x close

30 ที่เที่ยวลำปาง สวยโดนใจ เที่ยวได้ตลอดทั้งปี

            ที่เที่ยวลำปาง จังหวัดมากเสน่ห์ที่มีธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนที่เงียบสงบ แถมมีอากาศที่บริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวลำปางสวยงามมากมายให้ไปเยือน
เที่ยวลำปาง

เที่ยวลำปาง

            ถ้าพูดถึงที่เที่ยวลำปาง หลาย ๆ คนจะนึกถึงวัดพระธาตุลำปางหลวง รถม้า กาดกองต้า หรือชามตราไก่ แต่จริง ๆ แล้วลำปางยังมีที่เที่ยวอีกมากมายให้ไปสัมผัส และเราเคยนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวลำปางไปแล้วในกระทู้ เที่ยวลำปางกับ 10 สถานที่สุดประทับใจน่าไปสัมผัส วันนี้เราเลยขอหยิบเอาที่เที่ยวลำปางอื่น ๆ มาแนะนำกันด้วย บอกเลยว่า...ลำปางจะไม่ใช่เมืองทางผ่านสำหรับการเดินทางไปยังจังหวัดอื่น ๆ อีกต่อไป

1. ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

            ก่อนไปเที่ยวที่อื่น ๆ เริ่มแรกเราชวนให้ไปสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดลำปางด้านตะวันตกเฉียงใต้ อำเภอเมืองลำปาง กันก่อนค่ะ สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยมีการสร้างหลักที่หนึ่งเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2400 ตามด้วยหลักที่สองในปี พ.ศ. 2416 และหลักที่สามในปี พ.ศ. 2429 ครั้นต่อมาในปี พ.ศ. 2440 ได้มีการสร้างศาลากลางจังหวัดขึ้น จึงได้นำหลักเมืองนี้มาไว้บริเวณหน้าศาลากลาง และได้สร้างมณฑปครอบหลักเมืองทั้งสามในปี พ.ศ. 2511 ปัจจุบันศาลหลักเมืองเป็นที่เก็บรวบรวมเสาหลักเมืองโบราณอยู่นานนับศตวรรษจากที่ต่าง ๆ และยังเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อดำ" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวลำปางเคารพยิ่ง

2. วัดจองคำ พระอารามหลวง

เที่ยวลำปาง

            ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหวด อำเภองาว เป็นอีกหนึ่งวัดที่ชาวงาวให้ความเคารพศรัทธา ด้วยเป็นวัดเก่าแก่ มีความสวยงามไม่แพ้วัดไหนในภาคเหนือ สันนิษฐานว่าสร้างโดยชาวไทใหญ่ เพราะอาคารต่าง ๆ ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมแบบศิลปะไทใหญ่ วิหารที่สร้างขึ้นใหม่ ก็ยังคงศิลปะแบบดั้งเดิมไม่ผิดเพี้ยน สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างของที่นี่ก็คือ "พระมหาเจดีย์พุทธคยา" ซึ่งสร้างจำลองมาจากเจดีย์พุทธคยาในประเทศอินเดีย สูงประมาณ 51 เมตร มีเจดีย์องค์เล็กอยู่รอบทั้ง 4 ทิศ ตกแต่งอย่างสวยงามทั้งด้านนอกและด้านใน

            สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก เจดีย์พุทธคยา วัดจองคำ พระอารามหลวง อ.งาว จ.ลำปาง Bodhgaya WatChongkham

3. วัดพระธาตุดอยพระฌาน

เที่ยวลำปาง

           วัดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอันเงียบสงบบนภูเขาที่เรียกว่า "ดอยพระฌาน" สามารถมองเห็นทิวทัศน์และทัศนียภาพที่สวยงามของอำเภอแม่ทะ เห็นทิวเขาต้นไม้เขียวขจีได้รอบทิศ ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวในช่วงเช้าสามารถชมทะเลหมอกอันงดงามได้อีกด้วย ทั้งนี้วัดมีพื้นที่ 2 ส่วน คือ พื้นที่ด้านล่างซึ่งเป็นตัววัด และพื้นที่บนยอดเขาเป็นที่ตั้งของพระธาตุ ซึ่งต้องขับรถต่อไปจากตัววัดประมาณ 4-5 กิโลเมตร

