ความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อม เที่ยวไปทั่วไทย กับ ๑๔ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

          เที่ยวไทยให้สุขใจ ง่ายนิดเดียว ด้วยการท่องเที่ยว ๑๔ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ปี ๒๕๖๑ ที่มีอยู่ทั่วไทย ซึ่งเต็มไปด้วยวัฒนธรรมสุดน่ารัก อาหารท้องถิ่นอร่อย ๆ มิตรภาพไมตรีอันบริสุทธิ์จากผู้คนในชุมชน พร้อมทั้งบรรยากาศที่สวยงามรอบ ๆ ชุมชน

          ไปเที่ยวทั้งที หลาย ๆ ท่านก็อยากได้ทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้ทั้งความรู้ และประสบการณ์ใหม่ ๆ กันใช่ไหมคะ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อยากให้การท่องเที่ยวเป็นเสมือนการศึกษาเรียนรู้ เรียกได้ว่าอยากเที่ยวให้คุ้มนั่นล่ะ วันนี้เราก็เลยอยากจะนำเสนอการท่องเที่ยวในอีกรูปแบบ ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับชุมชนต่าง ๆ ทั่วไทย ซึ่งมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่โดดเด่น บางชุมชนอาจจะมีประเพณีแปลก บางชุมชนมีอาหารอร่อย หรือบางชุมชนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม แต่รับรองได้เลยว่าแต่ละชุมชนจะให้ประสบการณ์ที่มีค่ากับนักท่องเที่ยวกลับบ้านไปแน่นอน ว่าแล้วจะมีชุมชนไหนที่น่าสนใจบ้าง ไปชมพร้อม ๆ กันเลยค่ะ :)

๑. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน จังหวัดพะเยา

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สำหรับใครที่ชอบการแต่งกายของชาวไทลื้อ ไม่ควรพลาดไปสัมผัสกับชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ค่ะ เป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรมแบบไทลื้อที่โดดเด่นมาก ทั้งเรื่องของการใช้ชีวิต บ้านเรือนที่อยู่อาศัย อาหารการกินพื้นเมือง และที่สำคัญก็คือเรื่องของการทอผ้าและการแต่งกาย ชาวบ้านจะเลือกใช้สีธรรมชาติมาย้อมผ้า มีวิธีการทอที่เป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้ผ้าทอมีสีสันและลวดลายที่สวยงามแปลกตา น่าสวมใส่มาก ๆ เลยค่ะ

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก dreamaway / Shutterstock.com

          และภายในชุมชนยังมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เมื่อนักท่องเที่ยวมาที่นี่แนะนำให้ไปที่ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน วัดแสนเมืองมา  หรือศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อ วัดหย่วน กันก่อน เพื่อไปทำความรู้จักกับชุมชนแห่งนี้กันสักนิด แล้วค่อยไปที่วัดพระธาตุสบแวน ซึ่งมีองค์พระธาตุเจดีย์ที่มีความเก่าแก่อายุมากกว่า ๘๐๐ ปี ให้ได้กราบไหว้ขอพรกันค่ะ จากนั้นค่อยไปเที่ยวชมการทอผ้าพื้นเมือง และเดินชมบ้านเรือนเก่าแก่ของชาวไทลื้อ

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          โดยเฉพาะที่เฮินไตลื้อแม่แสงดา ยามเย็นก็เตรียมพร้อมไปช้อปปิ้งเบา ๆ กันที่กาดไทลื้อ และกินข้าวแบบขันโตก ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองสุดอร่อยของชาวไทลื้อ แอบกระซิบเลยว่าอาหารพื้นเมืองที่นี่เด็ด ๆ ทั้งนั้น ข้าวเหนียวห่อเดียวไม่พอค่ะ ^^ แนะนำว่าให้ลองพักโฮมสเตย์ของชาวบ้านดูนะคะ เพราะตอนเช้าจะได้ไปตักบาตรข้าวเหนียว และเยี่ยมชมตลาดสดตอนเช้าด้วย เป็นอีกบรรยากาศที่น้อยคนจะได้สัมผัส

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน จังหวัดพะเยา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางนงลักษณ์ จินะราช โทรศัพท์ ๐๘ ๒๖๙๔ ๙๕๙๙ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา โทรศัพท์ ๐ ๕๔๔๘ ๕๗๘๑-๒

๒. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านลาวเวียง จังหวัดอุตรดิตถ์

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61



ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านลาวเวียง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งค่ะ เพราะได้ชื่อว่าเป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรมน่าสัมผัสมาก ชาวบ้านที่นี่มีเชื้อสายลาวเวียงจันทน์ ซึ่งอพยพเข้าประเทศไทยมาเมื่อสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่ออพยพเข้ามาก็ได้นำวัฒนธรรมดั้งเดิมมาผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทย ทำให้วัฒนธรรมของบ้านลาวเวียง ตำบลหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก Cbenjasuwan / Shutterstock.com

          ใครที่มีเวลาน้อยจะมาเที่ยวชมในช่วงวันศุกร์-เสาร์ ก็ได้ค่ะ ซึ่งภายในชุมชนจะมีการจัดถนนสายวัฒนธรรมลาวเวียง กลายเป็นถนนคนเดินย่อม ๆ แต่เต็มไปด้วยของกินอร่อยเด็ดของที่นี่มากมาย เช่น อั่วบักเผ็ด ทอดมันหัวปลี และขนมดาดกระทะ แต่ละอย่างอร่อยได้ใจ หยุดกินไม่ได้จริง ๆ ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังจะมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านให้ชมกันด้วย มาวันเดียวเที่ยวได้แบบรวบรัดเลย

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          แต่ถ้าพอมีเวลาอยากให้ลองพักค้างคืนกันสักวันค่ะ จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวบ้านได้มากขึ้น ได้ลองแต่งกายแบบชาวลาวเวียงไปใส่บาตรหาบจังหัน ได้ทำกระเป๋าผ้าแบบลาวเวียงเก๋ ๆ ได้ลองทำอาหารแบบชาวลาวเวียง มีวิชาความรู้กลับบ้าน และยังได้เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รอบชุมชน ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชน วัดหาดสองแคว, วัดบ้านแก่งใต้ และวัดคลึงคราช เป็นการเที่ยวที่ได้ทั้งพักผ่อนและเรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ คุ้มไม่ใช่เล่นเลยใช่ไหมล่ะ ^^

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านลาวเวียง จังหวัดอุตรดิตถ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายพงษ์เทพ ชัยอ่อน โทรศัพท์ ๐๘ ๑๙๗๒ ๑๗๑๔ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ โทรศัพท์ ๐ ๕๕๔๐ ๓๐๙๓ 

๓. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวัดศรีฐานปิยาราม จังหวัดเพชรบูรณ์

          ใช่ว่าจังหวัดเพชรบูรณ์จะมีแต่ที่เที่ยวภูเขาอย่างเขาค้อ และภูทับเบิกให้เที่ยวชมแค่นั้นนะคะ ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนดี ๆ ซ่อนอยู่ด้วย นั่นก็คือ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวัดศรีฐานปิยาราม ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า เป็นชุมชนเก่าแก่ อายุมากกว่า ๑๐๐ ปีเลยเชียวนะ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นก็จะมีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่โดดเด่นกว่าที่อื่น ๆ เช่น ประเพณีการแข่งเรือยาว ช่วงเทศกาลออกพรรษา ที่ลำน้ำพุง สนุกสนานสุด ๆ สามารถเล่าให้ฟังกันข้ามปีเลยทีเดียว

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สายกินก็ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่มีอาหารพื้นเมืองอร่อยเด็ดรออยู่เพียบ ทั้งขนมจีนเส้นสดแบบชาวหล่มเก่า, เมี่ยงโค้น และมะขามหวาน กินกันให้พุงแตกไปเลย ส่วนใครที่ชอบผ้าไทย อย่าได้พลาดชมการทอผ้าซิ่นหัวแดงตีนก่านนะคะ และยังมีให้เลือกช้อปปิ้งไปใส่สวย ๆ ที่บ้านกันด้วย

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          นอกจากนี้ภายในชุมชนก็มีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ ทั้งวัดศรีฐานปิยาราม, ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช ตำบลวังบาล พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, วัดศรีมงคล (วัดบ้านนาทราย) วัดพระธาตุดอยสะเก็ด และการทำขนมจีนเส้นสด บางช่วงก็มีทุ่งปอเทืองสวย ๆ ให้ได้ไปถ่ายรูปชิค ๆ กัน และที่ห้ามพลาดเลยก็คือการไปชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก ที่ภูทับเบิก วิวดี บรรยากาศแจ่ม คุ้มค่าแก่การการเดินทางไปเยือนแน่นอน

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวัดศรีฐานปิยาราม จังหวัดเพชรบูรณ์ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ นางละเอียด วงศ์วัชรานุกูล โทรศัพท์ ๐๘ ๑๙๗๒ ๙๘๐๑ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ โทรศัพท์ ๐ ๕๖๗๒ ๙๗๗๙-๘๐

