
6 สถานที่ประทับใจในปี 2554 (Lisa)
เวลาไม่เคยหยุดเดิน แค่เคลื่อนไหว สลับเปลี่ยน กลางวันสั้น กลางคืนยาวมืดเร็วสว่างช้าเมื่อเข้าเขตฤดูหนาว ก็เคลื่อนที่เป็นปีใหม่ ไม่ไหว จะนับว่าเลขระยะการเดินทางเพิ่มมาอีกกี่หลักกิโลฯ ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกที่หมายล้วนงดงามในต่างมุม หากจะสาธยายคงกินเวลาทั้งชีวิต เลยหยิบมาเล่าแค่บางส่วนของสถานที่ประทับใจจากทุกภาคของเมืองไทย โดยใช้ความรู้สึกส่วนตัวเป็นเครื่องชี้วัด และเพื่อจะชวนผู้อ่าน Lisa มาเที่ยวไทยด้วยกัน




จังหวัดใหม่ป้ายแดงที่แยกตัวมาจากหนองคายพ่อแม่บังเกิดเกล้า เรื่องราวยังดำเนินไปแบบเรียบง่ายริมชายโขง ตรงข้ามปากซัน แขวงบริคำไชย ประเทศลาว เมืองนี้จึงมีกลิ่นอายไทย-ลาวปะปนอยู่ทุกหนแห่ง ต้นทุนทางธรรมชาติที่มีอยู่เป็นทุนเดิม ทั้งป่าเขา ธารถ้ำ น้ำตก ทำให้บึงกาฬมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่คนเมือง อย่างเราท่านแสวงหา ทั้งบึงโขงหลง ภูทอก เขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าภูวัว ฯลฯ และยังนั่งเรือข้ามลำโขงไปเที่ยวฝั่งกระโน้น ซึ่งผู้คนไปมาหาสู่กันอยู่เสมอได้ไม่ลำบาก




ตั้งแต่ตลาดหน้าวัดอุโบสถารามในตัวเมืองอุทัย ไล่ไปถึงจุดบรรจบเจ้าพระยาที่บ้านท่าซุง วิถีชีวิตในแบบไม่ปรุงเครื่องของชาวเพริมแม่น้ำสะแกกรัง กินนอน ปลูกเตย เลี้ยงปลาในกระชัง ใช้เรือเป็นพาหนะหลัก เป็นภาพที่ยังติดตาและติดตรึงอยู่ในใจฉันมาจนทุกวันนี้ ขอแนะนำให้พักค้างบนฝั่งสักหนึ่งคืน ตื่นมาชมตลาดเช้า สายหน่อยค่อยทอดน่องท่องเมืองเก่าที่เงียบเชียบเรียบสะอาดตา จบท้ายด้วยมื้อเที่ยงบนเรือซึ่งพาล่องไปตามลำน้ำ เชื่อสิ...รับรองต้องติดใจ


บางทีก็เรียก "ภูเขาหญ้าสองสี" เพราะจะถูกน้ำฝนพรมจนหญ้าแตกต้นเชียวในช่วงฤดูฝน และแปรเปลี่ยนเป็นสีทองในช่วงฤดูร้อน จึงทำให้เที่ยวได้ตลอดทั้งปีในสองมุมมอง จากทุ่งหญ้าด้านล่างมีทางเดินทอดขึ้นไปสู่ยอดเนินด้านบนที่ไม่สูงนัก ถ้าจะให้ดีควรมาช่วยเช้า ๆ ตอนแดดยังแรงไม่เข้าที่หรือเย็น ๆ ที่แดดเริ่มอ่อนแสง มีหลายคู่พากันมาถ่ายรูปทำสูจิบัตรงานแต่ง ยิ่งตอนแสงสีทองพาดผ่านทุ่งหญ้าที่พลิ้วไหว เมื่อลมปะทะ บรรยากาศมันเหมือนในซีรี่ส์เกาหลีดี ๆ นี่เอง



เกาะแก้วพิสดาร ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี ถือเป็นปฐมบทสำหรับการเดินทางท่องทะเลของคนวัยหนุ่มสาว นับแต่ยุคกางเต็นท์นอนริมหาดจนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งแม้จะมีรีสอร์ตและโรงแรมมาเพิ่มความสะดวกสบายในวันพักผ่อน แต่ชื่อเสม็ดยังติดโผเป็นเบอร์ต้น ๆ มาทุกยุคสมัย หาดยังสวย น้ำยังใส แม้จะมีคนหลั่งไหลไปไม่ขาด ไป-กลับยังไงเสียก็ต้องแวะซื้อเสบียงของฝากจากตลาดบ้านเพ ที่เดินเคียงบ่าเคียงไหล่มาพร้อมกับชื่อเกาะเสม็ด จนเป็นสูตรสำเร็จของเมืองระยองไปแล้วก็ว่าได้


แค่ชื่อก็ฟังดูไกลปืนเที่ยง คงไม่เถียงถ้าเป็นเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ปัจจุบันหนทางสะดวกราบเรียบปลอดภัย แม้จะอยู่ติดขอบชายแดนพม่า “สังขละบุรี” เป็นถิ่นฐานของชาวมอญที่ตั้งอยู่บริเวณซึ่งมีลำน้ำสามสาย อันได้แก่ ซองกะเลีย บิคลี่ และห้วยรันตี เดินทางมาบรรจบที่ “สามประสบ” จุดนัดพบ ก่อนบวกรวมกัน เป็นแม่น้ำแควน้อย โดยมี “สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือ สะพานมอญ” ที่หลวงพ่ออุตตมะ พระอริยสงฆ์แห่งทิศปัจจิม นำพาชาวบ้านสร้างด้วยหยาดเหงื่อแรงกายเป็นสัญลักษณ์เมือง ที่ไปนั่งมองกี่ครั้งก็ยังไม่รู้เบื่อ





เมืองในหุบเขาที่ถูกไอหมอกล้อมกรอบไว้เกือบทั้งปี จนมีฉายาว่า “เมืองสามหมอก” เส้นทางที่คดโค้งไปตามแนวเขา แต่ก็ยังมีคนอุตสาหะนั่งนับจากเชียงใหม่ได้ 1,864 โค้ง วัดพระธาตุดอยกองมู แลนด์มาร์กจุดชมเมืองที่พลาดแล้วถือว่าเสียเที่ยว เช่นเดียวกับการละเลยจะไปนอนค้างอ้างแรม ตื่นมาดูไอหมอกลอยเลียผิวน้ำและป่าสนที่ปางอุ๋ง หรือโครงการพระราชดำริปางตอง 2 ที่เคยถูกโหวตให้เป็นเบอร์หนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวสวยงามโรแมนติกของเมืองไทยมาแล้ว
Lisa Travel…ยังต้องเดินทางต่อไป และกลับมาพร้อมเรื่องเล่าให้ฟังอีกมากมาย อย่าเพิ่งเบื่อและทิ้งกันไปเสียก่อนก็แล้วกัน...สวัสดีปีใหม่ 2555 ค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Vol.12 No.50 28 ธันวาคม 2554
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คู่หูเดินทาง , Lisa และ ททท.