4. วัดพระเจดีย์ซาวหลัง

เที่ยวลำปาง
ภาพจาก THANAN KONGDOUNG /Shutterstock.com

            วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง ภายในวัดมีสิ่งสำคัญมากมาย เช่น "องค์พระธาตุเจดีย์ซาว" เป็นศิลปะล้านนาผสมศิลปะพม่า เชื่อกันว่าหากใครนับได้ครบ 20 องค์ ถือว่าเป็นคนมีบุญ ทั้งนี้ข้างหมู่พระเจดีย์จะมีวิหารหลังเล็กประดิษฐานพระพุทธรูปสำริด ปางสมาธิ ศิลปะเชียงแสน ชาวบ้านเรียกว่าพระพุทธรูปทันใจ, "พระอุโบสถหลังใหญ่" ที่ประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีพุทธลักษณะงดงาม และ "พิพิธภัณฑสถานเขลางค์นคร" สถานที่แสดงโบราณวัตถุที่ชาวบ้านนำมาถวายเมื่อ พ.ศ. 2526 ชาวบ้านได้ขุดพบพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์หนัก 100 บาท 2 สลึง แล้วนำมามอบให้แก่ทางวัด ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้ชื่อว่า "พระแสนแซ่ทองคำ" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยล้านนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้วครึ่ง สูง 15 นิ้ว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุแห่งชาติ

5. วัดศรีชุม

            วัดศรีชุม ตั้งอยู่บริเวณถนนศรีชุม-แม่วะ ตำบลศรีชุม อำเภอเมืองลำปาง นับเป็นวัดพม่าที่ใหญ่ที่สุดที่มีอยู่ในประเทศไทย สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2433 โดยคหบดีพม่าชื่ออูโย ผู้ติดตามชาวอังกฤษเข้ามาทำงานด้านป่าไม้ในประเทศไทย ความโดดเด่นของวัดนี้คือ "พระวิหาร" ที่เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ตกแต่งด้วยศิลปะแบบล้านนาและพม่า มีหลังคาเครื่องไม้ยอดแหลมแกะสลักเป็นลวดลายสวยงามมาก และวัดศรีชุมได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2524 ก่อนจะเกิดเหตุเพลิงไหม้พระวิหารทั้งหลังเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2535 เหลือเพียงไม้แกะสลักลวดลายพรรณพฤกษาฉลุโปร่งตรงซุ้มประตูทางขึ้นวิหารเท่านั้น ปัจจุบันได้มีการบูรณะวัดนี้ขึ้นใหม่ และนำชิ้นส่วนเครื่องประดับอาคารที่ถูกไฟไหม้ไปจัดแสดงไว้ด้านหลังวิหาร

6. วัดปงสนุก

เที่ยวลำปาง
ภาพจาก Quality Stock Arts/Shutterstock.com

            วัดปงสนุก ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปงสนุก ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง สร้างขึ้นในสมัยเจ้าอนันตยศ ซึ่งเป็นราชบุตรของพระนางจามเทวีแห่งหริภุญไชย (จังหวัดลำพูนในปัจจุบัน) ไฮไลต์สำคัญของวัดนี้คือ "วิหารพระเจ้าพันองค์" ที่ได้รับรางวัลการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมดีเด่นจากยูเนสโก ปี 2008 เป็นวิหารสร้างด้วยไม้ โครงสร้างของวิหารมีลักษณะเป็นมณฑปเปิดโล่งตรงกลางประดิษฐานพระพุทธรูปสี่องค์ พระพักตร์แต่ละองค์ก็หันออกไปยังทิศทั้งสี่ ส่วนหลังคามีลักษณะซ้อนกันสามชั้น รวมไปถึงเสาสี่เหลี่ยมที่ค้ำตัววิหารก็มีลวดลายอันน่าวิจิตรปรากฏให้เห็นอยู่แทบทุกต้น และบริเวณด้านบนรอบในของตัววิหารได้รับการประดับด้วยพระพิมพ์องค์เล็กจำนวนมากถึง 1,080 องค์ นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ วิหารพันองค์ ที่ใช้เรียกกันอย่างติดปาก

7. วัดอักโขชัยคีรี

            ตั้งอยู่บริเวณ กม.ที่ 50 บนทางหลวงหมายเลข 1035 ตำบลวิเชตนคร อำเภอแจ้ห่ม โดดเด่นด้วยวิหารบนเขาสูง ต้องเดินขึ้นบันไดไปประมาณ 227 ขั้น ด้านบนมีทั้งวิหารและพระธาตุ ภายในวิหารยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ เรียกว่า พระศากยมุณีคีรีอักโข ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ชาวเมืองแจ้ห่มให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้อยู่ตรงที่ปรากฏการณ์เงาสะท้อนภาพหัวกลับของพระธาตุ ที่จะสามารถชมได้ภายในวิหารชมเงา โดยภาพที่ปรากฏจะเป็นภาพสีของพระธาตุกลับหัวอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีหินไม้โบราณ เป็นซากไม้ดึกดำบรรพ์ให้ชมอีกด้วย นักท่องเที่ยวที่สนใจจะไปดูเงาสะท้อนพระธาตุกลับหัว สามารถไปชมได้ตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น. ของทุกวัน

