9 เรื่องควรรู้ก่อนเที่ยว ภูป่าเปาะ ฟูจิแห่งเมืองเลย


ภูป่าเปาะ


          ภูป่าเปาะ ที่หลายคนทำหน้างงว่ามันคือที่ไหน ตั้งอยู่แห่งหนใดของเมืองไทย น้อยคนนักที่จะรู้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นจุดชมวิวมุมสูง ที่สามารถมองเห็น "ภูหอ" ที่ว่ากันว่ามีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิ ของประเทศญี่ปุ่น จนหลายคนขนานนามให้เป็น "ฟูจิเมืองเลย" ใครที่อยากรู้ว่าจะสวยอลังการขนาดไหนนั้น ก็ต้องมาที่ ภูป่าเปาะ ในอำเภอหนองหิน จังหวัดเลย ดูได้ แต่สำหรับใครก็ตามที่อยากจะรู้จักภูป่าเปาะให้มากขึ้น เรามีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปยังภูป่าเปาะ เผื่อเพื่อน ๆ จะได้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับไปพิชิตภูป่าเปาะด้วยกัน มีอะไรบ้างมาดูกันเลย

1. พิกัดของภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

          พิกัดของ "ภูป่าเปาะ" ตั้งอยู่ที่บ้านผาหวาย ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย ห่างจากสวนผาหินงามหรือคุนหมิงเมืองไทยประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวที่สูง 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล

2. กว่าจะเป็น "ภูป่าเปาะ"

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

          ก่อนหน้าที่ภูป่าเปาะจะเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดเลย พื้นที่ตรงนี้แต่ก่อนชาวบ้านบุกรุกป่าทำไร่เลื่อนลอย แน่นอนว่าถ้ายิ่งปล่อยให้ชาวบ้านทำต่อไป มีแต่จะยิ่งทำลายธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงเกิดความร่วมมือกันระหว่างผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าป่าไม้คิดหาวิธีให้ชาวบ้านมีรายได้ โดยการสร้างจุดชมวิว และเพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งในตอนแรกยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร แต่เพราะไม่ละความพยายาม ทางผู้ใหญ่บ้านจึงตระเวนออกหาเงินทุน เพื่อหาเงินมาสร้างเป็นจุดชมวิวขึ้นทีละจุดอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้

3. นั่งรถอีแต๊กขึ้นภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

          การเดินทางขึ้นสู่ภูป่าเปาะเราจำเป็นที่จะต้องโดยสาร "รถอีแต๊ก" ซึ่งดัดแปลงมาจากรถไถนา และทำที่นั่งพ่วงข้างท้ายเพื่อบรรทุกคนหรือสิ่งของ เวลาวิ่งเราจะได้ยิ่นเสียงต๊อก ๆ แต๊ก ๆ ดังอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นที่มาว่าทำไมเจ้ายานพาหนะชนิดนี้ถึงได้เรียกว่า "รถอีแต๊ก" คันหนึ่งสามารถบรรจุคนได้ประมาณ 5-7 คน จะนั่งหน้านั่งหลังก็แล้วแต่ตามอัธยาศัย รับรองว่าได้ชมวิวสองข้างทางระหว่างขึ้นภูป่าเปาะเหมือนกันอย่างแน่นอน

4. สองข้างทางก่อนถึงภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

          ระหว่างทางที่รถอีแต๊กเคลื่อนตัวอย่างเนิบช้าก่อนขึ้นไปยังจุดชมวิวภูป่าเปาะ ตลอดสองข้างทางเราจะเห็นดอกบัวตองสีเหลืองบานชูช่อรอต้อนรับ ผ่านทุ่งนาข้าว จากนั้นจะผ่านเส้นทางการเกษตร เมื่อพ้นเส้นทางการเกษตรมีบางช่วงที่รถอีแต๊กจำเป็นต้องไต่ระดับความลาดชัน ทำให้คนขับต้องเร่งเครื่องยนต์เสียงดังกระหึ่มเพื่อให้พ้นช่วงความลาดชันนั้นไป กว่าจะถึงจุดชมวิวก็เรียกได้ว่าสร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวได้ดีเลยทีเดียว

5. จุดชมวิวภูป่าเปาะแบบ 360 องศา

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

          จุดชมวิวภูป่าเปาะมีทั้งหมด 4 จุด แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักชอบขึ้นไปยังจุดชมวิวที่ 4 ซึ่งจำเป็นต้องเดินเท้าไต่ความสูงขึ้นไปประมาณ 200 เมตร โดยต้องผ่านป่าเล็ก ๆ ขึ้นไปโผล่ยังจุดชมวิว ยิ่งถ้าใครต้องการมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวนี้ อาจจำเป็นต้องพกไฟฉายเผื่อไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย เพราะทางเดินค่อนข้างมืดและมีความลาดชัน เมื่อขึ้นมาแล้วนักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพได้แบบ 360 องศา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าได้มาในช่วงหน้าหนาว และในวันที่ฟ้าเป็นใจ คุณอาจจะได้ชื่นชมความสวยงามของทะเลหมอกที่ลอยละล่อง และไม่แน่ว่ายังมองเห็นวิวได้อีก 8 สถานที่ด้วยกัน ได้แก่ ภูหินร่องกล้า, ภูหอ, ภูหลวง, ภูกระดึง, ภูผาจิต, ภูผาม่าน, สวนหินผางาม และเขาค้ออีกด้วย

6. ความสวยงามของ "ภูป่าเปาะ" ในแต่ละฤดูกาล

          การเที่ยวชม "ภูป่าเปาะ" สามารถเข้าชมได้ทุกช่วงฤดูกาล ซึ่งในแต่ละฤดูภูป่าเปาะก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกัน ถ้าเป็นในช่วงหน้าร้อนจะมองเห็นทุ่งหญ้าและขุนเขาเป็นสีเหลืองทอง ช่วงหน้าฝนจะมองเห็นภูเขาและท้องนาเขียวขจี (แต่นักท่องเที่ยวอาจต้องระวังเส้นทางช่วงระหว่างขึ้นไปยังจุดชมวิวสักเล็กน้อย เพราะฝนที่ตกลงมาอาจก่อให้เกิดดินโคลนที่เป็นอุปสรรคต่อการนั่งรถอีแต๊กได้) ช่วงหน้าหนาวถือเป็นช่วงฤดูทองของภูป่าเปาะ เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เจอกับทะเลหมอก บวกกับวิวของภูหอหรือฟูจิเมืองเลย ยิ่งสวยเข้าไปกันใหญ่ สรุปว่าไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนภูป่าเปาะก็มีความสวยงามไม่เหมือนกัน

7. "ภูป่าเปาะ" ในวันนี้

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

          "ภูป่าเปาะ" ในวันนี้อาจต่างจากวันวาน เพราะมีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับเพิ่มความสวยงามโดยรอบบริเวณ จากที่เคยมีแต่หญ้าสีเขียว ตอนนี้มีสีสันของดอกไม้เข้ามาแซม ทำให้ภูป่าเปาะดูน่ามองและมีสีสันมากยิ่งขึ้น รวมถึงมิตรไมตรีของเหล่าบรรดาชาวบ้านและคนขับรถอีแต๊กที่คอยทำหน้าที่เป็นไกด์ท้องถิ่นที่ดี คอยบอกเล่าเรื่องราวของภูป่าเปาะ ตอบข้อซักถามนั่นนี่ ทั้งยังคอยดูแลความปลอดภัยด้วยความเต็มใจและความชำนาญ ทำให้นักท่องเที่ยวเที่ยวอย่างเรารู้สึกสนุกและเหมือนมีเพื่อนร่วมเดินทางเพิ่มขึ้น

8. ภูป่าเปาะไม่มีลานกางเต็นท์

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

          เนื่องจากบริเวณจุดชมวิวของภูป่าเปาะไม่ได้มีอาณาเขตกว้างขวาง จึงไม่มีพื้นที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์นอนดูดาว รวมถึงตลอดสองข้างทางที่รถอีแต๊กมุ่งหน้าไปยังจุดชมวิวก็ไม่มีที่พักให้นักท่องเที่ยวนอนค้างคืนเช่นกัน หากนักท่องเที่ยวอยากที่จะพักค้างคืนก่อนขึ้นไปยังภูป่าเปาะ ทั่วบริเวณเส้นทางอำเภอหนองหินก่อนถึงภูป่าเปาะจะมีที่พักเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย

9. การเดินทางไป "ภูป่าเปาะ"

        นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวชมภูป่าเปาะได้โดยใช้เส้นทางเดียวกับสวนผาหินงาม ห่างจากตัวเมืองจังหวัดเลยประมาณ 45 กิโลเมตร ก่อนจะถึงตัวอำเภอหนองหินประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีป้ายให้เลี้ยวขวาไป "คุนหมิง" ให้ตามทางนั้นไปได้เลย หรือสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้ใหญ่บ้านผาหวาย คุณบุญลือ พรมหาลา โทร. 089 764 6829 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย โทร. 042 812 812 (หรือถ้าใครอยากเดินทางอย่างสะดวกสบายทั่วทั้งจังหวัดเลยสามารถติดต่อบริการรถตู้เช่า โทร. 084 550 2769 ติดต่อคุณบอม)

        "ภูป่าเปาะ" เป็นอีกหนึ่งความงดงามทางธรรมชาติของจังหวัดเลยที่แสนโรแมนติกแบบไม่ต้องไปไกลถึงต่างแดน แค่ขับรถชิล ๆ ก็มาถึงภูป่าเปาะ แฝดคนละฝาของภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่น เอ้า ! จะมัวรอช้าอยู่ทำไม ออกไปตะลุยเที่ยวกันเลย...

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
, เฟซบุ๊ก TAT-Loei-Office


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
9 เรื่องควรรู้ก่อนเที่ยว ภูป่าเปาะ ฟูจิแห่งเมืองเลย โพสต์เมื่อ 4 ธันวาคม 2558 เวลา 12:05:58 40,098 อ่าน
TOP