x close

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ สนุกไปกับชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          ชวนไปเปิดมุมมองใหม่ของการเที่ยวพัทยา ไปชมชุมชนดั้งเดิมตามวิถีเกษตร ตะลุยสวนมะพร้าว ลุยท้องนา ชมการแสดงโขน กินอาหารท้องถิ่น พักผ่อนแบบอีโคใกล้กรุงเทพฯ
          พัทยา เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เมื่อพูดถึงพัทยา ก็จะนึกถึงภาพของเมืองที่มีสีสัน คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว ท้องทะเลกว้างใหญ่สวยงาม เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ดีเด็ดเพียบ พร้อมทั้งยังมีศูนย์ความบันเทิงหลากหลายแบบ เห็นแบบนี้แล้วใครจะเชื่อว่าพัทยาจะมีมุมธรรมชาติทุ่งนา สวนมะพร้าว กับชุมชนเล็ก ๆ ที่ยังคงใช้ชีวิตเรียบง่าย สามารถขี่จักรยานเที่ยวชมเพลิน ๆ กันได้ด้วย ซึ่งผู้ที่เปิดประสบการณ์ดี ๆ นี้ให้กับเราก็คือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. โดยได้พาลัดเลาะพัทยาเข้าไปยังเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนตะเคียนเตี้ย และเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนหนองปลาไหล-หนองปรือ เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ที่ทั้งชิลและได้ความรู้ใหม่ ๆ สนุกในแบบที่แตกต่างจริง ๆ แต่ละชุมชนจะน่าเที่ยวและมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง ตามเราไปดูกันเลย
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

ท่องสวนมะพร้าวแห่งสุดท้ายของชลบุรี ชิมลิ้มลองกาแฟกะทิ

          ช่วงสายของวันหยุด เราสะพายเป้ขึ้นหลัง มุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดพบที่ได้นัดไว้กับทางเจ้าหน้าที่ของ อพท. พอทุกคนพร้อม ก็ออกเดินทางทันที จุดหมายปลายทางของเราวันนี้ก็คือ ชุมชนตะเคียนเตี้ย ตำบลตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 130-140 กิโลเมตร ใช้เวลาราว ๆ 2 ชั่วโมงเท่านั้น จากถนนมอเตอร์เวย์ที่รถยนต์ทั้งขนาดเล็กและใหญ่แล่นกันขวักไขว่ รถตู้ของเราก็ค่อย ๆ เลี้ยวสู่ถนนสายเล็ก ๆ ภาพของชุมชนค่อย ๆ ปรากฏขึ้น สิ่งที่แปลกตาไปก็เห็นจะเป็นทิวของต้นมะพร้าวสูงโปร่งเรียงรายเรื่อยไปทั้งสองฟากฝั่งของถนน และเริ่มหนาตาขึ้นกลายเป็นสวนมะพร้าวกว้างใหญ่ ใบปลิวไสวไปตามแรงลม ดูร่มรื่น เย็นสบาย แทบไม่น่าเชื่อว่าถัดจากตรงนี้ไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร ก็จะเป็นเมืองพัทยาที่แสนจะคึกคักแล้ว
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          รถตู้เลี้ยวเข้าสู่สวนมะพร้าวแห่งหนึ่ง มองไปเห็นผู้คนมากมายกำลังทำกิจกรรมอย่างสนุกสนาน รถเข้ามาจอดด้านในของสวน ป้ายเขียนว่า สวนฟ้าใสไอโกะ ทันทีที่ประตูรถเปิด กลิ่นกาแฟหอม ๆ ก็ลอยเข้าจมูก คุณสาโรช โรจน์สกุลพานิช ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนรักษ์มะพร้าวตะเคียนเตี้ย ที่เดินมาต้อนรับ เหมือนจะสังเกตได้ว่าพวกเรากำลังต้องการคาเฟอีนในช่วงบ่ายของวันหลังอาหารมื้อเที่ยง จึงรีบบอกด้วยความมีมิตรไมตรีว่าเดี๋ยวได้ชิมลิ้มลองกันแน่นอน แต่คุณสาโรชขอพาเดินเที่ยวชมกิจกรรมและทำความรู้จักกับชุมชนกันเสียก่อน
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          คุณสาโรช อธิบายว่า ที่นี่เป็นเพียงพื้นที่ส่วนหนึ่งเท่านั้นของเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนตะเคียนเตี้ย ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะได้ลงมือทำผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน เช่น การพับใบเตย และการทำของที่ระลึกจากกะลามะพร้าว ส่วนไฮไลต์ในจุดนี้ก็คือ กาแฟกะทิ ทางชุมชนคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยการนำวัตถุดิบเด่นอย่างมะพร้าว มาคั้นให้กลายเป็นกะทิเข้มข้น แล้วตีฟอง เทราดลงไปในกาแฟสด แทนการใส่นม หรือคอฟฟี่เมต พอคนให้เข้ากัน ก็จะได้รสชาตินุ่ม ๆ ละมุนไปอีกแบบ คอกาแฟไม่ควรพลาด
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          ถัดจากสวนฟ้าใสไอโกะ คุณสาโรชพาเราขึ้นท้ายรถกระบะไปตะลุยเที่ยวชมชุมชนกันต่อ จะสังเกตเห็นได้ว่าโดยรอบชุมชนจะเป็นสวนมะพร้าวทั้งหมด บรรยากาศเงียบสงบ ดูร่มรื่นเพลินตา อากาศเย็นสบายสดชื่น ซึ่งปกติแล้วนักท่องเที่ยวจะขี่จักรยานเที่ยวกันได้ แต่เสียดายที่เรามีเวลาน้อยไปสักนิด เลยตัดสินใจขึ้นหลังรถกระบะดีกว่า

          ไม่ถึง 3 นาที รถกระบะก็เลี้ยวมายังลานกว้างของสวนอีกแห่งหนึ่ง ตรงกลางลานเป็นเพิงศาลาหลังเล็ก ๆ มีคุณป้าและคุณลุงนั่งอยู่ แต่ละท่านกำลังตั้งใจผ่ามะพร้าวกันอย่างขะมักเขม้น ที่นี่เป็นกลุ่มทำมะพร้าวของคุณป้ายอ ซึ่งจะส่งเนื้อมะพร้าวเพื่อทำกะทิสดไปยังร้านข้าวหลามและขนมหวานในตลาดหนองมน เรียกได้ว่าที่นี่เป็นต้นกำเนิดของกะทิอร่อย ๆ ของขนมเด่นดังในชลบุรีเลยก็ว่าได้

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          “ต้องยิ้มเห็นฟันไหม ฟันป้ามันเหลือเท่านี้แล้ว” ป้าชะม้อยพูดขึ้น ก่อนที่จะฉีกยิ้มหวานให้ ซึ่งก็เห็นทันทีว่าฟันคุณป้าได้หนีเที่ยวเกือบหมดแล้ว
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          “ที่นี่มีแต่คนแก่ คนหนุ่มสาวเขาไปทำงานในเมืองหมดแล้ว ที่ปลูกมะพร้าวก็ลดลงเรื่อย ๆ กลายไปเป็นหมู่บ้านโรงงานหมด” ป้าสมศรีที่นั่งอยู่ข้างป้าชะม้อยอธิบายให้ฟังต่อ พร้อมกับผ่ามะพร้าวแก่ แล้วส่งจาวมะพร้าวสีเหลืองอ่อนมาให้กินเป็นขนมของว่างยามบ่าย
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          ฟังคำพูดของคุณป้าสมศรี ก็รู้สึกใจหวิวหน่อย ๆ เพราะรู้ดีว่าความเจริญได้คืบคลานเข้ามายังพัทยามากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เจ้าสวนมะพร้าวบรรยากาศดีแบบนี้จะกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรและโรงงานไปวันไหนก็ไม่รู้ แต่นับว่ายังโชคดีที่วันนี้ชาวบ้านหวงแหนวิถีชีวิตดั้งเดิมของตนเอง จึงพยายามช่วยกันรักษา และรณรงค์ให้คนรุ่นหลังเริ่มเห็นคุณค่าของวิถีมะพร้าวมากขึ้น โดยพัฒนาชุมชนให้กลายเป็นชุมชนท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ด้วย

          เราคุยกับคุณลุงคุณป้ากันอย่างสนุกสนาน จนเวลาผ่านไปเกือบ 40 นาที คุณสาโรชจึงได้เรียกทุกคนให้ขึ้นรถ เพื่อไปยังจุดต่อไป คราวนี้รถกระบะเลี้ยวเข้าสู่สวนมะพร้าวลึกขึ้นมาหน่อย พอเข้าไปถึงกลางสวนก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น นอกจากจะเป็นสวนมะพร้าวกว้างใหญ่แล้ว เราก็ยังเห็นม้าลักษณะสวย ๆ ยืนกินหญ้าอย่างสง่างามอยู่ใต้ต้นมะพร้าวด้วย เป็นม้าที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ มีอยู่ประมาณ 4-5 ตัว สามารถเข้าไปชมใกล้ ๆ ได้ด้วยนะ ^^

