เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว คัดไฮไลต์เด็ดของฤดูกาลแห่งความสุข

          เปิดความมหัศจรรย์แห่งหน้าหนาวของญี่ปุ่น ที่จะทำให้คุณหลงรักแบบถอนตัวไม่ขึ้น ชวนฟินไปกับการเล่นหิมะขาวนุ่ม อิ่มอร่อยกับอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม ชมไฟประดับสวยตระการตา และสนุกสนานกับกิจกรรมหน้าหนาว พร้อมสุขสุด ๆ กับเส้นทางบินตรงในราคาคุ้มเกินคุ้ม หนึ่งปีมีครั้งเดียวเท่านั้น


          ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่เที่ยวได้ทั้งปีจริง ๆ ค่ะ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวบางท่านขอหลีกเลี่ยงการเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงหน้าหนาว เราอยากจะบอกว่าท่านพลาดแล้วค่ะ เพราะหน้าหนาวมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย และยังเป็นสิ่งที่หาชมหรือทำไม่ได้ในฤดูกาลอื่นด้วย วันนี้เราก็เลยจะมาแนะนำไฮไลต์แห่งหน้าหนาวกัน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด กิจกรรมที่ต้องทำ และอาหารหน้าหนาวที่ต้องกิน บอกเลยว่าใครเก็บได้ทั้งหมดนี้ คุณจะฟินกับญี่ปุ่นไปอีกหลายสิบปี มีอะไรเด็ดหน้าหนาวบ้าง ไปดูกันเลย 

ไฮไลต์ที่ต้องชม

1. งานประดับไฟสุดตระการตา

          คงไม่มีฤดูกาลไหนที่คุณจะได้ชมความสวยงามของไฟประดับที่เปิดส่องสว่างไปทั่วทั้งเมืองได้ดีเท่ากับฤดูหนาว ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ชาวญี่ปุ่นจะได้เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ในหลาย ๆ สถานที่ของญี่ปุ่นจึงมีการตกแต่งด้วยของตกแต่งสุดน่ารักในธีมคริสต์มาสและดวงไฟประดับหลากหลายสีสัน คุณจะได้เดินชมความงดงามเหล่านี้ในยามค่ำคืน ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น มีหิมะสีขาวโพลนโปรยปรายตลอดทั้งคืน เป็นบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก หากมีโอกาสได้มาเที่ยวชมกันสักครั้งจะประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

          สถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถชมไฟประดับสวย ๆ ในญี่ปุ่นมีหลายสถานที่ เช่น เมืองโตเกียว จะมี...

          1. Yebisu Garden Place Winter Illumination 2018 : จะจัดขึ้นบริเวณ Yebisu Garden Place ย่านเอบิสุ (Ebisu) ในเมืองโตเกียว ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 - 28 กุมภาพันธ์ 2562 สิ่งที่น่าสนใจ คือ โคมไฟแชนเดอเลียร์ ที่มีความสูงมากถึง 5 เมตร กว้าง 3 เมตร ประดับไปด้วยคริสตัลมากกว่า 8,472 ชิ้น จากแบรนด์ Baccarat และยังมีต้นคริสต์มาสสูง 10 เมตร และไฟประดับอีกกว่า 100,000 ดวง พร้อมด้วยบาร์กลางแจ้งสุดหรูไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยว

          2. Roppongi Hills Christmas 2018 : ชมไฟประดับสวยตระการตาที่ประดับประดาอยู่บนต้นไม้สองฟากฝั่งถนน Keyakizaka Street ย่านรปปงงิ เป็นระยะทางยาวกว่า 400 เมตร โดยมีฉากหลังเป็นโตเกียวทาวเวอร์สูงตระหง่าน ระหว่างช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 17.00-23.00 น.

