Taiwan International Balloon Festival 2026 ชวนเที่ยวไต้หวันแบบชิล ๆ ชมบอลลูนหลากสีสันลอยเต็มท้องฟ้า พร้อมสัมผัสบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติสวย ๆ แห่งเมืองไถตง
ถ้ายังไม่มีทริปในใจ ลองปักหมุด
Taiwan International Balloon Festival 2026 (จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมถึง 20 สิงหาคม 2569) หรือเทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวัน ไว้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับคนที่อยากเที่ยวไต้หวันแบบได้ทั้งชมวิวและสัมผัสบรรยากาศสุดประทับใจ เพราะตลอดช่วงเทศกาลจะได้เห็นบอลลูนหลากสีสันลอยเด่นอยู่เหนือทุ่งหญ้าและหุบเขาของ
เมืองไถตง (Taitung) ท่ามกลางธรรมชาติสวย ๆ และบรรยากาศชิล ๆ ที่ชวนให้ค่อย ๆ ใช้เวลาไปกับการเที่ยว ใครกำลังมองหา
ที่เที่ยวไต้หวัน สำหรับทริปครั้งต่อไป ลองเก็บเทศกาลนี้ไว้ในลิสต์ แล้วเตรียมตัวไปสัมผัสความน่ารักของบอลลูนสีสันสดใสใต้ท้องฟ้ากว้างกันได้เลย
Taiwan International
Balloon Festival 2026
Luye Highland จุดชมบอลลูนที่เหมือนหลุดออกมาจากโปสการ์ด
สถานที่จัดงานหลักคือที่ราบสูงลู่เหย่ (Luye Highland) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสูงราว 350 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล รายล้อมด้วยหุบเขาตะวันออกและผืนธรรมชาติกว้างสุดสายตา พอเดินขึ้นมาถึงด้านบน สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือพื้นที่โล่งกว้างที่เปิดรับทั้งสายลมและวิวภูเขาแบบเต็ม ๆ ยิ่งในวันที่อากาศเป็นใจ มองออกไปไกล ๆ จะเห็นทะเลหมอกลอยคลออยู่ตามแนวเขา ยิ่งทำให้บรรยากาศของงานดูเหมือนฉากในโปสการ์ด
บรรยากาศยามเช้าที่ Luye Highland
มองเห็นทิวเขาและทะเลหมอกสุดอลังการ
สำหรับใครที่อยากได้มุมชมบอลลูนแบบเต็มตา แนะนำให้เดินขึ้นไปหาจุดสูง ๆ แล้วเลือกมุมนั่งพักสักมุม จะปูเสื่อปิกนิก นั่งจิบกาแฟ หรือแค่นั่งมองบอลลูนค่อย ๆ ลอยขึ้นฟ้าก็เพลินแล้ว เพราะเสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่การต้องเดินเก็บทุกจุด แต่อยู่ที่การได้ใช้เวลาช้า ๆ ท่ามกลางวิวสวย ๆ ตรงหน้า
จากบอลลูน 2 ลูก สู่เทศกาลที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักไถตง
แต่กว่าจะกลายมาเป็นเทศกาลบอลลูนที่ยิ่งใหญ่และมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาชมแบบทุกวันนี้ Taiwan International Balloon Festival ก็มีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่าที่คิด
คุณหง กั๋วชิน (Hong Guo-chin) รองผู้อำนวยการกองพัฒนาการท่องเที่ยว รัฐบาลมณฑลไถตง เล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 16 ปีก่อน ไถตงยังเป็นเมืองที่ค่อนข้างเงียบและมีงบประมาณด้านการท่องเที่ยวไม่มากนัก ทางรัฐบาลจึงพยายามมองหาวิธีดึงผู้คนให้เข้ามารู้จักเมืองแห่งนี้มากขึ้น จนค้นพบว่าที่ราบสูงลู่เหย่มีสภาพลมที่นิ่งและค่อนข้างเสถียร เหมาะกับการบินบอลลูนเป็นอย่างดี
จากจุดเริ่มต้นที่มีบอลลูนเพียง 2 ลูก และในเวลานั้นไต้หวันเองยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับการบินบอลลูนอย่างชัดเจน เทศกาลค่อย ๆ เติบโตขึ้นจากความตั้งใจของคนในพื้นที่และการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ Mr. Wout Bakker ผู้อำนวยการควบคุมการบินบอลลูน ซึ่งเข้ามาช่วยวางมาตรฐานและพัฒนาการบิน จนตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี งานนี้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ มีบอลลูนเข้าร่วมมากกว่า 50 ลูก และกลายเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่ทำให้ชื่อของไถตงเป็นที่รู้จักในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก
แต่สิ่งที่คุณหงให้ความสำคัญมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว คือ “คนไถตง” เพราะเบื้องหลังความสำเร็จของเทศกาลไม่ได้มีเพียงทีมงานหรือภาครัฐเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชาวบ้านในชุมชนรอบ ๆ พื้นที่จัดงานที่เข้ามามีส่วนร่วมในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงรอยยิ้มและความเป็นมิตรของผู้คนในท้องถิ่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง
และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเทศกาลจึงจัดต่อเนื่องยาวถึง 45 วัน เพราะเป้าหมายไม่ได้มีเพียงการดึงนักท่องเที่ยวให้มาเห็นบอลลูนแล้วเดินทางกลับ แต่คือการชวนให้ผู้คนใช้เวลาอยู่กับไถตงนานขึ้น ค่อย ๆ ทำความรู้จักเมือง ธรรมชาติ และผู้คน จนท้ายที่สุดสิ่งที่กลับไปพร้อมกับนักท่องเที่ยวอาจไม่ใช่แค่รูปบอลลูนสวย ๆ แต่เป็นความรู้สึกว่า ครั้งหนึ่งเราเคยได้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้จริง ๆ
พอรู้เรื่องราวเบื้องหลังแล้ว การได้มายืนอยู่บนที่ราบสูงลู่เหย่ในช่วงเช้ามืดจึงให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปเล็กน้อย เพราะเบื้องหน้าที่เห็นไม่ใช่เพียงบอลลูนหลายสิบลูกกำลังเตรียมขึ้นฟ้า แต่เป็นภาพของเทศกาลที่ค่อย ๆ เติบโตจากความตั้งใจของคนไม่กี่คน จนกลายมาเป็นภาพที่ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาชมด้วยตัวเอง
เช้าตรู่ที่ Luye Highland โมเมนต์ที่อยากให้ตื่นมารอดู
ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวที่นี่ แนะนำว่าอย่าเพิ่งเสียดายเวลานอน เพราะช่วงเช้าตรู่คือหนึ่งในช่วงเวลาที่สวยที่สุดของงาน โดยเฉพาะประมาณ 05.30-07.00 น. ก่อนที่บอลลูนจะทยอยขึ้นฟ้า บรรยากาศบนที่ราบสูงจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปจากความมืดเป็นแสงสีส้มทองของพระอาทิตย์ยามเช้า ทะเลหมอกที่ซ่อนตัวอยู่ตามหุบเขาเริ่มมองเห็นชัดขึ้น ขณะที่บอลลูนแต่ละลูกค่อย ๆ พองตัวเตรียมทะยานขึ้นไป
จังหวะที่แสงแรกตกกระทบกับบอลลูนสีสันสดใส เป็นภาพที่ถ่ายยังไงก็สวย และที่สำคัญคือไม่ต้องมีกล้องใหญ่ก็เก็บบรรยากาศได้ดี เพียงหาจุดยืนบนเนินสูง ๆ แล้วรอจังหวะให้บอลลูนลอยผ่านแนวภูเขา เท่านี้ก็ได้ภาพสวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึกแล้ว
Morning Flight บอลลูนหลากสีแต่งแต้มท้องฟ้า
เมื่อถึงเวลาปล่อยบอลลูน บรรยากาศรอบตัวจะค่อย ๆ คึกคักขึ้น นักท่องเที่ยวต่างหยิบโทรศัพท์และกล้องขึ้นมารอเก็บภาพ โดยก่อนการบินจะมีการปล่อยบอลลูนขนาดเล็กเพื่อเช็กทิศทางและสภาพลมก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญด้านความปลอดภัย เพราะการขึ้นบินจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสภาพอากาศเหมาะสมเท่านั้น
จากนั้นท้องฟ้าก็จะค่อย ๆ เต็มไปด้วยบอลลูนหลากสี ทั้งลูกเล็ก ลูกใหญ่ และบอลลูนแฟนซีรูปทรงต่าง ๆ หนึ่งในไฮไลต์ของปี 2026 คือบอลลูน “Chiikawa” ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก รวมถึงบอลลูนคาแรกเตอร์ชื่อดังอย่าง Hello Kitty ในชุดพื้นเมืองไถตง, Doraemon และบอลลูน Mazu หรือเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งแต่ละลูกต่างมีเอกลักษณ์และเรียกเสียงฮือฮาจากคนที่มารอชมได้ตลอด
