x close

เที่ยวฮอกไกโด ญี่ปุ่น กับสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

        แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เกาะสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ ชวนไปตะลุยชมดอกไม้ เล่นสกี เดินชมเมืองเก่า ไปชมวิวเมืองมุมสูงสุดโรแมนติก พร้อมกับทำกิจกรรมสนุก ๆ อีกมากมาย
          ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้มีแค่โตเกียว เกียวโต โอซาก้า ที่น่าเที่ยวเท่านั้นนะคะ อยากจะบอกว่าประเทศนี้เขาเที่ยวได้ทั้งประเทศจริง ๆ สวยงามแทบจะทุกมุมมองเลยล่ะ วันนี้ก็เลยอยากให้เห็นญี่ปุ่นทางด้านภาคเหนือกันบ้าง เลยจะมาแนะนำที่เที่ยวบนเกาะฮอกไกโด ต้องบอกว่าที่นี่เป็นเกาะสวรรค์ของคนรักธรรมชาติเลยล่ะ เพราะมีทั้งทุ่งดอกไม้ นาข้าวกว้างใหญ่ ภูเขาสวย ๆ มากมาย และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าเที่ยวอีกมากมาย จะมีอะไรน่าสนใจในฮอกไกโดบ้าง ไปดูกัน ^^

เมืองซัปโปโร (Sapporo)

1. ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ (Sapporo TV Tower)

ภาพจาก FuuTaMin / Shutterstock.com

          ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร เป็นหอกระจายสัญญาณโทรทัศน์ประจำเมือง สูงประมาณ 142.7 เมตร ซึ่งมีจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมเมืองซัปโปโรมุมสูงกันด้วย โดยที่จุดชมวิวนั้นจะสูงประมาณ 90.38 เมตร สามารถมองเห็นวิวโดยรอบเมืองซัปโปโรได้แบบ 360 องศา ด้านหนึ่งจะเป็นสวนสาธารณะโอโดริที่ทอดยาวไปกลางเมืองจนเกือบจรดกับภูเขาสูงใหญ่ ส่วนอีกฝั่งก็จะเป็นวิวทิวทัศน์ของเมืองไปจนเห็นทะเลที่อยู่ไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้าใครมาเที่ยวชมยามเย็นก็จะได้ชมพระอาทิตย์ตกดินสวย ๆ พร้อมกับบรรยากาศแสงไฟระยิบระยับเหนือเมืองซัปโปโรยามค่ำคืน เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว นอกจากนี้ที่ด้านหน้าของทาวเวอร์ยังติดนาฬิกาบอกเวลาตัวใหญ่ไว้ให้ชาวเมืองได้ดูกันด้วย

          ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ค่าธรรมเนียมผู้ใหญ่ 720 เยน/ท่าน ทั้งนี้อาจจะมีการปิดให้เข้าชม หรือเลื่อนเวลาเปิด-ปิดตามฤดูกาล สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ tv-tower.co.jp

2. สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park)

          สวนสาธารณะโอโดริ เป็นสวนสาธารณะที่อยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร ทอดยาวไปกว่า 1.5 กิโลเมตร กว้าง 100 เมตร ภายในสวนตกแต่งประดับประดาไปด้วยน้ำพุ ต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ และดอกไม้หลากหลายสีสัน สวยงามน่าถ่ายรูปในทุกมุม ด้านข้างจะเป็นต้นไม้สูงใหญ่ บรรยากาศร่มรื่นน่าเดินเล่นมาก ๆ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจระหว่างวันที่ดีที่สุดของซัปโปโรเลยก็ว่าได้

ภาพจาก Tawin Mukdharakosa / Shutterstock.com

          ในช่วงพักกลางวันจะเห็นชาวเมืองเอาผ้ามาปูข้าง ๆ สนามหญ้านั่งกินข้าวปิกนิกกันแบบชิล ๆ มีซุ้มขายอาหารอร่อย ๆ ราคาไม่แพงอยู่ใกล้ ๆ ยิ่งถ้าเป็นช่วงวันหยุดหลาย ๆ ครอบครัวก็จะพากันมาเดินเล่น พาเด็ก ๆ มาเล่นน้ำพุกันอย่างสนุกสนาน และที่สำคัญในช่วงฤดูหนาวที่นี่จะเป็นสถานที่จัดงาน Saporo Snow Festival เทศกาลแกะสลักน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก มีการประดับประดาไฟอย่างสวยงาม เป็นภาพสุดน่าประทับใจที่อยากให้ได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

3. หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower)