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

           สวนมะพร้าวแห่งนี้เป็นมะพร้าวของคุณยายชื่น ซึ่งมีบ้านอยู่ในสวนด้วย เราเข้าไปเยี่ยมคุณยายกันที่บ้าน ทันทีที่รถจอด คุณยายก็ส่งยิ้มสยามให้ทุกคน
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          “ยายชื่นอยู่บ้านนี้คนเดียว ลูกหลานแยกบ้านออกไปอยู่ที่ข้าง ๆ แล้ว เวลานักท่องเที่ยวมาหาแกจะดีใจมาก” คุณสาโรชบอก

          แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ คุณยายชื่นดูสดใส ตาเป็นประกายที่เห็นพวกเราเข้ามาทักทายและพูดคุยด้วย เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟัง เรื่องตลกบ้าง เรื่องอดีตบ้าง นั่งขำกันไปตลอดการสนทนา และยังบอกด้วยว่าบ้านของคุณยายนั้น เป็นบ้านไม้เก่าแก่ที่สุดของชุมชน สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 และก่อนเดินทางกลับคุณยายยังบอกให้เราขนมะพร้าวกลับบ้านด้วย ให้เอาไปกินกัน แกไม่หวง แต่พวกเราก็ไม่รู้ว่าพอขนกลับถึงกรุงเทพฯ แล้วนั้นใช้อะไรปอกเปลือกกิน เพราะไม่มีอุปกรณ์ จึงได้แต่ขอบคุณในความน่ารักของคุณยายชื่น

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          จากบ้านคุณยายชื่น ก็ไปกันต่อที่บ้านสวนป่าสาโรชกับแหวว จุดสต็อปสำคัญอีกแห่งของเส้นทางท่องเที่ยวในชุมชนตะเคียนเตี้ย ด้วยเป็นบ้านของคุณสาโรชและเป็นสถานที่ในการทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งเป็นคลังจักรยานที่มีไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการปั่นจักรยานเยี่ยมชมชุมชน
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          สถานที่สุดท้ายของวันนี้ เราไปกันที่บ้านร้อยเสา จุดเช็กอินห้ามพลาด ด้วยเป็นบ้านเรือนไม้เก่าแก่ที่มีเสาอยู่ใต้ถุนเรือนบ้านราว ๆ 100 ต้นเลยทีเดียว โดยคุณวันดี ประกอบธรรม เจ้าของบ้าน เล่าให้ฟังว่า บ้านหลังนี้ดั้งเดิมเป็นของคุณแม่และคุณน้าที่เป็นฝาแฝดกัน มีชื่อว่า "ทรัพย์" และ "สิน" กว่าที่บ้านจะเป็นเรือนหลังใหญ่มีหลายเสาได้เช่นนี้ คนรุ่นพ่อรุ่นแม่จะต้องหล่อเสากันเอง ใช้เวลานานหลายปี
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          ปัจจุบันคุณวันดีก็ได้สร้างเรือนโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การชมสวนไผ่หลังบ้าน, การทำกระเป๋าผ้าจากดอกไม้ธรรมชาติ, การนวดกัวซา, การพับกุหลาบใบเตย, การทำอาหารท้องถิ่นโดยเชฟชุมชน และการทำพวงมโหตรให้ได้ร่วมสนุกกันด้วย

เดินชมนาพัทยา กินอาหารท้องถิ่นอร่อย ๆ พร้อมน้ำมะพร้าวหวานเย็นชื่นใจ

          ด้วยได้สัมผัสกับธรรมชาติไปเต็ม ๆ เมื่อวาน เช้าวันใหม่จึงตื่นมาพร้อมกับความกระปรี้กระเปร่า วันนี้เรามีแพลนจะไปเที่ยวเส้นทางชุมชนหนองปลาไหลและชุมชนหนองปรือกัน โดยสถานที่แรกนั้นคือ ชุมชนหนองปลาไหล สถานที่ชิลลับ ๆ ซึ่งได้ซ่อนทุ่งนาของพัทยาไว้

          จากที่พักเราใช้เวลาไปยังชุมชนหนองปลาไหลเพียงแค่ราว ๆ 30 นาทีเท่านั้น รถตู้ค่อย ๆ ลัดเลาะไปตามถนนเส้นเล็ก ๆ ขับเข้าไปจนเกือบสุดถนนก็พบกับพื้นที่กว้าง มีกลุ่มของผู้ร่วมประชุม PATA Destination Marketing Forum 2019 รออยู่แล้ว เราจึงได้เห็นการต้อนรับแบบไทย ๆ ของชาวบ้าน มีรำกลองยาวสวย ๆ ของชาวบ้านให้ได้ชมกันด้วย

