ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ยอดดอยสูงสุดแดนสยาม สถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และที่สำคัญสามารถเที่ยวได้ทุกช่วงฤดูกาล
ดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ที่ไหน
ดอยอินทนนท์ หรืออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ 482.4 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่มอำเภอแม่วาง และกิ่งอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2515 โดยเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 6 ของประเทศไทย
ดอยอินทนนท์ ประวัติ
ดอยอินทนนท์ แต่เดิมดอยนี้มีชื่อว่า "ดอยหลวง" มาจากขนาดของดอยที่ใหญ่มาก ชาวบ้านจึงเรียกกันว่าดอยหลวง (หลวง เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ใหญ่) และ "ดอยอ่างกา" เป็นภาษาปกาเกอะญอ แปลว่า "ใหญ่" เพราะฉะนั้นคำว่า "ดอยอ่างกา" จึงแปลว่าดอยที่มีความใหญ่ ต่อมาได้ตั้งชื่อตามพระนามของ "พระเจ้าอินทวิชยนนท์" เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7
สถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ยอดดอยอินทนน์
เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย ความสูงอยู่ที่ 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเล อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานกู่พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 โดยบริเวณยอดดอยยังมีป้าย “สูงสุดแดนสยาม” ให้ได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกด้วย และเป็นที่ตั้งของสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทย
ภาพจาก ploypemuk / shutterstock.com
ภาพจาก ploypemuk / shutterstock.com
เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน
ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 42 ของถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้เชิงนิเวศวิทยา ด้วยการชมป่าดิบแบบสมบูรณ์และพื้นที่ป่าถูกทำลาย โดยเป็นเส้นทางแบบสั้น เดินเป็นวงกลม ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางเดินที่ผ่านแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ช่วงแรกเป็นป่าดิบชื้น ที่เต็มไปด้วยพันธุ์มอส เฟิร์นนานาชนิด และฝอยลม จากนั้นจะผ่านป่าดิบเขาและเข้าสู่ทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ สุดปลายทางที่ทุ่งหญ้าบนเนินที่ดารดาษด้วยดอกไม้ตามพื้น
เมื่อเข้าใกล้ส่วนหน้าผาจะพบต้นกุหลาบพันปีสีแดงพันธุ์ไม้หายาก แถมเป็นพระเอกของเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ซึ่งส่วนใหญ่จะผลิดอกเบ่งบานในช่วงเดือนช่วงธันวาคม-กุมภาพันธ์ จากนั้นวกกลับเข้าสู่ป่าดิบเขาอีกครั้ง เพื่อเข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่ต้องเดินลงลำห้วยแม่ปาน แล้วเดินเข้าสู่เขตอุทยานเช่นเดิม โดยเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานจะปิดประจำปีในช่วงฤดูฝน (1
มิถุนายน - 31 ตุลาคม) เพราะสภาพดินแฉะ เละเป็นโคลน ดีไม่ดีอาจเกิดอันตราย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โทรศัพท์ 0 5328 6729
ทั้งนี้ ตรงหลักกิโลตรที่ 42 บริเวณตรงข้ามกับจุดเริ่มต้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน จะมีจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน สามารถชมแสงแรกของวันที่ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากขุนเขาที่สลับซับซ้อน ฉาบแสงสีสองไปทั่วบริเวณ เป็นภาพที่งดงามเกินบรรยาย