          หอนาฬิกาซัปโปโร ตั้งอยู่บนถนน Kita 1 Jo Kariki-dori ห่างจากซัปโปโรทีวีทาวเวอร์เพียงแค่ราว ๆ 300 เมตรเท่านั้น ที่นี่เป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองซัปโปโร ตัวอาคารเป็นเรือนไม้สีขาวสไตล์อเมริกัน สร้างขึ้นด้วยไม้ในปี ค.ศ. 1878 ด้านบนของอาคารจะติดตั้งนาฬิกาที่สั่งซื้อมาจากเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ช่วงแรกอาคารแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ราชการ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ฮอกไกโด เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์ที่ 4 ของทุกเดือน) ค่าธรรมเนียมผู้ใหญ่ 200 เยน/ท่าน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ sapporoshi-tokeidai.jp

4. ตลาดปลานิโจ (Nijo Fish Market)

ภาพจาก tkyszk / Shutterstock.com

          ตลาดปลานิโจ เป็นเหมือนสวรรค์สำหรับคนที่ชอบกินปลาดิบ เพราะเป็นแหล่งรวมอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองซัปโปโร มีอายุมากว่า 100 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโซเซ (Sosei River) ไม่ไกลจากย่านช้อปปิ้ง Tanukikoji ที่นี่เต็มไปด้วยร้านขายปลาและอาหารทะเลสด ๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอาหารทะเลมากมาย และยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ในตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ให้ได้ไปอิ่มอร่อยกับซีฟู้ดสดใหม่หลายร้าน ซึ่งมีเมนูที่น่าลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปูขน, ปูหิมะ, ปูอะแลสกา, หมึกหิ่งห้อย, หอยนางรม, หอยเชลล์, ปลาซาบะ, หอยอาซาริ, หอย Akagai, ปลาแซลมอน, ปลาทูน่า, ไข่หอยเม่น เป็นต้น เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น.

5. ตึกที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด (Former Hokkaido Government Office)

          ตึกที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด หรือที่นักท่องเที่ยวมักเรียกกันว่าอาคารอิฐแดง เป็นอาการเก่าแก่อายุมากกว่า 130 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1888  โดยใช้อิฐแดงในการก่อสร้าง มีสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอบารอค ให้กลิ่นอายแบบอเมริกัน รอบด้านเป็นสวนสวยสุดร่มรื่น บรรยากาศสบาย ๆ ด้านในอาคารได้ปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว จัดแสดงห้องต่าง ๆ ให้ได้ชมกัน พร้อมกับมีของขวัญจากนานาประเทศจัดแสดงอยู่ด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นช่วงเทศกาลปีใหม่) ตั้งแต่เวลา 08.45-18.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ sapporo.travel

6. ถนนทานุกิโคจิ (Tanukikoji Shopping Street)

ภาพจาก Kit Leong / Shutterstock.com

          ถนนทานุกิโคจิ เป็นย่านที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองซัปโปโร ด้วยเป็นถนนคนเดินใจกลางเมืองที่มีร้านค้ามากมายตลอดสองฟากฝั่ง รวมระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ที่นี่จึงกลายเป็นสวรรค์ของขาช้อป มีทั้งร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า สินค้าแฟชั่น โดยเฉพาะร้านขายเครื่องสำอางราคาถูก ก็อยู่บนถนนเส้นนี้ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าถ้าพกเงินมาหมื่นก็หมดหมื่น พกมาแสนก็อาจหมดแสนได้เลยล่ะ นอกจากนี้รอบ ๆ ก็ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นสุดอร่อยให้ไปลิ้มลองอีกด้วย ที่นี่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น.

7. พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum)

ภาพจาก Kyung chae Min / Shutterstock.com

          พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร ตั้งอยู่ภายในอาคารอิฐสีแดงสไตล์ตะวันตก มีอายุมากกว่า 100 ปี ซึ่งดั้งเดิมนั้นเป็นโรงงานน้ำตาล แต่ต่อมาบริษัท ซัปโปโรบริวเวอร์รี่ จำกัด ก็ได้เข้ามาซื้ออาคารแห่งนี้ผลิตเบียร์ และหลังจากที่โรงงานเบียร์ซัปโปโรได้ย้ายไปยังอีกที่หนึ่ง ที่นี่ก็ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกฮอกไกโดด้วย

          ด้านในจัดแสดงทั้งประวัติศาสตร์การผลิตเบียร์ของซัปโปโรเบียร์ เครื่องมือในการผลิตเบียร์ และมีให้ลองชิมเบียร์กันด้วย นอกจากนี้ก็มีร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึก พร้อมทั้งร้านอาหารให้มาอิ่มอร่อยพร้อมกับเครื่องดื่มเย็น ๆ หลากหลายชนิด ใครที่ชอบดื่มเบียร์กับอาหารญี่ปุ่นจะต้องหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน

          พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์, ช่วงปีใหม่ และเทศกาลบางเทศกาล) ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ sapporobeer.jp

8. สถานีรถไฟซัปโปโร (JR Sapporo Station)