8.  วัดพระธาตุจอมปิง

            ชวนไปบ้านจอมปิง ตำบลนาแก้ว อำเภอเกาะคา ชมสิ่งมหัศจรรย์แห่งเงาสะท้อนของพระธาตุกลับหัว ผ่านรูเล็ก ๆ บนหน้าต่างที่เผยความงามให้เห็นบนพื้นภายในพระอุโบสถตลอดเวลา ในช่วงที่มีแสงสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน ณ วัดพระธาตุจอมปิง วัดโบราณที่มีตำนานการสร้างมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งอาณาจักรล้านนา นอกจากนี้ยังมีวัตถุโบราณต่าง ๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณวัดนำมาจัดแสดงให้ได้ศึกษาเรียนรู้กันอีกด้วย

9. วัดบุญวาทย์วิหาร

            วัดหลวงวัดแรกของจังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ที่ถนนบุญวาทย์ ตำบลหัวเวียง อำเภอเมืองลำปาง เดิมชื่อ "วัดกลางเมือง" เป็นวัดที่ใช้ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของเจ้านายมาแต่โบราณ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2347 สมัยพระเจ้าคำโสม เจ้าผู้ครองนครลำปาง ได้รื้อวิหารหลังเก่าแล้วสร้างใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดหลวงไชยสัณฐาน ต่อมาเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง เห็นความทรุดโทรมลงมากจึงรื้อแล้วสร้างใหม่ และให้หล่อพระประธานองค์ใหม่คือ "พระพุทธรุปพระเจ้าตนหลวง" แล้วเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ว่า วัดบุญวาทย์บำรุง ในปี พ.ศ. 2458 วัดบุญวาทย์ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงสามัญชั้นตรี และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดบุญวาทย์วิหาร"

10. สำนักสงฆ์ดอยวังเฮือ

            ตั้งอยู่บ้านผาลาด ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง สำนักสงฆ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งห่างจากชุมชนค่อนข้างมาก จึงทำให้มีความเงียบสงบ ภายในพระวิหารของสำนักสงฆ์เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นามว่า โคตมะ สิ่งมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้นเมื่อหลวงพ่อภูริปัญโญภิกขุ ได้บอกให้เราค่อย ๆ เอามือไปป้องแสงที่จุดใดจุดหนึ่งของพระพุทธรูปก็ได้ จากเนื้อพระพุทธรูปสีขาวกลับกลายเป็นสีเขียวส่องสะท้อนขึ้นมา จากนั้นหลวงพ่อให้พวกเราช่วยกันปิดหน้าต่าง และเมื่อความมืดมาเยือน พระพุทธรูปทั้งองค์ก็ได้เรืองแสงสีเขียวปรากฏออกมาให้พวกเราต้องร้องว้าว !! ทันที ซึ่งเมื่อมองไปที่ใบหน้าของพระพุทธรูปก็จะเห็นว่าเป็นพระพักตร์ที่งดงาม แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อได้มากราบไหว้จึงรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

11. ศาลเจ้าพ่อประตูผา

            ตั้งอยู่ที่ กม.ที่ 650 ถนนพหลโยธิน อำเภอแม่เมาะ เป็นศาลเล็ก ๆ ก่ออิฐถือปูน ภายในมีรูปปั้นเจ้าพ่อประตูผาและเครื่องบูชามากมาย บริเวณใกล้เคียงมีศาลพระภูมิเล็ก ๆ มากมายเรียงรายอยู่ ศาลเจ้าพ่อประตูผานี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่สัญจรไป-มาบนเส้นทางนี้มักแวะนมัสการและจุดประทัดถวาย

12. วัดปงยางคก

            วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของลำปาง ตั้งอยู่ที่ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร ภายในวัดเต็มไปด้วยคุณค่าแห่งศิลปกรรมที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา ไม่ว่าจะเป็น "วิหารจามเทวี" ที่มีมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี เมื่อ พ.ศ. 1253 เป็นวิหารไม้ที่สวยงามแบบฉบับของลักษณะสถาปัตยกรรมสกุลช่างลำปาง, ภาพเขียนบนผนังด้านหลังพระประธาน ซึ่งเป็นภาพต้นศรีมหาโพธิ์สามต้น มีเทวดาถือฉัตรและช่อดอกไม้ประดับทั้งสองข้างของพระประธานและลายเขียนตามผนังเสาขื่อคานของวิหารทั้งหมด

            ภาพลายดอกไม้ หรือลายหม้อดอก หรือภาพแจกันดอกไม้ตามคติพุทธ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าปูรณฆฏะหรือปูรณกลศ หมายถึงหม้อน้ำที่มีน้ำเต็มเปี่ยม ส่วนไม้เลื้อยนั้นหมายถึงความงอกงามของชีวิตและการสร้างสรรค์ ซึ่งแต่ละภาพเขียนลวดลายดอกใบกิ่งก้านเป็นลวดลายต่างกันออกไป และถือว่าเก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ และฝาผนังวิหารด้านขวามือจะมีรอยดาบที่เกิดจากรอยดาบของการรบระหว่างหนานทิพย์ช้างกับท้าวมหายศ

13. แกรนด์แคนยอนลำปาง

เที่ยวลำปาง

            แลนด์มาร์กที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของลำปาง ตั้งอยู่ที่ดอยถ้ำมาศ บ้านห้วยส้ม อำเภอเสริมงาม เป็นเสาดินดึกดำบรรพ์ที่มีอายุกว่า 800,000 ปี ที่ทางธรณีวิทยาเรียกว่าแกรนด์แคนยอน มีลักษณะเป็นเนินเขาที่ถูกกัดเซาะพังยุบลงไปเป็นแอ่ง คล้ายแอ่งกระทะหงาย และมีลักษณะเป็นรูปร่างแปลกตา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ tungngam.go.th

14. กิ่วฟิน

            กิ่วฝิ่น หรือดอยล้าน ตั้งอยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ จซ.7 ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีความสูง 1,517 เมตร ที่นี่จึงเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในจังหวัดลำปางเลยทีเดียว อากาศเย็นช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม เหมาะกับการตั้งเต็นท์พักแรม แถมยังสามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอกขาวละมุนกันได้เกือบทุกวัน ยามค่ำคืนตรงจุดชมวิวกิ่วฝิ่นนี้จะสามารถมองเห็นแสงไฟได้ถึง 4 จังหวัด คือ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ และเชียงราย อีกทั้งยังสามารถมองเห็นดาวบนท้องฟ้าได้อย่างอลังการอีกด้วย นอกจากนี้กิ่วฝิ่นยังเป็นจุดรอยต่อของจังหวัดลำปาง และอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ที่ใกล้เคียง ก็คือ หมู่บ้านแม่กำปอง นั่นเอง เรียกได้ว่าไปเที่ยวกิ่วฝิ่นแล้วไปต่อแม่กำปองได้สบาย ๆ

            สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน โทรศัพท์ 09 3137 5533, 08 9851 3355

15. สะพานโยง (สะพานข้ามลำน้ำงาว)

            สะพานโยง ตั้งอยู่ใจกลางอำเภองาว เป็นสะพานแขวนเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2471 ตัวสะพานเป็นทางเดินไม้ ทอดข้ามผ่านลำน้ำงาว เพื่อเชื่อมต่อระหว่างตำบลหลวงเหนือและตำบลหลวงใต้ ยาวประมาณ 75 เมตร ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยวชมเท่านั้น ไม่อนุญาตให้รถประเภทต่าง ๆ วิ่งผ่าน ทั้งนี้ด้านข้างของสะพานโยง เป็นสะพานปูนที่สร้างขึ้นเพื่อให้ยานพาหนะต่าง ๆ สัญจรไป-มา ซึ่งใต้สะพานก็ได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ พร้อมทั้งมีผลงานสตรีตอาร์ตให้ได้ไปเดินถ่ายภาพเก๋ ๆ กันด้วย

16. อุทยานแห่งชาติดอยหลวง

เที่ยวลำปาง

            ลำห้วยหลายสายที่ไหลลงสู่กว๊านพะเยา เป็นภาพความงามทางธรรมชาติที่ไม่ว่าใครได้ลองไปสัมผัสก็ประทับใจทุกคน ด้วยสภาพภูมิประเทศในเขตอุทยานที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวยาวตามแนวเหนือ-ใต้ ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ความสวยงามให้กับอุทยานแห่งนี้มากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ภายในอุทยานยังมี "ดอยหมอก" จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า "น้ำตกจำปาทอง" "น้ำตกปูแกง" "น้ำตกแม่เหยี่ยน" และ "น้ำตกวังแก้ว" ซึ่งน้ำตกแต่ละแห่งก็มีความสวยงามที่แตกต่างกัน

            สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติดอยหลวง โทรศัพท์ 0 5316 3363

17. เขื่อนกิ่วลม

เที่ยวลำปาง

            แหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนสุดฮิตของชาวลำปาง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองลำปาง มีลักษณะเป็นเขื่อนเก็บกักน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก รายล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ และป่าไม้สีเขียวขจีสุดร่มรื่น มีทะเลสาบกว้างใหญ่ บรรยากาศสวยงามและเงียบสงบ ซึ่งจะมีบริการล่องแพไม้ไผ่ พาเที่ยวชมรอบ ๆ เขื่อน รวมทั้งให้ลงเล่นน้ำเย็นเจี๊ยบในเขื่อนกันอีกด้วย

18. อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท

            อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองลำปาง อำเภองาว อำเภอแม่เมาะ และอำเภอแจ้ห่ม โดยมีจุดสูงสุดอยู่ที่ดอยแม่ขวัญ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,253 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยภูเขาสลับซับซ้อน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่

            • หล่มภูเขียว สถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีนของจังหวัดลำปาง มีความสวยงามโดดเด่นด้วยสระน้ำสีเขียวมรกตใสกว้างใหญ่ พื้นที่ประมาณ 1-2 ไร่ กลางสระน้ำเป็นแอ่งน้ำลึก คาดว่าเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกสมัยดึกดำบรรพ์ โดยน้ำในสระก็สวยใส มองลงไปเห็นปลามากมาย รอบด้านของสระน้ำเป็นภูเขาหินปูนสูงใหญ่ และป่าไม้อุดมสมบูรณ์ บรรยากาศเงียบสงบ

เที่ยวลำปาง

            • น้ำตกแม่แก้นั้น เป็นน้ำตกธรรมชาติ ตั้งอยู่บนลำห้วยแม่แก้ เป็นชั้นหินไล่ลดหลั่นกันลงมาอย่างสวยงาม รายล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี บรรยากาศเย็นสบายบริสุทธิ์

            • น้ำตกเกาฟุ ก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน โดยอยู่ห่างจากน้ำตกแม่แก้ไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ชาวเขาท่านหนึ่งได้สร้างขึ้น ทำเป็นชั้นปูนลดหลั่นกันลงมา มีพืชพรรณมากมายรายล้อมอยู่รอบด้าน บรรยากาศน่าท่องเที่ยวเช่นกัน

เที่ยวลำปาง

            • ถ้ำผาไท โถงขนาดใหญ่เกิดจากภูเขาหินปูนอายุไม่ต่ำกว่าเก้าล้านปี มีความลึกจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 1,150 เมตร ตลอดเส้นทางนั้นได้มีการติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้สะดวกในการเดินชมหินงอกหินย้อยที่มีอยู่มากมาย และภายในถ้ำมีค้างคาวจำนวนมากอาศัยอยู่ ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เคยเสด็จประพาสเมื่อ พ.ศ. 2469 ดังปรากฏหลักฐานพระปรมาภิไธยย่อ ปปร.

            • น้ำตกแม่แจ้ฟ้า หรือน้ำตกตาดเหมย ตั้งอยู่ห่างจากบ้านทุ่งฮ้าง หมู่ 1 ตำบลทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม เป็นทางรถยนต์เข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีน้ำใสสะอาดไหลลงแอ่งน้ำรองรับลงมาเป็นชั้นมีความสูงรวม 9 ชั้น แต่ละชั้นงดงามด้วยสายน้ำสีเขียวมรกตซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้ำตกบนภูเขาหินปูน

            • ภาพเขียนประวัติศาสตร์บ้านห้วยหก เป็นภาพเขียนสีแดงของกลุ่มคนเดินเรียงแถวมีอายุประมาณ 2,000-3,000 ปี เป็นภาพยุคสังคมเร่ร่อนและลักษณะของภาพเขียนดังกล่าวไม่ค่อยได้พบเห็นมากนักในประเทศไทย สามารถเดินทางเท้าจากหมู่บ้านห้วยหกเป็นระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร

            • น้ำตกแม่แก้ อยู่ห่างจากบ้านแม่แก้ประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่เกิดจากลำห้วยแม่เก้ถาโถมจากผาหินเกิดเป็นชั้นน้ำตกที่งดงามและมีความร่มรื่นท่ามกลางไม้ใหญ่

            สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท โทรศัพท์ 0 5422 0364

19. บ้านเสานัก

เที่ยวลำปาง

            ทัศนาวิถีชีวิตชาวลำปางผ่านสถาปัตยกรรมของ "บ้านเสานัก" บ้านไม้สักโบราณอายุกว่า 100 ปี ด้วยลักษณะที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบพม่าผสมล้านนา ทำให้ชื่อเสียงของบ้านเสานักเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ของนักออกแบบและสถาปนิก ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดลำปาง แสดงวัตถุข้าวของเครื่องใช้โบราณต่างๆ เช่น เครื่องเงิน หีบโบราณ กำปั่นเหล็ก เครื่องเขิน เป็นต้น ใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตของชาวลำปาง แนะนำให้ลองมาที่ "บ้านเสานัก" บ้านไม้สักที่สลักคุณค่าชีวิตของชาวเมืองลำปาง

            ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก BaanSaoNak

20. ชุมชนท่ามะโอ

            ตั้งอยู่อำเภอเมืองลำปาง  เป็นชุมชนเก่าแก่ที่ในอดีตเคยรุ่งเรืองจากกิจการค้าไม้ ซึ่งทำให้มีผู้คนหลากหลายสัญชาติเดินทางเข้ามามากมาย รวมทั้งชาวพม่าที่เข้ามาทำกิจการไม้สักร่วมกับชาวอังกฤษในลำปางสมัยนั้นด้วย พวกเขาได้สร้างชุมชนขึ้น ณ บริเวณนี้และกลายเป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยบ้านไม้สวยงามมากมาย กระทั่งถึงปัจจุบัน แม้ชุมชนท่ามะโอไม่มีชาวเมียนมาอีกแล้ว แต่ชุมชนเก่าแก่แห่งนี้ยังคงมีเงาอดีตน่าประทับใจ ผ่านเรือนไม้สักทรงคุณค่าหนึ่งในนั้นคือบ้านเสานัก เรือนไม้ที่โด่งดังของจังหวัดลำปาง ก็ตั้งอยู่ในชุมชนแห่งนี้

21. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

            แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้รับความนิยมเสมอมา เพราะมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีน้ำตกและบ่อน้ำร้อนอยู่ในบริเวณเดียวกัน  สำหรับ "อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน" ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองลำปาง นอกจากนี้ยังมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนไฮไลต์ห้ามพลาดเมื่อมาเยือน ได้แก่

เที่ยวลำปาง
ภาพจาก Sakcared/Shutterstock.com

            • บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน แหล่งน้ำพุร้อนที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยามีกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ จำนวน 9 บ่อ ตั้งอยู่รวมกันในบริเวณพื้นที่ที่ทำการอุทยาน ประมาณ 3 ไร่ ภายในพื้นที่มีโขดหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป โดยน้ำพุร้อนนั้นมีอุณหภูมิเฉลี่ย 73 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวนิยมนำไข่ไก่และไข่นกกระทามาแช่ ซึ่งหากแช่ไข่ไก่นานประมาณ 17 นาที ไข่แดงจะแข็งมีรสชาติมันอร่อย ส่วนไข่ขาวจะเหลวคล้ายไข่เต่า

            • แอ่งน้ำอุ่น อยู่ติดกับบ่อน้ำพุร้อน เป็นแอ่งน้ำที่เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของน้ำพุร้อนและน้ำเย็นที่มาจากน้ำตกแจ้ซ้อน ทำให้เกิดเป็นน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิเหมาะแก่การแช่อาบ

            • น้ำตกแจ้ซ้อน กำเนิดจากลำน้ำแม่มอญ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และมีแอ่งน้ำรองรับอยู่ตลอดสายไหลตกลงมาเป็นชั้น ๆ มี 6 ชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน 3 กิโลเมตร มีทางเดินไปสะดวกและสามารถเดินทางจากบ่อน้ำพุร้อนไปถึงน้ำตกได้

เที่ยวลำปาง

            • ถ้ำผางาม ห่างจากที่ว่าการอำเภอวังเหนือ 8 กิโลเมตร อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ฯ ที่แจ้ซ้อน 3 (ผางาม) หน่วยนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน 60 กิโลเมตร มีถ้ำที่สามารถเข้าไปศึกษาและท่องเที่ยวได้ เช่น ถ้ำฟ้างาม ถ้ำน้ำ ถ้ำหม้อ เป็นต้น

            • ชมดอกเสี้ยวบาน ดอกไม้สีขาวที่ระบายผืนป่าให้ดูสวยงามในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปี นักท่องเที่ยวสามารถขับรถชมดอกเสี้ยวบานได้ตามเส้นทางแจ้ซ้อน-บ้านป่าเหมี้ยง เป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร

เที่ยวลำปาง

            • เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ซ้อน มีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1.30 ชั่วโมง ผ่านจุดสื่อความหมาย 24 จุด ผ่านสภาพป่าและพรรณไม้ที่น่าสนใจหลายชนิด รวมถึงอาจพบสัตว์หายาก เส้นทางนี้เหมาะสำหรับเยาวชนผู้สนใจศึกษาพรรณไม้ต่าง ๆ ศึกษาระบบนิเวศน์ และสภาพภูมิศาสตร์โดยรอบลานน้ำพุร้อน ผู้สนใจสามารถขับรถขึ้นไปดูได้ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร แต่ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเพราะสภาพทางค่อนข้างชัน

            • เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่เปียก ระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตร เป็นเส้นทางวงรอบเลียบริมห้วยแม่เปียกผ่านจุดสื่อความหมาย 19 จุด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศการนำทรัพยากรป่าไม้มาใช้ประโยชน์ ระหว่างเส้นทางถ้าโชคดีอาจพบหมูป่าและเต่าปูลูที่มีลักษณะไม่เหมือนเต่าทั่วไปและกำลังจะสูญพันธุ์ นอกจากนี้ในเส้นทางยังมีน้ำตกวังไฮและน้ำตกแม่เปียก ซึ่งน้ำตกแม่เปียกนั้นมี 3 ชั้น และชั้นที่ 3 มีความสวยงามที่สุด โดยมีความสูงประมาณ 100 เมตร ด้านล่างบริเวณแอ่งรองรับน้ำจากน้ำตกมีกล้วยป่าขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วไปทำให้มีความสวยงาม

            สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน โทรศัพท์ 0 5438 0000, 08 9851 3355

22. พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

            ไปถึงถิ่นชามตราไก่ก็ต้องไปเยี่ยมชมกันซะหน่อย ณ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี ตั้งอยู่บนถนนวัดจองคำ ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ที่นี่เก็บรวบรวมเรื่องราวของเซรามิกลำปางหลากหลายแง่มุมให้คุณได้ศึกษา ด้านในพิพิธภัณฑ์ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ มีการจัดแสดงประวัติและที่มาที่ไปของโรงงานเซรามิกธนบดีสกุล ซึ่งเป็นโรงงานเซรามิกแห่งแรกของจังหวัดลำปาง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 โดย นายอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน รวมทั้งจัดแสดงสินค้าต่าง ๆ พร้อมทั้งกระบวนการผลิตสินค้าของโรงงานเซรามิกธนบดีสกุล

เที่ยวลำปาง
ภาพจาก UpPiJ /Shutterstock.com

            สินค้าที่มีชื่อเสียงของที่นี่ก็คือ "ชามตราไก่" ซึ่งมีให้ชมกระบวนการการทำชามตราไก่ ตั้งแต่การขึ้นรูปดินขาวให้เป็นชามรูปทรงแปดเหลี่ยม แล้วนำไปตัดขอบเอาความคมออก เมื่อแห้งแล้วนำไปชุบน้ำเคลือบเพื่อความมันวาวและทำความสะอาดง่าย จากนั้นนำไปเผาในเตาอุณหภูมิ 1,260 องศาเซลเซียส เมื่อชามเย็นตัวลงจึงนำมาวาดลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงงานแห่งนี้ โดยช่างวาดเพียงแค่ 2 ท่าน ภายในหนึ่งวันจึงสามารถผลิตชามตราไก่ได้เพียงวันละไม่กี่ร้อยใบเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้ชมเตาเผามังกรเก่าแก่ กระบวนการทำถ้วยขนม ชามไก่โบราณ ชามไก่ทองคำ และผลิตภัณฑ์เซรามิกอื่น ๆ ของโรงงานเซรามิกธนบดีสกุลอีกด้วย โดยที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น.

23. อ่างเก็บน้ำวังเฮือ

            อ่างเก็บน้ำวังเฮือ หรือทะเลลำปาง ตั้งอยู่ในเขตติดต่อระหว่างอำเภอเมือง และอำเภอแม่ทะ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่รายล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ มีทัศนียภาพที่สวยงาม อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีแพไม้ไผ่ให้ได้นั่งปิกนิกชมวิวทะเลสาบกันแบบชิล ๆ หรือจะนำอาหารมานั่งกินข้าวชมวิวสวย ๆ กับครอบครัวก็ได้ นอกจากนี้ยังมีบริการนั่งเรือชมวิวรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำอีกด้วย

24. ตลาดรัษฎา

            การเดินตลาดเช้าเป็นกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อไปเที่ยวลำปาง โดยเฉพาะที่ "ตลาดรัษฎา" หรือที่เรียกกันว่า "ตลาดหัวขัว" ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานรัษฎา ที่นี่เป็นตลาดเช้าที่ใหญ่ที่สุดในลำปาง มีข้าวของมากมายให้ได้เลือกซื้อ ทั้งอาหารคาวหวาน ผักพื้นบ้าน ของสดตามฤดูกาล ฯลฯ ใครอยากลิ้มลองของกินอร่อย ๆ ก็ลิสต์ไว้ในโปรแกรมได้เลยค่ะ

25. วังวิว

            แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของอำเภอเถิน ตั้งอยู่ในแม่น้ำวัง บ้านแม่เตี๊ยะนอก หมู่ 8 ตำบลแม่ถอด มีการปรับปรุงพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำให้สวยงามและเหมาะสมกับการเล่นน้ำ มีซุ้มไม้ไผ่เล็ก ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเล่นชมธรรมชาติกันชิล ๆ อีกทั้งยังมีแพไม้ไผ่ที่อยู่กลางน้ำ ให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปเอาเท้าแช่น้ำเย็น ๆ หรือจะใช้เป็นที่เกาะลงเล่นน้ำก็ได้ และสามารถนำเสื่อมานั่งปิกนิกกันเป็นครอบครัวได้แบบสบาย ๆ

26. ถนนสายวัฒนธรรม

เที่ยวลำปาง
ภาพจาก YUTAKAN BURAPHAKIAD / Shutterstock.com

            ชวนไปเดินชิล ๆ ที่ถนนสายวัฒนธรรม ตั้งอยู่ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง เป็นถนนคนเดินที่จัดโดยเทศบาลนครลำปางและชุมชนตำบลเวียงเหนือ มีกิจกรรม "กาดหมั้วคัวแลง" จำหน่ายอาหารพื้นเมือง และการแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลอดสองข้างทางเป็นแนวกำแพงเมืองเขลางค์รุ่น 1 บรรยากาศความเป็นล้านนา จัดขึ้นทุกเย็นวันศุกร์ เวลา 17.00-21.00 น.

27. ภูผาหอบ

เที่ยวลำปาง

            แหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนของจังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ที่บ้านแม่เกี๋ยง หมู่ 7 ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีลักษณะเป็นหน้าผาหินสูงชันขนาบข้างลำน้ำแม่น้ำจาง มีระยะทางประมาณ 200 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวจะพายเรือแคนูเที่ยวชมหน้าผาหินก็ได้ หรือจะนั่งล่องแพไม้ไผ่ชิล ๆ เที่ยวชมก็ได้เช่นกัน

28. ขัวแตะ หรือสะพานบุญวัดพระธาตุสันดอน

เที่ยวลำปาง

            ตั้งอยู่ที่วัดหลวงนางอย ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม เป็นสะพานไม้ไผ่ที่มีความยาวถึง 900 เมตร โครงสร้างเป็นไม้สักและเสาซีเมนต์ เชื่อมระหว่างวัดหลวงนางอยและอุโบสถ เกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระพุทธศาสนาลงมือร่วมใจกันสร้างขึ้น โดยจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และอำนวยความสะดวกในการประกอบพิธีสงฆ์ อีกทั้งยังเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของลำปางด้วย

29. จุดชมวิวดอยฟ้างาม

            จุดชมทะเลหมอก 360 องศา ตั้งอยู่ที่บ้านสาแพะ ตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม เป็นดอยสูงที่ล้อมรอบด้วยวิวทิวทัศน์ที่งดงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าหนาว นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพของทะเลหมอกยามเช้า ที่เกิดจากความชื้นของเขื่อนกิ่วลม ทั้งยังเป็นจุดถ่ายดาวพระธาตุสามจิกที่สวยงามอีกด้วย โดยจุดชมวิวที่นี่มีลักษณะเป็นลานโล่งกว้าง ที่ถึงแม้ว่าจะมีต้นไม้ ใบหญ้ามาบดบังสายตาอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคที่คุณจะได้ชื่นชมกับความสวยงามของทะเลหมอกยามเช้า พร้อมกับแสงอาทิตย์อุ่น ๆ ยามเช้า บอกเลยว่าฟินมาก ๆ

            สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวที่ "ดอยฟ้างาม" สามารถติดต่อคนนำเส้นทางได้ที่ เฟซบุ๊ก ดอยฟ้างาม บ้านสาแพะ ตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง

30. พิพิธภัณฑ์หนังกลางแปลง (ศูนย์อนุรักษ์ภาพยนตร์ย้อนยุค)

            พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านร้อง อำเภองาว ก่อตั้งโดยนายมานิตย์ วรฉัตร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวภาพยนตร์ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน  ภายในพิพิธภัณฑ์แสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับภาพยนตร์ย้อนยุค เช่น ใบปิดโปสเตอร์ภาพยนตร์สมัยก่อน, เครื่องฉายภาพยนตร์ 8 มม. 16 มม. 35 มม., ฟิล์มภาพยนตร์ 8 มม. 16 มม. 35 มม., บทพากย์ภาพยนตร์, ใบเซ็นเซอร์ภาพยนตร์, แผ่นเสียงประกอบภาพยนตร์ และแผ่นเสียงโฆษณาภาพยนตร์  ซึ่งจะมีการจัดฉายภาพยนตร์พร้อมพากย์สดสำหรับการเข้าชมเป็นหมู่คณะ 50 คนต่อรอบ โดยมีล่ามแปลภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่น

            สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑ์หนังกลางแปลง

            จริง ๆ แล้วที่เที่ยวลำปางยังมีอีกมากมาย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานลำปาง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
thai.tourismthailand.org, park.dnp.go.th, thaipost.net
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
30 ที่เที่ยวลำปาง สวยโดนใจ เที่ยวได้ตลอดทั้งปี โพสต์เมื่อ 20 ธันวาคม 2561 เวลา 13:35:29 68,521 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP