teamLab Planets TOKYO เที่ยวญี่ปุ่นแบบฟิน ๆ ชวนไปเช็กอินพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลสุดอาร์ต

เที่ยวญี่ปุ่นสุดหรรษาไปลั้ลลากันที่ teamLab Planets TOKYO พิพิธภัณฑ์ดิจิทัลอาร์ตแบบเท่ ๆ กับงานศิลปะล้ำสมัย ในโตเกียว นอกจากจะมีมุมถ่ายรูปเต็มไปหมด เดินทางแสนสะดวก ยังได้ดื่มด่ำท่ามกลางแสง สี เสียง และการสัมผัส ชนิดที่เห็นด้วยตา ปะทะด้วยตัว ปะทุไปถึงหัวใจ ! ล่าสุดขยายเวลาการจัดแสดงยาวไปจนถึงปลายปี 2027 แล้ว

ประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่คนไทยนิยมไปเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ค่อนข้างครบเครื่อง ทั้งเรื่องของวัฒนธรรม อาหารการกิน แหล่งช้อปปิ้ง สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ความเป็นระบบระเบียบของบ้านเมืองและการคมนาคม เรียกว่าอยากไปไหนก็มีรถไฟไปถึงเกือบแทบจะทุกที่ ที่สำคัญยังมีการยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทย แถมระยะการเดินทางก็ไม่ไกลใช้เวลาบินตรงเพียง 5-6 ชั่วโมงเท่านั้น

ส่วนใครที่มีแพลนเดินทางมาโตเกียว และกำลังทำลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวอยู่ เราขอแนะนำให้รู้จักกับ teamLab Planets TOKYO พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่พร้อมจะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจไปตลอดการเดินชม เพราะไม่เพียงแค่ตาเห็น แต่ยังได้สัมผัสกับโมเมนต์ที่แสนจะเพลิดเพลินด้วยการเดินเท้าเปล่า เสมือนว่าร่างกายของเราถูกหลอมรวมไปกับงานศิลปะด้วยนั่นเอง ที่สำคัญยังได้รับรองให้เป็น สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของเอเชีย ประจำปี 2023 (Asia's Leading Tourist Attraction 2023) ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์แห่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว World Travel Awards 2023 นับเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลประเภทนี้ด้วย

teamLab Planets TOKYO
ได้เวลาเดินเที่ยว
เสพงานศิลป์กันแล้ว !

teamLab Planets TOKYO เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัล ตั้งอยู่ที่เขต Toyosu (โทโยสุ) ในโตเกียว ใกล้สถานีรถไฟ Shin-Toyosu (ชินโทโยสุ) เดินจากสถานีมาราว 1 นาทีก็ถึง ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ให้ผู้เข้าชมได้ดื่มด่ำกับงานศิลปะอย่างแท้จริง ใช้ทั้งตาดู หูฟัง กายสัมผัส โดยมีเราเป็นส่วนหนึ่งของงานนั้นและสร้างการเปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กับผู้อื่นอย่างกลมกลืน

สำหรับการซื้อตั๋วนั้น สามารถซื้อผ่านตู้ที่หน้าทางเข้าได้เลย หรือจะซื้อล่วงหน้าทางออนไลน์ก็ได้ที่ teamlabplanets.dmm.com โดยระบุรอบที่จะเข้าชม และเมื่อได้ QR Code ก็นำไปแสดงกับเจ้าหน้าที่หน้างาน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สะดวก เพราะไม่ต้องลุ้นว่ารอบที่เราจะไปนั้นเต็มไหม ว่าแล้วไปสำรวจข้างในกันดีกว่า 

ข้อควรรู้เมื่อมาที่
teamLab Planets TOKYO

ก่อนเข้าไปด้านในซึ่งแบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ ๆ คือ Water Area (โซนน้ำ) และ Garden Area (โซนสวน) เรามาดูข้อควรรู้ต่าง ๆ กันก่อน จะได้เตรียมตัวให้เหมาะสม ไม่ต้องไปแก้ปัญหาหน้างานกันนะ

  • ต้องถอดถุงเท้าและรองเท้า โดยจะมีตู้ล็อกเกอร์ไว้ให้คุณเก็บสัมภาระทั้งหมดไว้ 

  • ให้นำโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูปเข้าไปได้เท่านั้น แต่ห้ามใช้แฟลช ไม้เซลฟี่ และขาตั้งกล้อง

  • ควรใส่กางเกงที่สามารถพับขาขึ้นมาได้ เพราะต้องลุยน้ำซึ่งมีระดับสูงประมาณหัวเข่าผู้ใหญ่ แต่สำหรับใครที่ไม่สะดวกจริง ๆ ที่นี่ก็มีบริการให้ยืมกางเกงขาสั้นฟรีด้วยนะ

  • ไม่ควรใส่ชุดเดรสหรือกระโปรงสั้น เพราะต้องเดินผ่านพื้นที่ซึ่งเป็นกระจกเงา เดินไปปิดไป อาจทำให้เราหมดสนุกได้ หรือๆ จะใส่กางขาสั้นกันไว้ข้างในก็ได้นะ

เมื่อเข้ามาด้านในแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำพร้อมชมวิดีโอข้อควรรู้ต่าง ๆ

เมื่อเข้ามาด้านในแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำพร้อมชมวิดีโอข้อควรรู้ต่าง ๆ

ตู้ล็อกเกอร์เท่ ๆ สำหรับเก็บสัมภาระทุกสิ่งอย่าง

ตู้ล็อกเกอร์เท่ ๆ สำหรับเก็บสัมภาระทุกสิ่งอย่าง

Water Area เปิดประสบการณ์
ผ่านสายน้ำสู่ดินแดนศิลปะ

หลังจากเตรียมความพร้อมเรื่องชุดและเก็บของที่ล็อกเกอร์เรียบร้อยแล้ว เรามาเริ่มต้นกันที่ Water Area หรือเรียกง่าย ๆ ว่าโซนน้ำ ซึ่งเมื่อเข้ามาจะพบกับทางเดินลาดยาวบรรยากาศค่อนข้างมืดแต่ไม่ถึงกับมืดมิด เพราะมีแสงไฟสีฟ้าส่องทอดยาวช่วงปลายเท้าไปจนสุดทาง เคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีที่ฟังแล้วดูลึกลับน่าค้นหา และเมื่อยิ่งเดินไกลออกไป เสียงน้ำไหลซู่ซ่าก็ยิ่งชัดเจน เหมือนเป็นการส่งสัญญานให้เตรียมตัวลุยน้ำยังไงยังงั้น 

ภายใต้ความมืดยังมีแสงสว่างคอยนำทาง

Waterfall of Light Particles at the Top of an Incline

และมันคือเรื่องจริง เพราะเรากำลังจะไปเจอกับงานศิลปะชิ้นแรกอย่าง Waterfall of Light Particles at the Top of an Incline น้ำตกแห่งอนุภาคแสงบนจุดสูงสุดของทางลาดชัน ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานชิ้นก่อนหน้าของน้ำตกในภูเขาชิโกกุ (Shikoku) และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินลุยน้ำซึ่งไหลผ่านทางลาดชันลงมาอย่างไม่ขาดสายในระดับตาตุ่มพอให้เย็น ๆ เท้า พร้อมกลิ่นคลอลีนแตะจมูกเบา ๆ

เดินสบาย ๆ ไม่ลื่น เพราะพื้นผิวมีความหยาบคล้ายเดินผ่านสายน้ำตกจากธรรมชาติ

เมื่อเดินมาใกล้จะสุดทางนอกจากได้ยินเสียงน้ำดังขึ้นแล้ว แสงสีขาวก็เปล่งประกายโดดเด่นเฉกเช่นเดียวกัน โดยเบื้องหน้าของเราคือ สายน้ำตกที่มีอนุภาคเล็ก ๆ ไหลตรงดิ่งราวกับตกมาจากฟากฟ้า ทำให้บริเวณโดยรอบสว่างไสวท่ามกลางความมืดขึ้นทันที จุดนี้บอกเลยว่าตราตรึง

น้ำตกแห่งอนุภาคแสงสำแดงอิทธิฤทธิ์แล้ว !

