ใครทำงานในกรุงเทพฯ มาทั้งอาทิตย์ แล้วอยากหนีเมืองแต่ไม่มีเวลาไปเชียงใหม่หรือทะเลไกล ๆ คำตอบอยู่ในระยะทางไม่ถึง 4 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ในบทความนี้เลย !
4 เมืองประวัติศาสตร์ที่ทริปสุดสัปดาห์ก็ทำได้ : อยุธยา (มรดกโลกอายุ 400 ปี ใกล้ที่สุด) สุโขทัย (เมืองราชธานีเก่าที่งดงามยามพระอาทิตย์ตก) กาญจนบุรี (สะพานข้ามแม่น้ำแคว และทางรถไฟสายมรณะ) และ ลพบุรี (เมืองลิงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน) ที่สำคัญ ทุกเมืองสามารถไปได้ด้วยรถไฟ รถบัส หรือรถตู้ ที่นอกจากจะประหยัดกว่าแล้ว ยังได้บรรยากาศที่แตกต่างไปจากการขับรถส่วนตัวหรือนั่งเครื่องบินอย่างแน่นอน
ทำไมทริปสุดสัปดาห์ในไทยยังคงคุ้มค่าที่สุด
ในยุคที่คนไทยใช้เวลาทำงานเยอะขึ้น ทริปยาว ๆ ที่ต้องลางานอาจไม่ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่เท่าไรนัก แต่ทริป 2-3 วันช่วงสุดสัปดาห์ กลับกลายเป็นทางเลือกที่ทำได้บ่อยและไม่ต้องรอวันหยุดยาว
ตามข้อมูลจาก 12Go การจองการเดินทางแบบไปเช้า-กลับเย็น และทริป 2 คืนจากกรุงเทพฯ เติบโตขึ้น 17% ในปี 2025 บ่งชี้ว่าทริปสั้นแต่ต่อเนื่องเป็นเทรนด์ที่กำลังมา
ข้อดีของทริปสุดสัปดาห์ในไทย คือ ไม่ต้องลางาน ประหยัดวันลาไว้สำหรับทริปใหญ่ ๆ มีต้นทุนต่ำ ค่าเดินทางอยู่ที่ราว ๆ 300-800 บาทต่อเที่ยว สามารถไปได้บ่อย ไปที่เดิมได้หลายครั้ง และเจอมุมใหม่ทุกครั้ง สุดท้ายคือมีโอกาสเรียนรู้ประวัติศาสตร์แบบได้เห็นกับตาและสัมผัสได้ด้วยตัวเอง ซึ่งหลาย ๆ คนอาจไม่มีโอกาสนี้ในโรงเรียน
อยุธยา ตัวเลือกเส้นทางไปเช้า-เย็นกลับ
ของคนกรุงเทพฯ
อยุธยาห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 80 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 1.30 ถึง 2 ชั่วโมง ทำให้เที่ยววันเดียวได้อย่างสบาย ๆ ตัวเลือกการเดินทางมีทั้งรถไฟจากหัวลำโพงที่ให้บรรยากาศคลาสสิก แถมราคายังถูกใจหลาย ๆ คน อยู่ที่ราว 15-50 บาท หรือใครอยากเดินทางเร็วขึ้นอีกนิดก็สามารถใช้บริการรถตู้หรือรถบัสจากหมอชิตก็ได้ ราคาเริ่มต้นที่หลักร้อยเท่านั้นเอง
สถานที่ที่ต้องไปในอยุธยา มีตั้งแต่วัดมหาธาตุ จุดถ่ายรูป "เศียรพระในรากไม้" ที่โด่งดังทั้งในไทยและต่างประเทศ แนะนำให้มาถึงเช้าตรู่ก่อน 09.00 น. เพราะคนจะน้อยและแดดยังไม่แรง วัดถัดไปคือ วัดไชยวัฒนาราม ถือเป็นวัดที่สวยที่สุดยามพระอาทิตย์ตก พร้อมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา อีกหนึ่งวัดที่แนะนำคือ วัดพระศรีสรรเพชญ์ กับโบสถ์เจดีย์สามองค์ที่โด่งดัง ส่วนตลาดน้ำอโยธยาที่มีทั้งอาหารเหนือ อาหารพื้นบ้าน ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา กุ้งเผาแม่น้ำ และโรตีสายไหมที่เป็นขนมประจำถิ่น ก็เป็นที่ที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน หรือใครอยากย้อนรอยการใช้ชีวิตสมัยก่อน แนะนำให้ลองไปเรือนไทยและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ก่อนกลับด้วย
ในวันเสาร์และอาทิตย์คนจะเยอะมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะที่วัดมหาธาตุ ถ้าเลือกได้ให้ไปวันธรรมดาบรรยากาศจะดีกว่ามาก และรถไฟจากหัวลำโพงในวันเสาร์เช้าจะเต็มเร็ว และไม่ว่าคุณจะเดินทางด้วยรถไฟหรือรถตู้ และกลัวตั๋วเต็ม ควรจองล่วงหน้าผ่านแอปฯ 12Go ที่รวมผู้ให้บริการจากทั่วภูมิภาคทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อให้นักเดินทางสามารถเลือกรูปแบบการเดินทางจากตัวเลือกที่หลากหลาย ในวันและเวลาที่ต้องการ และสามารถชำระเงินได้หลากหลายช่องทางภายในที่เดียว
สุโขทัยไกลไปสำหรับทริปสุดสัปดาห์หรือไม่
สุโขทัยห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 425 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 5-7 ชั่วโมง ด้วยรถบัสหรือรถตู้ เส้นทางไกลกว่าอยุธยา แต่ถ้าไป 2 คืนถือว่ายังทำได้และคุ้มค่าอยู่
สุโขทัยไม่ใช่แค่ "เมืองเก่าที่มีวัดเยอะ" แต่คือรากเหง้าของประเทศไทย บ้านเกิดของภาษาไทย ต้นกำเนิดของประเพณีลอยกระทง และดินแดนที่พ่อขุนรามคำแหงสร้างวลี "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" ที่คนไทยทุกคนรู้จัก ใครที่อยากย้อนรอยประวัติศาสตร์ความเป็นไทย ไม่ควรพลาดที่จะเยี่ยมเยียนสุโขทัยสักครั้งหนึ่งในชีวิต
สถานที่ห้ามพลาดในสุโขทัย คือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (มรดกโลก UNESCO) ที่มีพื้นที่กว่า 70 ตารางกิโลเมตร มีวัดโบราณกว่า 200 แห่ง แนะนำให้เช่าจักรยานหรือรถตุ๊ก ๆ ในการเดินทางภายในอุทยาน, วัดมหาธาตุ ที่มีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์, วัดศรีชุม ที่มีพระอจนะนั่งสมาธิกลางป่า, วัดสระศรี วัดที่สวยที่สุดตอนเช้าตรู่ที่พระอาทิตย์ขึ้น และวัดศรีสัชนาลัย วัดเก่าแก่ในป่าที่จะทำให้คุณเหมือนหลุดเข้าไปในอดีตเลยทีเดียว
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสุโขทัย ใครที่ไม่อยากขับรถส่วนตัว 12Go ขอแนะนำการเดินทาง 3 รูปแบบตามความต้องการและงบประมาณของแต่ละคนตามนี้เลย
รถบัส VIP กลางคืน ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด เพราะสามารถนอนบนรถได้ ประหยัดค่าที่พัก 1 คืน ตื่นขึ้นมาก็ถึงพอดี มีข้อเสียคืออาจต้องรอสักพักถึงเช็กอินที่พักได้ เนื่องจากรถบัสที่ออกรอบ 20.00-22.00 น. จะถึงสุโขทัยราว ๆ 04.00-05.00 น. หรือใช้เวลาทั้งหมด 6-7 ชั่วโมง โดยประมาณ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 400-650 บาทต่อเที่ยว ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับหลาย ๆ คน และไม่ทำให้งบบานปลายด้วย
สำหรับคนรักรถไฟ แม้จะไม่มีรถไฟที่ไปถึงสุโขทัยโดยตรง เพราะต้องไปลงที่พิษณุโลกแล้วต่อรถบัสหรือรถตู้อีก 1 ชั่วโมง แต่การเดินทางแบบรถไฟต่อรถบัสก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสายลุยและอยากได้ประสบการณ์แบบใหม่ ๆ รถไฟจากหัวลำโพงไปพิษณุโลกใช้เวลาประมาณ 5-7 ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ราว ๆ 400-1,300 บาท ตามชั้นที่เลือก และรถบัสจากพิษณุโลก-สุโขทัย ใช้เวลาอีกราว ๆ 1 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้นที่ 60-80 บาท ข้อดีของการเดินทางแบบนี้คือ บรรยากาศคลาสสิกของรถไฟไทย และได้ชมวิวผ่านทุ่งข้าวและป่าไปด้วย
สำหรับคนที่มีเวลาน้อยที่สุด ทางเลือกที่แนะนำคือเครื่องบิน มีเที่ยวบินตรงจากดอนเมืองถึงสุโขทัยโดยสายการบินนกแอร์ (Nok Air) ที่ใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมง 20 นาที ราคาเริ่มต้นที่ 1,500-3,500 บาทต่อเที่ยว (ขึ้นอยู่กับช่วงจอง) ข้อดีคือเร็วที่สุดไปเช้า-กลับเย็นได้ ข้อเสียคือราคาสูงกว่าการเดินทางแบบอื่น และเที่ยวบินมีจำกัด (วันละ 1-2 รอบ) และต้องต่อรถถึงตัวอุทยานอีก
กาญจนบุรี จังหวัดที่เป็นที่นิยมของคนกรุง
กาญจนบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 130 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง เที่ยววันเดียวหรือค้างคืนก็คุ้มค่าทั้งคู่
จุดท่องเที่ยวที่โด่งดังระดับโลกคือ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” หรือในภาษาอังกฤษชื่อ The Bridge on the River Kwai รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง “แค้น ข้ามสะพานแม่น้ำแคว” หรือ The Railway Man ด้วย ใกล้ ๆ กันคือทางรถไฟสายมรณะ สายรถไฟที่สร้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ผ่านหน้าผาและป่า ให้บรรยากาศต่างจากเมืองและการเที่ยวแบบธรรมชาติทั่วไปอย่างสิ้นเชิง และที่สุดท้ายคือ สุสานทหารสัมพันธมิตร ที่ระลึกถึงเชลยศึกจากสงครามโลก เป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์อย่างแท้จริง หรือใครอยากชิล ๆ ตามธรรมชาติก็ไม่ควรพลาดน้ำตกเอราวัณ น้ำตก 7 ชั้นที่ขึ้นชื่อของกาญจนบุรี และได้รับการยอมรับว่าสวยที่สุดในภาคตะวันตก
การเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ด้วยรถตู้ รถบัส หรือรถไฟ
- รถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยฯ : 2 ชั่วโมง ราคา 150-200 บาท (สะดวกที่สุด)
- รถบัสจากสายใต้ใหม่ : 2.30 ถึง 3 ชั่วโมง ราคา 120-180 บาท
- รถไฟจากธนบุรี : 3-4 ชั่วโมง ราคา 100-150 บาท (บรรยากาศคลาสสิก ผ่านทุ่งข้าว)
ลพบุรี ทำไมถึงเรียกว่าเมืองลิง
ลพบุรีเป็นเมืองที่คนไทยหลายคนไม่เคยไป แม้จะห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 150 กิโลเมตร สาเหตุที่เรียกว่าเป็นเมืองลิง เพราะที่พระปรางค์สามยอดกลางเมืองมีลิงแสมเกือบพันตัวอาศัยอยู่ ลิงเหล่านี้เดินเล่นในตัวเมืองเป็นภาพที่คุ้นตาของชาวบ้าน และที่สำคัญต้องระวังของในกระเป๋าด้วย !
สิ่งที่ทำให้ลพบุรีน่าไปคือ ปรางค์สามยอด สถาปัตยกรรมเขมรที่หายากในภาคกลาง พระนารายณ์ราชนิเวศน์ หรือพระราชวังสมัยพระนารายณ์ ยุคอยุธยา บ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (Constantine Phaulkon) ที่พักของเจ้าพระยาชาวกรีก ยุคสมเด็จพระนารายณ์ และทุ่งทานตะวันที่บานสะพรั่งช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม (มาถูกช่วงจะเห็นทุ่งเหลืองสุดลูกหูลูกตา)
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงลพบุรีที่แนะนำคือ การนั่งรถไฟจากหัวลำโพง ใช้เวลาราว ๆ 2-3 ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ 20-100 บาท หรือรถบัสจากหมอชิต ใช้เวลาราว ๆ 2 ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ 100-150 บาท การเดินทางสั้น ๆ ทำให้คนกรุงเทพฯ เที่ยวลพบุรีแบบไปเช้า-เย็นกลับได้สบาย แต่ถ้ามีเวลาค้างคืน ควรค้างที่โรงแรมริมแม่น้ำใกล้พระนารายณ์ราชนิเวศน์ เพราะบรรยากาศดีมาก ถูกใจสายท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แน่นอน
เริ่มวางแผนทริปสุดสัปดาห์ของคุณ
4 เมือง 4 บรรยากาศที่เราแนะนำไปวันนี้ ตั้งแต่อยุธยาสำหรับความสะดวก สุโขทัยสำหรับความยิ่งใหญ่ กาญจนบุรีสำหรับธรรมชาติกับประวัติศาสตร์ และลพบุรีสำหรับความแตกต่าง ใครถูกใจที่ไหนก็เริ่มวางแผนการเดินทางไปกับ 12Go ได้เลย โดยคุณสามารถเข้าไปเปรียบเทียบตัวเลือกการเดินทางทุกรูปแบบ ทั้งรถไฟ รถบัส รถตู้ หรือเครื่องบิน ในเส้นทางที่คุณสนใจ และจองล่วงหน้าเพื่อได้เที่ยวที่ต้องการและไม่ต้องต่อคิวที่สถานี ทำให้การเดินทางของคุณง่ายและสะดวกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน