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          เมื่อเดินเข้าไปด้านใน จะร่มรื่นไปด้วยต้นมะพร้าวน้ำหอม มองไปด้านหลังลานกิจกรรมเห็นพื้นที่สีเหลือง ๆ จึงรีบเดินตรงไปดูทันที ก็ได้พบกับทุ่งนากว้างใหญ่ ที่ตอนนี้มีทั้งสีเขียวและเหลืองทองพร้อมเก็บเกี่ยว ได้โอกาสที่คนยังไม่เยอะมากนัก จึงเดินเล่นตามคันนาไปเรื่อย ลมพัดเย็น ๆ เข้าหน้า อากาศสดชื่น สูดเข้าปอดมันดีไม่น้อย แล้วอีกเพียงไม่กี่อึดใจ ทางชุมชนก็พาผู้ร่วมประชุมลงมาทำกิจกรรมเกี่ยวข้าวตามแบบวิถีดั้งเดิมของคนไทย
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          “Wow It’s amazing, It’s my first time to do this” ผู้ร่วมประชุม PATA สัญชาติสเปนพูดขึ้นหลังจากที่ได้ลองเกี่ยวข้าวด้วยเคียวเกี่ยวข้าว
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          คนอื่น ๆ ก็ดูตื่นเต้นและสนุกสนานไม่น้อย กับการได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ อย่างการลงไปถึงนาข้าว แล้วมาเกี่ยวข้าวกันด้วยมือของตัวเอง

          เรามีโอกาสไปพูดคุยกับคุณถนอมศักดิ์ ผาติเสนะ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนหนองปลาไหล ซึ่งได้เล่าให้ฟังว่า จริง ๆ แล้วพัทยามีพื้นที่ทำนากว้างขวางเหมือนกับที่อื่น ๆ แต่พอเวลาเปลี่ยนไปทุ่งนาก็เริ่มหดหายจนเหลือน้อยลงทุกที โดยพื้นที่ชุมชนหนองปลาไหลเป็นพื้นที่ที่มีทุ่งนาหลงเหลืออยู่มากที่สุดในพัทยา จึงมีความคิดที่อยากจะรักษาวิถีชีวิตตรงนี้ไว้ เริ่มแรกก็เปิดให้นักเรียน/นักศึกษาเข้ามาเรียนรู้ ร่วมเตรียมการกับคนในชุมชน พัฒนากันเรื่อยมาจนแข็งแกร่งพอที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ จึงกลายเป็นชุมชนท่องเที่ยวอย่างในปัจจุบัน แต่จะรับเฉพาะกรุ๊ปใหญ่ และวันหยุดเท่านั้น เพราะชาวบ้านจะมีอาชีพหลักอยู่แล้ว จึงสามารถมารวมตัวกันเพื่อเตรียมการให้นักท่องเที่ยวได้เฉพาะช่วงวันหยุด

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          หลังจากพูดคุยกับคุณถนอมศักดิ์เรียบร้อย ก็เป็นช่วงเวลาที่กิจกรรมเกี่ยวข้าวจบลงพอดี แต่ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ อย่างการทำขนมต้มรออยู่ ชาวบ้านให้ผู้ร่วมประชุมลองปอกมะพร้าว ขูดมะพร้าว เพื่อเอาไปทำขนมด้วยตัวเอง ใครทำฐานนี้ไม่ได้ก็ไปทำฐานถัดไป ซึ่งเป็นการปั้นไส้ และยัดไส้ขนมในแป้ง ถ้าไม่กลัวความร้อน ก็ช่วยนำขนมลงไปต้มในน้ำเดือดได้ ขั้นตอนสุดท้ายก็คลุกเคล้าขนมกับมะพร้าวขูด แล้วหยิบเข้าปาก อร่อยแบบหยุดกินไม่ได้ ลืมเรื่องแคลลลอรีกันไปเลย
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          แต่ใช่ว่ากินขนมเข้าไปเต็มท้องแล้ว จะกินข้าวต่อไม่ได้ เพราะเราถือคติที่ว่ากระเพาะของคาวและของหวานนั้นแยกกัน :) กลางวันนี้จึงได้กินข้าวสวยร้อน ๆ จากท้องนาพัทยา พร้อมกับแกงกล้วยรอไก่ และปลาทะเลทอดกรอบ ปิดท้ายด้วยมะพร้าวน้ำหอมหวานเย็นชื่นใจ ฟินไปยันเย็น ใครอยากซื้อของที่ระลึกเขาก็มีจำหน่ายนะ ไทยแท้แน่นอน :)
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

ชมการแสดงโขนโบราณ กินน้ำสมุนไพร ขนมไทย ทำของที่ระลึก

          สถานที่สุดท้ายของวันนี้ เรามุ่งหน้าไปกันที่ชุมชนหนองปรือ เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของชลบุรี เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในเรื่องของการแสดงโขนโบราณ

          เมื่อมาถึงยังวัดหนองปรือ ชาวบ้านก็จัดเสิร์ฟของว่างมาให้แบบไม่อั้น ทั้งน้ำสมุนไพรที่ทำจากดอกไม้ 5 ชนิด (พิกุล บุนนาค สารภี บัวหลวง และมะลิ), ขนมข้าวเหนียวหน้าปลาแห้ง และขนมลูกชุบ แล้วพาชมวิหารหลวงพ่อช้าง วิหารไม้เก่าแก่ ที่สันนิษฐานกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีอายุมากกว่า 200 ปี ด้านในประดิษฐานหลวงพ่อช้าง หลวงพ่อดำ และหลวงพ่อสด ทำบุญตามศรัทธา มาไหว้พระขอพรกันได้ทุกวัน

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          หลังจากที่ทุกคนพร้อม กิจกรรมไฮไลต์ก็เริ่มต้นขึ้น เสียงดนตรีไทยดังขึ้น พร้อม ๆ กับนางรำหญิงสาวลูกหลานชาวบ้านในชุมชนที่ร่ายรำเข้ามาอย่างงดงาม เธอแสดงเป็นนางสุพรรณมัจฉาได้อย่างน่าประทับใจ ผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่นาที ตัวพระก็เข้ามา ซึ่งจะเป็นตัวละครไหนไปไม่ได้นอกจากหนุมาน ด้วยเป็นการแสดงโขน ตอน หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา ผู้ชมแต่ละคนดูจะตื่นเต้นตามการแสดงไปด้วย ช่วยกันลุ้นว่าหนุมานจะจับนางสุพรรณมัจฉาได้หรือไม่ สุดท้ายแล้วการแสดงก็จบลงด้วยการที่หนุมานหลงรักกับนางสุพรรณมัจฉา เสียงปรบมือดังลั่นลานวัด เป็นการบ่งบอกว่าถูกใจการแสดงโขนนี้พอสมควร
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          “ท่านผู้ชมสามารถมาแต่งกายแบบไทย ๆ กันได้นะครับ” หัวหน้าคณะการแสดงโขนประกาศขึ้น ผู้ชมก็ดูจะกล้า ๆ เกร็ง ๆ ในทีแรก แต่เมื่อมีคนที่ 1 คนที่ 2-3 ก็ตามมา แล้วช่วยกันแต่งกายอย่างสนุกสนาน ถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึกเพียบ
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          ก่อนกลับบ้านยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจรออยู่ ผู้นำชุมชนพาเราเข้าไปยังศาลาใหญ่ของวัด ที่นี่จะเป็นจุดที่ให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ทำของที่ระลึกอย่างหัวโขนกันด้วยตัวเอง พอจับจองที่นั่งกันเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็สอนให้ลงมือทำกันทีละขั้นตอน ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายจนเกินไป ต้องตั้งใจกันสักเล็กน้อย และด้วยความที่ต้องมีขั้นตอนปิดทองบนมงกุฎของหนุมาน หน้าตาของแต่ละคนจึงมีร่องรอยของทองคำเปลวเป็นจุดเล็กจุดน้อย ดูน่ารักมากเลยทีเดียว
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม

          กิจกรรมจบลงไปพร้อมกับรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจ ได้มิตรภาพใหม่ ประสบการณ์ใหม่ และความรู้ใหม่ ใครจะไปคิดว่ามุมเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในพัทยานี้ จะสามารถเติมเต็มความสุข ความสนุกสนานให้กับวันหยุดได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ในพัทยา เพื่อพากลุ่มเพื่อน ๆ ไปเที่ยว ก็อย่าลืมนึกถึงเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเหล่านี้นะคะ :)

ขอขอบคุณ
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
เที่ยวพัทยาเส้นทางใหม่ สนุกไปกับชุมชนวิถีเกษตรและวัฒนธรรม โพสต์เมื่อ 2 มกราคม 2563 เวลา 10:04:50 12,073 อ่าน
TOP