
แฟ้มภาพ
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ชาวสังขละบุรี ไม่ปลื้ม ทางจังหวัดกาญจนบุรีดำเนินการบูรณะซ่อมแซมสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ล่าช้า ให้งบประมาณสูงลิ่วกว่า 16 ล้านบาท นักท่องเที่ยวหด กระทบรายได้ด้านการท่องเที่ยว
วานนี้ (7 มิถุนายน 2557) ผู้สื่อข่าวมีรายงานถึงบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เผยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงสุดสัปดาห์นี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านชาวมอญ บ้านวังกะ หมู่ 2 กับชุมชนเขตเทศบาลตำบลวังกะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ถูกกระแสน้ำพัดพังถล่มขาดเป็น 2 ท่อน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมปีที่แล้ว และเวลาผ่านมาเกือบครบ 1 ปี ทางจังหวัดกาญจนบุรีเพิ่งจะได้บริษัทผู้รับจ้างที่จะมาดำเนินการบูรณะซ่อมแซมสะพาน ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงเดือดร้อน ถูกไล่ที่
สำหรับการบูรณะซ่อมแซมสะพาน ทางจังหวัดได้มอบหมายให้ทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ร่วมกับ อบจ.กาญจนบุรี ลงพื้นที่สำรวจและประมาณการราคา ขอรับบริจาคจากหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ประกอบด้วย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, ธนาคารไทยพาณิชย์, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และประชาชนทั่วไป ปัจจุบันมียอดเงินกว่า 16 ล้านบาท และยังมีการบริจาคกันต่อเนื่อง
ขณะที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ป.รุ่งเรืองวัสดุภัณฑ์ ใช้งบประมาณค่าก่อสร้าง จำนวนเงิน 16,347,000 บาท โดยเริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา แต่ทางบริษัทเพิ่งจะเริ่มลงมือบูรณะซ่อมแซมมาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยได้นำเครื่องมือเครื่องจักร เสาที่ใช้ทำตอม่อสะพานมากองไว้ที่ริมตลิ่งแม่น้ำซองกาเรีย และทำการรื้อถอนโครงสร้างสะพานในส่วนของช่วงปลายสะพานที่ขาดทั้งสองฝั่งออกไปแล้วบางส่วน ในขณะที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำซองกาเรีย มีสภาพตื้นเขิน จนมองเห็นสันดอนทรายโผล่ และบางแห่งก็มีระดับน้ำแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามฝั่งได้ โดยมีกำหนดระยะเวลาในการก่อสร้าง 120 วัน และสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 6 สิงหาคม 2557
ด้านนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่สะพาน เผยว่า เคยมาเที่ยวชมสะพานแห่งนี้ตั้งแต่ยังไม่พังเสียหาย และต้องการมาดูว่าสะพานยังคงรูปแบบเดิมหรือไม่ แต่พบว่าเพิ่งจะเริ่มลงมือซ่อมแซม อย่างไรก็ตามหากการซ่อมแซมไม่คงอัตลักษณ์เดิมไว้ก็น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมสะพานแห่งนี้ ต้องการชมสะพานที่เกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อหลวงพ่ออุตตมะ ที่ทำให้ชาวบ้านต่างพร้อมใจกันสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน
ด้าน นายรอน สืบยิ้ม สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังกะ กล่าวว่า งบประมาณที่ตั้งไว้กว่า 16 ล้านบาท ไม่ทราบว่างบฯ จำนวนมากมายขนาดนั้นเอาไปทำอะไรบ้าง หากชาวบ้านเป็นผู้ช่วยกันซ่อมแซมก็จะทำให้เกิดความรักความสามัคคี และร่วมกันดูแลรักษา เหมือนเช่นสมัยที่หลวงพ่ออุตตมะยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งได้นำเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ให้ชาวบ้านร่วมกันสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นมา และคาดว่าหากทางวัดวังก์วิเวการามร่วมกับชาวบ้านซ่อมแซมกันเองจะใช้งบประมาณไม่เกิน 5 ล้านบาท แถมคงจะเสร็จไปนานแล้ว ทั้งนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าทางบริษัทผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ทันตามสัญญา เนื่องจากในพื้นที่เริ่มมีฝนตกลงมาแล้ว หากมีน้ำป่าไหลหลากมาการก่อสร้างก็จะยิ่งเป็นปัญหาอุปสรรคอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ชาวบ้านที่มีบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณใกล้สะพานแห่งนี้ก็กำลังได้รับความเดือนร้อน เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมไล่ที่ ขอพื้นที่บริเวณดังกล่าวคืนใช้พื้นที่ปรับภูมิทัศน์บริเวณสะพาน ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องรื้อถอนบ้านออกทั้งหมด ทั้งที่อยู่อาศัยมานานเกือบ 50 ปี แต่ต้องย้ายไปหาที่อยู่ใหม่ โดย นายประกอบ ดอกบัว หนึ่งในชาวบ้านที่ถูกไล่ที่ กล่าวว่า ชาวบ้านกำลังเดือดร้อนจากการถูกไล่ที่ ตนจึงอยากขอวิงวอนให้ทางจังหวัดจัดสรรงบประมาณลงมาให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบที่ต้องจัดหาที่อยู่ใหม่ด้วย
ด้าน ด.ช.สุรศักดิ์ อายุ 15 ปี ชาวมอญ และ ด.ช.คมสันต์ อยู่เย็น อายุ 10 ปี มัคคุเทศก์น้อย และ นางสาวมยุรา หงษา อายุ 28 ปี แม่ค้าที่อยู่บริเวณเชิงสะพาน ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่สะพานได้ถูกน้ำพัดพังเสียหายไป ในช่วงแรก ๆ นักท่องเที่ยวต่างพากันเดินทางมาดูภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ในช่วงหลัง ๆ เมื่อพบว่าสะพานยังซ่อมแซมไม่เสร็จ จำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดน้อยลงไป ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวบ้านในพื้นที่พอสมควร แต่หากสะพานสามารถซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว วิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีอาชีพค้าขายกับนักท่องเที่ยวก็จะกลับคืนมาอย่างแน่นอน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก







