ชวนทำความรู้จักพระที่นั่งพิมานรัตยา สถาปัตยกรรมงดงามที่สะท้อนความวิจิตรของศิลปกรรมไทยและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ภายหลังการเผยแพร่ข่าวการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทำให้สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ได้รับความสนใจและถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง หนึ่งในนั้นคือ “พระที่นั่งพิมานรัตยา” สถานที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี หลายคนอาจสงสัยว่าพระที่นั่งองค์นี้คืออะไร ตั้งอยู่ที่ไหน และเหตุใดจึงมีความสำคัญในราชสำนักไทยมาอย่างยาวนาน เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกัน พระที่นั่งพิมานรัตยา ตั้งอยู่ในเขตหมู่พระมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทั้งสองพระที่นั่งเชื่อมต่อกันด้วยห้องโถงที่เรียกว่า "มุขกระสัน" ซึ่งทอดยาวไปทางทิศใต้ สำหรับลักษณะสถาปัตยกรรมนั้น พระที่นั่งองค์นี้เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ทาสีขาว ยกพื้นสูง มีเสาลอยรับหลังคาโดยรอบ มีระเบียง 3 ด้าน คือ ด้านทิศตะวันออก ตะวันตก และด้านทิศใต้ หลังคาทรงไทยมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสี 3 ชั้น ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมไทยโบราณ จุดที่น่าสังเกตเป็นพิเศษคือ หน้าบัน ซึ่งจำหลักรูปพระพรหมทรงหงส์ สื่อนัยสำคัญว่าสถานที่นี้เปรียบได้กับวิมานศักดิ์สิทธิ์ ที่พำนักอันเป็นมงคลของพระมหากษัตริย์ เรื่องราวของพระที่นั่งพิมานรัตยาเริ่มต้นขึ้นในเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อปี พ.ศ. 2332 เกิดฟ้าผ่าลงที่หน้ามุขพระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท ทำให้เพลิงลุกลามเผาไหม้ทั้งองค์พระมหาปราสาทและพระปรัศว์ซ้ายจนหมดสิ้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อซากแล้วสร้างพระมหาปราสาทขึ้นใหม่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป พร้อมทั้งพระราชทานนามพระที่นั่งองค์ใหม่ที่ต่อมาจากมุขหลังว่า "พระที่นั่งพิมานรัตยา" โดยสร้างขึ้นพร้อมกันกับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในคราวเดียวกันนั้นเอง *** มีพระที่นั่งพิมานรัตยาอยู่ 2 แห่งในประเทศไทย อีกแห่งตั้งอยู่ที่พระราชวังจันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่พระที่นั่งที่กล่าวถึงในบทความนี้คือองค์ที่ตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร "พิมาน" มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง วิมาน หรือที่พักอาศัยอันศักดิ์สิทธิ์ในสรวงสวรรค์ ส่วน "รัตยา" หมายถึง กลางคืน หรืออาจตีความได้ว่าเป็นที่สถิตในยามราตรี รวมกันแล้วจึงมีนัยว่า วิมานแห่งการพักหลับนิทรา ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทดั้งเดิมในฐานะที่บรรทมของพระมหากษัตริย์ได้อย่างงดงาม ในยุคแรกเริ่มนั้น พระที่นั่งพิมานรัตยาทำหน้าที่เป็นพระวิมานที่บรรทมของพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะในโอกาสที่เสด็จฯ มาประทับยังหมู่มหาปราสาท ด้วยเหตุนี้หน้าบันจึงใช้รูปท้าวมหาพรหมทรงหงส์ สื่อถึงความเป็น "เทพผู้สร้าง" ซึ่งเหมาะสมกับการเป็นพื้นที่ส่วนพระองค์ที่สุด โดยในสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาประทับที่นี่เป็นเวลา 1 ปีในคราวบูรณะหมู่พระมหามณเฑียร ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 พระที่นั่งแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ชุมนุมมหาสมาคม สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการบริพารฝ่ายในเข้ารับพระราชทานอิสริยยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และนับจากนั้นเป็นต้นมา พระที่นั่งองค์นี้ก็กลายเป็นสถานที่สรงพระบรมศพและพระศพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงสืบต่อมาโดยตลอด พระที่นั่งพิมานรัตยาได้ผ่านห้วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ไทยมาหลายครั้ง ดังนี้ พ.ศ. 2462 ใช้เป็นสถานที่สรงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2489 ใช้เป็นสถานที่สรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 พ.ศ. 2554 ใช้เป็นสถานที่สรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2568 ใช้เป็นสถานที่สรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568 พ.ศ. 2569 ใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระศพและสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ อันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พระที่นั่งแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระศพเจ้านายฝ่ายในในพระฐานานุศักดิ์นี้ ภายหลังข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ชื่อของ “พระที่นั่งพิมานรัตยา” ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานพระศพตามราชประเพณี และถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง และภายหลังครบ 15 วันแห่งการพระราชพิธี จึงเปิดให้ถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยาโดยตรง ในวันนี้ที่ผืนฟ้าเหนือกรุงเทพฯ อบอวลไปด้วยความอาลัย พระที่นั่งพิมานรัตยาก็ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง ในฐานะที่พักสุดท้ายอันทรงเกียรติ ก่อนที่จะส่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่สวรรคาลัยอย่างสมพระเกียรติ หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระบรมมหาราชวัง ความงดงามคู่แผ่นดินรัตนโกสินทร์ รู้จักพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ศูนย์กลางพระราชพิธีและมรดกราชสำนัก 30 ที่เที่ยวกรุงเทพฯ ลุยเที่ยววันเดย์ทริปแบบสบาย ๆ ขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์ royaloffice.th, เฟซบุ๊ก โบราณนานมา, เฟซบุ๊ก พิกุลบรรณศาลา, เฟซบุ๊ก พระลาน