ทั้งนี้ ตรงหลักกิโลตรที่ 42 บริเวณตรงข้ามกับจุดเริ่มต้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน จะมีจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน สามารถชมแสงแรกของวันที่ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากขุนเขาที่สลับซับซ้อน ฉาบแสงสีสองไปทั่วบริเวณ เป็นภาพที่งดงามเกินบรรยาย
เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา
ตั้งอยู่ตรงข้ามกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติสั้น ๆ ระยะทางประมาณ 360 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที โดยจะเดินไปตามสะพานไม้ เพื่อป้องกันมิให้เหยียบย่ำธรรมชาติ และมีป้ายให้ความรู้เรื่องธรรมชาติตลอดเส้นทาง มีจุดเด่นอยู่ที่พืชพรรณต้นไม้ที่หาชมได้ยาก อย่าง "ต้นกุหลาบพันปี" (ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ กุหลาบพันปีจะบานอวดโฉม) และ "ข้าวตอกฤาษี" มอสส์ชนิดหนึ่ง มีสีเขียวสลับส้มกับน้ำตาลอ่อน ๆ พบเห็นได้บริเวณต้นกุหลาบพันปี รวมถึงยังพบเจอกับนกเฉพาะถิ่นหายาก เช่น นกศิวะหางสีตาล, นกกินปลีหางยาวเขียว, นกอีแพรดท้องเหลือง, นกหางรำดำ และนกจับแมลงหน้าผากขาว เป็นต้น
พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ
ตั้งอยู่บนยอดเขาในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บริเวณเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1009 ช่วงกิโลเมตรที่ 41.5 โดยพระมหาธาตุนภเมทนีดล สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวโรกาสทรงพระเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2530 มีลักษณะเป็นสถูปเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ 8 เหลี่ยม เหนือชั้นระฆังคว่ำขึ้นไปจะมีรูปร่างคล้ายกับดอกบัวหงาย และมียอดปลีแหลมสีทอง พร้อมทั้งฉัตร 9 ชั้นสีเงินอยู่ด้านบนสุด ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานพร แกะสลักจากหินแกรนิตสีเขียวอมเทา จากประเทศอินโดนีเซีย
ส่วนพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ สร้างเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวโรกาสทรงพระเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ 2535 มีลักษณะเป็นรูปทรง 12 เหลี่ยม ตัวสถูปมีลักษณะคล้ายระฆังคว่ำ มีขอบระเบียงรูปซุ้มกลีบบัวแบ่งเป็นระดับทั้งหมด 6 ระดับ โดยตัวสถูปนั้นตกแต่งด้วยโมเสกแก้วสีม่วงอมชมพู ส่วนของยอดปลีนั้นล้อมด้วยกลีบบัวตูม แล้วมีฉัตร 9 ชั้นอยู่ด้านบนสุด ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึง แกะสลักด้วยหินหยกขาว จากประเทศจีน
จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 41
บนถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ที่นี่เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงามแห่งในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของขุนเขาสลับซับซ้อนกว้างไกลสุดสายตา
สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บริเวณกิโลเมตรที่ 31 เป็นสถานีหลักในการวิจัยไม้ดอกไม้ประดับเขตหนาว และไม้ผลเขตหนาวขนาดเล็ก ความน่าสนใจของที่นี่มีอยู่ตั้งแต่บริเวณสถานีหลักบ้านขุนกลาง ซึ่งมีการจัดภูมิทัศน์เอาไว้อย่างสวยงาม เผยให้เห็นบ้านขุนกลางและน้ำตกสิริภูมิ ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้และธารน้ำชุ่มฉ่ำของน้ำตก พลาดไม่ได้กับการชื่นชมความสวยงามของ "สวน 80 พรรษา" ที่ตกแต่งด้วยดอกกุหลาบพันปีและพรรณไม้ตามฤดูกาล และไม่ควรพลาดอาหารรสชาติอร่อย ๆ จากร้านสวัสดิการโครงการหลวงอินทนนท์ มีเมนูแนะนำ เช่น ปลาเทร้าท์ทอดกระเทียม, แกงเลียงอินทนนท์, ผัดผักรวมโครงการหลวงกุ้งสด, เห็ดหอมทอดซีอิ๊ว, ยำเซเลอรี่สันนอกรมควัน และอะโวคาโดน้ำกะทิ เป็นต้น
ทั้งนี้ บ้านพักสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ในโครงการหลวงดอยอินทนนท์ มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา ภายในบ้านพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบ ทั้งหมอน ที่นอน ห้องน้ำ และเครื่องปรับอากาศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ The Royal Agricultural Station Inthanon
ทั้งนี้ บ้านพักสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ในโครงการหลวงดอยอินทนนท์ มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา ภายในบ้านพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบ ทั้งหมอน ที่นอน ห้องน้ำ และเครื่องปรับอากาศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ The Royal Agricultural Station Inthanon
น้ำตกสิริภูมิ
หนึ่งในน้ำตกที่มีชื่อเสียงของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 31 ของทางหลวงหมายเลข 1009 จากบ้านขุนกลางต้องเดินเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร โดยจะต้องผ่านสวนหลวงสิริภูมิ สวนหย่อมขนาดเล็กที่ล้อมรอบไปด้วยพรรณไม้มากมาย จุดเด่นของน้ำตกแห่งนี้อยู่ตรงที่มองเห็นสายน้ำตกได้ในระยะไกล ไหลมาจากหน้าผาสูงชัน สามารถเดินเข้าไปถึงตัวน้ำตกได้ อีกทั้งช่วงเดือนมกราคมรอบ ๆ น้ำตกจะมีต้นพญาเสือโคร่งชวนกันออกดอกบานสะพรั่ง
น้ำตกแม่กลาง
ตั้งอยู่บริเวณถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์ ประมาณกิโลเมตรที่ 9 เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลตลอดปี อีกทั้งยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ให้เล่นน้ำหลายแห่ง
น้ำตกแม่ยะ
น้ำตกขนาดใหญ่ที่เกิดจากลำห้วยแม่ยะ ไหลลดหลั่นลงมาถึง 30 ชั้น รวมความสูงประมาณ 260 เมตร และลงมากระทบโขดหินเป็นชั้น ๆ เหมือนม่าน ก่อนจะไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง รอบ ๆ มีต้นไม้มากมายรายล้อม บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อน
ภาพจาก Sawarut Triratanachat / shutterstock.com
ภาพจาก Sawarut Triratanachat / shutterstock.com
น้ำตกผาดอกเสี้ยว
น้ำตกสวยสุดโรแมนติก ประกอบด้วยทั้งหมด 10 ชั้น แต่ไฮไลต์จะอยู่ชั้นที่ 7 เพราะสายน้ำจากน้ำตกชั้นบน จะไหลตกลงมากระทบน้ำตกชั้นล่าง เป็นสายฟูฟ่องงดงาม และมีสะพานไม้สำหรับเดินข้ามลำธาร สร้างความสวยงามกว่าเดิมเป็นสองเท่า ทั้งนี้ การเดินทางไปเที่ยวน้ำตกผาดอกเสี้ยวจะต้องติดต่อไกด์นำเที่ยวที่หมู่บ้านแม่กลางหลวงเสียก่อน เพราะนักท่องเที่ยวอาจหลงทางหรือได้รับอุบัติเหตุได้
น้ำตกสิริธาร
ตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 22 (ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์) เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากผาหินขนาดใหญ่ มีความสูงของน้ำตกประมาณ 50 เมตร จากฐานไหลลดหลั่นกันลงมาเป็น 2 ชั้นต่อกันอย่างสวยงามมาก
บ้านแม่กลางหลวง
ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 26 (ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์) โดดเด่นด้วยนาข้าวขั้นบันไดสวยงามกว้างใหญ่ รอบ ๆ หมู่บ้านเป็นภูเขา อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีโฮมสเตย์ชาวบ้านไว้รองรับนักท่องเที่ยว
บ้านผาหมอน
ตั้งอยู่บิรเวณกิโลเมตรที่ 23 ห่างจากถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์ ประมาณ 7-10 กิโลเมตร เส้นทางจากถนนหลักเข้ามายังหมู่บ้านค่อนข้างชันและมีโค้งสลับซับซ้อน เป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงปกาเกอะญอ อยู่ในหุบเขาซึ่งรายล้อมไปด้วยภูเขาสูงใหญ่ ไฮไลต์คือนาขั้นบันไดที่สามารถมองเห็นได้ไกลสุดลูกหูลูกตา และมีโฮมสเตย์บรรยากาศดีรองรับด้วย
โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์
ไปทางขุนวางบริเวณกิโลเมตรที่ 8 ที่นี่เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และวิจัยเกี่ยวกับพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี เต็มไปด้วยป่าเขาและอ่างเก็บน้ำที่เงียบสงบ รวมทั้งมีต้นนางพญาเสือโคร่งปลูกอยู่รอบอ่างเก็บน้ำและโดยรอบ ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปี จะผลิดอกบานสะพรั่งให้ได้ชมกัน แถมยังมีไฮไลต์เด็ดอยู่ที่อุโมงค์พญาเสือโคร่ง แต่ถ้าอยากไปแล้วเจออุโมงค์สีชมพูอาจจะต้องเช็กข่าวก่อนเดินทาง
น้ำตกวชิรธาร
ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 21 (ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
อ๊ะ ๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ยังมีที่เที่ยวให้ได้ไปสัมผัสอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกแม่ปาน น้ำตกอบบน้อย น้ำตกห้วยทรายเหลือง น้ำตกแท่นพระสังข์ น้ำตกลานเสด็จ น้ำตกวังควาย และน้ำตกวังม่วง เป็นต้น
ดอยอินทนนท์มีที่พักให้เลือกหลากแบบหลายราคา ทั้งบ้านพักของอุทยาน โฮมสเตย์ขาวบ้าน รีสอร์ต และลานกางเต็นท์ต่าง ๆ โดยของบ้านพักและเต็นท์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ สามารถจองได้ที่ nps.dnp.go.th
ส่วนโฮมสเตย์และรีสอร์ตสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
- 9 ที่พักดอยอินทนนท์ เพลินตาธรรมชาติ นอนชิลจนลืมเวลา
- 9 ที่พักใกล้ดอยอินทนนท์ สัมผัสลมหนาว นอนชิลได้ไม่มีเบื่อ
- 13 ที่พักดอยอินทนนท์ ในบรรยากาศแสนสบาย
- ที่พักบ้านแม่กลางหลวง นอนชิลท่ามกลางวิวสวยและธรรมชาติเน้น ๆ
- ดอยอินทนนท์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปได้ทุกฤดู แต่ละฤดูก็มีสีสันความสวยงามแตกต่างกันไป หากไปดอยอินทนนท์ช่วงฤดูหนาวก็จะเจอกับอากาศที่แสนเย็นเฉียบ จนบางวันอากาศที่เย็นจัดบนอินทนนท์ทำให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติน้ำค้างแข็งหรือแม่คะนิ้ง แต่ก็ใช่ว่าทุกคนไปแล้วจะเจอกับแม่คะนิ้ง เพราะของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับดวงล้วน ๆ
- ใครไปดอยอินทนนท์ช่วงฤดูร้อน ถึงแม้ว่าอากาศในเมืองจะร้อนตับแตก แต่พอไปถึงยอดดอยก็จะพบกับอากาศที่แสนจะเย็นชื่นใจ
- มีคนจำนวนไม่น้อยเลือกไปเที่ยวดอยอินทนนท์ช่วงหน้าฝน เพราะจะได้ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับผู้คน บรรยากาศเงียบสงบ ได้ดูวิวธรรมชาติเขียวขจีแบบสบายใจ ซึ่งข้อดีอีกอย่างของการเที่ยวดอยอินทนนท์หน้าฝน คือลานจอดรถจะโล่งมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นฤดูที่ไม่มีใครเที่ยว หรือจะไปช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่ดอยอินทนน์ก็มีนาข้าวขั้นบันไดสวย ๆ ให้ได้ชม
- กระซิบนิดหนึ่งว่าลานจอดรถข้างสถานีเรดาร์ ห้ามถ่ายรูปเป็นอันขาด เนื่องจากเป็นความลับของทางการทหาร แต่จะแวะไปกินกาแฟ ถ่ายรูปนก ดอกไม้ หน้าตัวเองก็ทำได้ แต่อย่าได้ถ่ายรูปเรดาร์เด็ดขาด
- ดอยอินทนนท์มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติมากมาย ทางที่ดีควรเตรียมอุปกรณ์อย่างพวกยาทากันยุงไว้กับตัว เพราะภายในพื้นที่ป่าเต็มไปด้วยพวกแมลงบินต่าง ๆ ที่คอยจ้องจะดูดเลือดของเรา
- พระตำหนักดอยผาตั้ง หนึ่งในสถานที่แลนด์มาร์กเด็ดสำหรับการชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง แต่ถ้าใครตั้งใจอยากมาชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่ดอยอินทนนท์จริง ๆ ที่นี่ก็มีเส้นทางชมพญาเสือโคร่ง ไล่ตั้งแต่พระตำหนักดอยผาตั้ง-ขุนกลาง-ขุนวาง เป็นถนนสายสีชมพูระยะทางกว่า 25 กิโลเมตร แต่จริง ๆ แล้วฤดูกาลของพญาเสือโคร่งค่อนข้างคาดเดาได้ลำบาก ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะบานในช่วงปลายเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ถ้าจะให้ดีโทรศัพท์มาถามเลยจะดีกว่า
- ก่อนเดินทางกลับแวะอุดหนุนสินค้าเกษตร พวกพืชผัก-ผลไม้เมืองหนาวที่ "ตลาดม้ง" ตลาดพื้นเมืองชุมชนไทยม้ง บ้านขุนกลาง แห่งดอยอินทนนท์ ก็ดีเหมือนกันนะ
ภาพจาก Bangprikphoto /shutterstock.com
นักท่องเที่ยวชาวไทย
- เด็ก/นักศึกษา 30 บาท
- ผู้ใหญ่ 60 บาท
- อายุ 60 ปีขึ้นไปฟรี
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
- เด็ก 150 บาท
- ผู้ใหญ่ 300 บาท
ยานพาหนะ
- จักรยานฟรี (เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ เนื่องจากทางค่อนข้างชัน)
- มอเตอร์ไซค์ 20 บาท/คัน
- รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท/คัน
- รถยนต์ 6 ล้อ 100 บาท/คัน
**หมายเหตุ เมื่อชำระค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติแล้วกรุณาพกบัตรค่าบริการติดตัว ขณะท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเพื่อการตรวจสอบ
1. บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ : AIS, TRUE, DTAC
2. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 1 (แม่กลาง) : AIS, TRUE, DTAC
3. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 2 (แม่แจ่ม) : AIS
4. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 3 (แม่ยะ) : AIS, TRUE
5. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 4 (แม่เตี๊ยะ) : AIS, TRUE, DTAC
6. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 6 (แม่วาก) : AIS
7. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 7 (ผาตั้ง) : AIS, TRUE, DTAC
8. บริเวณด่านตรวจฯ จุดที่ 1 (กม.8) : AIS, TRUE
9. บริเวณด่านตรวจฯ จุดที่ 2 (กม.38) : AIS, TRUE
10. บริเวณด่านตรวจฯ จุดที่ 3 (หัวเสือ) : AIS, TRUE, DTAC
11. บริเวณด่านตรวจฯ จุดที่ 5 (ขุนวาง) : AIS
12. บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน : AIS, TRUE
13. บริเวณแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกวชิรธาร : AIS, TRUE
- จากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ประมาณ 56 กิโลเมตร ผ่านอำเภอหางดงและอำเภอสันปาตอง ไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009 (จอมทอง-ดอยอินทนนท์) จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 (น้ำตกแม่กลาง) และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 48 กิโลเมตร ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31
- การเดินทางสู่ดอยอินทนนท์ก็ทำได้สะดวก เพราะถนนหนทางกว้างขวาง ไม่ซับซ้อน ว่าง่าย ๆ คือมีทางสายหลักเส้นเดียว ตรงขึ้นดอยไปอย่างเดียวโลด แต่ถ้าเป็นขาลง คนขับอาจต้องใช้ความชำนาญมากเป็นพิเศษ ต้องใช้เกียร์ต่ำ ใช้เบรกให้น้อยที่สุด แล้วค่อย ๆ ไหลลงมาเรื่อย ๆ
คราวนี้เพื่อน ๆ ก็รู้แล้วว่าดอยอินทนนท์ไม่ได้เป็นที่เที่ยวสำหรับฤดูหนาวเท่านั้น ลองเปลี่ยนบรรยากาศเที่ยวดอยอินทนนท์ช่วงฤดูอื่นดูบ้าง หรือไม่ทางที่ดีก็ไปให้ครบทุกฤดูเลยก็ได้นะ รับรองว่าสวยงามไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ - Doi Inthanon National Park
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
ขอบคุณข้อมูลจาก
park.dnp.go.th, อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ - Doi Inthanon National Park, royalprojectthailand.com, เฟซบุ๊ก สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ The Royal Agricultural Station Inthanon และ thai.tourismthailand.org
อ๊ะ ๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ยังมีที่เที่ยวให้ได้ไปสัมผัสอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกแม่ปาน น้ำตกอบบน้อย น้ำตกห้วยทรายเหลือง น้ำตกแท่นพระสังข์ น้ำตกลานเสด็จ น้ำตกวังควาย และน้ำตกวังม่วง เป็นต้น
ที่พักดอยอินทนนท์
ดอยอินทนนท์มีที่พักให้เลือกหลากแบบหลายราคา ทั้งบ้านพักของอุทยาน โฮมสเตย์ขาวบ้าน รีสอร์ต และลานกางเต็นท์ต่าง ๆ โดยของบ้านพักและเต็นท์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ สามารถจองได้ที่ nps.dnp.go.th
ส่วนโฮมสเตย์และรีสอร์ตสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
- 9 ที่พักดอยอินทนนท์ เพลินตาธรรมชาติ นอนชิลจนลืมเวลา
- 9 ที่พักใกล้ดอยอินทนนท์ สัมผัสลมหนาว นอนชิลได้ไม่มีเบื่อ
- 13 ที่พักดอยอินทนนท์ ในบรรยากาศแสนสบาย
- ที่พักบ้านแม่กลางหลวง นอนชิลท่ามกลางวิวสวยและธรรมชาติเน้น ๆ
ดอยอินทนนท์กับเรื่องน่ารู้อื่น ๆ
- ดอยอินทนนท์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปได้ทุกฤดู แต่ละฤดูก็มีสีสันความสวยงามแตกต่างกันไป หากไปดอยอินทนนท์ช่วงฤดูหนาวก็จะเจอกับอากาศที่แสนเย็นเฉียบ จนบางวันอากาศที่เย็นจัดบนอินทนนท์ทำให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติน้ำค้างแข็งหรือแม่คะนิ้ง แต่ก็ใช่ว่าทุกคนไปแล้วจะเจอกับแม่คะนิ้ง เพราะของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับดวงล้วน ๆ
- ใครไปดอยอินทนนท์ช่วงฤดูร้อน ถึงแม้ว่าอากาศในเมืองจะร้อนตับแตก แต่พอไปถึงยอดดอยก็จะพบกับอากาศที่แสนจะเย็นชื่นใจ
- มีคนจำนวนไม่น้อยเลือกไปเที่ยวดอยอินทนนท์ช่วงหน้าฝน เพราะจะได้ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับผู้คน บรรยากาศเงียบสงบ ได้ดูวิวธรรมชาติเขียวขจีแบบสบายใจ ซึ่งข้อดีอีกอย่างของการเที่ยวดอยอินทนนท์หน้าฝน คือลานจอดรถจะโล่งมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นฤดูที่ไม่มีใครเที่ยว หรือจะไปช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่ดอยอินทนน์ก็มีนาข้าวขั้นบันไดสวย ๆ ให้ได้ชม
- กระซิบนิดหนึ่งว่าลานจอดรถข้างสถานีเรดาร์ ห้ามถ่ายรูปเป็นอันขาด เนื่องจากเป็นความลับของทางการทหาร แต่จะแวะไปกินกาแฟ ถ่ายรูปนก ดอกไม้ หน้าตัวเองก็ทำได้ แต่อย่าได้ถ่ายรูปเรดาร์เด็ดขาด
- ดอยอินทนนท์มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติมากมาย ทางที่ดีควรเตรียมอุปกรณ์อย่างพวกยาทากันยุงไว้กับตัว เพราะภายในพื้นที่ป่าเต็มไปด้วยพวกแมลงบินต่าง ๆ ที่คอยจ้องจะดูดเลือดของเรา
- พระตำหนักดอยผาตั้ง หนึ่งในสถานที่แลนด์มาร์กเด็ดสำหรับการชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง แต่ถ้าใครตั้งใจอยากมาชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่ดอยอินทนนท์จริง ๆ ที่นี่ก็มีเส้นทางชมพญาเสือโคร่ง ไล่ตั้งแต่พระตำหนักดอยผาตั้ง-ขุนกลาง-ขุนวาง เป็นถนนสายสีชมพูระยะทางกว่า 25 กิโลเมตร แต่จริง ๆ แล้วฤดูกาลของพญาเสือโคร่งค่อนข้างคาดเดาได้ลำบาก ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะบานในช่วงปลายเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ถ้าจะให้ดีโทรศัพท์มาถามเลยจะดีกว่า
- ก่อนเดินทางกลับแวะอุดหนุนสินค้าเกษตร พวกพืชผัก-ผลไม้เมืองหนาวที่ "ตลาดม้ง" ตลาดพื้นเมืองชุมชนไทยม้ง บ้านขุนกลาง แห่งดอยอินทนนท์ ก็ดีเหมือนกันนะ
ภาพจาก Bangprikphoto /shutterstock.com
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ค่าเข้า
นักท่องเที่ยวชาวไทย
- เด็ก/นักศึกษา 30 บาท
- ผู้ใหญ่ 60 บาท
- อายุ 60 ปีขึ้นไปฟรี
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
- เด็ก 150 บาท
- ผู้ใหญ่ 300 บาท
ยานพาหนะ
- จักรยานฟรี (เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ เนื่องจากทางค่อนข้างชัน)
- มอเตอร์ไซค์ 20 บาท/คัน
- รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท/คัน
- รถยนต์ 6 ล้อ 100 บาท/คัน
**หมายเหตุ เมื่อชำระค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติแล้วกรุณาพกบัตรค่าบริการติดตัว ขณะท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเพื่อการตรวจสอบ
สัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่
1. บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ : AIS, TRUE, DTAC
2. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 1 (แม่กลาง) : AIS, TRUE, DTAC
3. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 2 (แม่แจ่ม) : AIS
4. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 3 (แม่ยะ) : AIS, TRUE
5. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 4 (แม่เตี๊ยะ) : AIS, TRUE, DTAC
6. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 6 (แม่วาก) : AIS
7. บริเวณหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 7 (ผาตั้ง) : AIS, TRUE, DTAC
8. บริเวณด่านตรวจฯ จุดที่ 1 (กม.8) : AIS, TRUE
9. บริเวณด่านตรวจฯ จุดที่ 2 (กม.38) : AIS, TRUE
10. บริเวณด่านตรวจฯ จุดที่ 3 (หัวเสือ) : AIS, TRUE, DTAC
11. บริเวณด่านตรวจฯ จุดที่ 5 (ขุนวาง) : AIS
12. บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน : AIS, TRUE
13. บริเวณแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกวชิรธาร : AIS, TRUE
การเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
- จากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ประมาณ 56 กิโลเมตร ผ่านอำเภอหางดงและอำเภอสันปาตอง ไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009 (จอมทอง-ดอยอินทนนท์) จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 (น้ำตกแม่กลาง) และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 48 กิโลเมตร ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31
- การเดินทางสู่ดอยอินทนนท์ก็ทำได้สะดวก เพราะถนนหนทางกว้างขวาง ไม่ซับซ้อน ว่าง่าย ๆ คือมีทางสายหลักเส้นเดียว ตรงขึ้นดอยไปอย่างเดียวโลด แต่ถ้าเป็นขาลง คนขับอาจต้องใช้ความชำนาญมากเป็นพิเศษ ต้องใช้เกียร์ต่ำ ใช้เบรกให้น้อยที่สุด แล้วค่อย ๆ ไหลลงมาเรื่อย ๆ
คราวนี้เพื่อน ๆ ก็รู้แล้วว่าดอยอินทนนท์ไม่ได้เป็นที่เที่ยวสำหรับฤดูหนาวเท่านั้น ลองเปลี่ยนบรรยากาศเที่ยวดอยอินทนนท์ช่วงฤดูอื่นดูบ้าง หรือไม่ทางที่ดีก็ไปให้ครบทุกฤดูเลยก็ได้นะ รับรองว่าสวยงามไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ - Doi Inthanon National Park
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
ขอบคุณข้อมูลจาก
park.dnp.go.th, อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ - Doi Inthanon National Park, royalprojectthailand.com, เฟซบุ๊ก สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ The Royal Agricultural Station Inthanon และ thai.tourismthailand.org