สวัสดี...ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได


ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          "ซาปา" ...เมืองแห่งขุนเขาและนาข้าวขั้นบันได เมืองที่อยู่ไกลสุดขอบชายแดนประเทศเวียดนาม แต่กลับซ่อนความงดงามเอาไว้อย่างอัศจรรย์ ลองจินตนาการกันดูสิว่า มันจะดีแค่ไหนหากเราได้ไปสูดกลิ่นต้นหญ้า นาข้าว และอากาศบริสุทธิ์ พร้อมกับได้ชมทัศนียภาพของขุนเขาและนาข้าวขั้นบันไดอันเขียวขจีสวยงาม อีกทั้งได้สัมผัสกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของคนบนภูเขาสูงใหญ่แห่งนี้ ซึ่ง คุณ HappyJourney สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้ไปพิสูจน์ความสวยงามของเมืองนี้มาแล้ว และยังเก็บบันทึกเรื่องราวการเดินทางในครั้งนั้นมาแบ่งปันคนที่ชอบเดินทางกันอีกด้วย เราไปติดตามกันเลยค่ะว่าทริปซาปาของเธอนั้นจะเจ๋งมากแค่ไหน



ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          ทริปนี้จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวซาปา เวียดนามกันค่ะ ตาลเลือกไปช่วง 25-30 สิงหาคม ช่วงนี้นายังเขียว ๆ อยู่ มีเหลืองบ้างประปราย ถ้าใครอยากเห็นนาเหลืองทองอร่ามต้องไปสักอาทิตย์ที่สองของเดือนกันยายนน่าจะสวยเชียว อาจได้เห็นและถ่ายรูปตอนเกี่ยวข้าวด้วย (ไว้ปีหน้าไปใหม่)

          แล้วก็จะมาแบ่งปันข้อมูลที่ได้จากการไปเที่ยวในทริปนี้ อยากให้ทุกคนเตรียมพร้อมก่อนไป จะได้ประทับใจกลับมาเหมือนตาล...ฟิน แต่อย่าถามว่าทริปนี้หมดไปเท่าไร เหอะ ๆ มากโขเชียว แต่อย่าไปสนใจจ้า ไปเที่ยว ไปเปิดประสบการณ์ ไปหาความสุข เท่าไรเท่ากัน (เดี๋ยวตอนท้ายจะมาสรุปค่าใช้จ่ายนะ)

          เตรียมตัวอะไรบ้างก่อนไป...เริ่มเลย

          -1- Agency ที่เวียดนาม ที่จะติดต่อเรื่องรถรับ-ส่ง ซื้อตั๋วรถไฟ จองที่พัก

          ตาลไปกันทั้งหมด 8 คน มีพ่อกับแม่ไปด้วย ทุกอย่างต้องพร้อม เลยตัดสินใจจองกับ Ms.Huong รายการที่ตาลจองไปกับ Ms.Huong มีดังนี้ค่ะ

          รถรับ-ส่งจากสนามบิน-ฮานอย
          รถรับ-ส่งจากฮานอย-สถานีรถไฟฮานอย (ฟรี)
          รถรับ-ส่งไปกลับจากสถานี lao cai-Sapa
          รถรับ-ส่งจากสถานีรถไฟฮานอย-สนามบิน (วันกลับ)
          ตั๋วรถไฟไปและกลับ
          ที่พัก Sapa Eden Hotel


          คุณเฮือง (Ms.Huong) เมื่อก่อนทำงานกับ Sapa Summit Hotel แต่ตอนนี้เธอได้มาตั้งบริษัทของเธอเองแล้วนะคะ รายละเอียดบริษัทเธอตามนี้เลย

          Website : vietexpresstravel.com.vn /
       
          Line - huongtours90

          facebook : เฟซบุ๊ก nguyen.huong.7967

          แนะนำค่ะ เธอน่ารักมาก ต้อนรับดีมาก บริการก็ดีแนะนำทุกอย่าง ไว้ใจได้แน่นอน ชอบเธอตั้งแต่พูดคุยตอบอีเมลแล้ว ตาลมีคำถามนู่นนี่นั่นเยอะมาก เธอก็น่ารัก ตอบตลอด แรก ๆ เราคุยกันผ่านอีเมล หลัง ๆ คุยกันผ่านเฟซบุ๊ก จริง ๆ เท่าที่อ่านมีหลายเจ้าที่รับจองรายการต่าง ๆ ที่ตาลกล่าวมาข้างต้น ถูกกว่าบ้างแพงกว่าบ้าง แต่สำหรับตาลถูกใจคนนี้มากค่ะ ดีอีกอย่างที่ไม่ต้องมัดจำเงินก่อน หากใครชอบติดต่อเจ้าไหนก็ตามสะดวกได้เลยนะคะ อ้อจะบอกว่าคุณเฮืองแนะนำและก็เตือนเราให้ระวังหลาย ๆ เรื่องมากค่ะ ชอบสุด ๆ เอาเรื่องที่เธอแนะนำมาบอกต่อเลยละกัน

          - อันดับแรก Taxi เธอแนะนำให้ขึ้นของสองบริษัท  Thanh long taxi / Thanh nga taxi (คันสีขาว) เนื่องจากราคาไม่แพง และพอขึ้นรถไปแล้วให้ถ่ายรูปบัตรประจำตัวพนักงานด้านหน้ารถไว้ด้วย เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไร เช่น ลืมของ จะได้ตามกับบริษัทถูก และเธอยังบอกราคาค่า Taxi ว่าควรขึ้นที่ราคาเท่าไร อย่างจาก old quarter ไปสุสานลุงโฮ ก็จะประมาณ 60,000 VND ตาลอะไปกัน 8 คน นั่งอัดกันไปในรถคันเดียว คือรถมันคันใหญ่นั่งพอ หารกันคนละไม่กี่บาทเองค่ะ ถูกมาก ซึ่งจริง ๆ เค้าก็เปิดมิเตอร์ ราคาไม่ถึงหรอกค่ะ แต่คุณเฮืองบอกว่าราคานี้เป็นราคาที่รับได้ของ Taxi เค้าจะบริการดี เค้าจะแฮปปี้กับราคานี้ ซึ่งตาลก็โอเคนะคะ ไม่มีปัญหากับราคานี้เลย เพราะถ้าเราเปิดมิเตอร์อาจไม่ใช่ราคาที่ถูกกว่า 60,000 VND ก็ได้ (อาจพาอ้อมกลายเป็นหลายบาทอีก) แต่หากใครสะดวกกดมิเตอร์ก็ได้เลยนะ ราคาถูกกว่า ถ้าจำไม่ผิดน่าจะสี่หมื่นนิด ๆ

          - เวลาลงรถไฟที่ซาปาหรือนั่งกลับมาที่ฮานอย อย่าไปกับใครที่ไม่ได้ถือกระดาษป้ายชื่อเรา อย่าให้ใครถือกระเป๋าเพราะเค้าต้องการทิป

          - คุณเฮืองแนะนำร้านให้ไปกินแหนมเนือง คือได้ยินเค้าพูดว่าแหนมเนือง แต่พอไปกินแล้วมันไม่เหมือนแหนมเนืองบ้านเราเลยคะ ไปกินที่ร้าน Nha Hang Dac Kim เธอบอกว่าให้สั่งสองคนต่อ 1 เซต เพราะมันเยอะ เดี๋ยวจะกินไม่หมด ก็สั่งตามเธอบอก แต่คนขายจะให้เราสั่งเพิ่มบอกว่ามันน้อย คะยั้นคะยอเรา แต่เราไม่เชื่อค่ะ บอกไม่ตลอด ซึ่งก็จริง มันเยอะ สองคนต่อชุดกินกันอิ่ม หากไม่อิ่มค่อยสั่งเพิ่ม และบอกราคามาว่าต้องราคาประมาณนี้ ซึ่งก็คือเซตละ 90.000 VND

          -2- อากาศและการแต่งกาย

          ขอพูดในช่วงที่ตาลไปนะคะ ฮานอยร้อนปกติเหมือนบ้านเรา เตรียมเสื้อแขนยาว หมวกไปให้พร้อม เที่ยวช่วงกลางวันร้อนมาก ส่วนที่ซาปาตอนตาลไปกลางวันอยู่ที่ประมาณ 23-24 องศา วันนั้นที่ดูอุณหภูมิฝนตก อากาศเย็น ๆ ไม่หนาว กลางคืน 19 องศา ก็ไม่หนาวค่ะ แปลกมาก คือเตรียมเสื้อแขนยาวหนา ๆ ไปไม่ได้ใส่เลย งงกับอากาศที่ซาปามาก แถมเดิน ๆ เหงื่อออกซะงั้น แต่ความชื้นที่นี่ 98-100 เปอร์เซ็นต์เลย ยังไงก็ไม่ต้องขนไปเยอะมากนะ คือแบบดูอุณหภูมิแล้วคิดว่าหนาวแบบญี่ปุ่นเลยขนเสื้อผ้าไปซะ 555 ครีมกันแดด ทาตัว ทาหน้า อย่าลืมนะ ตาลเอาไปแต่ไม่ได้ทาเห็นว่าไม่มีแดด สรุปกลับมาหน้า คอ แขนดำปี๋เลย

          -3- รถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่เวียดนาม

          ที่นี่เค้าบีบแตรกันปกติมาก แต่เราว่าดีนะคะ จะได้รู้และระวัง ไม่เห็นคนเวียดนามแสดงสีหน้าท่าทีไม่พอใจการบีบแตรสักคน แนะนำว่าเวลาจะข้ามถนนให้เดินแบบมั่นใจ มองซ้ายมองขวาดี ๆ และอย่าสบตาคนขี่ ไม่อย่างนั้นจะลังเลมากค่ะ มองและเดินอย่างมั่นใจเดี๋ยวเค้าหลบเราเอง เมื่อคุณอยู่จุดนั้นคุณจะผ่านมันไปได้แน่นอน สู้ ๆ

          -4- เวลาเดินเที่ยวจงมีสติอยู่เสมอ

          ระมัดระวังตัว หูตาต้องไว ไม่ไปในที่อโคจร เดิน ๆ อยู่ใครชวนไปไหน ไปเที่ยวตรงนู้น ไปทำนู่นทำนี่อย่าไปเลย !! จงไปตามแผนที่เราวางไว้ ไปตามที่ที่เราหาข้อมูลมา เนื่องจากมีคนมาเตือนมาบ่นเยอะในพันทิปเรื่องโจร ขโมย ถูกหลอก เพราะฉะนั้นเราต้องพร้อม ครั้งนี้ตาลมั่นใจมากว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดี และมันก็เป็นเช่นนั้น เวียดนามไม่ได้เลวร้ายเลย โดยเฉพาะที่ซาปา ผู้คนน่ารักมาก เราหลงรักคนที่นี่สุด ๆ

          -5- ไฟฉาย

          หากใครเดินเล่นซาปาตอนดึก ๆ เดินกลับทางมืด ช่วยได้ดีนักแล และอีกอย่างคือนกหวีด มีพี่ที่รู้จักแนะนำมาค่ะ พกติดตัวไว้ หากเกิดเหตุการณ์อะไรเป่านกหวีดดัง ๆ เลย เผื่อจะได้มีคนมาช่วย หรือพวกโจรผู้ร้ายมันอาจตกใจหนีเตลิดไปเอง

          -6- แลกเงิน

          ตาลแลกจากไทยไปทั้งดอลลาร์และด่อง ดอลลาร์ได้เรตที่ 35.65 ด่องได้เรตที่ 0.00162 และไปถึงสนามบินที่ฮานอยแลกอีก เอาเงินดอลลาร์ไปแลกด่องได้เรตที่ 21,+++ ประมาณนี้ คุณเฮืองบอกว่าเรตถูกไปหน่อยน่าจะได้สัก 22,000 แต่ว่าไม่เป็นไร นิดหน่อยตาลไม่ซีเรียส ขี้เกียจไปเดินหาแลก

          วิธีคิดค่าเงินนะคะ (อยากบอกว่าตาลโคตรงงเลขมันเยอะ สับสนไปหมด ดีที่ไปกันหลายคน ช่วยกันคิด ช่วยกันคำนวณ)

          เงินดอลลาร์ x 35.65 = เงินไทย

          เงินด่อง x 0.00162 = เงินไทย

          เงินดอลลาร์ x 21000 = เงินด่อง


          จำไว้ให้ดี ๆ นะ เพราะตอนเอาเงินดอลลาร์ไปใช้จะได้เงินทอนเป็นเงินด่อง จะได้คำนวณถูกว่าเค้าทอนเงินเป็นด่องมาถูกรึเปล่า

          -7- Sim card สำหรับใช้งาน Internet

          ตาลซื้อร้านขวามือ พอลงจาก ตม. มันมีทางออกสองทางซ้ายขวา ตาลออกฝั่งขวาและซื้อซิมขวามือร้านแรก เครือข่าย Vinaphone ราคาไม่ได้ถ่ายรูปมา แต่จำได้คร่าว ๆ ประมาณนี้

          200.000 VND 1.5 GB 30 Day โทรในเวียดนามได้ 20 นาที (คือมีอีกราคาที่ถูกกว่านี้นะคะ แต่จำไม่ได้ GB น้อยกว่า ส่วนตาลซื้อแบบ 1.5 GB เพราะอันที่น้อยกว่ากลัวใช้ไม่พอ)

          400.000 VND 5 GB 30 Day โทรในเวียดนามได้ 30 นาที

          ความเร็วพอประมาณ ไม่ช้า แต่ก็ไม่เร็วปี๊ด บางที่ก็ไม่มีสัญญาณ อย่างนั่งรถไฟบางช่วงที่ Topas Ecolodge บางจุด ที่เหลือก็ใช้งานได้ปกติ ใช้ 6 วัน เหลือเฟือมากค่ะ ใครไปน้อยวันซื้อแบบถูกลงมาหน่อยก็ได้จ้า

          -8- ประกันการเดินทาง

          ไปเที่ยวต่างประเทศไม่ว่าที่ไหน ใกล้ไกลอยากให้ซื้อไว้ตลอดนะคะ ของตาลซื้อของ Cigna ก่อนไปได้รับข้อความเบอร์ติดต่อของ Cigna สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลย ดีงามมาก ไปมาหลายทริปก็ซื้อแต่ของ Cigna ซื้อกันไว้ ไม่อยากใช้หรอกนะ ส่วนใครสะดวกเจ้าไหนเลือกตามชอบเลยจ้า

          พร้อมแล้วเนอะ งั้นก็ Let's go >> S A P A กันเลย

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          25 สิงหาคม 2558 ออกเดินทางไปกับแอร์เอเชีย 06.45 น. ถึงสนามบินนอยไบ ฮานอย 08.30 น.

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          เมื่อถึงสนามบิน ผ่าน ตม. (ตม. ที่เวียดนามไม่ต้องเขียนใบอะไรนะคะ ยื่นแค่พาสปอร์ตกับตั๋วเครื่องบิน) รับกระเป๋า เดินออกมาด้านนอกก็เจอพี่คนขับรถ (ที่เราจองไว้กับ Ms.Huong) ถือป้ายชื่อยืนรอรับเราอยู่แล้ว ขอเวลาเค้าแป๊บหนึ่งซื้อซิมและแลกเงิน

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได
       
          เราไปกัน 8 คน รถหนึ่งคันนั่งสบาย ดีงามมาก ๆ ระหว่างทางก็ชมความงามของบ้านเมืองเค้าไป ดูแปลกตา น่าตื่นเต้นดี โดยเฉพาะการขับรถของชาวเวียดนาม บางครั้งหวาดเสียวจริง ๆ จะชนไหม 555

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          เราไปพบ Ms.Huong ที่ออฟฟิศของเค้าตรง Old Quarter เธอก็แนะนำตามที่บอกไปข้างต้น รวมทั้งชำระเงินทั้งหมด (เธอมีน้ำเปล่าแจกคนละขวด มีแผนที่ที่เที่ยวบริเวณ Old Quarter และแนะนำสถานที่เที่ยวให้พวกเรา ดีงามมากเลย รู้สึกดี)


          อาหารมื้อแรกที่เวียดนามของเรา ได้ยิน Ms.Huong พูดว่าแหนมเนือง คือก็ไม่ชัดว่าแหนมเนืองนะคะ แต่ฟังแล้วคือคำนี้เลย แฟนเธอเดินพาเราไปที่ร้าน แต่คือมันไม่เหมือนแหนมเนืองบ้านเราเลย รสชาติพอใช้ได้ ไม่ได้อร่อยมาก แต่ก็ไม่แย่

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          หลังจากนั้นเราก็เปิด Google Map เดินไป Saint Joseph's Cathedral ไม่ไกล

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          แดดร้อนมาก ๆ รีบถ่ายรูปแล้วก็ไปต่อค่ะ เราโบกแท็กซี่ตามที่ Ms.Huong แนะนำไป Ho Chi Minh Mausoleum (สุสานลุงโฮ) (1 คัน นั่ง 8 คน ราคา 60,000 VND) แต่ ๆ พี่แท็กซี่ไปส่งเราที่ Bao Tang Ho Chi Minh งงเลย ด้อม ๆ มอง ๆ ด้านหน้าสุดท้ายก็ไม่ได้เข้าไป

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          เปิด Google Map ไปที่ Ho Chi Minh Mausoleum สรุปมันอยู่ใกล้ ๆ กัน ก่อนถึง Ho Chi Minh Mausoleum เราแวะที่ One Pillar Pagoda

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          และเดินไป Ho Chi Minh Mausoleum แต่ ๆ เข้าไม่ได้จ้ามันปิด เสียดายมาก ๆ คือคุยกับเค้าไม่รู้เรื่องว่าทำไมถึงปิด เลยถ่ายรูปแต่ด้านหน้ามา (กลับมาเลยมาถาม Ms.Huong ว่าทำไมปิด เธอบอกว่าควรไปก่อน 11 โมง หลังจากนั้นเค้าจะปิด เพิ่งรู้เลย เราพลาดมากทำการบ้านตรงนี้ไปไม่ดีเลย คิดว่าเหมือนทั่ว ๆ ไป เปิดถึงเย็น) วันเวลาเปิดปิดค่ะ  8-11 am. Tue-Thu, Sat & Sun Dec-Sep, last entry 10.15 am.

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          ผิดหวังก็กลับสิคะ ร้อนจะตาย Ms.Huong เปิดห้องให้เราฟรีหนึ่งห้องก่อนขึ้นรถไฟ ไว้ไปล้างหน้า อาบน้ำ ก็ไปพักนอนเอาแรง เพราะเพลียแดดมาก หลังจากนั้นช่วงเย็นเดินไปทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม เปิด Google map แล้วเดินไปตามเคยค่ะ ไม่ไกล

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          หลังจากถ่ายรูปเสร็จเราเลยหาของกินแถวนั้น หิวมากขี้เกียจเดินหาไกล มาเวียดนามแต่ดันกินอาหารเกาหลี 555 จริงๆ  Ms.Huong นัดเราที่ที่พักจะเอารถมารับไปส่งสถานีรถไฟ แต่กว่าจะกินเสร็จ กว่าจะเดินไปเลยให้เธอมารับเราที่แถวทะเลสาบ

          08.30 PM. เธอมารับไปสถานีรถไฟ เพื่อนั่งรถไฟไปซาปา เราจองแบบ Deluxe Tulico ไว้ (1 ห้อง นอนได้ 4 คน ไป 8 คน พอดี 2 ห้อง สบายไม่ต้องไปนอนกับใคร) รถไฟออก 22.00 PM. เธอให้ตั๋วรถไฟไป-กลับเราที่สถานี และเธอกับแฟนก็ช่วยเรายกกระเป๋าเดินไปส่งพวกเราบนรถไฟ รถไฟออกตรงเวลาดีค่ะ ใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง หลับยาว ๆ เลย บนรถไฟมีห้องน้ำและห้องที่มีอ่างล้างหน้าแยกไว้เป็นสัดส่วนดี เวลาเข้าห้องน้ำควรใช้ขณะรถไฟวิ่งนะคะ บนรถไฟมีน้ำให้ฟรีคนละขวด และก็ผ้าเย็น (แต่ไม่เย็น ^^) คนละผืน มีปลั๊กให้เสียบชาร์จไฟได้

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          26 สิงหาคม 2558 : ก่อนถึงปลายทาง Lao Cai สัก 10 นาที จะมีเสียงเพลงมาปลุกพวกเรา ให้ทุกคนเตรียมตัวตื่นเก็บข้าวของ ล้างหน้าแปรงฟัน แต่ทางที่ดีตั้งปลุกให้ตื่นก่อนสักครึ่งชั่วโมงจะดีกว่า สิบนาทีเกือบไม่ทัน รถไฟจะถึง 6 โมงเช้า เช็กข้าวของให้เรียบร้อย ใต้เตียงที่เราวางกระเป๋า ใต้ผ้าห่มที่ทับ ๆ ไว้ จะได้ไม่พลาดลืมอะไร เดี๋ยวเที่ยวไม่สนุกเน้อ...

          06.00 AM. ถึง Lao Cai มีรถมารับเหมือนเคย จาก Lao Cai ไป Sapa ประมาณ 40 นาที นั่งรถขึ้นเขา วิวข้างทางสวยมาก แต่น่าเมารถสุด ๆ ใครเมารถเตรียมยาดมไปด้วยนะ ทางที่ดีกินยาแล้วหลับไปเลยดีที่สุด

          เราพักที่ Sapa Eden Hotel 2 คืน รวมอาหารเช้า เช็กอิน : 11 AM. เช็กเอาท์ : 10.30 AM. อาหารเช้าเวลา 07.00-09.30 AM. อาหารที่นี่เป็นแบบ Breakfast เหมือนตามโรงแรมทั่วไป เลือกเมนูที่เค้าเซตไว้ และก็น้ำ (กาแฟ ชา น้ำผลไม้) ถ้าไม่อิ่มสั่งเพิ่มได้

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          วันแรกที่เราไปก็ทานอาหารเช้าที่นี่ เนื่องจากฝนตก เดินออกไปไหนลำบาก ค่าอาหารคนละ 3 USD

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          ตาลพักห้อง 307 เท่าที่สังเกตน่าจะเป็นห้องที่วิวดีที่สุดแล้วค่ะ แต่ถึงกระนั้นก็แทบจะไม่ได้โผล่หน้าออกไปดูเลย 555

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          อันนี้เป็นห้องเตียง Twin ของน้องที่ร่วมทริปไปด้วย

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          วิวจากห้อง 307

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          วันนี้ฝนตก ๆ หยุด ๆ ทั้งวัน แต่ไม่เป็นอุปสรรค ควักเสื้อกันฝนที่เตรียมมาออกมาใส่ เดินตากฝนโลดดดดดดด

          เราไปแวะพักกินกาแฟ กินน้ำผลไม้กันที่ร้าน Sapa HL Studio  อยู่ไม่ไกลจากที่พักเรานัก ร้านนี้อยู่ระหว่างทางที่จะไปหมู่บ้าน Cat Cat ร้านนี้เราได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ เขาชื่อ ฮู เป็นเจ้าของร้าน ถ่ายรูปสวยมาก พวกเราได้พูดคุยกัน รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะต่างคนต่างก็งู ๆ ปลา ๆ ในภาษาอังกฤษ ^^ เราไม่สามารถเขียนความรู้สึกทั้งหมดได้ว่ามิตรภาพที่เราได้รับมันเป็นยังไง ดีแค่ไหน แต่บอกได้เพียงว่าคนที่เราพบเจอที่นี่ อยากให้เรากลับมาซาปาอีก หากใครเดินมาหมู่บ้าน Cat Cat อย่าลืมแวะร้านฮูนะคะ มาจิบกาแฟ นั่งชมวิวสวย ๆ มันช่างมีความสุขมากจริง ๆ

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          วิวจากร้านฮู

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          ฮูนั่งอยู่ทางซ้ายค่ะ ส่วนน้องคนที่เล่นกีตาร์คือเพื่อนร่วมเดินทางของทริปเรา

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          เราเดินไปไม่ถึงหมู่บ้าน Cat Cat แต่รู้สึกว่าหมู่บ้านไม่เหมือนสิ่งที่เราคิด เปลี่ยนไปจากสิ่งที่เราเคยดูรีวิว เราจึงเดินถ่ายรูปเล่นแถวนั้นแล้วกลับที่พัก เพื่อจะไปต่อที่ “ฮามรอง” แต่ฟ้าช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย หมอกหนามาก ขึ้นเขาไปคิดว่าคงไม่เห็นอะไรแน่ ๆ จึงตัดสินใจไม่ขึ้น

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          เราแวะกินอาหารปิ้งย่างข้างทาง ทางเดินก่อนขึ้นเขา อร่อยบวกหิว กินไปหลายไม้เชียว ไม้ละ 10,000-15,000 VND (แต่เห็นคนท้องถิ่นจ่ายแค่ไม้ละ 4,000 VND เองอะ) เข้าใจ ๆ เขา ราคานักท่องเที่ยว

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          หลังจากนั้นเราเดินไป Sapa Lake โอ้โห !!!! หมอกหนามาก ไม่ได้อยากทำภาพแนวฮิปสเตอร์ แต่หมอกมันลงจัดจริง ๆ จ้า หุหุ เลยได้ภาพซาปาเมืองแห่งสายหมอกมาแทน

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          แนะนำอาหาร Hotpot แซลมอนกับแซลมอนสลัด

          แซลมอน 1 กิโลกรัม เอามาทำ Hotpot กับมาทำกินแบบสลัด (เจ้าของร้านเรียกแบบนี้ว่าสลัดอะค่ะ) ราคา 650,000 VND สลัดยังไง ก็คือจะมีแผ่นแป้ง ผัก และเครื่องเคียงมาให้ เราเอาแผ่นแป้งวาง เอาผักและเครื่องเคียงใส่ให้ครบ และตามด้วยแซลมอน สุดท้ายใส่วาซาบิลงไปตามชอบ ห่อ ๆ พอดีคำ แล้วก็เข้าปาก นี่แหละเค้าเรียกว่าสลัด อร่อยดีเหมือนกันนะคะ

          Hotpot

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          ให้ผักเยอะมาก

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          27 สิงหาคม 2558 : วันนี้เรามีโปรแกรมไปเที่ยวและทำอาหารกินกันที่ครอบครัวม้งค่ะ โดยติดต่อซื้อกิจกรรมนี้กับ Ethos Spirit 9 โมงเช้า เราเริ่มภารกิจวันนี้กัน โดยมี "มี" กับ "ซา" เดินจากบ้านเค้ามารับเรา (เดินมา 9 กิโลเมตร ไกลมากกกกกก) เค้าจะพาเราไปซื้อของที่ Sapa Market ไว้ไปทำอาหารกินกันที่บ้านเค้า (ค่าใช้จ่ายตรงนี้ทางเค้าเป็นคนจ่าย) มี กับผักที่เรียกว่า ซูซู

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          และรถตู้ก็มารับเราไปส่งไว้ระหว่างทาง แล้วให้เราเดินต่อกันไปเองที่บ้านมีกับซา ไกลพอสมควรและทางก็ชันด้วยค่ะ แต่เราก็ต้องสู้ ฮึบ ๆ ชมวิวสองข้างทางไป ปาดเหงื่อไป ดมยาดมตาม 555

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          ระหว่างทางเดินมีต้นกะเพราขึ้นเต็มเลยค่ะ... อิอิ อ้าวไม่ใช่เหรอ

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          ต้นกัญชา มีบอกว่าปลูกเอาไว้นำมาทอผ้า ทำกระเป๋า เสื้อผ้า ได้หลายอย่างเลย

          ตาลซื้อกระเป๋าผ้าใยกัญชามาด้วยค่ะ อุดหนุนชาวเขา ประมาณ 800 บาท

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          ถึงบ้านมีกับซา เราเจอสามีของมีและลูกรออยู่แล้ว มี สามีมี และซาก็จัดแจงเตรียมของ ทำกับข้าว ส่วนพวกเราบ้างก็นั่งพัก บ้างก็ถ่ายรูป มาซาปาอย่าลืมเตรียมลูกอม ขนมมาแจกเด็ก ๆ ด้วยนะคะ พกติดตัวไว้ตลอดยิ่งดี หากมีเด็กมาขายของ ถ้าตื๊อมาก ๆ แล้วเราไม่ซื้อ ก็แจกขนมเลย บางทีไม่ตื๊อขายของแต่ก็ให้ขนมนะคะ เด็ก ๆ น่ารักดี

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          กับข้าวอร่อยมาก ๆ เลยค่ะ เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดที่มาเวียดนาม

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          กินข้าวเสร็จมีกับซาก็พาไปเดินต่อ ชมวิวสวย ๆ ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาก

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          และเราก็เดินกลับมาที่รถจอดส่งเรา ตอนนั้นรถมารอรับแล้ว ขึ้นรถกลับที่พัก ระหว่างทางมีจุดสามารถจอดรถถ่ายรูปได้ ก็ลงไปถ่ายรูปเล่นกัน


          สวยมาก ๆ

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          เรารู้สึกประทับใจมี ซา และครอบครัวมาก ๆ เลย เป็นมิตร คุยสนุก ภาษาอังกฤษเค้าเก่งมาก ๆ เลย เราแค่งู ๆ ปลา ๆ เอง บอกความรู้สึกของตัวเองไม่หมดว่ารู้สึกดียังไง หากมีโอกาสลองมาทำกิจกรรมนี้ดูนะคะ ได้เดินเขา ชมธรรมชาติ เห็นวิถีชีวิตชาวเขา ได้พูดคุยกัน มันสนุกมากเลยค่ะ เป็นหนึ่งวันที่กลุ่มพวกเราประทับใจมาก ๆ

          28 สิงหาคม 2558 : วันนี้เราจะไปพักกันที่ Topas Ecolodge เดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ออฟฟิศของ Topas แจ้งให้เค้ามารับพวกเราที่ Sapa Eden จะมีรถรับส่งฟรีจากซาปาไป Topas เราต้องจองล่วงหน้านะคะ มีรอบรถเป็นเวลาทั้งไปและกลับ (ที่นี่เราติดต่อจองห้องโดยตรงกับทางรีสอร์ท)

          ที่ Topas Ecolodge ขอลงรูปรัว ๆ ที่นี่สวยมาก...ฟิน

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          วิวจากห้องที่เราพัก

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          บริเวณทานข้าว

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          29 สิงหาคม 2558 : วันนี้เตรียมตัวกลับซาปา ช่วงเช้าเราไปเดิน Trekking กันที่ Buffalo trail

ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          วิวระหว่างเดินสวยมาก ๆ อยากรู้ว่าสวยแค่ไหนต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองนะคะ

          กลับมาที่ซาปา และรถก็มารับไปส่งที่สถานีรถไฟ Lao Cai รถไฟออก 21.05 PM. ถึงฮานอยหกโมงกว่า ขากลับไม่มีเสียงเพลงปลุกนะคะ ดีที่เรานับชั่วโมงและตั้งปลุกเอง รอรถมารับตรงจุดที่ Ms.Huong บอก แล้วรีบบึ่งไปสนามบินทันที เนื่องจากเครื่องออก 09.00 AM. แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ทันและมีเวลาเหลือเฟือ สามารถไปนั่งทานข้าวที่สนามบินได้ก่อนขึ้นเครื่อง

          ได้เวลากลับบ้านเราแล้วนะ...ลาแล้วซาปา...พวกเราจะกลับไปอีก
       
ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได

          .....มาสรุปค่าใช้จ่ายทั้งทริปแล้วจ้า....

          - ตั๋วเครื่องบิน AirAsia : ไป-กลับ *4,000 บาท* (รวมค่าโหลดสัมภาระไปกลับ 20 กิโลกรัม)
          - รายการที่จองกับ Ms.Huong

            . Private van จากสนามบินไปฮานอย 1 คัน  : 15 USD/8 คน

            . Night train ไป-กลับ (Deluxe Tulico) : 70 USD/คน

            . Mini bus จาก Lao Cai ไป Sapa : 3 USD/คน

            . Sapa Eden Hotel 2 คืน (พร้อมอาหารเช้า) : 30 USD/คืน : พัก 2 คืน = 60 USD ราคาต่อคน = 30 USD

            . Mini bus จาก Sapa มา Lao Cai  : 3 USD/คน

            . Taxi จากสถานีรถไฟฮานอยไปสนามบิน  : 15 USD/8 คน

          ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เราจองกับ Ms.Huong ราคาต่อคนอยู่ที่ >>> *3,913 บาท*

          - ค่ากิจกรรมที่จองกับ Ethos Spirit ในวันที่ 27 สิงหาคม : คนละ 21 USD (เงินไทยคิดจากเรตที่ตาลแลกมา = *749 บาท*)

          - ที่พักที่ Topas Ecolodge 1 คืน (Executive Bungalow) + อาหารเย็น + อาหารเช้า : *3,000 บาท/คน*

          - ค่าประกันการเดินทาง (Cigna) : *300 บาท*

          - ค่ากินค่าช้อปปิ้งต่าง ๆ : *4,400 บาท*

          สรุปค่าใช้จ่ายทั้งทริปของตาลอยู่ที่ >> 16,362 บาท

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ HappyJourney สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สวัสดี...ซาปา เมืองแห่งสายหมอกและนาขั้นบันได โพสต์เมื่อ 11 กันยายน 2558 เวลา 14:40:06 25,844 อ่าน
TOP