นัฐพงศ์ สมชาย นักท่องเที่ยวชาวไทย ให้สัมภาษณ์ว่าตนรู้สึกตื่นเต้นกับสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปและอาหารรัสเซียขณะเดินเที่ยวถนนจงยาง เขายังลิ้มลองไอศกรีมท้องถิ่นเพื่อท้าความหนาว โดยบรรยากาศที่ผสานทั้งตะวันตกและตะวันออกของที่นี่มีเสน่ห์มากสำหรับเขา
ขณะที่เทรนด์การเที่ยวแบบเจาะลึกก็กำลังมาแรง เพราะที่สวนสาธารณะเจ้าหลิน ศิริพร วรรณรัตน์ หญิงไทยคนหนึ่งก็พาลูกๆ มาเที่ยวเขาวงกตน้ำแข็ง เธอประทับใจทีไ่ด้เห็นโลกน้ำแข็งของจริง และชอบที่ได้ออกมาเดินเล่นในสวนสาธารณะโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น
ด้าน ปภาวรินทร์ สุรศักดิ์ กล่าวว่าตนชอบการที่มีป้ายภาษาอังกฤษชัดเจน รวมถึงความเป็นมิตรของชาวเมือง เช่นการยินดีช่วยถ่ายรูปให้
กระแส “นักท่องเที่ยวจากแดนใต้ขึ้นเหนือ” ส่งผลให้โครงสร้างการท่องเที่ยวเฮยหลงเจียงเปลี่ยนไป กัวชุนกวง ผู้จัดการบริษัททัวร์ท้องถิ่นเผยว่าตั้งแต่ปี 2025 เที่ยวบินเช่าเหมาลำจากกรุงเทพฯ มีดีมานด์สูง และในเทศกาลน้ำแข็งและหิมะช่วงนี้ ทางบริษัทรับนักท่องเที่ยวไทยแล้วกว่า 3,000 คน โดยเทรนด์กำลังเปลี่ยนสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ นักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัว และเน้นการเที่ยวแบบเจาะลึกมากขึ้น
พันเจี๋ย ไกด์ท้องถิ่นกล่าวว่า โปรแกรมเที่ยวขยายจากตัวเมืองฮาร์บินไปสู่ลานสกีและหมู่บ้านหิมะ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตชนบท
ด้านความสัมพันธ์ระดับเมืองก็แน่นแฟ้นขึ้น วิสาขะ ปัญญาช่วย รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ซึ่งได้มาร่วมเวทีเสวนานายกเทศมนตรีระดับโลก ณ นครฮาร์บิน (Global Mayors Dialogue Harbin) ซึ่งจัดขึ้นไม่นานนี้ กล่าวว่าเชียงใหม่และฮาร์บินเป็นเมืองพี่เมืองน้องกันมา 17 ปี และอุณหภูมิที่ต่างกันราว 40 องศาของสองเมือง คือจุดแข็งที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน
ข้อมูลจากด่านตรวจคนเข้าเมืองของฮาร์บินระบุว่า สนามบินฮาร์บินได้เพิ่มเส้นทางบินระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงกรุงเทพฯ ด้วย ทำให้เที่ยวบินระหว่างประเทศเพิ่มจาก 87 มาเป็น 118 เที่ยวต่อสัปดาห์ ยอดผู้โดยสารตั้งแต่ต้นปี 2026 จนถึงตอนนี้ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 สะท้อนให้เห็นว่าความหนาวเย็นไม่เพียงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นเวทีเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น