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          3. Marunouchi Illumination 2018–2019 : อลังการงานไฟประดับสีเหลืองทองอบอุ่นหัวใจในช่วงหน้าหนาวใจกลางย่านมารุโนะอุจิ กรุงโตเกียว ตื่นตาตื่นใจไปกับการประดับดวงไฟมากกว่า 1,000,000 ดวง บนต้นไม้กว่า 200 ต้นที่อยู่สองฟากฝั่งถนน เป็นระยะทางรวมมากกว่า 1.2 กิโลเมตร โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2561 - กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2562

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          4. Meguro River Illumination 2018-2019 (TBA) : ดื่มด่ำกับความสวยงามของไฟประดับสีชมพูสวยหวานราวกับดอกซากุระเบ่งบานในหน้าหนาว บริเวณแม่น้ำ Meguro ในเมืองโตเกียว ชมไฟประดับมากกว่า 400,000 ดวง ที่ประดับประดาอยู่บนต้นไม้สองฟากฝั่งแม่น้ำเป็นระยะทางกว่า 2.2 กิโลเมตร โดยไฟเหล่านี้ส่องสว่างขึ้นมาได้ด้วยเชื้อเพลิงรีไซเคิล ซึ่งได้มาจากน้ำมันในร้านอาหารและบ้านเรือนต่าง ๆ เป็นงานไฟประดับที่ทั้งงดงามและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย เริ่มวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 - 6 มกราคม 2562

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          5. Midtown Christmas 2018 : สุดตระการตากับทุ่งไฟประดับบนพื้นที่มากกว่า 2,000 ตารางเมตร บริเวณสวนโตเกียว มิดทาวน์ ในย่านมินาโตะ เพลิดเพลินไปกับการชมไฟประดับมากกว่า 300,000 ดวง ซึ่งจัดตกแต่งให้คล้ายกับจักรวาล มีไฮไลต์เป็น "อิลลูมิเนชันฟองสบู่" และบริเวณโดยรอบก็จะจัดตกแต่งอย่างสวยงามด้วยไฟประดับด้วย เที่ยวชมได้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน - 25 ธันวาคม 2561

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          6. Shinjuku Winter Illumination 2018–2019 : สุขใจไปกับไฟประดับหลากหลายสีสันในย่านชินจูกุซึ่งมีการจัดงานอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง คือ Shinjuku Minami Lumi และ Shinjuku Terrace City Illumination โดย Shinjuku Minami Lumi นั้นจะจัดขึ้นบริเวณสถานีรถไฟฟ้าชินจูกุ รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมีทั้งไฟประดับหลากหลายรูปแบบและต้นคริสต์มาสสวยงาม จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 - 14 กุมภาพันธ์ 2562 ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น.

          ส่วน Shinjuku Terrace City Illumination จะจัดขึ้นในบริเวณศูนย์การค้า Shinjuku Terrace City โดดเด่นด้วยไฟประดับสีชมพูสวยหวาน เริ่มวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 - 14 กุมภาพันธ์ 2562 ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น.

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          7. Caretta Shiodome Winter Illumination 2018-2019 : หลงใหลไปกับความงดงามของดินแดนคริสต์มาสแห่งจินตนาการ ชมความสวยงามของไฟประดับมากกว่า 250,000 ดวง ที่ตกแต่งเป็นรูปต่าง ๆ บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า Caretta Shiodome พิเศษสุด ๆ กับการแสดงไฟพร้อมกับเสียงเพลงอันน่าตื่นเต้นจากภาพยนตร์ดังเรื่อง Beauty and the Beast บรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายเลยทีเดียว โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 - 14 กุมภาพันธ์ 2562 ตั้งแต่เวลา 17.00-23.00 น.

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          8. Blue Cave SHIBUYA 2018 (TBA) : ชมความสวยงามของอุโมงค์ไฟสีฟ้าที่ส่องสว่างขึ้นท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน บนถนน Shibuya Koen Dori ไปจนถึง Yoyogi Park Keyaki-Namiki ซึ่งเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร มีไฟประดับทั้งหมดมากถึง 600,000 ดวง ยามที่ไฟทั้งหมดเปิดขึ้นจะเหมือนกับสีน้ำในถ้ำบลูกร็อตโตในประเทศอิตาลีเลยทีเดียว งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น.

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          9. TOKYO ILLUMILIA (TBA) : เพลิดเพลินไปกับแสงไฟระยิบระดับยามราตรีบนถนน Nihonbashi Sakura ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าโตเกียว ชมความสวยงามของดวงไฟน้อย ๆ ที่หล่อหลอมรวมกันมากกว่า 150,000 ดวง คล้ายกับดอกซากุระที่เบ่งบานยามค่ำคืนของฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 - 14 กุมภาพันธ์ 2562

          10. Omotesando Street (TBA) : เดินเล่นและช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศอันตื่นตาตื่นใจของไฟประดับมากกว่า 90,000 ดวง ในย่านโอะโมะเตะซันโด ย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว ชมความสวยงามของดวงไฟที่ทอแสงเป็นสีทองอร่ามยามค่ำคืน ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน - 25 ธันวาคม 2561

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          ส่วนใน "โอซาก้า" ก็มีจัดงานหลากหลายสถานที่เช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือการฉายภาพ 3 มิติไปที่ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle 3D Mapping Super Illumination) ซึ่งฉายเรื่องราวต่าง ๆ สุดตื่นตาตื่นใจทั้งภาพและเสียง นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่ชมไฟประดับที่น่าสนใจอื่น ๆ เช่น

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          - Illumi Night Banpaku Xmas 2018 : งานแสดงภาพฉาย 3 มิติประกอบเสียงเพลงสุดตื่นตาตื่นใจ จัดขึ้น ณ สวนสาธารณะอนุสรณ์บัมบาคุ (Expo'70 Commemorative Park) ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เริ่มต้นเดือน-ปลายเดือนธันวาคม 2561
 
          - Osaka Christmas Market 2018 : สนุกสนานไปกับการเลือกซื้อสินค้าสุดน่ารักในธีมคริสต์มาสในตลาดคริสต์มาสจากเยอรมนี ซึ่งมีร้านค้ามากกว่า 50 ร้านค้า พร้อมด้วยการประดับตกแต่งที่สวยงาม และต้นคริสต์มาสที่ประดับไฟมากกว่า 100,000 ดวง สามารถไปเที่ยวชมได้ที่ The Umeda Sky Building ในวันที่ 17 พฤศจิกายน - 25 ธันวาคม 2561

          - Abeno Tennoji Iluminage 2018 : งานไฟประดับสุดตระการตาภายใน Tennoji Park มีธีมการจัดตกแต่งที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละปี แต่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ซึ่งนักท่องเที่ยวก็จะได้ชมความงดงามของหอคอยซึเทนคาคุ (Tsutenkaku Tower) ที่อยู่ด้านหลังด้วย โดยจะเริ่มจัดตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ไปจนถึงประมาณปลายเดือนมกราคม 2562

          - Namba Hikaritabi Illuminations 2018 : ชมความสวยงามของการแสดงไฟสุดอลังการในสวนสาธารณะนัมบะ (Namba Park) มีการประดับไฟเป็นสีสันต่าง ๆ ทั่วทั้งสวนให้เหมือนกับดินแดนในเทพนิยาย โดยจะจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน - ปลายเดือนธันวาคม 2561

          - Festival of the Light in OSAKA 2018 : งานจัดแสดงไฟที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยจะมีการประดับไฟไปตลอดถนน Midosuji เป็นระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร และยังมีโซนจัดแสดงพิเศษ Osaka Hikari-Renaissance ซึ่งจะฉายภาพ 3 มิติไปยังอาคารเก่าแก่อย่าง Osaka City Hall เริ่มตั้งแต่วันที่ 14-25 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น.

          - Ice Skating Rink : สนุกสุด ๆ กับการเล่นไอซ์สเกตใจกลางเมืองโอซาก้า ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นจับใจ และบรรยากาศยังโรแมนติกด้วยการจัดแสดงไฟหลากสีสัน เพิ่มความสนุกสนานและชีวิตชีวาให้กับฤดูหนาว 

2. เทศกาลโทกะ เอบิสุ

          เทศกาลโทกะ เอบิสุ (Toka Ebisu Festival) เป็นเทศกาลเก่าแก่ที่สำคัญมากที่สุดเทศกาลหนึ่งของชาวญี่ปุ่น ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคมของทุกปี และมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในหลาย ๆ พื้นที่ เพราะเทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่ชาวญี่ปุ่นจัดขึ้นเพื่อเคารพสักการะเทพเจ้าเอบิสุ อันเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย คนญี่ปุ่นจึงเชื่อกันว่าหากใครได้เข้าร่วมเทศกาลนี้ก็จะมีทรัพย์สินเงินทองเหลือกินเหลือใช้ สำเร็จทางด้านการงานและธุรกิจ และยังได้รับโชคลาภด้วย

          ภายในงานก็จะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือการรับกิ่งไผ่แห่งความโชคดี โดยกิ่งไผ่เหล่านี้ศาลเจ้าที่จัดงานจะนำมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ซื้อกลับไปสักการะที่บ้าน ซึ่งบนกิ่งไผ่ก็จะเต็มไปด้วยเครื่องรางต่าง ๆ อันแสดงถึงความร่ำรวย มั่งคั่ง มั่งมี และความโชคดี และก็ยังมีการแสดง Kagura, การปรากฏตัวของ Maiko, ขบวนพาเหรด, การแสดงการทำแป้งโมจิ, พิธี Yudate Kagura, ร้านจำหน่ายเครื่องรางสัญลักษณ์แห่งความโชคดี และร้านค้า ร้านอาหารให้ได้เดินเที่ยวชมและเลือกซื้อกินกันอย่างจุใจ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศย้อนยุคแบบสมัยเอโดะ ได้ชมการแต่งกายที่สวยงามของชาวญี่ปุ่นโบราณอย่างแท้จริงด้วย

          การจัดงาน Toka Ebisu Festival จะจัดขึ้นในวันที่ 8-12 มกราคม 2562 สำหรับเมืองเกียวโต สามารถไปชมได้ที่ Kyoto Ebisu Shrine ส่วนที่เมืองโอซาก้า สามารถไปชมได้ที่ Imamiya Ebisu Shrine 

3. การแข่งขันซูโม่

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          ซูโม่ (Sumo) เป็นกีฬามวยปล้ำโบราณของญี่ปุ่น ซึ่งก็ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน เป็นกีฬาที่จะต้องใช้ทั้งพละกำลังและไหวพริบในการชนะคู่ต่อสู้ ผู้เข้าแข่งขันจึงต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องของการกิน การนอน ไปจนถึงการแต่งกาย ไม่ว่าจะเมื่อไรก็ตามที่ได้ไปยืนอยู่ในสนามแข่ง ก็จะงัดทุกวิชาและท่วงท่ามาเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ได้ เพราะเวลาการแข่งขันนั้นเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ใครพลาดออกนอกเขตวงกลมก่อนก็จะแพ้ทันที และด้วยรูปร่างที่อ้วนท้วนก็ยิ่งทำให้การแข่งขันมีความน่าสนใจ ผู้เข้าชมจะได้ลุ้นกันจนตัวโก่งไปตลอดทั้งเกม และด้วยเสน่ห์ต่าง ๆ ของกีฬานี้ ทำให้ปัจจุบันซูโม่กลายมาเป็นกีฬาประจำชาติของญี่ปุ่นไปแล้ว 

          อ๊ะ ๆ และไม่ใช่ว่าใครอยากดูแล้วก็จะสามารถไปดูได้เลย เพราะทางสมาคมซูโม่แห่งประเทศญี่ปุ่นจะจัดการแข่งขันเป็นรอบ ๆ สำหรับในช่วงหน้าหนาวก็จะมีการแข่งขันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป สามารถดูรายละเอียดวันจัดการแข่งขันและขั้นตอนการซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ sumo.or.jp ทั้งนี้กีฬาซูโม่ได้รับความสนใจจากทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แนะนำว่าควรซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้า

          วันนี้ท่านสามารถบินตรงกับสายการบินสกู๊ตและนกสกู๊ตไปยังญี่ปุ่นได้ทุกวัน โดยเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-โอซาก้า จะมีบริการ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ราคาเริ่มต้นที่เที่ยวละ 4,190 บาท

ไฮไลต์ที่ต้องทำ

1. การเล่นสกีและสโนว์บอร์ด

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          การได้โลดแล่นไถลไปบนหิมะสีขาวจากยอดเขาสูงพร้อมกับสกีและสโนว์บอร์ดโดยไม่ให้ล้ม เป็นความท้าทายที่นักท่องเที่ยวสายผจญภัยต่างอยากพิชิต ซึ่งแน่นอนว่าชาวญี่ปุ่นเองต่างก็ตื่นเต้นเมื่อฤดูหนาวมาถึง เพราะจะได้ออกไปสนุกสนานกับการเล่นสกีและสโนว์บอร์ดสักที ในญี่ปุ่นมีสกีรีสอร์ตกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งประเทศ ซึ่งแต่ละรีสอร์ตก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวแตกต่างกันไป

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้พลาด ก็คือการนั่งกระเช้าขึ้นไปยังด้านบนภูเขา นอกจากจะได้ชมวิวภูเขาที่เต็มไปด้วยหิมะมากมายและวิวของป่าไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนกว้างใหญ่แล้ว ก็ยังจะได้ทดสอบใจในการไถลสโนว์บอร์ดหรือสกีลงมาจากภูเขาด้วย

2. แช่ออนเซ็น

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          การนอนแช่ออนเซ็นแบบดั้งเดิม เป็นความสุนทรียะอย่างหนึ่งที่ควรสัมผัสกันสักครั้งในชีวิตเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น แต่ถ้าจะแช่ออนเซ็นให้ฟินจริง ๆ ต้องมากันในช่วงฤดูหนาว ลองนึกภาพดูว่าถ้าได้ลงไปแช่ในบ่อน้ำแร่อุ่น ๆ ท่ามกลางหิมะที่กำลังโปรยปราย รอบข้างมีแสงไฟรำไร ส่องสว่างขึ้นท่ามกลางกองหิมะสีขาวมันจะดีต่อใจขนาดไหน ยิ่งถ้าได้แช่ออนเซ็นแบบเรียวกัง ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ บอกเลยว่าคุณจะฟินจนไม่อยากกลับบ้านเลยทีเดียว

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          สถานที่แช่ออนเซ็นที่น่าสนใจของญี่ปุ่น อาทิ Hakone Onsen, Kusatsu Onsen, Yufuin Onsen, Beppu Onsen, Noboribetsu Onsen, Kurokawa Onsen, Nyuto Onsen, Kurama Onsen, Takaragawa Onsen, Dogo Onsen เป็นต้น

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          นอกจากนี้ยังไม่ควรพลาดกับการไปชมลิงแช่ออนเซ็น โดยลิงกังญี่ปุ่นมากกว่า 100 ตัวจะลงมาแช่ออนเซ็นในบ่อน้ำพุร้อน หน้าแดง ๆ และมึน ๆ ของเจ้าลิงพวกนี้จะทำให้คุณตกหลุมรักได้อย่างง่ายดายแน่นอน สถานที่ชมลิงกังแช่น้ำพุร้อน คือ Jigokudani Yaen Koen เมืองนากาโน่ และ Yunokawa Hot Spring เมืองฮาโกดาเตะ

3. ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะท่ามกลางหิมะ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago) เป็นหมู่บ้านที่มีคุณค่าทางจิตใจของชาวญี่ปุ่นอย่างมาก เพราะเป็นหมู่บ้านแบบดั้งเดิมสไตล์กัสโชซูคุริ (Gassho-zukuri House) ที่ก่อตั้งมามากกว่า 250 ปี แล้ว หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในหุบเขา ช่วงฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ก็จะงดงามไปด้วยสีสันของธรรมชาติทั้งดอกไม้นานาพรรณและทุ่งนาสีเขียวขจี

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          แต่พอฤดูหนาวมาถึง หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านก็จะกลายเป็นสีขาวโพลน แต่ยามค่ำคืนจะเปล่งประกายด้วยดวงไฟที่ประดับประดาอยู่ตามบ้านต่าง ๆ มากกว่า 100 หลังคาเรือน ชาวบ้านจะพร้อมใจกันเปิดไฟเพื่อให้ทั้งหมู่บ้านเจิดจรัสขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เป็นภาพแห่งความสวยงามที่จะมีให้ชมเพียงแค่ฤดูหนาวเท่านั้น ดูรายละเอียดเกี่ยวกับตารางงานแสดงไฟหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ปี 2019 ได้ที่ shirakawa-go.gr.jp

          วันนี้ท่านสามารถบินตรงกับสายการบินสกู๊ตและนกสกู๊ตไปยังญี่ปุ่นได้ทุกวัน โดยเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-โตเกียว จะมีบริการ 2 เที่ยวบินต่อวัน ราคาเริ่มต้นที่เที่ยวละ 4,440 บาท