นอกจากรอบเช้าแล้ว ยังมีรอบเย็นประมาณ 17.00-18.30 น. ให้ได้ชมบอลลูนกับแสงยามเย็นอีกด้วย แต่ถ้าให้เลือกสักรอบ เราขอเทใจให้ช่วงเช้า เพราะได้ครบทั้งบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก และบอลลูนที่ลอยขึ้นท่ามกลางขุนเขาในเวลาเดียวกัน
บอลลูนไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ยังเต็มไปด้วยสีสันและความหมาย
อีกหนึ่งเสน่ห์ของงานคือความหลากหลายของผู้คนและกิจกรรม เพราะนอกจากจะมาชมบอลลูนแล้ว ที่นี่ยังเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้สนุกกับช่วงเวลาพิเศษของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคู่รักที่อยากเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน หรือคนที่อยากเก็บโมเมนต์น่ารัก ๆ กับคนสำคัญ
สำหรับคู่รักที่อยากสร้างความทรงจำแบบไม่เหมือนใคร ทีมงานสามารถช่วยจัดดอกไม้ในตะกร้าหรือทำป้ายข้อความขนาดใหญ่ เช่น “Will you marry me?” ให้มองเห็นจากมุมสูงได้ โดยควรติดต่อและเตรียมการล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ บรรยากาศเปิดกว้างสำหรับคู่รักทุกกลุ่ม จึงเป็นอีกหนึ่งมุมของเทศกาลที่ทำให้เห็นว่า งานนี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนที่มาแบ่งปันความสุขร่วมกัน
Taiwan International Balloon Festival 2026
เปิดพื้นที่แห่งความหลากหลายและความเท่าเทียม ให้ทุกคนได้ร่วมเก็บโมเมนต์แห่งความสุขบนท้องฟ้า
Night Glow Concerts ช่วงเย็นที่บรรยากาศเปลี่ยนไปอีกแบบ
ถ้าช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาของแสงแรกและบอลลูนลอยเต็มท้องฟ้า ช่วงค่ำก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบกับการแสดง Night Glow Concerts ที่นำบอลลูนมาสร้างสีสันด้วยแสงไฟและเปลวไฟประกอบดนตรี พร้อมการแสดงโดรนและดอกไม้ไฟ ทำให้พื้นที่จัดงานกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังพระอาทิตย์ตก
การแสดงบริเวณที่ราบสูงลู่เหย่จัดขึ้นทั้งหมด 4 วัน และรอบสุดท้ายของปีนี้ตรงกับวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ใครมีโอกาสไปช่วงดังกล่าว ลองจัดเวลาให้อยู่ชมรอบค่ำด้วย เพราะภาพบอลลูนเรืองแสงท่ามกลางความมืดเป็นอีกบรรยากาศที่แตกต่างจากช่วงเช้าอย่างชัดเจน
ไปเที่ยวงานต้องเตรียมตัวยังไง ?
ถ้าอยากเก็บบรรยากาศช่วงเช้าแบบเต็ม ๆ แนะนำให้ไปถึงพื้นที่ตั้งแต่ประมาณ 05.30 น. เพราะนอกจากจะได้หามุมชมวิวดี ๆ แล้ว ยังมีโอกาสเห็นตั้งแต่ช่วงเตรียมบอลลูนไปจนถึงจังหวะพระอาทิตย์ขึ้นและการปล่อยบอลลูน ส่วนใครอยากมาแบบสบาย ๆ สามารถเลือกช่วงเย็นประมาณ 17.00-18.30 น. ได้เช่นกัน
สำหรับการเข้าชมเทศกาลนั้นไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากต้องการขึ้นบอลลูนลมร้อนแบบผูกเชือก จะต้องจองล่วงหน้าและมีค่าใช้บริการเพิ่มเติม ที่สำคัญคือการขึ้นบินขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากวันไหนลมแรง ฝนตก หรือมีสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสม เที่ยวบินอาจถูกยกเลิกเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นควรเผื่อใจและเช็กประกาศก่อนเดินทางทุกครั้ง
ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวไต้หวัน ลองปักหมุด Taiwan International Balloon Festival ไว้ในทริป แล้วไปสัมผัสเสน่ห์ของไถตงผ่านบอลลูนสีสันสดใส ธรรมชาติ และบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ที่น่าประทับใจ รับรองว่าเป็นอีกทริปที่ได้ทั้งวิวสวยและความทรงจำดี ๆ กลับไปแน่นอน
#Taiwan100Ways #TaiwanTourismTH #WavesofLove #เที่ยวไต้หวัน #熱氣球嘉年華 #TaiwanInternationalBalloonFestival #LGBTQ