ของดี 13 สิ่งที่ต้องไปเที่ยวเมืองตรังเท่านั้น ถึงจะได้สัมผัส

ของดี 13 สิ่งที่ต้องไปเที่ยวเมืองตรังเท่านั้น ถึงจะได้สัมผัส

          “ตรัง” เป็นจังหวัดที่มีอดีตอันรุ่งเรือง เพราะเป็นเมืองท่าที่สำคัญของไทยทางฝั่งภาคใต้ มีการค้าที่มั่งคั่งและเติบโตมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ บางคนมาเที่ยวเมืองตรังแล้วยังต้องกลับมาอีกครั้ง เพราะเสน่ห์แห่งตรังได้ครองใจพวกเขาไปกว่าครึ่งดวง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ บ้านเรือนเก่าแก่ ประเพณีและวัฒนธรรมที่งดงาม อาหารพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนความน่ารักของคนท้องถิ่นเมืองตรัง ล้วนก่อประสานให้ภาพรวมของเมืองตรังเป็นเมืองที่ควรไปท่องเที่ยวให้ได้สักครั้งในชีวิต วันนี้เราได้รวบรวมข้อน่ารู้ที่จะกระตุ้นให้คนไทยอยากเดินทางไปเยือนตรังมากขึ้น บนพื้นที่กว่า 4,941 ตารางกิโลเมตร นี้จะดึงดูดใจคุณได้มากแค่ไหนไปดูกันเลย

1. เมืองแห่งหมูย่างหอมกรุ่น

          กลิ่นหมูย่างหอมฟุ้ง ตลบอบอวลขึ้นสู่จมูกทันทีเมื่อพูดถึงหมูย่างเมืองตรัง ซึ่งความอร่อยของมันก็เป็นที่กล่าวขานไปทั่วประเทศ ด้วยมีรสชาติที่หวานหอม กลมกล่อม กรอบนอกนุ่มใน ตามแบบต้นตำรับสูตรกวางตุ้ง กัดเข้าไปหนึ่งคำมันจะหวานอยู่ที่ปลายลิ้น นุ่มละมุนอยู่ในปาก ไม่เหนียว ไม่มีกลิ่นคาว ไม่ต้องทานคู่กับน้ำจิ้ม ถ้าใครได้ลองต้องติดใจแน่นอน ร้านที่เป็นตำนานแห่งหมูย่างเมืองตรังมีอยู่หลายร้าน อาทิ ร้านโกเภา ร้านบัวบก พงษ์โอชา เป็นต้น ในทุก ๆ ปี จังหวัดตรังจะจัดเทศกาลหมูย่างเมืองตรังประมาณกลางปี โดยจะจำหน่ายหมูย่างในราคาพิเศษ พร้อมกับสินค้า OTOP แห่งเมืองตรัง

2. มีร้านติ่มซำอร่อยระดับตำนาน

          เมืองตรังเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ได้รับอิทธิพลจากมาจากจีน เพราะในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นเมืองท่าแห่งการค้าขาย จึงทำให้มีการหลั่งไหลเข้ามาของคนจีนจำนวนไม่น้อย  มีทั้งมาแบบไปกลับ และมาตั้งรกรากถิ่นฐานอยู่ในเมืองตรัง นั่นจึงทำให้วัฒนธรรมการกินแบบชาวจีนได้เข้ามาสู่เมืองตรังด้วย โดยเฉพาะติ่มซำ อาหารว่างคำเล็ก ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นอาหารหลัก โดยเฉพาะมื้อเช้าของชาวตรังไปเสียแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีร้านติ่มซำดั้งเดิมหลายร้าน อาทิ ร้านเรือนไทยติ่มซำ ร้านพงษ์โอชา ร้านเลตรัง เป็นต้น แต่ละร้านก็มีรสชาติและเมนูที่แตกต่างกันไป แต่รับรองได้เลยว่าความอร่อยและความหลากหลายไม่ได้แพ้ร้านอาหารดังในประเทศจีนแน่นอน

3. มีรถตุ๊กตุ๊กหัวกบโบราณหลงเหลืออยู่

ตรัง

          รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของจังหวัดตรัง เพราะมีเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้นในเมืองไทยที่มีรถโดยสารเป็นรถเก่าแก่แบบนี้ รถตุ๊กตุ๊กหัวกบเป็นรถกระบะสามล้อขนาดเล็ก นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี เจ้ากบตัวนี้ไม่เหมือนกับรถตุ๊กตุ๊กแห่งดินแดนสยามก็ตรงที่คันบังคับพวงมาลัยจะเป็นเหมือนรถยนต์ทั่วไป มีหลังคาสำหรับผู้โดยสาร เหมาะสำหรับการขับขี่ในตัวเมืองตรัง เพราะลักษณะภูมิศาสตร์ในเขตเมืองตรังนั้นจะเป็นลอนลูกฟูก จึงจำเป็นต้องใช้รถขนาดเล็ก สามารถไปตามตรอกซอกซอยแคบ ๆ ในเมืองได้อย่างง่ายดาย สามารถเช่าเหมาเพื่อการท่องเที่ยวรอบเมืองตรังได้ ตกลงราคากับเจ้าของรถได้เลย ถ้าอยากมีโอกาสได้สัมผัสรถตุ๊กตุ๊กในตำนานอย่างเจ้าหัวกบ ก็ต้องเก็บกระเป๋าไปเที่ยวเมืองตรังกันแล้ว (ขอขอบคุณข้อมูลจาก jesadatechnikmuseum.com)

4. สถานีรถไฟสถานีสุดท้ายของสายใต้ สถานีกันตัง

ของดี 13 สิ่งที่ต้องไปเที่ยวเมืองตรังเท่านั้น ถึงจะได้สัมผัส

          การเดินทางมายังจังหวัดตรังสามารถมาได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ เครื่องบิน เรือ และรถไฟ ซึ่งในสมัยก่อนนั้นการเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังตรังด้วยรถไฟเป็นการเดินทางที่ง่ายและสะดวกที่สุดสำหรับชาวบ้านและนักท่องเที่ยว สถานีกันตังถือเป็นสถานีสุดท้ายในเส้นทางรถไฟสายอันดามัน เปิดทำการมามากกว่า 100 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456 เพื่อใช้เป็นช่องทางในการขนส่งสินค้ากับต่างประเทศ ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสีเหลือง มีสถาปัตยกรรมในแบบรัชกาลที่ 6 คือ มุมเสามีลวดลายไม้ฉลุ มีมุขยื่นประดับด้านหน้า ประตูบานเฟี้ยม มีพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ไว้เพื่อเก็บรักษาข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับสถานีรถไฟกันตังและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมเพื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ปัจจุบันมีเพียงรถไฟรอบเดียวต่อวันเท่านั้นจากกรุงเทพฯ ที่ไปถึงสถานีกันตัง คือ รอบเวลา 18.30 น. ถึงสถานีกันตังเวลา 11.20 น. และจากสถานีกันตังมายังกรุงเทพฯ รอบเวลา 12.40 น. ถึงสถานีหัวลำโพงเวลา 05.35 น. ใครอยากมีประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบชิค ๆ ก็สามารถลองใช้บริการรถไฟไทยกันได้เลย (ขอขอบคุณข้อมูลจาก railway.co.th)

ของดี 13 สิ่งที่ต้องไปเที่ยวเมืองตรังเท่านั้น ถึงจะได้สัมผัส


5. มีชายหาดในถ้ำเพียงแห่งเดียวในเมืองไทย...ถ้ำมรกต



          ถ้ำมรกตคือความงดงามที่ซ่อนตัวอยู่กลางทะเลตรัง บนเกาะมุก ความงดงามตระการตาของถ้ำมรกตไม่ได้จะเข้าไปชมกันได้ง่าย ๆ ต้องลอยคอผ่านปากทางเข้าถ้ำที่เป็นโพรงเล็ก ๆ เข้าไป ระยะทางประมาณ 80 เมตร ภายในถ้ำไม่ได้มืดทึบน่ากลัวเหมือนถ้ำทั่วไป เพราะด้านบนเปิดโล่ง ที่สำคัญมีชายหาดเล็ก ๆ พร้อมกับน้ำทะเลสีเขียวมรกตที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาเกิดเป็นประกายระยิบระยับงดงามจับตายิ่งนัก สามารถเล่นน้ำได้ในบริเวณชายหาด บางวันที่นักท่องเที่ยวน้อย ๆ จะเงียบสงบ เหมาะแก่การนอนอาบแดดพักผ่อนมาก ๆ ซึ่งการที่จะได้เข้าไปชมความสวยงามของถ้ำมรกตก็ต้องอาศัยดวงกันสักเล็กน้อย เพราะถ้าหากน้ำขึ้นสูงก็จะไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้ จึงต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด สามารถเช่าเรือเพื่อการไปเที่ยวเกาะมุกและถ้ำมรกตได้ที่ท่าเรือปากเมง อำเภอสิเกา

6. สถานที่จัดงานแต่งงานใต้ทะเลสุดโรแมนติก

          พิธีวิวาห์ใต้สมุทรแห่งจังหวัดตรัง ได้สร้างตำนานความรักให้แก่คู่รักมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เริ่มต้นจากคู่หนุ่มสาวนักดำน้ำที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งใต้ท้องทะเลตรัง เมื่อความรักสุกงอมจึงตัดสินใจใช้ท้องทะเลของตรังเป็นสถานที่จัดงานวิวาห์สุดโรแมนติกจนโด่งดังไปทั่วโลก ทางจังหวัดตรังจึงได้ร่วมมือกับหน่วยงาน ภาครัฐต่าง ๆ เพื่อต่อยอดงานวิวาห์ใต้สมุทรให้ถือกำเนิดเรื่อยมา มีการจัดงานในทุก ๆ ปี ในช่วงวันวาเลนไทน์ มีคู่รักมากมายเข้าร่วมพิธีนี้ สำหรับผู้ที่สนใจการแต่งงานใต้ท้องทะเลตรังสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ underwaterwedding.com

7. มีโบสถ์เก่าแก่เกือบร้อยปี

ของดี 13 สิ่งที่ต้องไปเที่ยวเมืองตรังเท่านั้น ถึงจะได้สัมผัส

          คริสตจักรตรัง สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2458 มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่เรียบร่าย ได้รับการปรับปรุงมาหลายครั้ง แต่เมื่อปี พ.ศ. 2550 มีการปรับปรุงมากที่สุด ปัจจุบันเราจึงได้เห็นโบสถ์หลังนี้มีสีเหลืองสดใส มีหอระฆัง 3 ชั้น ภายในปูพื้นด้วยหินอ่อน เพดานประดับตกแต่งด้วยโคมไฟระย้า และพัดลมเพดานสไตล์เก่าแก่ หน้าต่างทรงโค้ง เปิดรับแสงสว่างจากภายนอกได้อย่างดี รอบข้างมีสวนร่มรื่น เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากตัวเมืองตรัง ติดตามข่าวสารได้ที่ facebook.com/Trangchurch

8. ถิ่นขนมเปี๊ยะหอมกรอบอร่อย ขนมเปี๊ยะซอย 9

          ใครที่หลงรักขนมเปี๊ยะเข้าหัวใจต้องไม่พลาดที่จะไปลิ้มลองขนมเปี๊ยะเจ้าดังแห่งเมืองตรัง ขนมเปี๊ยะซอย 9 ดีด้วยรสชาติ สดสะอาด ปลอดภัยไม่ใส่สารกันบูด ตัวแป้งจะกรอบนอก นุ่มละมุนลิ้น ไม่หนา แต่อัดเต็มไปด้วยหลากหลายไส้ ได้แก่ เผือกหอมไข่เค็ม ทุเรียนไข่เค็ม ถั่วแดงไข่เค็ม พุทราจีนไข่เค็ม ชาเขียวไข่เค็ม เม็ดบัว งาดำ แต่ที่นิยมมากที่สุดคือไส้เผือกหอมไข่เค็ม ทานคู่กับน้ำชาร้อน ๆ อร่อยจนหยุดทานไม่ได้เลยทีเดียว โทรศัพท์ 0 7522 2734, 08 9474 6892, 08 3690 2754

9. ขนมเค้กเมืองตรัง ความนุ่มที่น่าลิ้มลอง

ตรัง

          เค้กก้อนกลม ๆ มีรูตรงกลาง เนื้อฟูนุ่ม กลิ่นหอมเย้ายวนชวนหม่ำกับน้ำชาร้อน ๆ ถือเป็นของกินพื้นเมืองอันลือชื่ออีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรพลาดหากมาเยือนเมืองตรัง ซึ่งในทุก ๆ จะมีการจัดงานเทศกาลขนมเค้ก จังหวัดตรัง ขึ้นเป็นประจำ โดยภายในงานมีการจำหน่ายขนมเค้กราคาพิเศษ สินค้า OTOP จังหวัดตรัง และขบวนพาเหรดแฟนซี การประกวด และการแสดงบนเวที/ดนตรีอีกมายมาย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของเมืองตรัง

10. เกาะกระดาน หาดทรายขาว น้ำทะเลใส



          เกาะกระดาน เป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่สวยงามที่สุดของจังหวัดตรัง ด้วยมีน้ำทะเลสีฟ้าใสจนสามารถมองเห็นปะการังใต้น้ำได้ มีหาดทรายขาวนุ่มละเอียด ตัดกับสีของน้ำทะเลอย่างโดดเด่น มีเนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนั้นเป็นความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเอกชนรับกรรมสิทธิ์ไปดูแลจัดการ นักท่องเที่ยวมักเลือกที่จะมาชื่นชมท้องทะเลตรังกันที่เกาะแห่งนี้ เพราะธรรมชาติใต้ท้องทะเลที่สมบูรณ์บริเวณรอบ ๆ เกาะ สามารถดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นได้อย่างง่ายดาย มีฝูงปลาหลากหลายสายพันธุ์ให้ได้ยลโฉมกันอีกด้วย นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีเกาะรอกที่สามารถดำน้ำตื้นได้อย่างสวยงามอีกด้วย

11. เทศกาลกินเจที่ยิ่งใหญ่ของคนไทยเชื้อสายจีน

ของดี 13 สิ่งที่ต้องไปเที่ยวเมืองตรังเท่านั้น ถึงจะได้สัมผัส

          จังหวัดตรัง เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก นั่นจึงทำให้ประเพณีถือศีลกินเจเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวตรัง มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่สืบทอดต่อกันมามากกว่า 150 ปี โดยจะเริ่มในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 จนถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี เป็นเวลาทั้งหมด 9 วัน 9 คืน โดยจะมีศาลเจ้า 2 แห่งที่เป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพิธี คือ ศาลเจ้าพ่อหมื่นรามและศาลเจ้ากิ๋วอ๋องเอี่ย ในช่วงเทศกาลกินเจ ชาวตรังจะร่วมกันถือศีล รับประทานอาหารที่ไม่มีการเบียดเบียนสัตว์ นุ่งขาวห่มขาว มีการแสดงพลุไฟ การแสดงมังกร และการประกอบพิธีต่าง ๆ ตามประเพณีจีน

12. รู้ยัง ! ยางพาราต้นแรกของประเทศไทยอยู่ที่ตรังนะ

ตรัง

          ต้นยางพาราแห่งแรกในประเทศไทยตั้งอยู่ในจังหวัดตรังค่ะ โดยตั้งอยู่ริมถนนก่อนเข้าสู่ตัวอำเภอกันตัง หน้าสหกรณ์การเกษตรกันตัง โดยเป็นต้นยางรุ่นแรกที่ พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี เจ้าเมืองตรังได้นำมาปลูกไว้เพื่อบุกเบิกอาชีพสวนยางพาราของชาวตรัง เมื่อปี พ.ศ. 2442 และยังคงหยัดยืนจนถึงปัจจุบันนี้

13. ลอดท้องมังกร ณ ถ้ำเลเขากอบ

ของดี 13 สิ่งที่ต้องไปเที่ยวเมืองตรังเท่านั้น ถึงจะได้สัมผัส

          "เลใต้ภูเขา ลอดยาวสุดลี้ น้ำรอบคีรี ที่นี่ถ้ำเลเขากอบ" ... นี่เป็นคำจำกัดความของ "ถ้ำเลเขากอบ" 1 ใน Unseen Thailand ของประเทศไทย แม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดให้ผู้คนทั้งจากชาวไทยและต่างชาติ เดินทางแวะเวียนมาท่องเที่ยวไม่ขาดสาย เพราะความเชื่อที่ว่า “การได้ลอดผ่านท้องมังกรจะเป็นสิริมงคล” ซึ่งถ้ำเลเขากอบเป็นถ้ำที่มีสายน้ำไหลผ่านและไหลล้อมรอบภูเขาอันเป็นที่ตั้งของถ้ำ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามและคงความสมบูรณ์ปรากฏให้เห็นตลอดทาง ตามเวิ้งถ้ำหรือโถงถ้ำต่าง ๆ สามารถเดินชมได้ เช่น ถ้ำเจ้าสาว ถ้ำรากไทร ถ้ำคนธรรพ์ เป็นต้น จุดเด่นของถ้ำเลเขากอบอีกอย่างหนึ่งที่สร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว ด้วยจะต้องนอนราบขนานไปกับเรือแล้วลอดผ่านส่วนที่มีเพดานถ้ำต่ำที่สุด เรียกว่า ถ้ำลอด กล่าวกันว่าการได้ลอดผ่านจุดนี้เปรียบเสมือนการได้ลอดท้องมังกรค่ะ

          จริง ๆ แล้วจังหวัดตรังยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย ต้องลองออกไปสัมผัสเมืองตรังกันดูสักครั้ง แล้วคุณจะหลงรัก ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง โทรศัพท์ 0 7521 5867, 0 7521 1058, 0 7521 1085 และหอการค้าจังหวัดตรัง โทรศัพท์ 0 7521 0238, 0 7522 5353



  แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ

    คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ




ขอขอบคุณข้อมูลจาก
  , mots.go.th, railway.co.th, trangchurch.org และ jesadatechnikmuseum.com                                  



เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ของดี 13 สิ่งที่ต้องไปเที่ยวเมืองตรังเท่านั้น ถึงจะได้สัมผัส โพสต์เมื่อ 29 เมษายน 2558 เวลา 15:47:23 43,940 อ่าน
TOP