๔. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนาถ่อน จังหวัดนครพนม

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          ไปเที่ยวนครพนม ไม่อยากให้แค่ไปไหว้พระธาตุพนมเท่านั้นค่ะ เพราะที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมดี ๆ รออยู่มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนาถ่อน ตำบลนาถ่อน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นชุมชนชาวนาถ่อนเผ่าไทกวนที่ดั้งเดิมนั้นย้ายมาจากแคว้นสิบสองจุไทยนู่น เมื่อวัฒนธรรมดั้งเดิมของเผ่าไทกวนมาผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นในนครพนม ก็กลายเป็นวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ และยังคงสืบทอดภูมิปัญญาการตีเหล็กแบบโบราณมาได้มากกว่า 1,000 ปีเลยทีเดียว

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก Artistpix / Shutterstock.com

          นอกจากวัฒนธรรมที่ดีงามแล้ว ภายในชุมชนยังมีสภาพแวดล้อมที่น่าเที่ยวชมด้วย อย่างป่าชุมชนดงป่ายูง ก็ได้รับรางวัลป่าชุมชนดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๗ จากโครงการ "คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน" ซึ่งนักท่องเที่ยวก็สามารถไปเดินเที่ยวชมได้ แล้วก็ยังสามารถไปเยี่ยมชมที่เที่ยวอื่น ๆ พร้อมทั้งทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นวัดศรีมงคล, สวนเมลอนปลอดสารพิษ, เสมาศิลาทิพย์ วัดบ้านดงยอ, ศาลปู่ตาแสง, ศาลปู่วังขุมเงิน, สะพานไม้, การล่องเรือชมแม่น้ำโขง, ชมการสาธิตการตีเหล็กโบราณ, การกินข้าวห่อใบบัว กาบกล้วย กาบหมาก ริมลำน้ำโขง, การนวดสปาเกลือ, การตักบาตรแบบโบราณ เป็นต้น   

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนาถ่อน จังหวัดนครพนม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางวรัญญา สมศรี โทรศัพท์ ๐๙ ๘๖๑๘-๘๐๒๔ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม โทรศัพท์ ๐ ๔๒๕๑ ๖๐๕๐

๕. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี

          ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง ก่อนหน้านี้มีชื่อเสียงอย่างมากในการเป็นชุมชนมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมส่วนใหญ่ก็จะได้ชมพิพิธภัณฑ์และศูนย์เรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชน แต่ยังไม่ค่อยได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านกันเท่าไรค่ะ และตอนนี้ก็เป็นโอกาสดีมาก ๆ ที่ทางชุมชนพร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะเข้ามาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมของคนบ้านเชียง

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก Ford Contributo / Shutterstock.com

          นักท่องเที่ยวจะได้พูดคุยถึงเรื่องราวทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์กับปราชญ์ชาวบ้าน ได้ชมการสาธิตและลองทำเครื่องปั้นดินเผาตามแบบมรดกโลก รวมทั้งชมการทำเครื่องปั้นดินเผาจากดินดำด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังได้ชมการจักสานไม้ไผ่จากบ้านสองดง ได้ลองทำข้าวเม่าโบราณแบบบ้านเชียง ได้เที่ยวชมบึงนาคำ และอุโบสถกลางน้ำรูปดอกบัว วัดสันติวนาราม พร้อมทั้งได้กินอาหารท้องถิ่นอร่อย ๆ กันอย่างจุใจ ใครได้มาก็ต้องหลงรักบ้านเชียง

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายเศวตฉัตร บรรเทาทุกข์ โทรศัพท์ ๐๘ ๖๒๒๑ ๓๓๓๑ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี โทรศัพท์ ๐ ๔๒๒๔ ๗๘๐๒
 
๖. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านยวน นครจันทึก จังหวัดนครราชสีมา

          ชาวไทยวน เป็นชุมชนที่เรามักจะเจอะเจออยู่ทางภาคเหนือ แต่ในภาคอีสานเราก็สามารถมาเรียนรู้วัฒนธรรมชาวไทยวนกันได้นะคะ ที่ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านยวน นครจันทึก ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง มีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมดี ๆ มากมาย มั่นใจได้เลยว่านักท่องเที่ยวจะได้รับทั้งความสนุกสนานและความรู้ที่เต็มเปี่ยมกลับบ้านไปแน่นอนค่ะ

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สถานที่ท่องเที่ยวก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ทั้งวัดเกาะ, บ้านทรงไทยคุณตาแก้ว, วัดโนนกุ่ม, สวนม่วนอกม่วนใจ วัดใหญ่สีคิ้ว, ตลาดไทยวน, วัดใหญ่, วัดสิงหวนาราม เป็นต้น กิจกรรมก็น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายแบบไท-ยวน, การทำกระทงเทียนลอย, ชมสาธิตการทอผ้า, เรียนรู้การปักลายผ้า, การประดิษฐ์พานบายศรี, ชมระหัดวิดน้ำโบราณ, และการกินอาหารพื้นบ้านเมนูข้าวผัดลาบปลาดุก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่สามารถทำกันได้ทุกเพศทุกวัย จะมากับใครก็สนุกค่ะ :)

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านยวน นครจันทึก จังหวัดนครราชสีมา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางภรชวรรณ ลักษณะเพชร โทรศัพท์ ๐๘ ๔๘๓๖ ๕๕๖๖ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ ๐ ๔๔๒๒ ๐๘๙๘

๗. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมย่านนางเลิ้ง กรุงเทพฯ


ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          ถ้าพูดถึงย่านนางเลิ้ง ใคร ๆ ก็ทราบกันดีว่าย่านนี้มีแต่ของกินอร่อย ๆ เตรียมพุงให้ว่างมาขนาดไหน ก็ไม่เคยพอกับการตะลุยกินในย่านนี้ แต่นอกเหนือจากเรื่องของอาหารแล้ว ย่านนางเลิ้งยังเป็นชุมชนที่น่าเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ด้วยนะคะ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมซ่อนตัวอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สถานที่แรกที่หลายคนพอจะรู้จักบ้างก็คือ "วัดสุนทรธรรมทาน" (วัดแคนางเลิ้ง) วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ ซึ่งพระพุทธรูปหลวงพ่อบารมีและหลวงปู่ธูปประดิษฐานอยู่ ที่ต่อมาเป็นแหล่งเรียนรู้การแสดงโขนและภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทยกับ "บ้านนราศิลป์" ที่พร้อมต้อนรับผู้ที่สนใจอยู่เสมอ

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          หรือถ้าใครอยากจะชมโรงภาพยนตร์โบราณ ก็ไม่ควรพลาดกับ "โรงภาพยนตร์เฉลิมธานี" (ศาลาเฉลิมธานี) ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ที่ครั้งหนึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากนี้ยังมี "บ้านเต้นรำ" ที่เป็นทั้งโรงเรียนสอนเต้นลีลาสและพิพิธภัณฑ์ และ "บ้านศิลปะ" พื้นที่ทางศิลปะของรุ่นใหม่ให้ได้เที่ยวชมกันด้วย

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          ส่วนสายกินแน่นอนว่ามีร้านอร่อยเด็ดให้ได้ไปเดินชิมลิ้มลองเพียบ โดยเฉพาะในตลาดนางเลิ้งที่มีสารพัดเมนูอร่อยให้เลือกกิน ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอกปลาแนม, ข้าวแช่เพชรบุรี, ผัดไทย/หอยทอด/ขนมเบื้องญวน วิภาวรรณ, เนื้อตุ๋นนางเลิ้ง, ขนมหวานแม่กวา, ข้าวแกงรัตนา, ขนมเบื้องญวณย่าแช่ม, รุ่งเรืองบะหมี่เกี๊ยว, นันทาขนมไทย, ขนมเบื้องไทยโบราณลุงน้อย, สาคูใส้หมูแม่สะอิ้ง, อิ๋วเย็นตาโฟ, ส.รุ่งโรจน์, ข้าวแกงรัตนา, ขนมไทยแม่สมจิตต์ เป็นต้น

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมย่านนางเลิ้ง กรุงเทพฯ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายสมชาย ธนกุสุมาลย์ โทรศัพท์ ๐๘ ๑๘๑๒ ๕๙๓๖


๘. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านพุน้ำร้อน จังหวัดสุพรรณบุรี

          ผู้ที่สนใจอยากเรียนรู้วัฒนธรรมชาวลาวครั่งหลวงพระบาง ไม่ต้องไปไกลถึงหลวงพระบาง ก็สามารถไปเยี่ยมชมวัฒนธรรมชาวลาวครั่งหลวงพระบางดั้งเดิมกันได้ใกล้ ๆ กรุงเทพฯ เลยค่ะ ที่บ้านพุน้ำร้อน ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งนอกจากจะมีความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมแล้ว ก็ยังเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง มีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์อยู่ในชุมชนด้วยนะคะ นักท่องเที่ยวจึงได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรมแปลกใหม่และได้พักผ่อนกับธรรมชาติดี ๆ ไปในตัวด้วย

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สิ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับการมาเยือนชุมชนนี้ก็คือการเรียนรู้การทอผ้าซิ่นตีนจกลายโบราณ ซึ่งในปัจจุบันหาชมได้ยากแล้วค่ะ แต่ทางชุมชนยังคงอนุรักษ์ไว้ได้อย่างดีทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติให้ได้เที่ยวชมอีกหลายแห่ง อาทิ พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน, อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง และศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียง พร้อมทั้งมีกิจกรรมเด่น ๆ อย่างกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ, การเก็บใบรางแดง และการทำชา และการทอผ้าลายโบราณให้ร่วมสนุกกันด้วย

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านพุน้ำร้อน จังหวัดสุพรรณบุรี สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายอำพร ยาสุวรรณ โทรศัพท์ ๐๘ ๙๙๑๐ ๙๖๑๘ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี โทรศัพท์ ๐ ๓๕๕๓ ๖๐๕๘

๙. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี

          เที่ยวทะเลเมืองเพชรบุรีกันจนอิ่มใจแล้ว อยากให้ลองมาเที่ยวชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรีกันบ้างค่ะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในอีกรูปแบบที่นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก แต่ดีต่อใจไม่แพ้กับการเที่ยวทะเลเลยล่ะ เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ และทำกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย แถมยังเที่ยวกันได้ทั้งครอบครัวด้วย
         
ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก ploenmuangpetch.com

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก ploenmuangpetch.com

          ในส่วนของการเที่ยวชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี นักท่องเที่ยวจะได้เยี่ยมชมวัดมหาธาตุวรวิหาร, ศาลาคามวาสี, บ้านมนัส จรรยงค์, บ้านสะสมผลงานคุณมิตร ชัยบัญชา, พิพิธภัณฑ์สมบัติแม่น้ำเพชร, พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดพลับพลาชัย พร้อมร่วมทำเวิร์กช็อปตกหนังใหญ่, วัดเกาะแก้วสุทธาราม, คฤหาสน์หรูของคหบดีในอดีต บ้านวาดเวียงไชย และศิลปกรรมชาวฮกเกี้ยน โรงเจฮักเสียนเสี้ยนตึ๊ง ส่วนสายกินก็จะได้เลือกซื้อของกินอร่อย ๆ มากมายที่ตลาดริมน้ำ โดยเฉพาะขนมโบราณอย่างขนมอาลัวชาววัง ที่มีให้ชิมลิ้มลองกันแบบไม่อั้น หวานล้ำกันยกทริป :)

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก ploenmuangpetch.com

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก ploenmuangpetch.com

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก ploenmuangpetch.com

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางสาวเจียรไน ทีสุกะ โทรศัพท์ ๐๙ ๙๐๕๘ ๕๕๐๐ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี โทรศัพท์ ๐ ๓๒๔๒ ๔๓๒๔

๑๐. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหัวบ้าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          ถ้าได้ตื่นเช้ามาพบกับภาพพระอาทิตย์ดวงกลมโต โผล่พ้นผืนท้องทะเลกว้างใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ก็คงจะสุขใจไม่น้อยใช่ไหมคะ ถ้าอยากสัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้ ขอแนะนำให้ลองมาเที่ยวที่ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหัวบ้าน ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กันค่ะ ซึ่งเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ติดชายทะเล และอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์หลากหลายแห่งด้วย

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          ในการเที่ยวชมชุมชนแห่งนี้ อยากให้ลองมาใช้ชีวิตชิล ๆ ริมทะเลกันค่ะ มาปั่นจักรยานชมวิวทะเลที่อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ไปชมวิถีชีวิตชาวประมง ลองกินอาหาารทะเลสดใหม่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ชุมชน ไหว้ขอพรศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และหลวงพ่อเปี่ยม ถ้าพอมีเวลาก็อยากให้ลองทำผ้ามัดย้อมสวย ๆ ด้วยมือของตัวเอง เผื่อเอามาสวมใส่เก๋ ๆ ระหว่างเที่ยวที่นี่

          ยามเย็นของทุกวันอาทิตย์ ต้องไม่พลาดกับถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก คึกคัก ซึ่งจัดขึ้นบริเวณเมืองเก่าที่สองข้างถนนเป็นบ้านไม้โบราณสวยงาม มีร้านค้า ร้านอาหารมาออกร้านมากมาย เมนูที่น่าชิมลิ้มลอง อาทิ ข้าวผัดสับปะรด, จับหลัก, ปลาอินทรีทอด, แกงส้มปลาเรียวเซียว เป็นต้น

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหัวบ้าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางจำลอง พรหมแดง โทรศัพท์ ๐๘ ๙๖๖๒ ๐๙๒๙ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทรศัพท์ ๐ ๓๒๖๐ ๔๓๐๗

๑๑. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตลาดบางหลวง ร.ศ. ๑๒๒ จังหวัดนครปฐม

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก นายพิทยา หอมไกรลาศ

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก นายพิทยา หอมไกรลาศ

          ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ยอดนิยม หนึ่งในนั้นแน่นอนว่าจะต้องมีตลาดบางหลวง ร.ศ. ๑๒๒ จังหวัดนครปฐม รวมอยู่ด้วย เพราะที่นี่เป็นตลาดเก่าแก่ที่เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ ในช่วงวันหยุดจะมีร้านค้า ร้านอาหารเปิดให้บริการมากมาย มีของอร่อย ๆ ให้ได้ลิ้มลองเพียบ บรรยากาศคึกคัก ขับรถเพียงแป๊ปเดียวจากกรุงเทพฯ ก็ถึงแล้ว

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก นายพิทยา หอมไกรลาศ

          แต่สิ่งที่มีเสน่ห์มากกว่านั้นของที่นี่ก็คือ ความเป็นชุมชน ชาวบ้านที่เป็นชาวไทย-จีนดั้งเดิม ยังคงใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย และรักษาวัฒนธรรมของตัวเองไว้ได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอาคารบ้านเรือนโบราณ ที่เรียกว่า "บ้านเก่า เหล่าเต็งไม้" ซึ่งตั้งเรียงรายอยู่รอบ ๆ ชุมชน มีลักษณะเป็นห้องแถวไม้ ๒ ชั้น สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ โดยบ้านแต่ละหลังก็เปิดให้บริการแตกต่างกันไป มีทั้งร้านยาจีน ร้านทำทอง บ้านตีเหล็ก ร้านทำฟันปลอมโบราณ ทุกร้านติดป้ายสองภาษาทั้งไทยและจีน ใครที่หลงใหลการถ่ายภาพชิค ๆ แบบฮิปสเตอร์ การมาเที่ยวชมที่นี่ รับรองว่าไม่มีผิดหวัง

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61
ภาพจาก Sombat Muycheen / Shutterstock.com

          นอกจากการช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายชนิดแล้ว การมาเที่ยวชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตลาดบางหลวง ร.ศ. ๑๒๒ ก็ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ ให้ได้ร่วมสนุกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไม่ว่าจะเป็นการไปสักการะขอพรหลวงปู่ทา (หลวงพ่อพะเนียงแตก), ไหว้ขอพรองค์เจ้าแม่ทับทิม ณ ศาลปากคลองบางหลวง, ชมธรรมาสอายุกว่า ๑๐๐ ปี, ชมสุสานเรือสำเภาจีนโบราณกว่า ๑๐๐ ปี, ชมเตาหลอมตีเหล็กโบราณที่เก่าแก่ที่สุด, ชมการสาธิตและร่วมตีเหล็กกับช่างจีนโบราณ, ชมการสาธิตทำขนมและชิมขนมชุนเปี๊ยะ, เรียนรู้ตัวโน้ตจีนโบราณอายุนับพันปี และการกินอาหารท้องถิ่นสุดอร่อย จะเลือกมาเที่ยวแบบวันเดย์ทริปก็ได้ หรือถ้ามีเวลาอยากมาใช้ชีวิตชิล ๆ ก็สามารถมาเที่ยวพักผ่อนแบบค้างคืนได้ด้วยเช่นกัน

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตลาดบางหลวง ร.ศ. ๑๒๒ จังหวัดนครปฐม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายสมศักดิ์ อยู่มาก โทรศัพท์ ๐๘ ๑๙๑๐ ๙๖๘๓ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม โทรศัพท์ ๐ ๓๔๓๔ ๐๓๔๙

๑๒. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทยพวน จังหวัดนครนายก

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          ชาวไทยพวน เป็นอีกหนึ่งกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น และยังมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ การเข้ามาของชาวไทยพวนในประเทศไทย ตามประวัติศาสตร์บอกไว้ว่ามีการอพยพเข้ามาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี และได้ถูกส่งไปยังหัวเมืองร้างต่าง ๆ รวมทั้งที่จังหวัดนครนายกด้วย ดังนั้นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทยพวน จังหวัดนครนายก จึงเป็นอีกชุมชนที่มีอายุหลายร้อยปี มีการสืบทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น และรักษาเอกลักษณ์ของตนเองไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ภูมิปัญญาการทอผ้า การสร้างบ้านเรือน และการแต่งกาย

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          และแน่นอนว่าหากนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมยังชุมชนแห่งนี้ นอกจากจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับชุมชนแห่งนี้แล้ว ก็ยังจะได้ทำกิจกรรมที่สนุกสนานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวชมศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดฝั่งคลอง, การไปไหว้พระธาตุกุสาวดี ณ วัดปทุมวงษาวาส, การไปสักการะรอยพระพุทธบาทจำลอง ณ วัดเกาะหวาย, การไปสักการะพระพุทธรูปโบราณ คราวอพยพจากเขียงขวาง ลาว กว่า ๒๐๐ ปี, การเยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าพื้นบ้านไทยพวน เป็นต้น

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          แต่ที่ห้ามพลาดเลยก็คือการชิมลิ้มลอง "ปลาดูสมุนไพร" ณ บ้านนักภูมิปัญญาครูหลอด ปลาร้าสดกึ่งปลาส้ม ใช้ปลาดุกเนื้อนุ่มที่หมักรสเปรี้ยวเค็มกำลังดี นำไปทอดจนกรอบและหอมกรุ่น โรยด้วยสมุนไพรทอดกรอบ ทั้งหอมแดง พริก กระชาย และใบมะกรูด จะกินกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวยร้อน ๆ ก็ได้ หรือจะนำไปทำข้าวผัดปลาดูสมุนไพร ก็อร่อยเด็ดโดนใจ กินเท่าไรก็ไม่พอแน่นอน แล้วก็อย่าลืมปิดท้ายด้วย "ข้าวกระยาคู" ขนมขึ้นชื่อของที่นี่ หอมกลิ่นใบเตยและน้ำนมข้าว ตัดหวานด้วยน้ำกะทิสด รสเค็มหน่อย ๆ เข้ากันสุด ๆ   

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทยพวน จังหวัดนครนายก สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ว่าที่ร้อยตรีชาติชาย ยอดมิ่ง โทรศัพท์ ๐๙ ๒๗๕๗ ๙๓๗๗ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครนายก โทรศัพท์ ๐ ๓๗๓๑ ๕๐๕๐

๑๓. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตลาดใหญ่ จังหวัดพังงา

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          ถือเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเจริญของเมืองเก่าในสมัยยุคทองของเหมืองแร่ดีบุก เห็นได้จากอาคารบ้านเรือน ร้านค้าของจีนแบบชิโนโปรตุกีส แม้ว่าปัจจุบันธุรกิจเหมืองแร่จะเลิกร้างไปนานแล้ว แต่ความเป็นตึกเก่าโบราณยังคงหลงเหลืออยู่มาก ทำให้เมืองเล็ก ๆ เสน่ห์เฉพาะตัวอันโดดเด่น

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          นอกจากอาคารบ้านเรือนที่งดงามแล้ว วัฒนธรรมการแต่งกายด้วย "ชุดบาบ๋า" ก็เป็นเอกลักษณ์ของชาวตะกั่วป่า จึงเป็นที่ตั้งของชมรมบาบ๋าฝั่งทะเลอันดามัน เป็นแหล่งความรู้ประวัติความเป็นมาของชุดบาบ๋าด้วยนะคะ อ๊ะ ๆ ไหน ๆ ก็ไปเยือนถึงถิ่นกันแล้ว นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการสวมชุดบาบ๋าเดินเที่ยวชุมชนตลาดใหญ่ ถ่ายรูปสวย ๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกกันนะ

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เราแนะนำ เช่น เที่ยมชมบ้านขุนอินทร์ โบราณสถานที่มีคุณค่าด้านสถาปัตยกรรม คืออาคารเป็นรูปทรงชิโนโปรตุกีสประยุกต์, ไปวัดเสนานุชรังสรรค์ (วัดใหม่กำแพง) ไหว้พระพระประธานศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ พระพุทธรูปหินอ่อนสีขาวศิลปะพม่า และธรรมาสน์ สมัยรัชกาลที่ ๖, ไหว้พระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดพระธาตุคีรีเขต, สักการะ "องค์เจ้าพ่อกวนอู" ที่ศาลเจ้าพ่อกวนอู "ซิ่นใช่ตึ๋ง", เยี่ยมชมจวนเจ้าเมืองตะกั่วป่า เป็นโบราณสถาน อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

         ปิดท้ายด้วยเดินเล่นถนนสายวัฒนธรรม...เมืองเก่าตะกั่วป่า จัดกิจกรรมทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคมของทุกปี เวลา ๑๕.๐๐-๒๐.๐๐ น. ท่ามกลางบรรยากาศของสถาปัตยกรรมที่สวยงามของเมืองตะกั่วป่า บริเวณถนนศรีตะกั่วป่า ถนนที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์อย่างแท้จริง

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          ของดีของเด็ดชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตลาดใหญ่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ที่นี่ยังมีอาหารถิ่น รสชาติดั้งเดิม หลากหลายเมนู อาทิ ขนมหม่อจี๋ ขนมเกี่ยมโก้ย ขนมเบื้องโบราณ ขนมโกสุ้ย และที่ไม่ควรพลาดคือ "ขนมเต้าส้อ" ของฝากอันเลื่องชื่อ

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตลาดใหญ่ จังหวัดพังงา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ ๐๙๖-๖๓๖-๑๒๗๔, ๐๙๕- ๙๓๒-๙๔๖๒, ๐๙๓-๕๘๓-๙๔๒๑ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพังงา โทรศัพท์ ๐๗๖-๔๘๑-๕๙๖

๑๔. ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนาหมื่นศรี จังหวัดตรัง

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          ผ้าทอนาหมื่นศรี เป็นผ้าทอพื้นเมืองของจังหวัดตรัง มีลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ชุมชนสืบทอดการทอผ้ามาหลายชั่วอายุคน ซึ่งจริง ๆ แล้วนอกจากผ้าทออันเลื่องชื่อ นาหมื่นศรียังมีของดีอีกมากมายซุกซ่อนเอาไว้ วันนี้เราเลยจะพาไปตระเวนทำความรู้จักกับที่นี่กันให้มากขึ้นค่ะ

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          นาหมื่นศรี เป็นชื่อของชุมชนหนึ่งในอำเภอนาโยง ที่นี่มีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ คนในชุมชนทำไร่นา สวนยางพารา ปลูกฝ้ายเพื่อนำมาทอผ้า ยามว่างจากการทำไร่นา แม่บ้านมักนั่งทอผ้า ส่วนพ่อบ้านช่วยกรอด้าย ปั่นด้าย ย้อมสีผ้า นอกจากนี้คนท้องถิ่นยังนิยมเลี้ยงวัวชน เพื่อเข้าแข่งขันในสนามวัวชนที่ถูกกฎหมาย

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นไฮไลต์ของชาวนาหมื่นศรี คือการประดิษฐ์ "ลูกลม" หรือ "กังหันลม" เพื่อไล่นกไล่กาไม่ให้มากินข้าวที่รอเก็บเกี่ยว เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีการสืบทอดมาอย่างยาวนาน จนภายหลังได้ร่วมกันอนุรักษ์สืบสานการเล่นลูกลม และมีการจัดกิจกรรม "เที่ยวตรัง แลลูกลม ชมถ้ำช้างหาย" ในระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม ที่มีกระแสลมแรง เสียงลูกลมจะดังกึกก้องทั่วท้องทุ่งนา ณ บริเวณหน้าถ้ำเขาช้างหาย ถือเป็นจุดอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ดีงามมาก ๆ เลยค่ะ

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          ทางด้านอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้า ที่นี่มีอาหารพื้นถิ่นอย่าง "ชาใบจิก" ให้จิบเพลิน ๆ คู่กับ "ขนมฝามี" ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวก็มีมากล้น ไม่ว่าจะเป็น "ถ้ำเขาช้างหาย" ที่ภายในถ้ำจะมีประติมากรรมธรรมชาติหินงอกหินย้อย อีกทั้งยังมีตำนานเล่าว่า ขบวนช้างของผู้แสวงบุญคณะหนึ่งเดินทางผ่านมาบริเวณที่ราบเชิงเขานี้  ลูกช้างในขบวนได้วิ่งหนี ควาญช้างจับหางลูกช้างได้ทันและใช้มีดฟันถูกหางจนขาดติดมือ  ลูกช้างวิ่งหนีหายเข้าไปถ้ำ หาเท่าไรก็ไม่พบ และหางนั้นก็กลายเป็นทองคำ หรือจะไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ผ้าทอนาหมื่นศรี ชมเรื่องราวครูผ้าและภูมิปัญญา และไหว้พระที่วัดควนสวรรค์ วัดศูนย์กลางชุมชน

ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ปี 61

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนาหมื่นศรี จังหวัดตรัง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางสาวอารอบ เรืองสังข์ โทรศัพท์ ๐๘๑-๔๗๖-๔๓๑๘ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตรัง โทรศัพท์ ๐๗๕-๒๑๗-๕๘๕

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
๑๔ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ปี ๒๕๖๑ โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
เฟซบุ๊ก ท่องเที่ยวชุมชนตำบลหาดสองแคว
เฟซบุ๊ก ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวัดศรีฐานปิยาราม

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อม เที่ยวไปทั่วไทย กับ ๑๔ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อัปเดตล่าสุด 1 เมษายน 2567 เวลา 17:51:45 82,611 อ่าน
TOP