คนไทยเผยค่าใช้จ่ายพิชิตเอเวอเรสต์ ไม่ใช่แค่ร่างกายพร้อม แต่เงินต้องมีถึง 7 หลัก

          หนุ่มไทยผู้พิชิตเอเวอเรสต์ใน 27 วัน กางตารางค่าใช้จ่ายให้ดูชัด ๆ ไม่ใช่แค่ใจพร้อม แต่ต้องมีหลักล้านบาท 
เอเวอเรสต์

          วันที่ 4 สิงหาคม 2569 คุณเมฆ สิริพงศ์ สุพรรณพงศ์ พนักงานธนาคารกสิกรไทย คนไทยคนแรกที่พิชิต เอเวอเรสต์ (Everest) ใน 27 วัน เปิดเผยรายละเอียดต้นทุนการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก นอกจากสภาพร่างกายและจิตใจที่ต้องแข็งแกร่ง ยังจำเป็นต้องเตรียมเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ค่าใบอนุญาต ค่าทริป ค่าจ้างเชอร์ปา ค่าอุปกรณ์ ไปจนถึงค่าเตรียมความพร้อมและสะสมประสบการณ์ ซึ่งเมื่อรวมทั้งหมดแล้วอาจแตะหลักล้านบาทเลยทีเดียว


เอเวอเรสต์
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Siripong Supanpong


          ทั้งนี้ คุณเมฆ สิริพงศ์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว Siripong Supanpong ระบุข้อความดังนี้ 

          "มีเพื่อน ๆ Inbox มาสอบถามค่าใช้จ่ายในการปีน เอเวอเรสต์ หลายคน ขอให้เป็นข้อมูลตามนี้นะครับ

          ช่วงที่ปีน ค่าเงินดอลลาร์อยู่ที่ประมาณ 37.5 บาท

          ค่าใบอนุญาตปีนเขา (ปี 2023-2024) 11,000 ดอลลาร์ + ภาษี (Tax) 13%
(แต่หลังจากปี 2568 เป็นต้นมา ทางรัฐบาลเนปาลปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเป็น 15,000 ดอลลาร์แล้วครับ)
          ค่าทริปรวม 36,000 ดอลลาร์
          ค่าจ้างเชอร์ปาผู้ช่วย 2,000 ดอลลาร์
          ค่าประกันอุบัติเหตุ (รวมการปีนเขา) 2,000 ดอลลาร์
          ค่า Summit Tip 6,000 ดอลลาร์
          ค่าเครื่องบินไป-กลับ ไทย-เนปาล 1,500 ดอลลาร์
          ค่าชุดและอุปกรณ์ปีนเขา 7,000 ดอลลาร์

          พอรวม ๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน 66,500 ดอลลาร์ × 37.5 = 2.49 ล้านบาท

          ราคานี้ยังไม่รวมค่าฝึกซ้อมนะครับ โดยตามเงื่อนไขของเนปาล ผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตปีนเขาจะต้องผ่านการปีนเขาขั้นต่ำที่ระดับความสูง 7,000 เมตรมาก่อน ซึ่งภูเขาระดับ 7,000 เมตรจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000-700,000 บาท แล้วแต่ความยากง่าย

          หรือบางคนต้องการเพิ่มประสบการณ์ อาจจะไปทดสอบกับภูเขาระดับ 8,000 เมตรยอดอื่น ๆ เช่น Manaslu หรือ Cho Oyu ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1-1.5 ล้านบาท"

เอเวอเรสต์
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Siripong Supanpong


          และถ้าย้อนกลับไป ก่อนจะมาปีนยอด 7,000 หรือ 8,000 เมตรได้ จะต้องมีประสบการณ์ปีนเขาระดับ 6,000 เมตรก่อน เช่น Island Peak, Lobuche East Peak และ Mera Peak ซึ่งแต่ละลูกใช้งบประมาณ 150,000-200,000 บาทขึ้นไป

          ความท้าทายในการปีนเขาจึงไม่ใช่แค่การปีน แต่เป็นการหาเงินมาปีน ยิ่งมีเงินมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ความฝันใกล้เข้ามาเร็วขึ้น

          แต่หากเราคิดว่ามันเป็น "ค่าใช้จ่าย (Expense)" มันก็จะมีแต่การสูญเสีย หรือบั่นทอนกำลังใจ จนทำให้ละทิ้งความฝันได้ง่าย ๆ รู้ตัวอีกทีก็แก่แล้ว ถึงตอนนั้นต่อให้มีเงินหลายสิบล้าน ก็ได้แต่เก็บไว้รักษาตัว ไม่มีแรงทำตามความฝัน

          หากคิดกลับกันว่า "ผลักดันตัวเองให้เก่งขึ้น เพื่อหาเงินมาสนับสนุนความฝัน เปลี่ยน Expense ให้เป็น Investment โดยการปีนเขาจะทำหน้าที่เป็นการลงทุนในทรัพยากรที่สำคัญที่สุด นั่นคือตัวเราเอง"

          ไม่ว่าร่างกายจะแข็งแรงขึ้น จิตใจสงบ บริหารเวลาได้ หรือรู้วิธีหาเงินได้มากขึ้น นั่นหมายถึงเราจะปีนเขา เอเวอเรสต์ กี่ครั้งก็ได้"

เอเวอเรสต์
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Siripong Supanpong

          หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีทั้งเพื่อน ๆ ในวงการและชาวเน็ตเข้ามากดไลก์ กดแชร์ พร้อมแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก หลายคนชื่นชมในความมุ่งมั่นที่สามารถพิชิตยอดเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ พร้อมยกให้เจ้าของโพสต์เป็นแรงบันดาลใจในการไล่ตามความฝัน

          บางคอมเมนต์ถามถึงเป้าหมายต่อไปว่า "จะไปพิชิต K2 ต่อไหม" ขณะที่หลายคนบอกว่าอยากเห็นเส้นทาง Bottleneck ด้วยตาตัวเองสักครั้ง เพราะขึ้นชื่อทั้งความยิ่งใหญ่และความน่าสะพรึง นอกจากนี้ยังมีคนแซวเรื่องค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าเชอร์ปา และบอกว่าพอเห็นตัวเลขแล้ว "ขอแค่ไปถึงตีนเขาก็พอ"

          อีกหลายข้อความเต็มไปด้วยกำลังใจและความชื่นชม เช่น พี่เป็นไอดอลของผม, สุดยอด นับถือจากใจ, รูปเท่มาก รวมถึงมีคนเล่าย้อนความทรงจำว่าเคยได้ยินเจ้าของโพสต์พูดถึงความฝันในการพิชิตเอเวอเรสต์เมื่อหลายปีก่อน และวันนี้ก็สามารถทำความฝันนั้นให้เป็นจริงได้แล้ว

เอเวอเรสต์
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Siripong Supanpong
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
คนไทยเผยค่าใช้จ่ายพิชิตเอเวอเรสต์ ไม่ใช่แค่ร่างกายพร้อม แต่เงินต้องมีถึง 7 หลัก อัปเดตล่าสุด 4 สิงหาคม 2569 เวลา 17:06:19 11,467 อ่าน
TOP
x close