Soft Black Hole - Your Body Becomes a Space that Influences Another Body

เช็ดเท้าให้แห้ง ณ จุดบริการที่มีผ้าขนหนูวางเรียงรายไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ก็ไปต่อกันที่ Soft Black Hole - Your Body Becomes a Space that Influences Another Body หรือห้องหลุมดำ กับแนวคิดเพื่อให้ตระหนักถึงมวลกายของตัวเองที่อาจหลงลืมไป เพราะในชีวิตประจำวันเราเดินสะดวกด้วยพื้นผิวที่เรียบและแข็ง แล้วถ้ามาเดินในห้องนี้ล่ะจะเกิดอะไรขึ้น ? 

เดินเข้ามาอย่างมั่นใจ แล้วไง ! โดนพื้นกินขา

เมื่อย่างเท้าเข้าไปเหยียบปุ๊บ ขาก็จมลงปั๊บทันที เพราะพื้นด้านล่างมีลักษณะนุ่มและยวบไปตามน้ำหนักตัว ทำให้เกิดเป็นช่องว่างที่เราสร้างขึ้น เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ซึ่งแน่นอนการเดินบนทางแบบนี้ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็ได้นอนแน่ เพราะทรงตัวค่อนข้างยาก บรรยากาศในห้องนี้จึงเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะของผู้คนที่พยายามจะเดินฝ่าฟันไปให้สุดทาง ล้มบ้างลุกบ้าง นั่งพักบ้างถือเป็นการชาร์ตพลังไปในตัว 

จับ-เกาะอะไรได้ เพื่อฝ่าฟันไป ชั่วโมงนี้คว้าหมด

The Infinite Crystal Universe

หลังรอดจากการถูกกลืนกินจากห้องหลุมดำ ก็ได้เวลาไปชมความอลังการแสง สี เสียงของ The Infinite Crystal Universe จักรวาลคริสตัลที่มีดวงไฟเปลี่ยนสีเป็นเส้น ๆ ส่องแสงระยิบระยับอยู่เรียงราย กระจายไปทุกทิศทางอย่างไร้จุดสิ้นสุดภายในพื้นที่ที่เป็นกระจกรอบด้าน พร้อมเสียงดนตรีประกอบเปลี่ยนไปตามจังหวะของแสงไฟ พลอยทำให้ผู้คนตื่นเต้นเร้าใจตามไปด้วย และห้องนี้ถือเป็นอีกจุดยอดนิยมที่คนชอบถ่ายรูปกันสุด ๆ อีกด้วย 

ประหนึ่งอยู่ท่ามกลางจักรวาลแห่งดวงดาว และตัวเราคือหนึ่งในงานศิลปะ

Drawing on the Water Surface Created by the Dance of Koi and People - Infinity

มาพับขากางเกงแล้วไปลุยน้ำกันต่อที่ Drawing on the Water Surface Created by the Dance of Koi and People - Infinity ห้องจัดแสดงการวาดภาพดิจิทัลแบบเรียลไทม์ลงบนผิวน้ำ เป็นปลาคาร์พหลากสีสันแหวกว่ายไปมา ซึ่งเมื่อขาเราไปสัมผัสโดน ปลาคาร์พก็จะแตกกระจายออกไปกลายเป็นดอกไม้ ราวกับดอกไม้บานที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลตลอดทั้งปี ห้องนี้น้ำจะสูงประมาณหัวเข่าและเป็นน้ำอุ่น บวกกับมีเสียงเพลงบรรเลงฟังเพลิน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายไปอีกแบบ 

ยืนทอดอารมณ์ในดงปลาคาร์พ

Expanding Three-Dimensional Existence in Transforming Space - Flattening 3 Colors and 9 Blurred Colors, Free Floating

เช็ดเท้ากันอีกสักรอบ แล้วไปเด้ง ๆ ดึ๋ง ๆ กับ Expanding Three-Dimensional Existence in Transforming Space - Flattening 3 Colors and 9 Blurred Colors, Free Floating อีกหนึ่งไฮไลต์ที่โดนใจคนชอบถ่ายรูป เพราะเต็มไปด้วยบอลลูนเปลี่ยนสีน่ารัก ๆ ซึ่งเมื่อลูกหนึ่งเปลี่ยนสี ลูกอื่น ๆ ก็จะเปลี่ยนสีตามไปด้วย เราสามารถสัมผัสหรือเดินแทรกตัวไปตามลูกบอลลูนต่าง ๆ ได้ แต่ต้องระวังไม่เผลอผลักไปกระแทกคนอื่นนะคะ

บอลลูนบอลใจที่เราสามารถสัมผัสได้ทุกเมื่อ

Floating in the Falling Universe of Flowers

ปิดท้ายโซนน้ำกันที่ Floating in the Falling Universe of Flowers กับการปล่อยกายปล่อยใจให้ล่องลอยและหลุดเข้าไปในโลกของงานศิลปะ เมื่อถูกรายล้อมไปด้วยจักรวาลของมวลหมู่ดอกไม้แบบ 360 องศา มาพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนให้นอนทอดอารมณ์หรือจะนั่งดูชิล ๆ ก็ได้ เพราะเราจะเห็นเหล่าดอกไม้นานาชนิดฟุ้งกระจายอยู่รอบตัว โดยเวียนว่ายตายเกิดไปตามวัฏจักรตั้งแต่เติบโต ผลิดอก ไปจนถึงร่วงโรย แต่แอบกระซิบนิดนึงว่า ใครไม่ค่อยถูกกับภาพเคลื่อนไหวเยอะ ๆ ก็อาจมีอาการมึนเล็ก ๆ ได้นะ แล้วอย่าลืมนอนจนเพลิน เพราะเราจะเดินไปที่โซนสวนกันต่อ

มวลหมู่ดอกไม้ที่มาพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ

Garden Area สัมผัสงานศิลปะ
สู่การหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
กับธรรมชาติ

ดื่มดำกับงานศิลปะโซนน้ำกันจนใจฟู เราก็เดินออกมาสวมรองเท้าแตะที่ทางพิพิธภัณฑ์มีเตรียมไว้ให้ แล้วไปต่อกันที่ Garden Area หรือโซนสวน ที่มีทั้งสวนมอสเต็มไปด้วยไข่สะท้อนแสงสุดอลัง และกล้วยไม้สดกว่า 13,000 ดอกที่บานสะพรั่งกลางอากาศ พร้อมผงาดขนาดนี้ อดใจยังไงไหวก่อน !

Moss Garden of Resonating Microcosms - Solidified Light Color, Sunrise and Sunset 

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในสวนมอสแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ภายนอกตัวอาคาร บอกเลยว่าเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ท่ามกลางไข่เรืองแสงนับร้อย โดยวัตถุที่เราเรียกว่า “ไข่” ในตอนกลางวันจะเห็นเป็นสีเงินสะท้อนแวววาวคล้ายกระจก และเมื่อพระอาทิตย์ตกดินจะเปลี่ยนสีเปล่งแสงออกมาได้ถึง 61 เฉดสี สวยงามสุด ๆ อย่างไรก็ตาม เราสามารถสัมผัสหรือผลักเบา ๆ ที่เจ้าไข่นี้ได้ ซึ่งเมื่อผลักแล้วจะมีเสียงดังออกมาและสะท้อนดังก้องต่อกันไปเรื่อย ๆ ด้วย 

กองทัพไข่เรืองแสงบุกโลก !

Floating Flower Garden: Flowers and I are of the Same Root, the Garden and I are One

จบจากโซนไข่ ถอดรองเท้าเก็บให้เข้าที่ แล้วไปต่อคิวรอชมอีกหนึ่งไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์อย่าง “สวนกล้วยไม้ลอยฟ้า” ที่มีมากกว่า 13,000 ต้น กับดอกบานสะพรั่งเคล้ากลิ่นหอมอ่อน ๆ เมื่อเราเข้าไปอยู่ตรงกลาง ทำให้รู้สึกเหมือนถูกโอบกอดด้วยงานศิลปะมีชีวิต เพราะต้นกล้วยไม้ทั้งหมดแขวนอยู่เหนือศีรษะ และขยับขึ้นลงได้คล้ายกำลังล่องลอยในอากาศ ขณะที่พื้นด้านล่างรวมถึงโดยรอบเป็นกระจกเงาสะท้อนทั่วทุกมุม ทำให้ดูกว้างขวางไร้จุดสิ้นสุด แต่โซนนี้จะมีจำกัดเวลาเข้าชมด้วยนะ ดังนั้นนอกจากเก็บเกี่ยวความสวยงามแล้ว ก็ต้องถ่ายรูปสวยแบบทำเวลากันด้วย เอ้า 123 แชะ แชะ แชะ

สวนกล้วยไม้ที่สามารถขยับขึ้น-ลงได้ เหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศ

ผลงานโซนใหม่
teamLab Planets TOKYO

แสงไฟชิ้นใหม่ Ephemeral Solidified Light (ชีวิตคือผลึกแสงอันไม่จีรัง)

          พื้นที่ศิลปะที่มีประกายแสงนับไม่ถ้วน ล่องลอยอยู่กลางอากาศ ให้ลุยน้ำเข้าไปสัมผัสพื้นที่ที่ผสานรวมร่างกายเข้ากับงานศิลปะ ประกายแสงแต่ละดวงประกอบด้วยหลากสีสัน แต่ถูกแบ่งแยกไว้อย่างชัดเจน ราวกับของแข็งที่จับต้องได้ เกิดขึ้นจากการซิงโครไนซ์ (ผลของการเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน) กล่าวคือ เป็นปรากฏการณ์ที่สร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ที่เป็นระเบียบผ่านการจัดระเบียบตนเองเมื่อเวลาผ่านไป
ภาพจาก teamLab

ภาพจาก teamLab

ภาพจาก teamLab

ภาพจาก teamLab

The Infinite Crystal Universe กลุ่มแสงที่แผ่กระจายอย่างไร้ขีดจำกัดกลางอากาศ

          ผลงานศิลปะสามมิติที่ก่อเกิดจากการรวมตัวกันของไฟแต่ละดวง ผู้ชมสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรังสรรค์ผลงานชิ้นนี้ได้ผ่านแอปพลิเคชัน teamLab หากคุณโยนดวงดาวที่เลือกจากในแอปพลิเคชันออกมา รูปแบบของแสงไฟนั้น ๆ ก็จะปรากฏอยู่ตรงหน้า เป็นการร่วมสร้างพื้นที่ศิลปะในแบบฉบับของแต่ละคน ซึ่งในครั้งนี้ได้มีการสร้างรูปแบบแสงขึ้นมาใหม่ 5 รูปแบบ ให้ผู้เข้าชมได้มาสัมผัสกัน 
ภาพจาก teamLab

ภาพจาก teamLab

          นอกจากพื้นที่ที่ถูกเติมเต็มด้วยลูกบอลเรืองแสงอย่าง Expanding Three-Dimensional Existence in Transforming Space – Flattening 3 Colors and 9 Blurred Colors, Free Floating แล้ว ยังมีอีกหลากหลายผลงานที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ ขยายประสบการณ์ผสานรวมร่างกายเข้ากับศิลปะให้มากยิ่งขึ้นด้วย
ภาพจาก teamLab

ภาพจาก teamLab

          ชมงานศิลปะกันเต็มอิ่มแล้ว ที่นี่ยังมีร้านขายของที่ระลึกให้ได้เลือกช้อป และมีร้าน Vegan Ramen UZU ที่ขายอาหารคาวหวานแบบไร้เนื้อสัตว์ เช่น ราเมง โดนัท ไอศกรีม ชาเขียวและเครื่องดื่มต่าง ๆ เปิดให้บริการ โดยสามารถนำมานั่งกินที่ม้านั่งรูปทรงแปลกตาดูไปดูมาคล้ายรางรถไฟหน้าพิพิธภัณฑ์ได้ด้วย
          สรุปการพาทัวร์ teamLab Planets TOKYO วันนี้  บอกเลยว่า “3 ต” ต้องมา ! ตื่นเต้น ตระการตา เต็มอิ่ม กับงานศิลปะสุดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานธรรมชาติกับเทคโนโลยีแสง สี เสียงได้อย่างลงตัว ทำให้เราได้ปล่อยกายปล่อยใจเป็นอิสระล่องลอยไปกับจินตนาการท่ามกลางผู้คนที่เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะเฉกเช่นตัวเราเอง สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียวแบบอาร์ต ๆ สามารถลิสต์ teamLab Planets TOKYO ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจได้เลย แล้วอย่าลืมถ่ายรูปสวย ๆ มาฝากกันบ้างนะ

teamLab Planets TOKYO
วันเวลาเปิด-ปิด

          ภายในระยะเวลาครึ่งปี นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 182 ประเทศ และภูมิภาคต่าง ๆ มาเยือนแล้วราว 1 ล้านคน ทำให้ teamLab Planets TOKYO ประกาศขยายระยะเวลาจัดแสดงยาวไปจนถึงปลายปี 2027 
 

  • เดือนกันยายน-พฤศจิกายน ปี 2023
    - ทุกวัน วันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-22.00 น.
    - วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2023 เวลา 10.00-22.00 น
    - กำหนดการปิดในวันพุธที่ 6 กันยายน 2023, วันพุธที่ 4 ตุลาคม 2023 และวันพุธที่ 8 พฤศจิกายน 2023
  • เข้าชมงานรอบสุดท้าย 1 ชั่วโมงก่อนปิดทำการ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวอาจต้องรอประมาณ 30-90 นาที เพื่อเข้าชมสถานที่
  • เวลาเปิดทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบเว็บไซต์ทางการ 

Vegan Ramen UZU Tokyo และ teamLab Flower Shop & Art

  • เดือนกันยายน-พฤศจิกายน ปี 2023 เปิดทุกวัน เวลา 10.30-19.00 น.
  • ราเมงมังสวิรัติ UZU โตเกียว : https://vegan-uzu.com/pages/uzu-tokyo
  • ร้านดอกไม้และงานศิลปะ teamLab Flower Shop & Art

teamLab Planets TOKYO
ค่าเข้าชม

  • ผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) 3,800 เยน
  • นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา  2,300 เยน
  • เด็ก (อายุ 4-12 ปี)  1,300 เยน
  • อายุต่ำกว่า 3 ปี เข้าชมฟรี
  • ส่วนลดสำหรับผู้พิการ 1,900 เยน

    ช่องทางจำหน่ายตั๋วอย่างเป็นทางการ ดูเพิ่มเติมได้ที่ teamLab Planets TOKYO DMM
          ช่องทางการติดต่อ teamLab Planets TOKYO
 

teamLab Planets TOKYO
การเดินทาง

teamLab Planets TOKYO ตั้งอยู่ที่เขต Toyosu (โทโยสุ) ในโตเกียว ใกล้สถานีรถไฟ Shin-Toyosu (ชินโทโยสุ) สามารถเดินทางสะดวกด้วยรถไฟ 

  • จากสถานี Shin-Toyosu เดิน 1 นาที (สาย Yurikamome Tokyo Waterfront New Transit Waterfront)
  • จากสถานี Toyosu หรือ LaLaport Toyosu เดิน 10 นาที (สาย Tokyo Metro Yurakucho)
  • จากสถานี Shijoumae หรือตลาดโทโยสุ เดิน 5 นาที (สาย Yurikamome Tokyo Waterfront New Transit Waterfront)
ภาพจาก :  teamLab Planets TOKYO

ภาพจาก : teamLab Planets TOKYO

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
ขอบคุณข้อมูลจาก :  teamLab Planets TOKYO 
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
teamLab Planets TOKYO เที่ยวญี่ปุ่นแบบฟิน ๆ ชวนไปเช็กอินพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลสุดอาร์ต อัปเดตล่าสุด 13 กันยายน 2566 เวลา 18:20:27 22,410 อ่าน
TOP