ภาพจาก Sean Pavone / Shutterstock.com

          สถานีรถไฟซัปโปโร สถานีหลักของเมืองซัปโปโร ซึ่งนอกจากจะเป็นจุดศูนย์รวมของรถไฟเจอาร์หลาย ๆ เส้นทางแล้ว ก็ยังเป็นศูนย์รวมการค้าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของซัปโปโรด้วย ด้านหน้าของอาคารมีโดมกระจกสวยเก๋เป็นสัญลักษณ์สำคัญ ซึ่งเชื่อมขึ้นมาจากรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยภายในอาคารจะเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดัง ร้านอาหารชื่อดัง เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ดีที่สุดอีกแห่งของซัปโปโรเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะภายในอาคาร JR Tower ซึ่งจะมีจุดชมวิวที่เรียกว่า T38 Observation Deck ตั้งอยู่บนชั้น 38 ซึ่งมีความสูงราว ๆ 160 เมตร สามารถมองเห็นวิวมุมสูงของซัปโปโรได้ไกลสุดลูกหูลูกตาเลยล่ะ มองเห็นทั้ง Ishikari Bay New Port, Hokkaido University, Mt. Teine,  Sapporo Dome และสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกเพียบ

          สถานีรถไฟซัปโปโร เปิดให้บริการทุกวัน สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาเปิด-ปิดของแต่ละอาคารได้ที่ sapporo.travel

9. สวนสาธารณะโมเอเระนุมะ (Moerenuma Park)

          สวนสาธารณะโมเอเระนุมะ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซัปโปโร เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีการออกแบบไม่เหมือนใคร ด้วยมีผลงานสถาปัตยกรรมและประติมากรรมรูปทรงเรขาคณิตสุดเท่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสีเขียวกว้างใหญ่มากกว่า 400  เอเคอร์ มีต้นไม้นานาชนิดอยู่มากมาย อากาศเย็นสบายสดชื่น เที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีพื้นที่ให้นั่งปิกนิก ปั่นจักรยาน เดินเล่น ทำกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย มีเนินเขา Mt. Moere ซึ่งสูงกว่า 60 เมตร ให้ขึ้นไปชมวิวสวย ๆ โดยรอบ มีชายหาดเทียม สนามเด็กเล่น อาคารโดมกระจก เวทีแสดงดนตรีสดกลางแจ้ง พร้อมทั้งการแสดงน้ำพุที่จะมีจัดให้ชมกันตลอด ถือว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดที่ดีต่อใจไม่น้อยเลยล่ะ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ moerenumapark.jp

10. ยอดเขาโมอิวะ (Mt. Moiwa)

ภาพจาก stock_shot / Shutterstock.com

          ยอดเขาโมอิวะ ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองซัปโปโร เป็นสถานที่ชมวิวมุมสูงยามค่ำคืนที่ได้รับความนิยมจากชาวเมืองและนักท่องเที่ยวมากที่สุดของซัปโปโร สูงราว ๆ 531 เมตร สามารถมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศา โดยเฉพาะยามค่ำคืน ที่สามารถมองเห็นแสงไฟเรืองรองระยิบระยับจากเมืองซัปโปโร ลมเย็น ๆ วิวสวยประทับใจ มีระฆังแห่งความสุขตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์โดดเด่น รอบ ๆ ของที่ตั้งระฆังก็สามารถคล้องกุญแจแห่งความรักไว้ได้ นอกจากนี้ก็มีท้องฟ้าจำลอง ภัตตาคารสุดหรู ให้มาเที่ยวชมกันด้วย

          การขึ้นไปยังยอดเขาโมอิวะ จะมีกระเช้าไฟฟ้าให้บริการ รวมระยะทางราว ๆ 1,200 เมตร ใช้เวลา 5 นาที เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงเดือนเมษายน-พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. และเดือนธันวาคม-มีนาคม ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. ค่าธรรมเนียมกระเช้าไฟฟ้าสำหรับผู้ใหญ่ เริ่มต้นที่ 300 เยน (เที่ยวเดียว) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ moiwa.sapporo-dc.co.jp

11. โรงงานช็อกโกแลตและขนมชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)

ภาพจาก Blanscape / Shutterstock.com

          ชิโรอิโคอิบิโตะ แบรนด์ช็อกโกแลตและขนมคุกกี้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแบรนด์หนึ่งของญี่ปุ่น ไม่ว่าใครได้ลิ้มลองช็อกโกแลตและขนมคุกกี้ของที่นี่เป็นต้องติดใจในความหอมหวานของส่วนผสมต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงฮอกไกโดแล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะบุกไปที่โรงงานช็อกโกแลตและขนมชิโรอิโคอิบิโตะ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเที่ยวชมทั้งตัวโรงงานที่เป็นอาคารเก่าแก่สไตล์โคโรเนียล กระบวนการผลิตช็อกโกแลต และสวนสวยที่อยู่รายล้อม มีช็อปสินค้าให้เลือกซื้อขนมในราคาย่อมเยา และมีร้านอาหาร คาเฟ่ บรรยากาศดีไว้รอต้อนรับ พร้อมด้วยพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำช็อกโกแลต มีมุมให้ถ่ายรูปสวย ๆ เพียบ

          ทั้งนี้ในขณะนี้โรงงานช็อกโกแลตและขนมชิโรอิโคอิบิโตะกำลังดำเนินการปิดปรับปรุง และจะเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 12 กรกฎาคม 2019 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ shiroikoibitopark.jp

12. Sapporo Hitsujigaoka Observation Hill

          จุดชมวิวฮิสึจิงาโอคะ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองซัปโปโร เป็นจุดชมวิวสวย ๆ อีกแห่งที่น่าสนใจ เพราะสามารถมองเห็นเมืองซัปโปโรในมุมสูงได้แบบกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา พื้นที่กว้างขวาง อีกทั้งยังร่มรื่น รายล้อมไปด้วยธรรมชาติสวย ๆ บรรยากาศชิลสุด ๆ ด้านบนมีรูปปั้นของ Prof. William S. Clark บุคคลสำคัญที่เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยฮอกไกโด นอกจากนี้ด้านบนยังมีร้านอาหาร, โบสถ์คลาร์ก (Clark Chapel), Sapporo Snow Festival Museum และสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย

13. โจซังเคอนเซ็น (Jozankei Onsen)

          โจซังเคอนเซ็น เป็นหมู่บ้านอนเซ็นที่มีชื่อเสียงโด่งดังอีกแห่งของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ห่างจากเมืองซัปโปโรราว ๆ 1 ชั่วโมง ที่นี่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา รายล้อมไปด้วยภูเขาอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำ Toyohira ไหลผ่าน มีที่พัก โรงแรม รีสอร์ต ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมากมาย สามารถมาเที่ยวชมธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวจะอยู่ในช่วงราว ๆ เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เพราะเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี หุบเขารอบด้านจะกลายเป็นสีเหลือง ส้ม แดง บรรยากาศสวยงามสุด ๆ  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ jozankei.jp

เมืองชิริเบชิ (Shiribeshi)

14. คิโรโระ สกีรีสอร์ต (Kiroro Ski Resort)

ภาพจาก Peeak / Shutterstock.com

          คิโรโระ สกีรีสอร์ต เป็นสกีรีสอร์ตยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยโด่งดังมาจากภาพยนตร์เรื่องแฟนเดย์ โดยในภาพยนตร์ได้เสนอมุมมองของคิโรโระ สกีรีสอร์ต ออกมาได้อย่างสวยงามมาก ๆ ทำให้เห็นภาพว่าที่นี่เป็นสกีรีสอร์ตที่มีบรรยากาศโรแมนติก รายล้อมไปด้วยขุนเขากว้างใหญ่ มีเครื่องเล่นทั้งสกี และสโนว์บอร์ด พร้อมทั้งมีสกีลิฟต์ให้นั่งขึ้นไปเล่นสกีจากบนเขาลงมา พร้อมกับกระเช้ากอนโดลาให้ขึ้นไปชมวิวสวย ๆ บนยอดเขา จุดที่ห้ามพลาด ก็คือ ระฆังบนยอดเขา เป็นโลเคชั่นของฉากสำคัญในเรื่องแฟนเดย์นั่นเอง นอกจากนี้ที่นี่ก็มีโรงแรมที่พักให้บริการด้วย ที่นี่สามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าจะมาชมวิวหิมะสีขาวเต็มหุบเขาก็ต้องมาช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ kiroro.co.jp

เมืองฟูราโนะ (Furano)

15. โรงงานชีสฟูราโนะ (Furano Cheese Factory)

          โรงงานชีสฟูราโนะ ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขาที่สวยงามของเมืองฟูราโนะ ที่นี่เป็นแหล่งผลิตชีสที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของฮอกไกโด ซึ่งมีชีสหลากหลายแบบให้ได้เลือกชิมลิ้มลอง และเลือกซื้อกลับไปกินกันที่บ้าน ส่วนถ้าใครสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับการทำชีสของที่นี่ก็มีนิทรรศการเล็ก ๆ จัดโชว์ให้ความรู้อยู่ด้วย

          นอกจากร้านจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ของทางโรงงานแล้ว ที่นี่ก็มีร้านพิซซ่าสุดอร่อยแบบโฮมเมดให้นักท่องเที่ยวได้มาแวะนั่งกินระหว่างวัน พร้อมด้วยร้านไอศกรีมหลากหลายรสชาติ สามารถดูรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ furano-cheese.jp

16. ฟาร์มโทมิตะ (Tomita Farm)

          ฟาร์มโทมิตะ ฟาร์มดอกไม้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะฮอกไกโด ตั้งอยู่ที่เมืองฟูราโนะ เมืองแห่งดอกไม้และขุนเขาอันกว้างใหญ่ ภายในฟาร์มมีแปลงปลูกพืชผักและผลไม้นานาชนิด โดยเฉพาะเมลอน ที่ทั้งผลสวย เนื้อหวานหอมและกรอบอร่อย นำมาทำเป็นไอศกรีม ขนม หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ ได้หลากหลายเมนู แต่สิ่งที่ทำให้ฟาร์มแห่งนี้มีชื่อเสียงมาก ๆ ก็คือ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์และดอกไม้นานาพรรณ ที่จะบานสวยสะพรั่งละลานตาเต็มไปทั้งหุบเขาในช่วงฤดูร้อน นักท่องเที่ยวจะได้เดินเที่ยวชมทุ่งดอกไม้เหล่านี้อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ลมเย็น ๆ เป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวันลืมเลยล่ะ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการเที่ยวชมฟาร์มเพิ่มเติมได้ที่ farm-tomita.co.jp

17. ฟลาวเวอร์แลนด์ คามิฟูราโนะ (Flower Land Kamifurano)

          ฟลาวเวอร์แลนด์ คามิฟูราโนะ เป็นอีกหนึ่งฟาร์มที่ห้ามพลาดของเมืองฟูราโนะ ที่นี่ก็มีการปลูกดอกไม้หลากหลายสีสันในช่วงฤดูร้อนด้วยเช่นกัน ซึ่งจะปลูกบนเนินเขากว้างใหญ่ มีฉากหลังเป็นแนวเทือกเขาสูงใหญ่ พร้อมทั้งมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับดอกไม้ให้ได้ร่วมสนุกมากมาย รวมทั้งมีร้านค้าจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรราคาไม่แพงอีกด้วย หรือถ้าใครไปเที่ยวช่วงฤดูร้อนก็จะมีกิจกรรมให้เลือกซื้อมันฝรั่งและหัวหอมในราคาเบา ๆ ด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ flower-land.co.jp

18. นิงเกิล เทอร์เรส (Ningle Terrace)

          นิงเกิล เทอร์เรซ เป็นแหล่งช้อปปิ้งเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนสูงใหญ่ มีร้านค้าเล็ก ๆ ซึ่งสร้างแบบกระท่อมสไตล์ยุโรปสีน้ำตาล ลักษณะคล้ายกับบ้านในเทพนิยาย มีทั้งหมดราว ๆ 15 ร้านค้า มีทางเดินเชื่อมถึงกัน บนทางเดินไม้จะประดับไปด้วยดวงไฟเล็ก ๆ มากมาย รวมทั้งบริเวณตัวร้านค้าก็ตกแต่งไฟสีส้มด้วยเช่นกัน ทำให้บรรยากาศยามค่ำคืนของที่นี่สวยงามน่าท่องเที่ยว ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าหนาว ก็จะมีหิมะปกคลุมเป็นสีขาวด้านบนหลังคาร้านค้า มีตุ๊กตาหิมะตั้งอยู่รอบ ๆ บรรยากาศแบบคริสต์มาส เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ทางฝั่งยุโรปเลยทีเดียว เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-20.45 น. ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-20.45 น.

เมืองบิเอะ (Biei)

19. สระน้ำสีฟ้า (Shirogane Blue Pond)

          สระน้ำสีฟ้า ตั้งอยู่ในเมืองบิเอะ ใกล้กับเมืองฟูราโนะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปเช็กอินบนเกาะฮอกไกโด ด้วยสระน้ำแห่งนี้จะมีน้ำสีฟ้าสวยใส รายล้อมไปด้วยป่าสนและภูเขาสีเขียวรอบด้าน ซึ่งการเกิดสระน้ำสีฟ้านั้นเกิดด้วยความบังเอิญ สระน้ำแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับเขื่อนบนแม่น้ำบิเอะ เพื่อป้องกันโคลนลาวา เมื่อน้ำที่มีสาร Colloidal Aluminium Hydroxide ผสมอยู่ไหลมาตามแม่น้ำบิเอะ ก็ได้ไหลเข้ามาสู่บ่อน้ำแห่งนี้ด้วย จึงกลายเป็นบ่อน้ำสีฟ้าสวยสุดอัศจรรย์ ซึ่งสีของน้ำจะเป็นสีฟ้าเข้มมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับแสงและสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วย เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ไม่มีเวลาเปิด-ปิดที่แน่นอน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรไปช่วงเย็นหรือค่ำจนเกินไป เพราะไม่ได้มีการจัดไฟประดับไว้ตลอด จะมีเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญเท่านั้น

20. สวนชิกิไซโนะโอกะ (Shikisai no oka)

          สวนชิกิไซโนะโอกะ เป็นฟาร์มดอกไม้สวย ๆ ของเมืองบิเอะ ซึ่งในช่วงฤดูร้อนก็จะเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพรรณหลากหลายสีสัน ซึ่งจะปลูกสลับกันไปบนเนินเขา คล้ายกับสีรุ้งที่คดเคี้ยวไปมากว้างใหญ่สวยงาม คุ้มค่าแก่การมาเยือน และยังมีกิจกรรมให้ได้ร่วมสนุกมากมาย นอกจากนี้ในฤดูกาลอื่น ๆ ก็ยังสามารถมาท่องเที่ยวกันได้ เพราะทางฟาร์มจะมีการจัดกิจกรรมอยู่ตลอดทั้งปี สามารถดูรายละเอียดการเข้าเที่ยวชมได้ที่ shikisainooka.jp

เมืองยูฟูสึ (Yufutsu)

21. Tomamu Unkai Terrace

          Tomamu Unkai Terrace เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโด ตั้งอยู่บนภูเขา Tomamu สูงราว ๆ 1,088 เมตร ซึ่งต้องนั่งกอนโดลาขึ้นไป ใช้เวลาราว ๆ 13 นาที โดยที่จุดชมวิวนั้นจะสามารถมองเห็นภูเขาน้อยใหญ่โดยรอบได้ไกลสุดลูกหูลูกตา โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่จะมีสายหมอกโผล่มาทักทายแทบทุกวัน วันไหนโชคดีก็จะได้ชมทะเลหมอกไหลราวกับสายน้ำ จิบเครื่องดื่มอุ่น ๆ ไป ชมวิวไป โอ๊ย...ฟิน ดูรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ snowtomamu.jp

เมืองโนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu)

22. หุบเขานรกจิโงคุดานิ (Jigokudani/Hell Valley)

          หุบเขานรกจิโงคุดานิ เป็นบ่อน้ำพุร้อนอันโด่งดังของฮอกไกโด ตั้งอยู่ที่เมืองโนโบริเบ็ตสึ มีลักษณะเป็นบ่อน้ำพุร้อนกลางหุบเขากว้างใหญ่ ซึ่งมีไอปะทุขึ้นมาโดยรอบหุบเขา จึงทำให้มีการขนานนามว่าที่นี่เป็นดั่งหุบเขานรก นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมโดยรอบได้โดยการเดินตามสะพานไม้ที่ทอดคดเคี้ยวไปมาอยู่รอบ ๆ ที่นี่สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าใครมาช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ก็จะได้เห็นหุบเขาแห่งนี้ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีเหลือง, ส้ม, แดง น้ำตาล และเขียวอ่อน สวยงามจนแทบอยากจะหยุดเวลากันเลยทีเดียว

เมืองอาบูตะ (Abuta)

23. ทะเลสาบโทยะ

          ทะเลสาบโทยะ เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ คลอบคลุมพื้นที่ของทั้งเขตเมืองอาบูตะและยูสุ ตัวทะเลสาบมีรูปร่างกลมคล้ายไข่ดาว มีเกาะนากาโนะ (Nakanoshima) ตั้งอยู่ตรงกลาง มีถนนวิ่งวนไปรอบ ๆ ทะเลสาบ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถที่จะสัมผัสกับความสวยงามของทะเลสาบแห่งนี้ได้ทุกมุมมอง มีรีสอร์ตที่พักให้บริการอยู่รอบ ๆ บรรยากาศเงียบสงบ อากาศสดชื่นเย็นสบายตลอดทั้งปี ถ้าใครได้มาสัมผัส ก็แทบไม่อยากกลับบ้านกันเลยล่ะ ทั้งนี้บริเวณใกล้เคียงก็มียอดภูเขาไฟยูสุให้ไปเที่ยวกันด้วย

24. นิเซโกะ (Niseko)

          นิเซโกะ เป็นเขตหนึ่งในเมืองอะบูตะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในหุบเขา และอยู่ใกล้กับ Mount Yotei ภูเขาไฟที่สวยที่สุดของเกาะฮอกไกโด จึงทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์แห่งการเล่นสกี และกีฬาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับธรรมชาติ ในฤดูหนาวที่นี่จะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วโลก เพราะนอกจากจะมีพื้นที่ที่เหมาะแก่การเล่นกีฬาฤดูหนาวแล้ว วิวทิวทัศน์ของที่นี่ยังสวยงามบาดจิตบาดใจจริง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนิเซโกะก็เที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ได้ทำมากมาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ niseko.ne.jp

เมืองโอตารุ (Otaru)

25. คลองโอตารุ (Otaru Canal)

          คลองโอตารุ เป็นคลองเล็ก ๆ ในเมืองที่เชื่อมต่อมาจากทะเลญี่ปุ่น ติดกับท่าเรือ อดีตคลองแห่งนี้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญ โดยจะนำสินค้าลงเรือลำเล็กลำเลียงไปตามคลองที่อยู่รอบ ๆ เมือง ปัจจุบันคลองแห่งนี้ก็ยังได้รับการดูแลรักษาอย่างดี มีการปรับปรุงทางเดินริมคลองให้เหมาะแก่การมาเดินเล่นชมวิว มีโคมไฟสไตล์ยุโรปประดับประดาเรียงรายไปตลอดคลอง ฉากหลังเป็นภูเขาสูงใหญ่ อีกด้านเป็นโกดังเก่า ซึ่งได้ปรับปรุงกลายเป็นร้านค้าร้านอาหารสวย ๆ ทำให้บรรยากาศของที่นี่คล้ายกับยุโรปน้อย ๆ ในฮอกไกโด โดยเฉพาะยามค่ำคืนของหน้าหนาว ที่แสงไฟสีส้มอ่อน ๆ จะสาดส่องมาบนหิมะสีขาว สวยงามโรแมนติกเกินบรรยาย

26. พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Museum)

ภาพจาก kikujungboy / Shutterstock.com

          พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินสำคัญของเมืองโอตารุ ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่อายุมากกว่า 100 ปี ด้านนอกนั้นเป็นอาคารสไตล์ยุโรปสีน้ำตาลสวยงาม ด้านในจะแบ่งออกเป็น 2 ชั้นครึ่ง ซึ่งแต่ละชั้นก็จะมีผลงานกล่องดนตรีให้ได้เดินชม เดินเลือกซื้อมากมาย ดีไซน์น่ารัก ๆ เพียบ รวมแล้วมีมากกว่า 20,000 ชิ้น ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหน ก็จะได้ยินเสียงดนตรีเพราะ ๆ จากกล่องดนตรี และยังมีห้องที่จัดแสดงประวัติเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ทั้งนี้ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุจะมีนาฬิกาไอน้ำตั้งอยู่ เป็นของขวัญที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา มอบให้กับเมืองแห่งนี้ โดยนาฬิกาจะดังทุก ๆ 15 นาที

27. ถนนซาไกมาจิ (Sakaimachi)

ภาพจาก tkyszk / Shutterstock.com

          ถนนซาไกมาจิ เป็นถนนสายวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของโอตารุ ตลอดถนนทั้งสายมีบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งเรียงรายอย่างสวยงาม ซึ่งปัจจุบันก็ได้กลายมาเป็นถนนกิน เดิน เที่ยว ที่ไม่ควรพลาด เพราะมีร้านค้า ร้านอาหารชื่อดังตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้มากมาย อย่างร้านขนมชื่อดังอย่าง LeTAO ก็มีช็อปอยู่บนถนนเส้นนี้หลายสาขา ใครอยากซื้อของฝากทั้งขนมและของที่ระลึก บอกเลยว่าถนนเส้นนี้จะทำให้คุณหมดตัวได้ง่าย ๆ เลยล่ะ

เมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate)

28. ยอดเขาฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate)

          ยอดเขาฮาโกดาเตะ เป็นยอดเขาที่สำคัญของเมืองฮาโกดาเตะ ซึ่งมีจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น โดยที่จุดชมวิวด้านบนนั้นจะสามารถมองเห็นเวิ้งอ่าว 2 อ่าวหันหลังชนกัน พร้อมกับเมืองฮาโกดาเตะได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่จะเห็นแสงไฟจากบ้านเรือนระยิบระยับ ราวกับดวงดาวบนพื้นดิน อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี บรรยากาศโรแมนติก คุ้มค่าแก่การพาคนพิเศษขึ้นไปดื่มด่ำกับวิวสวยงามนี้

          ยอดเขาฮาโกดาเตะ เปิดให้บริการทุกวัน วันที่ 25 เมษายน - 15 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม - 24 เมษายน ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ค่าธรรมเนียมกระเช้าไฟฟ้า ผู้ใหญ่เริ่มต้นที่ 780 เยน (เที่ยวเดียว) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 334.co.jp และ hakodate.travel

29. โกดังอิฐแดงคาเนโมริ (Kanemori Red Brick Warehouse)

ภาพจาก Sean Pavone / Shutterstock.com

          โกดังอิฐแดงคาเนโมริ เป็นโกดังสินค้าเก่าแก่สไตล์ยุโรป สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1909 ซึ่งได้มีการปรับปรุงให้กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองฮาโกดาเตะ ตัวอาคารมีทั้งหมด 7 หลัง เป็นสีแดงอิฐสวยงามโดดเด่น ด้านในมีร้านขายสินค้าทั้งอาหาร ขนมหวาน และของที่ระลึกมากมาย ด้านหน้าของโกดังจะเป็นท่าเรือ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เหมาะแก่การมานั่งชมวิวเพลิน ๆ ช่วงปลายปีจะมีการจัดเทศกาลคริสต์มาส มีต้นคริสต์มาสสูงใหญ่ตั้งตระหง่านโดดเด่น น่ามาเที่ยวชม เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30-07.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ hakodate-kanemori.com

30. ป้อมโกเรียวกาคุ (Fort Goryokaku) และหอชมวิวโกเรียวกาคุ (Goryokaku Tower)

          ป้อมโกเรียวกาคุ เป็นป้อมปราการสไตล์ตะวันตก มีอายุมากกว่า 150 ปี โดดเด่นด้วยการทำเป็นป้อมปราการรูปดาว 5 แฉกสวยงาม ด้านนอกล้อมด้วยสระน้ำ ตรงกลางเป็นที่ตั้งของสำนักงานปกครองฮาโกดาเตะ (บุเกียวโช) อาคารที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบสมัยเอโดะ รอบ ๆ ป้อมปราการรายล้อมด้วยไปต้นไม้นานาพรรณ โดยเฉพาะต้นซากุระที่มีมากถึง 1,600 ต้น ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่นี่จึงกลายเป็นจุดชมดอกซากุระที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

ภาพจาก Nathapon Triratanachat / Shutterstock.com

          ใกล้ ๆ กับป้อมโกเรียวกาคุ จะเป็นที่ตั้งของหอชมวิวโกเรียวกาคุ สูงราว ๆ 150 เมตร ซึ่งสามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา มองเห็นป้อมปราการเป็นรูปดาวได้แบบเต็มตา พร้อมทั้งยังสามารถมองเห็นยอดเขาฮาโกดาเตะ เมืองฮาโกดาเตะ วิวท้องทะเลกว้างไกล และยอดเขาสูงใหญ่ที่อยู่รอบ ๆ เมืองอีกด้วย ดูรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ goryokaku-tower.co.jp

31. บ่อน้ำพุร้อนยุโนะคาวะ (Yunokawa-Onsen)

ภาพจาก Kangsadarn.S / Shutterstock.com

          บ่อน้ำพุร้อนยุโนะคาวะ เป็นหมู่บ้านที่มีบ่อน้ำพุร้อนให้บริการหลากหลายแห่ง ใครที่ชอบแช่น้ำพุร้อน ไม่ควรพลาดที่นี่ เพราะมีให้เลือกหลากหลายแบบ และยังมีบ่อแช่เท้าสาธารณะให้มานั่งแช่เท้ากันแบบฟรี ๆ ไม่เสียเงินด้วย แต่ที่ไม่อยากให้พลาดก็คือ การชมลิงภูเขา หรือลิงหิมะแช่น้ำพุร้อนที่สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนเมืองฮาโกดาเตะ ภายในรีสอร์ตน้ำพุร้อนยุโนะคาวะ ลิงแต่ละตัวจะลงมานอนแช่น้ำพุร้อนกันแบบเพลินใจ แก้มแดง น่ารักมาก ๆ สามารถชมได้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นไปจนถึงราว ๆ ต้นเดือนพฤษภาคม

เมืองอาซาฮิคาวะ (Asahikawa)

32. เมืองอาซาฮิคาวะ

          เมืองอาซาฮิคาวะ เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของเกาะฮอกไกโด บรรยากาศจึงน่าท่องเที่ยวไม่แพ้เมืองซัปโปโร มีย่านการค้าน่าช้อปปิ้งคล้าย ๆ กับย่านชุกิโนะ มีสวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo) ซึ่งเป็นสวนสัตว์ที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการแสดง ขบวนพาเหรดเพนกวิน และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย เทศกาลที่ไม่ควรพลาดของที่นี่ก็คือ เทศกาลหิมะ (Asahikawa Winter Festival) โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีการแกะสลักน้ำแข็งอย่างยิ่งใหญ่สวยงาม ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการเที่ยวเมืองอาซาฮิคาวะเพิ่มเติมได้ที่ asahikawa-tourism.com

เมืองอะบาชิริ (Abashiri)

33. ธารน้ำแข็งอะบาชิริ

          ธารน้ำแข็งอะบาชิริ เป็นแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำทะเล โดยจะสามารถชมกันได้ในช่วงเดือนมกราคมที่อากาศหนาวเย็นจัด นักท่องเที่ยวสามารถที่จะนั่งเรือออกไปชมน้ำแข็งก้อนใหญ่ ๆ กลางทะเลได้ ยิ่งถ้าเป็นเรือตัดน้ำแข็ง ก็จะเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสุด ๆ หากโชคดีก็จะได้เห็นแมวน้ำนอนอาบแดดอยู่บนก้อนน้ำแข็งอย่างสบายใจด้วย
          ทั้งหมดนี้เป็นเพียงน้ำจิ้มของเกาะฮอกไกโดเท่านั้นนะคะ เพราะยังมีอีกหลายเมือง หลายสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่อยากจะให้ได้ลองไปสัมผัสกัน ถ้าคุณชอบธรรมชาติ บอกเลยว่าฮอกไกโดคือสวรรค์ของคุณเลยล่ะ :)

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
เที่ยวฮอกไกโด ญี่ปุ่น กับสถานที่ที่ไม่ควรพลาด โพสต์เมื่อ 12 พฤษภาคม 2562 เวลา 02:55:24 97,576 อ่าน
TOP