x close

25 วิวสุดสวย ที่ไม่อยากเชื่อว่าจะมีบนโลก

Incredible

            ถึงแม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีจะย่อโลกใบนี้ให้เล็กลงแค่กำมือ แต่ขนาดจริง ๆ ของมันกว้างใหญ่ไพศาลจนเราไม่สามารถที่จะรู้เลยว่ามุมใดของโลกมีสิ่งที่น่าเหลือเชื่อซ่อนตัวอยู่บ้าง และ Mark pygas เขาก็ได้รวบรวม 25 สถานที่ที่มีลักษณะแปลกหูแปลกตา จนแทบไม่อยากเชื่อว่าจะมีพื้นที่แบบนี้อยู่บนโลกใบนี้ลงไว้ใน เว็บไซต์ distractify.com  ไปยลโฉมกันเถอะว่าทั้งหมดนี้จะ "Incredible" ขนาดไหน

            1. Sentinels of the Arctic ประเทศฟินแลนด์

Incredible
ภาพจาก Niccol Bonfadini

            เสาน้ำแข็งยักษ์ใหญ่นี้ อันที่จริงก็คือหิมะจำนวนมหาศาลที่ตกลงมาปกคลุมต้นไม้อันสูงใหญ่ที่ Finnish Lapland หลายร้อยต้นนั่นเอง ซึ่งแต่ละต้นก็มีรูปร่างที่ดูแปลกตาหากแต่งดงามและอลังการบนพื้นหิมะสีขาว Niccol Bonfadini คือผู้ที่บันทึกภาพชุด Sentinels of the Arctic หนึ่งในภาพของเขาได้ถูกคัดเลือกให้เป็นภาพประจำวันและเผยแพร่ใน APOD-NASA ซึ่งเป็นโครงการที่นาซาร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมิชิแกน (Michigan Technological University) นั่นจึงทำให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้เฉพาะในฤดูหนาวที่มีอุณหภูมิประมาณลบ 40-50 องศาเซลเซียสเท่านั้น

           2. Erta Ale Lava Lake สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย

Incredible

            Erta Ale Lava Lake หรือ smoking mountain ตั้งอยู่ที่ Danakil Depression ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย เป็นทะเลสาบลาวาที่เป็นที่รู้จักกันดีในวงการวิทยาศาสตร์ มีการเคลื่อนไหวของลาวามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1906 บริเวณปากป่องภูเขาไฟแห้งแล้ง ไม่มีต้นไม้ที่สามารถมีชีวิตรอดได้ มีเพียงถนนเส้นเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านข้างเท่านั้น ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันจะยังคงมีภูเขาไฟที่มีชีวิตแบบนี้หลงเหลืออยู่

           3. Lencois Maranhenses National Park รัฐมารันเยา ประเทศบราซิล

Incredible

            ดูเหมือนว่ามันเป็นทะเลทรายอันกว้างใหญ่ใช่ไหม แต่มันกลับมีฝนตกหนักอย่างไม่น่าเชื่อ และเนินทรายขนาดใหญ่ก็ทำหน้าที่ในการกักเก็บน้ำจนกลายเป็นทะเลสาบที่สวยงามหลายสิบทะเลสาบ น้ำซึ่งมีน้ำสีเขียวมรกตและใสเสียจนลงไปว่ายน้ำเล่นได้อย่างสบายใจ นอกจากน้ำในทะเลสาบจะเป็นสีเขียวมรกตแล้ว บางทะเลสาบยังเป็นสีฟ้าคราม สีดำ ขึ้นอยู่กับหินใต้พื้นทราย

           4. Grand Prismatic Spring อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park) รัฐไวโอมิง สหรัฐอเมริกา

Incredible

            Grand Prismatic Spring  เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และมีความงดงามแปลกตาไม่เหมือนใคร ด้วยสีสันฟ้าเข้มตรงกลางบ่อไล่ขึ้นมาเป็นสีส้มสีเหลืองที่ปาก บ่อ ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุ พืชพันธุ์ แบคทีเรีย และสาหร่ายต่าง ๆ ที่อยู่ทั้งบริเวณรอบ ๆ และในบ่อน้ำพุร้อน มีความกว้าง 75 เมตร ยาว 91 เมตร และลึก 49 เมตร หากมองจากทางด้านบนอากาศจะเห็นความงดงามของมันในทุกองศา

           5. Chocolate Hills เมือง Bohol ประเทศฟิลิปปินส์

Incredible

            ฉงนสงสัยใช่ไหมว่าทำไมหุบเขาแห่งนี้ถึงมีชื่อน่ากินขนาดนี้ ก็เพราะในฤดูแล้งหญ้าที่ปกคลุมภูเขาลักษณะรูปกรวยมากกว่า 1,776 ลูก บนพื้นที่กว่า 20 ตารางไมค์จะเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นน้ำตาล เมื่อมองจากจุดชมวิวออกไปในระยะไกล จะคล้ายกับก้อนช็อกโกแลตสีน้ำตาลเข้ม น่าทานมาก ๆ เลยทีเดียว

           6. Hitachi Seaside Park ประเทศญี่ปุ่น

Incredible

            ในฤดูใบไม้ผลิแห่งสวนดอกไม้ ฮิตาชิ ซีไซด์ ดอก Nemophila จะบานสะพรั่ง ชูช่อสีฟ้าปกคลุมไปทั่วหุบเขา คล้ายกับทะเลหลอดไฟมากกว่า 4.5 ล้านหลอด ที่ส่งแสงกะพริบระยิบระยับในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ กลมกลืนไปกับทะเลที่อยู่เบื้องหลังได้อย่างงดงาม ทัศนียภาพที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไม่พลาด

           7. The Twelve Apostles รัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย

Incredible

            จากการที่ทะเลกัดเซาะชายฝั่งมาหลายพันปี ส่งผลให้เกิดโครงสร้างหินปูนอยู่ที่ชายหาด ภายใน Port Campbell National Park ความสูงกว่า 40 เมตร ของแท่งหินปูนที่ตั้งตระหง่านอยู่บนชายหาดซึ่งมีคลื่นซัดสาดอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราประหลาดใจว่ามันตั้งอยู่แบบนี้ได้อย่างไรมามากกว่าพัน ๆ ปี และด้านหลังของเสาหินปูนเหล่านี้ก็คือหน้าผาที่มีความสูงถึง 70 เมตร เป็นอีกจุดที่สามารถมองทะเลตอนใต้ของออสเตรเลียได้อย่างสวยงาม

           8. Elephant Rock รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา

Incredible

            สภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่ดูเหมือนดาวอังคารภายใน The Valley of Fire ด้วยมีแต่หินทรายแดง ซึ่งมันถูกกัดเซาะด้วยฝน ลม แสงแดดมาอย่างยาวนานหลายล้านปี จนเกิดเป็นรูปร่างต่าง ๆ แต่ที่แปลกตาและจินตนาการเห็นชัดมากที่สุดก็คือ หินรูปร่างช้าง เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมชมมากที่สุด

           9. The Marble Cathedral ปาตาโกเนีย ประเทศอาร์เจนตินาและประเทศชิลี

Incredible

            ตั้งตระหง่านบนอยู่กลางทะเลสาบ General Carrera Lake อย่างสง่างามสำหรับ The Marble Cathedral ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของคลื่นน้ำในทะเลสาบมาอย่างยาวนานมากกว่า 6,000 ปี คล้ายกับศิลปินได้ค่อย ๆ สร้างสรรค์มันขึ้นมา แต่ทว่าเป็นความงดงามที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมาทั้งหมด