ไฮไลต์ที่ต้องกิน


1. โอเด้งและนาเบะ
 
เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          เวลาที่อากาศหนาว เราก็ต้องการกินอาหารอุ่น ๆ ในหลาย ๆ ประเทศที่มีภูมิอากาศหนาวมาก ๆ ก็มักจะมีอาหารที่เอาไว้กินแก้หนาว อย่างที่ญี่ปุ่นก็มีอาหารอร่อย ๆ หลายชนิด หนึ่งในนั้นก็คือ "โอเด้ง" (Oden) และ "นาเบะ" (Nabe) ซึ่งโอเด้งจะเป็นพวกลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นสาหร่าย ทอดมันปลายัดไส้ ฟองเต้าหู้ ฯลฯ ที่ต้มในน้ำซุปรสชาติอร่อยละมุนร้อน ๆ กลิ่นหอมกรุ่น เวลากัดโอเด้งเข้าปาก เนื้อของลูกชิ้นจะนุ่ม ๆ มีน้ำซุปไหลออกมาพร้อมกับลูกชิ้นนิด ๆ เป็นความอร่อยลงตัวที่ควรลิ้มลองกันสักครั้ง

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          ส่วนนาเบะมีลักษณะเป็นหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งจะมีส่วนผสมมากมาย ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ ซีฟู้ด ผัก เต้าหู้ เส้นราเมน หรืออุด้ง น้ำซุปก็รสชาติกลมกล่อม พอนำทุกอย่างลงไปต้มในน้ำซุป ก็จะเข้ากันอย่างดี กินได้ทุกมื้อ ไม่มีเบื่อ 

2. กินปูทะเล

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          ถ้าจะกินปูให้อร่อยต้องกินให้ถูกช่วงฤดู ซึ่งเทศกาลกินปูแห่งญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในช่วงหน้าหนาวนี่เอง ความพิเศษที่ทำให้ผู้คนมากมายติดอกติดใจปูทะเลของญี่ปุ่น ก็เพราะมีความสดใหม่ ปูแต่ละตัวโตเต็มวัย เหมาะที่จะรับประทาน ประกอบกับ ร้านอาหารแต่ละร้านจะปรุงอาหารอย่างพิถีพิถัน สะอาด จึงทำให้เนื้อนุ่มหวาน ไม่มีกลิ่นคาว ไม่ว่าจะนำไปนึ่ง ผัด อบ ทอด หรือย่าง ก็ล้วนแต่อร่อยทั้งนั้น

          ปูยอดนิยมที่คนญี่ปุ่นชอบกินกันก็มีอยู่ 4 ชนิด คือ Taraba-gani (Red King Crab), Watari-gani (Blue Swimming Crab), Ke-gani (Horsehair Crab) และ Zuwai-gani (Snow Crab) เมืองยอดนิยมที่สามารถหาบุฟเฟ่ต์ปูกินได้มีหลายเมือง เช่น โอซาก้า, ซัปโปโร และโตเกียว 

3. อาหารพื้นเมืองสุดอร่อยที่ตลาด Kuromon Ichiba

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          ใครกำลังไปเที่ยวโอซาก้า จดลิสต์สถานที่แห่งนี้ลงไปได้เลย เพราะเป็นแหล่งรวบรวมอาหารพื้นเมืองของโอซาก้าไว้ครบถ้วน ถึงขนาดได้ฉายาว่าเป็น Osaka’s Kitchen เลยเชียวล่ะ บนถนนยาวกว่า 580 เมตร อัดแน่นไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารมากกว่า 150 ร้าน มีทั้งอาหารซีฟู้ด เนื้อต่าง ๆ โอเด้ง ร้านราเมน มันเผา เกาลัดอบ ผัก-ผลไม้สด ฯลฯ กินอิ่มจุใจในราคาไม่แพง มีร้านแบบนั่งกินไว้รองรับด้วย

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว

          วันนี้ท่านสามารถบินตรงกับสายการบินสกู๊ตและนกสกู๊ตไปยังญี่ปุ่นได้ทุกวัน โดยมีทั้งเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-โตเกียว และเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-โอซาก้า ราคาเริ่มต้นที่เที่ยวละ 4,190 บาท

          พอจะเห็นภาพความน่าสนใจของญี่ปุ่นช่วงหน้าหนาวแล้วใช่ไหมคะ ใครยังไม่เคยไปญี่ปุ่น มาจองตั๋วเครื่องบินกันเนิ่น ๆ ได้เลย หรือถ้าใครเคยไปแล้ว ก็กลับไปเที่ยวใหม่อีกได้ค่ะ แต่ละฤดูกาล แต่ละปีมีอะไรดี ๆ รออยู่ไม่ซ้ำกันแน่นอน

          นั่นแน่ ! มองหาตั๋วเครื่องบินกันอยู่ใช่ไหมล่ะ ต้องนี่เลย บินตรงไปญี่ปุ่นกับสายการบินสกู๊ตและนกสกู๊ต เป็นความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์กับนักท่องเที่ยวทุกไลฟ์สไตล์ สามารถบอกได้เลยว่าคุณจะต้องปาดน้ำตาให้กับความดีงามที่ได้รับจากสายการบินนี้ คลิกไปเลยที่ flyscoot.com

          ความดีงามแรก สายการบินสกู๊ตมีไฟลต์บินตรงกรุงเทพฯ-โตเกียว และกรุงเทพฯ-โอซาก้า บินรวดเดียว ไม่ต้องไปต่อ ไม่ต้องไปนั่งรอขึ้นเครื่องระหว่างทางที่ไหนให้ยุ่งยาก ความดีงามต่อมาก็คือเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-โตเกียว มีมากถึง 2 เที่ยวบินต่อวัน ! จะไปวันไหน กลับเมื่อไร ก็เลือกจองกันได้สบาย ๆ ส่วนเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-โอซาก้า มีมากถึง 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ กินปู ดูปราสาทโอซาก้า ให้หนำใจไปเลย

นกสกู๊ต

          ยัง...ยังไม่หมด เพราะสกู๊ตเขาใจป้ำจัดหนักจัดใหญ่ กลัวไม่สะใจผู้โดยสาร ก็เลยจัดเครื่องบิน 787 ดรีมไลเนอร์ มาให้ทั้ง 2 เส้นทางบินกันเลยทีเดียว ซึ่งเจ้า 787 ดรีมไลเนอร์ เนี่ยนะ มีลำตัวกว้างขวางมาก เพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสารขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว ทำให้มีพื้นที่เก็บกระเป๋ามากขึ้น พร้อมทั้งยังมีเก้าอี้ที่นั่งกว้างถึง 18 นิ้ว และมีระยะห่างระหว่างที่นั่งกว้างถึง 31 นิ้ว คราวนี้จะบิด จะยืด จะนอน ก็สบายตัวแล้วค่ะ

          และเมื่ออยู่บนฟากฟ้าที่ความสูงมากกว่า 40,000 ฟุต ไม่ว่าจะเลือกจองที่นั่งแบบชั้น Economy หรือ ScootBiz ก็สามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ออนบอร์ดได้ทุกที่นั่ง จะโพสต์รูป เล่นโซเชียลมีเดีย ทำงาน ฟังเพลง หรือดูหนัง จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัว มันก็ง่ายแค่ปลายนิ้วเลย ยิ่งถ้าท่านจองที่นั่งชั้น  ScootBiz ก็ยังมีที่ชาร์จแบตเตอรี่ไว้รองรับด้วย

          ความดีงามขนาดนี้ คิดว่าราคาเริ่มต้นจะต้องสูงลิบลิ่วใช่ไหมคะ คุณคิดผิด ! เพราะความพิเศษทั้งหมดนี้ที่สกู๊ตจะให้ผู้โดยสารนั้น เริ่มต้นอยู่ที่เพียงเที่ยวบินละ 4,190 บาท เท่านั้น ! ราคายั่วยวนใจ ให้ความคุ้มค่าขนาดนี้ ก็จองสิคะ ไม่ต้องรออะไรแล้ว ^^  

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
kyoto-ebisu.jp, japancheapo.com, japan.travel, sumo.or.jp, hakodate.travel, shirakawa-go.gr.jp, osakastation.com, sagaswhat.com, tokyocheapo.com, jw-webmagazine.com, sagaswhat.com, gotokyo.org, tokyo-midtown.com, jw-webmagazine.com, jw-webmagazine.com, caretta.jp, gotokyo.org, osaka-bob.com , nihon-kankou.or.jp, jpninfo.com, japancheapo.com


Advertisement
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว คัดไฮไลต์เด็ดของฤดูกาลแห่งความสุข โพสต์เมื่อ 29 ตุลาคม 2561 เวลา 14:52:04 7,373 อ่าน
TOP