เที่ยวเมืองกาญจน์ สำรวจเส้นทางจากทองผาภูมิสู่สังขละบุรี





สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
 
             "กาญจนบุรี" ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของธรรมชาติ รวมไปถึงความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมที่ยังคงรอคอยให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสเสมอ วันนี้กระปุกดอทคอมมีโอกาสได้แวะเวียนไปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จังหวัดกาญจนบุรี จากตัวเมืองกาญจน์ สู่จุดหมายปลายทางอย่าง "สะพานมอญ" อำเภอสังขละบุรี เพื่อร่วมฉลองการเปิดสะพานอย่างยิ่งใหญ่ หลังมีการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จมาฝากเพื่อน ๆ กัน ส่วนที่นี่จะมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่่น่าสนใจอะไรบ้างนั้นตามไปดูพร้อม ๆ กันเลยจ้า








 




             เริ่มต้นทริปด้วยการเดินทางออกจากรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมแวะฝากท้องกับร้านอาหารชื่อดังประจำในตัวอำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรี กับ "ร้านอาหารเสรีไทย" ที่เน้นอาหารป่าที่สามารถหาทานได้ฤดูกาลเท่านั้น เช่น ผัดผักหวาน, ปลารากกล้วยทอด และยำเห็นโคน เป็นต้น













            หลังจากอิ่มท้องแล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อ โดยจุดมุ่งหมายต่อไปของเราก็คือ "วัดท่าขนุน" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "วัดหลวงพ่อสาย" ซึ่งตั้งอยู่ที่ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านท่าขนุน ถนนกาญจนบุรี-สังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งประวัติความเป็นมาของวัดแห่งนี้เดิมพื้นที่ของวัดเป็นของตระกูลนกเล็ก ที่ได้ถวายแก่ หลวงปู่พุก อุตตมปาโล เพื่อสร้างวัดแห่งนี้ขึ้น หลังจากที่หลวงปู่พุกมรณภาพไปก็ได้ พระอาจารย์ไตแนม พระชาวกะเหรี่ยง มาเป็นเจ้าอาวาสและทำการบูรณะวัดต่อ และหลังจากพระอาจารย์ไตแนมได้มรณภาพ จนกระทั่งหลวงปู่สาย อคฺควํโส (พระครูสุวรรณเสลาภรณ์) ได้เดินธุดงค์มาจากจังหวัดนครสวรรค์ และปักกลดพักที่วัดร้าง ชาวบ้านเห็นวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดของท่านจึงได้นิมนต์ท่านอยู่จำพรรษาและพัฒนาวัดสร้างเสนาสนะเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นวัดประจำอำเภอทองผาภูมิมาจนทุกวันนี้
 



ภาพจาก เฟซบุ๊ก watthakhanun

            สำหรับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกอย่างหนึ่งของวัดแห่งนี้ คือ "พระพุทธเจดีย์คีรี" เป็นเจดีย์ศิลปะพม่า สร้างเมื่อ พ.ศ. 2534 โดยหลวงปู่สาย อคฺควํโส (พระครูสุวรรณเสลาภรณ์) ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ซึ่งเมื่อเราเดินทางขึ้นไปบริเวณเจดีย์ก็ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ประจำอำเภอทองผาภูมิเลยก็ว่าได้


 














            จากนั้นเราก็เดินทางตะลุยกันต่อไปยัง "น้ำตกเกริงกระเวีย" น้ำตกที่มีความสวยงามตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 32–33 















            ลักษณะของ "น้ำตกเกริงกระเวีย" เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จะมองเห็นสายน้ำแผ่กระจายไหลมาจากหลายทิศทาง กระจายกันอยู่เป็นชั้น ๆ เล็ก และยังมีแอ่งน้ำให้นักท่องเที่ยวสามารถ ลงเล่นน้ำคลายร้อนได้ แถมยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับเป็นจุดรถระหว่างการเดินทางไปอำเภอสังขละบุรีอีกด้วย





           เช้าวันต่อมาเราออกเดินทางไปเที่ยวชมความสวยงามของ "สะพานมอญ" หรือ "สะพานไม้อุตตมานุสรณ์" สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีความยาว 850 เมตร สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกหนึ่งแห่งของอำเภอสังขละบุรีที่พลาดไม่ได้เลย หลังจากที่ได้มีการซ่อมแซมจนเสร็จสมบูรณ์ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวไทยและชาวมอญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร และยังมีพิธีเฉลิมฉลองเปิดใช้สะพานอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ตุลาคม 2557 อย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย


 




           โดยสะพานแห่งนี้ใช้เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเรีย ที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อใช้เดินทางไปมาหาสู่ระหว่างชาวไทยและชาวมอญมาเป็นเวลานานบริเวณใกล้ ๆ คือสะพานลูกบวบ หรือสะพานไม้ไผ่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสะพานชั่วคราวหลังจากที่สะพานมอญเกิดพักเสียหาย ปัจจุบันสะพานลูกบวบมีการชำรุดไปตามกาลเวลา 









            นอกจากนี้ยังมีแพร้านอาหารและแพที่พัก สำหรับบริการนักท่องเที่ยวกระจายอยู่เต็มแม่น้ำใกล้ ๆ สะพานมอญอีกด้วย




 
            หลังจากนั้นเราแวะไปยัง "ลานเจดีย์พุทธคยาจำลอง" ซึ่งสร้างจำลองแบบจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย ได้อย่างสวยงาม และเดินทางเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล 106 ปีชาตกาล หลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวัดวังก์วิเวการาม บริเวณศาลาหลวงวัดวังก์วิเวการาม ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวมอญจำนวนมาก และจะมีการจัดงานบำเพ็ญกุศลขึ้นทุก ๆ ปี


 





           ใกล้กันเป็นที่ตั้งของ "วัดวังก์วิเวการาม" ถือเป็นวัดที่ก่อสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า ภายในบริเวณวัดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสใจอีกหลายอย่าง เช่น พระพุทธรูปหินอ่อน และ งาช้างแมมมอธ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางเข้าไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย 






            ปิดท้ายทริปด้วยการนั่งเรือไปชมความสวยงามของ "เมืองบาดาล" หรือ "วัดใต้น้ำ" ที่เดิมคือ วัดวังก์วิเวการาม ที่จมอยู่ใต้น้ำหลังจากมีการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ หรือเขื่อนเขาแหลม ด้วยการสร้างปิดกั้นแม่น้ำแควน้อยบริเวณตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ตัวอ่างเก็บน้ำอยู่ในท้องที่อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
 
























            ในอดีตเป็นวัดวังก์วิเวการามเดิมที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและมอญได้ร่วมก้นสร้างขึ้น เมื่อปี 2496 ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ต่อมาในปี 2527 มีการก่อสร้างเขื่อนเขาแหลมทำให้น้ำเข้าท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่ารวมทั้งวัดนี้ด้วย จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานานนับสิบปี 


 


            ในช่วงน้ำลดจะสามารถสังเกตเห็นตัวโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจนและสามารถนั่งเรือไปเที่ยวชมได้ ภายในตัวโบสถ์ได้แต่ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมดเหลือเพียงยอดของโบสถ์ให้เห็นเท่านั้น และปัจจุบัน ที่นี่ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen thailand ในชื่อเมืองบาดาล
 
            สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความสงบกันอยู่ กระปุกดอทคอมขอแนะนำอำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีความใกล้ชิดกับพุทธศาสนา อย่าง วัดท่าขนุน, วัดวังก์วิเวการาม, สะพานมอญ และ เมืองบาดาล ซึ่งที่นี่ยังคงเต็มไปด้วยศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระพุทธศาสนา ให้เราสามารถไปสัมผัสได้เสมอ

            ทั้งนี้สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวได้จาก TAT Callcenter 1672 และ ททท. สำนักงานกาญจนบุรี เลขที่14 ถนนแสงชูโต ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 71000 โทรศัพท์ 0 3451 1200 , 0 3451 2500, 0 3462 3691 หรือ เว็บไซต์ thai.tourismthailand.org/กาญจนบุรี


แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ


   คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก





เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เที่ยวเมืองกาญจน์ สำรวจเส้นทางจากทองผาภูมิสู่สังขละบุรี โพสต์เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2557 เวลา 16:41:13 19,081 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP