตลอดทาง นี่มันคงเป็นกำไรชีวิตในอีกรูปแบบของผม คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ซื้อเวลาด้วยการเสียเงินเพิ่มกับตั๋วเครื่องบินในประเทศแบบนี้ Flight Time 50 นาที บินจริง 45 นาที เสียเงินมากขึ้นเพื่อซื้อเวลาและความมสะดวกสบายในการเดินทาง อาหารตาที่ว่ามาเป็นของแถมที่ดูจะมีมูลค่ามากกว่าก็เท่านั้นเอง

เที่ยวจอร์เจีย

          เวรกรรม งานเข้า เราเช็กอินได้บ่ายสาม แต่เครื่องแลนด์สิบโมงเช้า ติดต่อ Host ไม่ได้ แต่ยังไงก็ต้องเข้าที่พักไปเก็บของ พนักงานสาวสวยที่สนามบินเรียกรถเช่าของคน Local ให้ ชายนิรนามบอก 10 ลารี เท่านั้นแหละ รีบขยับตัวให้ไวก่อนเขาขึ้นราคา

          ทางขึ้นที่พักก็ลึกลับดีครับ ลึกลับขนาดที่ Google Map ไปไม่ถูก ต้องพึ่ง Map ในหัวคนรถอย่างเดียว และแล้วก็ถึง ใช้เวลาเพียง 10 นาที ที่พักภาพตรงปกเป๊ะเลย นี่มันที่พักแบบที่เราคาดหวังเด๊ะ ! ใครช่างมีจินตนาการมาทำที่พักบนนี้หนอ ที่พักของเราไม่ได้อยู่ในเมืองนะครับ ต้องขึ้นเขามาอีกหน่อยหนึ่ง ทำให้สามารถเห็นเมือง Mestia ได้เกือบทั้งเมืองจากที่พักเลย เมื่อขนของลงจากรถเสร็จ พี่คนขับสุดหล่อก็บีบแตรปิ๊น ๆ ให้สัญญาณเจ้าของบ้านว่าเธอ ๆ มีผู้บุกรุกหัวดำสองคนนะ แล้วก็ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตใดปรากฏออกมา เมื่อเราพบว่าประตูทางเข้าไม่ได้ล็อก เราก็ทำตัวมีมารยาทมากด้วยการเชิญตัวเองและสัมภาระเข้าไปหาที่นั่งพัก นั่งตรง Wine Bar ส่วนกลางได้ไม่นานก็มีมนุษย์เดินมา จนนางมาถามว่าจองที่พักวันนี้ไว้เหรอ เราถึงได้สัมผัสไออุ่นจากฮีตเตอร์ในบ้านเลขที่ห้า ขอพักสักครู่ แล้วเราจะไปสำรวจ Meatia กัน !

เที่ยวจอร์เจีย

          หลังนอนเอาแรงแบบสโลว์ไลฟ์สักพักแล้ว เข้าไป Center ของเมืองดีกว่า... กริบ.... นี่มันฉากเมืองร้างในหนังซอมบี้ชัด ๆ  มาค้นพบว่าเดือนกุมภาพันธ์และพฤศจิกายนเป็นเหมือนช่วงซ้อมตายของเมืองนี้ เป็นช่วงสงบเงียบที่สุด แต่ความเงียบสงบกลับทำให้ผมชอบเมืองนี้มากเป็นพิเศษ ผมอาจจะหลงรักเมืองนี้ที่ความสงบเรียบง่ายแบบนี้แหละ ยินดีที่ได้รู้จักครับ มีสเตีย

          เดินหารถไป Ushguli ได้ที่ Center พรุ่งนี้เช้าเราจะไปกัน แล้วก็ได้รถตู้ในราคา 200 ลารี ไป-กลับ คนขับไม่ขอเบอร์ติดต่อไว้ วัดใจกัน มาก็มา ไม่มาผมก็ซีด อาหารมื้อนี้ครับ เราเจอ 1 ใน 3 ร้านที่ยังเปิดทำการ เราเลือกร้านนี้เพราะมี Zone Outdoor และก็ไม่ผิดหวัง Homemade Wine ของร้านนี้ทำให้ผมกับเพื่อนถึงกับต้องสั่ง Take Away ไปอีกลิตรหนึ่ง หลังจากกินกับอาหารไปแล้วคนละสามแก้ว มันละมุนมากจริง ๆ ครับ พนักงานและทุกคนในร้านดูเป็นมิตรมาก ทำให้เราสบายใจเหมือนนั่งคุยกับเพื่อนใหม่ที่น่ารัก ส่วนหนึ่งอาจเพราะเขาสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี พออิ่มแล้ว เริ่มหนาว เราก็ต้องรีบเดินกลับก่อนมืดครับ เนื่องจากทางกลับที่พักเป็นทางลาดชัน ลื่น วังเวง และไม่มีแสงไฟ แหมะ ๆ ๆ ตบมือให้ตัวเองแทบไม่ทันที่เลือกมาช่วง Off Seasoned แบบนี้

          ระหว่างทางเดินกลับก็มีน้องหมาที่ตัวใหญ่ยักษ์วิ่งกระดิกหางมาหาผม หมาที่นี่เยอะมากและตัวใหญ่มากครับ แต่พวกเขาไม่น่ากลัวเลย แถมยังเป็นมิตรเหมือนรู้จักกันมานาน เจ้ายักษ์เดินมาส่งตลอดทางจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำมันก็หยุดที่ตรงนั้นเหมือนสุดเขตแดนของมันแล้ว ถ้าใครรักสัตว์ที่นี่ก็นะเป็นสวรรค์ของคุณเลยล่ะครับ

          Highlight ของวันกำลังจะมาถึงนี่แหละครับ ไม่มีอะไรใช่กว่านี้แล้ว การได้นั่งบน Bean Bag ระเบียงกระท่อมน้อย จิบเบียร์ที่อร่อยจนช็อกตาตั้งอย่างเบียร์ Kayaki เปิดเพลงเบา ๆ อยู่ใต้ดาวท่วมหัว นึกไม่ออกจริง ๆ ครับว่าจะมีอะไรดีกว่านี้ ถ้าเทียบกับ Rooms Hotel Kazbegi ราคาไม่ได้สร้างความสุขเสมอไป เพราะสถานที่นี้ได้มอบความสุขที่ออกมาจากใจอย่างแท้จริงโดยไม่จำเป็นต้องแพงเลย เมื่อย้ายตัวเองออกไปนอนดูดาวที่ลานกลางที่พักตอนที่ดึกขึ้นและดาวสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ภาพที่เห็นคือ Milky Way ที่มองเห็นด้วยตาเปล่า เพลงเพราะ ๆ อากาศเย็น ๆ เหมือนผมหลุดไปในอวกาศ น้ำตาซึมออกมาไม่รู้ตัว ขอบคุณสำหรับอะไรก็ตามที่ทำให้ผมได้เห็นภาพจำแบบนี้ครับ

เที่ยวจอร์เจีย

Day 6 : Meatia

          ตื่นเช้ามางง ๆ สงสัยว่านี่อยู่ที่ไหนวะ คงจะดื่มหนักไปหน่อย เอามือแง้มผ้าม่านดูเจอบ้านที่มีปล่องไฟ มีควันออกมา ฟ้าที่ยังไม่สว่างดี แต่ก็สว่างพอที่จะเห็นวิวของเมือง ผมตัดสินใจเดินออกจากห้องไปท้าความหนาว เดินเล่นอยู่แถว ๆ นั้นมองเมือง Meatia จากตรงนี้ มันช่างสวยงามจริง ๆ เป็นเมืองชนบทที่สวยมาก ผมรู้สึกสงบสุขในใจ จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่มีความรู้สึกแบบนี้ก็คงจะเป็นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา ป่าสนวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว

          09.55 น. เสียงแตรรถดัง คนขับรถมาถึงก่อนเวลานัดหมาย แต่ผมยังอาบน้ำอยู่เลย เรตไป 15 นาที ลุงจิมมี่ไม่ว่าอะไร ลุงจะเป็นคนขับพาเราไป Ushguli หมู่บ้านที่อยู่กลางหุบเขา และเป็นหมู่บ้านที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป ระหว่างทางลุงจิมมี่พยายามทำหน้าที่ไกด์ที่ดีโดยการชี้นู่นนี่และอธิบาย แต่ลุงครับผมฟังไม่รู้เรื่องเลยครับ ต้องยอมรับว่าทางไปไม่เป็นมิตรกับคนขี้เมารถอย่างผมเลยแม้แต่น้อย แต่โชคดีที่มียาแก้เมาคือวิวระหว่างทางที่เป็นถนนลัดเลาะเขาหิมะ ใบไม้สีแดงสลับเหลือง ต้นสนสีเขียว ลำธารสีฟ้ากระทบหินเป็นฟองขาวตลาดทาง เฮ้ย...จะบ้าป่ะ สวยขนาดนี้กรูไม่ยอมนอนหรอกโว้ย มาถึง Ushguli ในเวลาเที่ยง แดงแรงขนาดนี้คนชอบถ่ายภาพอย่างผมไม่ค่อยจะถูกใจสักเท่าไร ผมเลยเดินเล่นในเหมืองร้างนี้ไปแบบชิล ๆ สำหรับผมแล้ววิวข้างทางน่าประทับใจมากกว่าตัวเมืองเสียอีก

เที่ยวจอร์เจีย

          ขามาใช้เวลา 2 ชม. กลับอีก 2 ชม. หิวจนจะเป็นลม กลับมาลุงจิมมี่บอกให้ลุยร้านนี้เลย Sunseti แล้วมันก็ดีจริง ! ผมแนะนำเลยว่าร้านนี้เด็ด โดยเฉพาะตับไก่ผัดหัวหอม กินเสร็จซื้อเสบียงชุดใหญ่เดินกลับที่พักที่ไม่มีคนอื่นพักอีกแล้ว We own the Place !!! หลังจากพักผ่อนให้หายเหนื่อย ผมคิดว่าเราต้องออกกำลังกายบ้างแล้วล่ะ เลยชวนเพื่อนไปเดินเล่น ไฟฉายคาดหัวที่เตรียมมาคนละอันก็ได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก ทางที่เดินคือต้องเดินขึ้นเขาไปเลาะป่าสนข้างทางเป็นเกล็ดน้ำแข็งระยิบระยับ ใบไม้แดงร่วงเต็มพื้น บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง เดินไปสักพักพระอาทิตย์ก็ตก ฟ้าสีส้มอมม่วงสวยงาม เป็นวันแรกที่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกแบบเต็ม ๆ

เที่ยวจอร์เจีย

          วันนี้ก็กลับมานั่งที่เดิม ทำทุกอย่าง Repeat ในชีวิตเราจะมีคืนที่มันชิลได้ขนาดนี้สักกี่คืนนะ ภาพนี้คงเป็นภาพจำไปอีกหลายปี หรืออยู่ในความทรงจำไปตลอดชีวิตเลยมั้ง นี่สินะ มีสเตียที่คาดหวัง เกินความคาดหวังไปไกลมากจริง ๆ การเดินทาง Part 2 ของเราคงต้องลาไว้ตรงนี้ แล้วไว้เราเจอกันใหม่นะ Mestia

เที่ยวจอร์เจีย

Day 7 : Roshka

          10.05 น. ลุงจิมมี่มาช้าบ้างคราวนี้ แต่ก็มาด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิม ผมเดินออกจากที่พักด้วยใจหวิว ๆ นี่เราต้องจากกันแล้วเหรอ Mestia มันคงเป็นหนึ่งในเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ขอบคุณครับ

          ถึงสนามบินแล้ว นักบินเซตเดิม เพิ่มเติมคือวันนี้ไม่มีกลิ่นละมุด ขากลับวิวระหว่างทางก็สวยงามไม่แพ้วันแรกเลย ว่าจะนั่งดู Vagabond ซะหน่อย แต่ก็อดไม่ได้คว้ากล้องถ่ายรูปรัว ๆ ตามเคย ถ้าถามว่าราคาตั๋วไป-กลับ 2 พันกว่าบาทนั้นคุ้มค่าไหม ผมบอกเลยว่ามรึงคิด 5 พันกรูก็ว่าคุ้มมมมม !

          สนามบินที่ Mestia เล็กมาก แต่การตรวจสัมภาระผู้โดยสารขึ้นเครื่องนั้นซีเรียสกว่าสนามบินใหญ่หลาย ๆ ที่นัก ขนาดว่าขามายังไม่เจอแบบนี้ สำหรับมนุษย์ลอยฟ้าอย่างเราถือว่าดี เพราะนั่นแปลว่าทุกการขึ้น-ลงของเครื่องบิน เรามั่นใจว่าจะปลอดภัย

          กลับมาถึงที่หมาย ขึ้นรถที่จอดทิ้งไว้สองวันแบบไม่เสียค่าจอด ว่าแล้วว่ามันต้องมีหายนะสำหรับทุกการเดินทาง หลังจากแลนดิ้งที่ Natakhtari อย่างปลอดภัย เตรียมเปิดแม็ปขับไป Roshka ก็พบว่าที่พักที่จองอีกสองคืนจากนี้ขอแคนเซิล เฮ้ย...จะแคนเซิลกัน 2 ชม. ก่อนไปเช็กอินจริงดิ เอาไงล่ะ นางบอกจะหาที่ใหม่ให้ งั้นไป ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ลุยให้สุดดิวะ !!

เที่ยวจอร์เจีย

          ระหว่างทางนี่ก็สวยงงอีกละ ทางที่ต้องมาก็ว่าสวยแล้ว ยังไม่นับทางที่หลงเข้าไปอีกเกือบสามกิโลเมตร สวยจนต้องร้องขอให้จอดลงไปถ่ายรูป ขอบคุณทักษะพาหลงของตัวเองขึ้นมาแวบหนึ่ง น่าจะถนนทุกเส้นในจอร์เจียสวยหมดล่ะมั้ง และดันมาหลงในช่วงเวลาที่แสงกำลังดี ก่อน Sunset ของวันเลย (เลนส์ระยะ 14mm)

เที่ยวจอร์เจีย

          แต่พอมาถึงเกสต์เฮ้าส์นี้ เพื่อนผมหัวใจแทบแตกสลาย น้ำตาไหลจุกอกอยู่ข้างใน หมดคำจะพูด แต่ผมกลับชอบแบบมาก ๆ เพราะสถานที่คือโคตร real (เลนส์ ระยะ 14mm)

เที่ยวจอร์เจีย

          Host ที่ดูใจดีมาก ๆ และเซย์ซอรี่ตลอดเวลา แจ้งเราว่าที่นี่ไม่มีห้องน้ำในตัวบ้าน เพราะระบบประปาเสีย คือมีห้องน้ำแหละ แต่ใช้ไม่ได้ ไม่มีฮีตเตอร์ อาบน้ำไม่ได้ ถ้าปวดฉี่ก็ต้องเดินออกไปส้วมข้างนอกที่เป็นเพิงและเป็นส้วมหลุมโบราณท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ เพื่อนผมวิญญาณ DIY เข้าสิง พยายามมองหาอะไรที่จะมาทำห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ไม่สำเร็จ เอาน่ะ...ย้อนวัย เหมือนสมัยมัธยมไปห้องน้ำต้องชวนเพื่อนไป นี่แหละสกิลที่จะได้นำมาใช้แล้ว

          แล้วเรื่องที่ทำให้ใจผมแตกสลายก็บังเกิดขึ้น ทางไป Abudelauri Lake ซึ่งเป็น Climax ของการเดินทาง Part 3 ของเรา และเป็นสิ่งที่ผมตั้งตารอที่สุดในทริป Host ไม่แนะนำให้ไป เพราะเส้นทางจากที่พักไปนั้นเมื่ออาทิตย์ก่อนน้ำหลากลงมาจากเขา แล้วกลายเป็นน้ำแข็ง ซึ่งทางลื่นมาก ถูกตัดขาดเป็นช่วง ๆ เขาไม่แนะนำให้ไป....แต่ด้วยใจคะนองของกระผมนั้นไม่เคยหวั่นกลัวภัยอันตรายเหล่านั้นแม้แต่น้อย กลับมองว่ามันคือความท้าทายยิ่งทำให้เร้าใจคนบ้าระห่ำอย่างผมขึ้นอีกด้วย ผมมองไปหาเพื่อนร่วมทางตัวน้อยจอมขี้หนาวและเหนื่อยง่ายของผมแล้ว แทบไม่ต้องถามว่าจะลุยไหม คำตอบมันออกมาจากสีหน้าของนางแล้วว่า มรึงไปคนเดียวเถอะ !! แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังจะหน้าด้านถามอยู่ดี และคำตอบก็เป็นไปอย่างที่คิดไว้เลย :D

เที่ยวจอร์เจีย

          แปลกที่เรากลับชอบเสียงฟืนที่ปะทุตลอดเวลา เพราะมันแปลว่าไฟยังลุกให้ความอุ่นอยู่ในเตาผิง สามีของ Host เอาฟืนมากองให้เราหน้าเตาประมาณหนึ่ง แต่มันไม่มีทางพอ เราต้องเดินออกไปขนฟืนเพิ่มจากโรงเก็บฟืนข้างบ้าน และเติมทุก 2 ชม. ไม่ให้ไฟดับ ไม่ได้นอนทั้งคืน

          ก่อนมาริน่าจะหายเข้าบ้านไปในคืนนั้น ก็ยกอาหารเย็นมาให้เรา อาหารที่มาริน่าเอามาให้วันนี้เป็นซุปไก่ ที่เหมือนข้าวต้ม เพราะมีข้าวด้วย ความอร่อยคือความร้อนของซุปที่มาตอนหนาวควันออกปากพอดี ถูกที่ถูกเวลามากแม่ มาริน่าเป็น Host ที่น่ารักมากอีกคน ถึงจะสื่อสารกันได้ประมาณ 50% แต่ก็เหมือนอยากคุยอยากต้อนรับขับสู้เต็มที่ นอกจากซุปไก่แล้ววันนี้เราได้กินผักกาดดองแบบจอร์เจีย ซึ่งแกปลูกเอง ขนมปังอร่อยมาก ๆ ที่แกอบเอง มันฝรั่งที่ปลูกและอบเอง และชีสที่แน่นอนแกทำเองจากวัวของแกเอง โฮมเมดที่แท้ทรู แล้วมันดันออกมาดี เป็นครั้งแรกที่ผมกินผักกาดดองกับมันฝรั่งอบเกลือ แกล้มเบียร์ เข้ากันได้ดีจัง

เที่ยวจอร์เจีย

          ในทุกความโชคร้าย มันจะมีความโชคดีเสมอ อย่างน้อยครั้งนี้มันก็เกิดขึ้น

          เปิดประตูดูดาววันนี้ขอเสนอ...ความสุดขั้นสูงสุด ๆ ของดาวท่วมฟ้า แลกกับการต้องเติมฟืนทั้งคืนบรรเทาความหนาวเย็น ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ดาวจะปลอบใจเราเสมอ ทางช้างเผือกวันนี้ยิ่งใหญ่อลังการจนไม่รู้จะหาพรรณนาโวหารไหนมาบรรยาย ความที่หมู่บ้านอยู่ไกลเมืองและแสงไฟ อยู่สูงขึ้นไปบนเขา ทำให้ดาวเล็กดาวน้อยแย่งกันโผล่มาโชว์ตัวแบบไม่มีดวงไหนยอมกัน สวยขึ้นไปกว่าที่เจอในมีสเตียอีก นี่มันบ้าไปแล้ว ผมไม่เคยคาดหวังแม้แต่น้อยว่าจะได้ถ่ายรูปดาวที่นี่ และเป็นไปไม่ได้เลยที่ได้เจอทางช้างเผือก เพราะผมเช็กดวงจันทร์ความสว่างมันอยู่ที่ราว ๆ 65% ซึ่งปกติถ้าจะถ่ายดาวมันควรจะน้อยกว่า 30% แต่โชคมันเข้าข้าง ช้างมันโผล่มาหลังบ้านพอดีทั้งที่ Mestia และที่นี่ คืนนี้ผมนอนใส่เสื้อ 5 ชั้น กางเกง 3 ผ้าห่ม 2 ส่วนเพื่อน เสื้อ 7 กางเกง 4 ผ้าห่ม 2 ยังนอนสั่น แต่ก็ยังนอนยิ้ม :)

เที่ยวจอร์เจีย

Day 8 : back to Tibilisi

          ตื่นมากินอาหารเช้าเป็นไข่เจียวแผ่นบาง ๆ คนละแผ่น ซึ่งเดาได้ว่าไข่จากไก่ของมาริน่าอีกแน่ ๆ และโยเกิร์ตทำเองกับน้ำผึ้งที่มาจากผึ้งเลี้ยงของมาริน่าอีกเช่นกัน ถือว่าเป็นอาหารเช้าที่ Feel ดีมาก เพื่อนบอกว่าถ้าที่นี่มีห้องน้ำส่วนตัวและ Heater คงปฏิเสธไม่ได้ว่าแอบชอบที่นี่เหมือนกันนะ ส่วนตัวผมแล้วผมรักที่นี่

          กำลังกินอาหารเช้าแบบสั่น ๆ มาริน่าก็เข้ามาลาว่าจะไปโรงเรียนแล้ว อ้อ...เธอเป็นครูนี่เอง นักเรียนของเธอช่างโชคดีจัง ด้วยความที่อยากอาบน้ำมาก กินอาหารเสร็จเลยเก็บของออกจากที่พักทันที เข้ามาในรถพบว่าขวดน้ำที่ทิ้งไว้กลายเป็นน้ำแข็งทั้งขวด หนาวแค่ไหนถามใจเธอดู

          ระหว่างทางขับรถกลับ ผมนึกเจ็บใจตลอดทางที่เราอดไป Abudeluari Lake แต่ก็ทำใจ และตั้งใจว่าจะต้องกลับมาแก้แค้นอย่างแน่นอน มาถึงที่พักสุดท้ายในเมือง Tibilisi ที่ตอนแรกเราจองไว้คืนเดียวก่อนกลับ แต่ต้องจองเพิ่มเนื่องจากที่พักก่อนหน้านี้แคนเซิลไปและเราก็ทนอยู่ในสภาพผู้ประสบภัยหนาวไม่ไหว ที่พักอยู่ใจกลางเมืองถือเป็น Location ที่ดี ห้องเป็นลักษณะ Penthouse หรูหราหมาเห่ามาก ไม่เหมาะกับคนอย่างผมสักนิด ราคาเพียง 1,500 บาท สองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ที่ระเบียงมีเตาบาร์บีคิวให้ และวิวสวยงามมาก แค่หันขวาไปก็จะเจอ Holy Trinity Church ในระยะที่แทบจะเอื้อมแตะได้

          สำรวจห้องจนพอใจเราก็ตัดสินใจว่าถ้าที่พักมันจะสบายขนาดนี้ก็ถือว่าพักผ่อนไปเลยแล้วกัน และด้วยความที่เริ่มเบื่อแกงเนื้อแล้วจึงมุ่งหน้าหาคาร์ฟูร์ที่ใกล้ที่สุด ซื้อไวน์กลับบ้านและเนื้อมาทำกินกันที่ห้อง มีอุปกรณ์การทำอาหารครบถ้วน ที่นี่ไม่ควรพลาดด้วยประการใดทั้งปวง ถ้ามาจอร์เจียอีกที่พักที่นี่คือตัวเลือกแรกในดวงใจครับ

เที่ยวจอร์เจีย

Day 9 : Relax day

เที่ยวจอร์เจีย

Day 10 : Back to Bkk

เที่ยวจอร์เจีย

          จบแล้วครับ ขอบพระคุณที่อ่านจนจบ หวังว่าจะได้ประโยชน์อะไรไปบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับ :)
เที่ยวจอร์เจีย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
เฟซบุ๊ก Iceintravisit และ IG: iceintravisit
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
เที่ยวจอร์เจีย พาตะลุยประเทศวิวสวย เที่ยวง่าย ไม่ต้องขอวีซ่า โพสต์เมื่อ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 14:01:12 33,960 อ่าน
TOP