           10. Spotted Lake รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา

Incredible

            ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง Osoyoos ในรัฐบริติชโคลอมเบีย คือที่ตั้งของทะเลสาบสปอท เลค เมื่อถึงฤดูร้อนน้ำในทะเลสาบจะระเหยออกไปหมด ความเข้มข้นของแร่ธาตุในทะเลสาบจึงส่งผลให้แร่ธาตุทั้งหมดเกิดเป็นจุด ๆ แตกต่างขนาดและสีกันไป เมื่อมองจากระยะไกลจึงเห็นทะเลสาบมีพื้นผิวเป็นจุดหย่อมคล้ายกับลายของเสือดาว

           11. หาด Whitehaven บนเกาะ Whitsunday ประเทศออสเตรเลีย

Incredible

            หากมองจากทางอากาศคุณจะรู้ทันทีว่าหาดแห่งนี้งดงามดั่งสวรรค์บนพื้นดินเลยทีเดียว ด้วยน้ำทะเลที่ใสราวกับคริสตัลทำให้สามารถเทียบเคียงได้อย่างชัดเจนว่าทรายบริเวณหาดแห่งนี้นั้นขาวสะอาดมากแค่ไหน และยังสามารถมองเห็นไปถึงใต้ท้องทะเลอีกด้วย โดยมีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่โดดเด่นมากบนแผนที่โลก

           12. Devil's Pool น้ำตกวิคตอเรีย สาธารณรัฐซิมบับเว

Incredible

            น้ำตกวิคตอเรียตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของประเทศแซมเบียและประเทศซิมบับเว ความยิ่งใหญ่ของมันก็ไม่น้อยหน้าน้ำตกไนแองการา มีความกว้างประมาณ 1,690 เมตร สูงประมาณ 60-100 เมตร มีมวลน้ำมหาศาลที่สามารถสัมผัสละอองน้ำได้ในระยะไกลกว่า 10 กิโลเมตร และเมื่อถึงฤดูที่น้ำลดระดับลง มันจะเกิดสระว่ายน้ำขนาดใหญ่เหนือจุดที่น้ำตกจะไหลลงไปทำมุม 90 องศา จึงเป็นจุดวัดใจของนักผจญภัยได้อย่างดี ใครใจกล้าพอก็หย่อนขาลงไปในสระว่ายน้ำนี้ได้เลย

           13. Nishino-shima หมู่เกาะโอกาซาวาระ ประเทศญี่ปุ่น

Incredible
ภาพจาก NASA

            เป็นเกาะเล็กและมีอายุน้อยที่สุดในโลก มีอายุเพียง 1 ขวบเท่านั้น มันตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากกรุงโตเกียวประมาณ 940 กิโลเมตร เกิดจากภูเขาไฟใต้น้ำได้ระเบิดขึ้นมาแล้วลาวาได้เย็นตัวลงด้วยน้ำทะเลในมหาสมุทร ซึ่งมันยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นที่น่าตื่นเต้นเสียจริงที่จะได้เฝ้ามองว่าเกาะแห่งนี้จะสวยงามแค่ไหนในอีก 10 ปีข้างหน้า

           14. Split Apple Rock อ่าว Tasman Bay ประเทศนิวซีแลนด์

Incredible

            จินตนาการของมนุษย์หล่อหลอมรวมกับการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ ทำให้หินกองนี้ที่ตั้งอยู่กลางทะเลใกล้กับอ่าว Tasman Bay กลายเป็นสิ่งอัศจรรย์ หินแกรนิตขนาดมหึมาได้แยกออกจากกันเองมาอย่างยาวนานประมาณล้านปี ลักษณะคล้ายกับผลแอปเปิล ถ้าทาสีแดงลงไปก็คงใช่เลยล่ะ !

           15. Wakhan Corridor ประเทศอัฟกานิสถาน

            ริ้วเล็ก ๆ ของผืนดินที่ทอดยาวไปมากกว่า 140 ไมล์ มีความกว้างประมาณ 10 กิโลเมตร ขนาบข้างด้วยภูเขาของประเทศปากีสถานและสาธารณรัฐทาจิกิสถาน ซึ่งเป็นเส้นแดนระหว่างประเทศอัฟกานิสถานและสาธารณรัฐประชาชนจีน ในฤดูหนาวหิมะจะปกคลุมไปทั่วหุบเขา จะทำให้เห็นความงดงามของพื้นที่นี้อย่างชัดเจน

           16. Red Beach เมือง Panjin สาธารณรัฐประชาชนจีน

Incredible

            ในฤดูใบไม้ร่วง สาหร่ายพันธุ์ alkali-tolerant จะทำให้พื้นที่ชุ่มน้ำบริเวณแม่น้ำ Liaohe อันมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลกลายเป็นสีแดงสดสวยงามตะการตา เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถหาดูที่ไหนได้ เพราะสายพันธุ์ของสาหร่ายที่สามารถเติบโตได้ในดินบริเวณนี้เท่านั้น มันจึงกลายเป็นความงดงามของธรรมชาติที่น่าทึ่งอีกแห่งหนึ่งของโลก

           17. Lake Hillier หมู่เกาะ Recherche Archipelago ประเทศออสเตรเลีย

            ไม่ได้มีใครเอาสีลงไปเทในทะเลสาบแห่งนี้หรอก ธรรมชาติต่างหากที่ย้อมสีด้วยตัวของมันเอง สาหร่ายและแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำทำหน้าที่สำคัญในการผสมสีให้น้ำมีสีชมพูคล้ายกับชานมเย็นในบ้านเรา จนกลายเป็นทะเลสาบที่หวานแหววที่สุดในโลก

           18. Champagne Pool เมือง Rotorua ประเทศนิวซีแลนด์

Incredible

            ในฤดูใบไม้ผลิขอบบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้จะกลายเป็นสีส้มสดใส ด้วยเกลือแร่และแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งเกาะอยู่บริเวณขอบของบ่อน้ำพุร้อน ยิ่งไปกว่านั้นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และแร่ธาตุอื่น ๆ ได้ทำปฏิกิริยากับน้ำในสระจนเกิดเป็นฟองน้ำและไอคุกรุ่น คล้ายเป็นแก้วแชมเปญขนาดใหญ่ เป็นความน่าตื่นตาตื่นใจที่หาชมได้ยาก

           19. Devil's Tower รัฐไวโอมิง สหรัฐอเมริกา

Incredible

            หอคอยปีศาจนี้เกิดจากการที่แม็กมาได้ปะทุและระเบิดขึ้นมาบนเปลือกโลกเมื่อหลายล้านปีที่แล้ว ได้เย็นตัวลงอย่างรวดเร็วเพราะอากาศบนพื้นผิวโลก จึงทำให้มันมีโครงสร้างที่สูงใหญ่น่าเกรงขามจนคนทั่วโลกต่างต้องการที่จะไปเห็นความยิ่งใหญ่ของมันด้วยตาตัวเอง

           20. Eye of the Sahara ทะเลทรายซาฮารา สาธารณรัฐอิสลามมอริเตเนีย

            Eye of the Sahara หรือ The Richat Structure เป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นอยู่ท่ามกลางทะเลทรายซาฮารา หากมองจากอวกาศจะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าลักษณะของมันคล้ายกับดวงตาที่เปิดกว้าง ดึงดูดให้เข้าไปสัมผัส โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 40-50 กิโลเมตร ซึ่งเกิดจากหินตะกอนยกตัวขึ้นมาจากพื้นดินนับพันปี จนมีลักษณะคล้ายกับดวงตา

           21. Kelimutu Crater Lakes เกาะ Flores ประเทศอินโดนีเซีย

Incredible

            เป็น 3 ทะเลสาบเหนือปล่องภูเขาไฟที่มีความมหัศจรรย์อย่างยิ่ง เพราะถึงแม้จะตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่ทั้ง 3 ทะเลสาบกลับมีสีของน้ำที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด คือ สีเขียวมรกต สีฟ้าสดใส และสีแดงน้ำตาลเข้ม ซึ่งเกิดจากการผสมของแร่ธาตุที่แตกต่างกันที่อยู่ในหินภูเขาไฟ เป็นความงดงามของธรรมชาติที่เผยโฉมให้คนทั่วโลกได้สัมผัสมายาวนานมากกว่าล้านปี

           22. The Wave รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

Incredible

            หินทรายซึ่งถูกกัดเซาะโดยลม ฝน และแสงแดดตลอดช่วงระยะเวลามากกว่า 190 ล้านปี กลายเป็นพื้นที่ทางธรรมชาติที่งดงาม ด้วยลักษณะที่เป็นริ้วสีสันของหินที่เรียงเป็นเส้นสายอย่างสวยงามทั่วพื้นที่ของอุทยาน เหมาะสำหรับนักผจญภัยที่กำลังมองหาสถานที่สักแห่งที่จะสร้างความตื่นเต้นและความประทับใจให้อย่างไม่รู้ลืม

           23. Avenue of the Baobabs ประเทศมาดากัสการ์

Incredible

            ต้น Baobabs ประมาณ 25 ต้นที่ยืนหยัดคู่กับเกาะมาดากัสการ์มายาวนานมากกว่า 800 ปี บนถนนเส้นเล็ก ๆ สร้างทัศนียภาพอันแปลกตาให้เกาะแห่งนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยแต่ละต้นมีความสูงประมาณ 80 ฟุต ลักษณะของมันจะคล้ายกับต้นไม้กลับหัว หรือที่มักถูกเรียกว่า 'upside down tree' ยามเย็นที่แสงสาดส่องมองเห็นเป็นภาพย้อนแสง ความสวยงามของถนนเส้นนี้จะเหมือนกับฉากหนึ่งในเทพนิยายเลยทีเดียว

           24. Sanibel Island รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา
 
Incredible

            งดงามและไม่เหมือนใครด้วยหาดทรายทั้งหาดถูกปกคลุมไปด้วยเปลือกหอยนับล้าน มันเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบสูงขนาดใหญ่ที่ขยายเข้าไปในอ่าวเม็กซิโก เป็นเหมือนแหล่งรวบรวมของเปลือกหอยอันมหาศาล ปัจจุบันได้กลายเป็นจุดห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวไปแล้ว

           25. Tianzi Mountain เมือง Hunan สาธารณรัฐประชาชนจีน
 
Incredible

            ลักษณะของเสาหินทราย สูง แหลม ซึ่งเกิดขึ้นใต้น้ำมาราว 380 ล้านปีที่แล้ว ผ่านการกัดเซาะจากน้ำ ลม ฝน แสงแดด จนเหลือแค่เพียงเศษซากที่มีลักษณะเป็นเสาหินสูง บางเสามีความสูงมากกว่า 4,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ต้นไม้น้อยใหญ่อาศัยเสาหินเป็นที่ยึดเหนี่ยวและพักพิง จึงทำให้มีสีน้ำตาลอ่อนสลับกับเขียว ดูสดชื่น และน่าค้นหา

            นอกจาก 25 สถานที่นี้ บนโลกใบนี้ก็ยังมีสถานที่ที่มีความงดงาม แปลกตาอีกมากมายที่ธรรมชาติประดิดประดอยสร้างสรรค์มันขึ้นมา เปิดใจให้กว้างเพื่อการเอามือไปแตะขอบฟ้าและค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ให้กับชีวิต แล้วคุณจะหลงรักโลกใบนี้ขึ้นอีกมากมาย
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
25 วิวสุดสวย ที่ไม่อยากเชื่อว่าจะมีบนโลก โพสต์เมื่อ 31 มีนาคม 2558 เวลา 18:44:42 6,640 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP