ฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ไม่ได้มีดีแค่ดูบอล เพราะแต่ละเมืองเจ้าภาพในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ก็เต็มไปด้วยที่เที่ยว บรรยากาศคึกคัก และแลนด์มาร์กน่าเช็กอินไม่แพ้กัน ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้เป็นแค่มหกรรมลูกหนังระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสดีสำหรับสายเที่ยวต่างประเทศที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ เพราะครั้งนี้มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก แต่ละเมืองที่ใช้แข่งขันก็มีเสน่ห์ต่างกันไป ใครกำลังวางแผนบินไปดูบอล หรืออยากเก็บบรรยากาศ World Cup สักครั้งในชีวิต ลองมาดูกันว่าแต่ละเมืองเจ้าภาพมีอะไรน่าเที่ยว และต้องเตรียมตัวยังไงบ้างก่อนออกเดินทาง ปีนี้พิเศษมาก เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ฟุตบอลโลกจัดร่วมกันถึง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก รวมทั้งหมด 16 เมือง และยังขยายจำนวนทีมเป็น 48 ทีม ทำให้มีแมตช์ให้ดูถึง 104 นัดใน 39 วัน *** นัดชิงชนะเลิศจะจัดที่ MetLife Stadium เมืองนิวยอร์ก / นิวเจอร์ซี วันที่ 19 กรกฎาคม 2026 รอบรองชนะเลิศจัดที่ดัลลัส และแอตแลนตา ดูบอลอย่างเดียวคงไม่พอ ! มาดูกันว่าแต่ละเมืองเจ้าภาพมีอะไรน่าสนใจ ทั้งสำหรับ สายกิน สายช้อป สายธรรมชาติ และสายปาร์ตี้ สถานที่ : MetLife Stadium เจ้าภาพนัดชิงชนะเลิศ วันที่ 19 กรกฎาคม 2026 มีอะไรให้เที่ยว : ดูบอลเสร็จแล้วต่อได้เลยกับ Times Square, Central Park, Brooklyn Bridge, ช้อปปิ้ง 5th Avenue, ชม Broadway Show สถานที่เที่ยวแน่นมากจนอยู่ทั้งอาทิตย์ก็ยังไม่หมด ค่าใช้จ่ายแพงสุดในบรรดาทุกเมืองเจ้าภาพ แต่ประสบการณ์คุ้มค่า สถานที่ : SoFi Stadium สนามสุดไฮเทคแห่งยุค มีอะไรให้เที่ยว : ดูบอลที่สนามสุดทันสมัยในโลก แล้วต่อได้เลยกับ Hollywood Walk of Fame, Santa Monica Beach, Griffith Observatory, ช้อปที่ Beverly Hills หรือต่อทริปไป Disneyland ก็ได้ บินตรงจากกรุงเทพฯ มีหลายสายการบิน สะดวกมาก สถานที่ : Hard Rock Stadium ดูบอลแล้วต่อชายหาด มีอะไรให้เที่ยว : ดูบอลเสร็จ วันรุ่งขึ้นนอนผึ่งแดดริม Miami Beach ได้เลย และเที่ยวย่าน Wynwood เต็มไปด้วยกราฟฟิตีสีสันจัดจ้าน ไนท์ไลฟ์สุดคึกคัก ค่าใช้จ่ายพอสมควร บินตรงหรือต่อเครื่องได้ง่าย สถานที่ : AT&T Stadium เจ้าภาพรอบรองชนะเลิศ มีอะไรให้เที่ยว : เมืองสายคาวบอยในเท็กซัส AT&T Stadium หรือที่เรียกว่า "Jerry World" เป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้องลอง Texas BBQ และ Tex-Mex ให้จัดจ้าน ตำนานประวัติศาสตร์ JFK ก็อยู่ที่นี่ด้วย สถานที่ : Lumen Field สนามเสียงดังระดับโลก มีอะไรให้เที่ยว : บ้านเกิด Starbucks และ Amazon! Lumen Field ถือสถิติกินเนสบุ๊คว่าเสียงเชียร์ดังที่สุดในโลก นอกจากบอลยังมี Space Needle, Pike Place Market ตลาดปลาขว้างปลาชื่อดัง และวิว Mount Rainier สวยอลัง สถานที่ : Gillette Stadium เมืองประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ มีอะไรให้เที่ยว : เมืองเก่าแก่ที่สุดในอเมริกา บ้านของ Harvard และ MIT Freedom Trail เดินชมสถานที่ประวัติศาสตร์ และต้องลอบสเตอร์โรลชื่อดังให้ได้ สถานที่ : Levi's Stadium ใกล้ Silicon Valley มีอะไรให้เที่ยว : Golden Gate Bridge แลนด์มาร์คที่ต้องถ่าย! Fisherman's Wharf อาหารทะเลสดอร่อยมาก Alcatraz เกาะคุกกลางทะเลที่โด่งดัง และ Chinatown ใหญ่ที่สุดในอเมริกา สถานที่ : NRG Stadium มีอะไรให้เที่ยว : เป็นเมือง Space City โดยมี NASA Space Center อยู่ที่นี่เลย ดูบอลแล้วต่อทริปเยี่ยมชมภารกิจอวกาศได้เลย ค่าที่พักถูกที่สุดในบรรดาเมืองเจ้าภาพสหรัฐฯ สถานที่ : Arrowhead Stadium สนามเสียงดังอีกแห่ง มีอะไรให้เที่ยว : เมืองเล็กค่าใช้จ่ายถูก แหล่งกำเนิดดนตรี Jazz เนื้อย่าง Kansas City BBQ อร่อยไม่แพ้เท็กซัส ค่าที่พักและค่ากินถูกมากเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ สถานที่ : Lincoln Financial Field มีอะไรให้เที่ยว : เมืองเสรีภาพ ที่นี่มี Liberty Bell และ Independence Hall ที่ลงชื่อใน Declaration of Independence และต้องลอง Philly Cheesesteak แซนด์วิชชื่อดังเมนูขึ้นชื่อ สถานที่ : BMO Field เมืองหลากวัฒนธรรม มีอะไรให้เที่ยว : เมืองที่หลากหลายวัฒนธรรมที่สุดในโลก CN Tower ชมวิวสูงสุดตาแตก ย่าน Kensington Market ช้อปของวินเทจ Niagara Falls อยู่แค่ไม่กี่ชั่วโมง แนะนำให้เอาวันเดียวทริปวันเดย์ไปตกน้ำตก สถานที่ : BC Place ธรรมชาติสวยเกินบรรยาย มีอะไรให้เที่ยว : เมืองที่สวยที่สุดในแคนาดา ภูเขาหิมะและทะเลอยู่ในเมืองเดียวกัน Stanley Park ปั่นจักรยานริมทะเล Granville Island ตลาดอาหารสดสไตล์ bohemian เที่ยวได้ทั้งวัน ต่อทริปไป Whistler หรือ Banff ได้เลย สถานที่ : Estadio Azteca สนามในตำนานระดับโลก มีอะไรให้เที่ยว : สนาม Azteca เคยจัดนัดชิงบอลโลกมาแล้ว 2 ครั้ง (1970 และ 1986) ตำนานระดับโลกที่ต้องไปสัมผัส! นอกจากนั้นยังมีปิรามิด Teotihuacan มรดกโลก Frida Kahlo Museum ย่าน Coyoacán สวยมาก อาหารอร่อยและราคาถูกกว่าอเมริกามาก สถานที่ : Estadio Akron เมืองอันดับ 2 ของเม็กซิโก มีอะไรให้เที่ยว : บ้านเกิดดนตรี Mariachi และเครื่องดื่ม Tequila พร้อมเที่ยวชมสถาปัตยกรรมอาณานิคมสวยงาม ย่านประวัติศาสตร์ใจกลางเมือง ห่างจากเม็กซิโกซิตีแค่ชั่วโมงบินเดียว สถานที่ : Estadio BBVA สนามสุดทันสมัย มีอะไรให้เที่ยว : เมืองอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในเม็กซิโก ล้อมรอบด้วยเทือกเขา Sierra Madre น้ำตก Cola de Caballo สวยงาม อาหารเนื้อย่าง Carne Asada ที่นี่อร่อยชื่อดัง ถ้าไม่รู้จะเลือกเมืองไหนดีสำหรับตามเชียร์ฟุตบอลโลก 2026 ลองสำรวจสไตล์การเที่ยวของตัวเองก่อน เพราะแต่ละเมืองมีเสน่ห์ต่างกัน ใครชอบฟีลไหนเลือกได้เลย นี่คือเมืองที่ได้ฟีล “บอลโลก” แบบเต็มที่สุด ทั้งแฟนบอลจากทั่วโลก บรรยากาศคึกคักตลอดวัน และแลนด์มาร์กระดับโลกเรียงกันแทบทุกมุม ดูบอลเสร็จยังไปต่อได้ทั้ง Times Square, Broadway, Central Park หรือช้อปยาว ๆ ที่ 5th Avenue แม้จะเป็นเมืองที่ค่าใช้จ่ายแรงสุด แต่ประสบการณ์ก็สมศักดิ์ศรีเมืองนัดชิงฯ จริง ๆ เมืองที่เหมาะกับคนอยากบาลานซ์ระหว่างการดูบอลและพักผ่อนได้ดีที่สุด กลางวันเชียร์บอล กลางคืนเดินเล่นริมทะเล South Beach หรือแฮงก์เอาต์ตามบาร์สุดคึกคัก บรรยากาศละตินสนุกมาก แถมอาหารทะเลและคิวบาแซนด์วิชคือของเด็ดที่ไม่ควรพลาด เมืองแห่งความบันเทิงที่เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ ทั้ง Hollywood, Beverly Hills, Venice Beach และ Disneyland แถมยังมี SoFi Stadium สนามสุดล้ำที่หลายคนอยากไปเห็นกับตาสักครั้ง จุดเด่นอีกอย่างคือเดินทางสะดวก มีไฟลต์บินตรงจากไทย และมีคนเอเชียเยอะ เที่ยวค่อนข้างง่ายสำหรับมือใหม่ เหมาะกับสายประหยัดที่อยากเก็บบรรยากาศบอลโลกแบบไม่กระเป๋าฉีก ค่าที่พัก อาหาร และการเดินทางถูกกว่าเมืองดังหลายแห่งพอสมควร คนไม่แน่นเท่านิวยอร์กหรือแอลเอ เที่ยวสบายกว่า และยังมีโอกาสหาตั๋วบอลราคาดีได้ง่ายกว่าเมืองใหญ่ด้วย เมืองที่หลายคนยกให้สวยและน่าอยู่ที่สุดในแคนาดา ทั้งวิวภูเขา ทะเล และสวนสาธารณะสีเขียวอยู่ใกล้กันหมด ฟีลเมืองชิล เดินเที่ยวสบาย คาเฟ่ดีเพียบ เหมาะกับคนอยากเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ แต่ต้องไม่ลืมว่าเข้าประเทศแคนาดาต้องเตรียมเรื่องวีซ่าไว้ล่วงหน้าด้วย หนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มที่สุดสำหรับคนอยากสัมผัสบอลโลกแบบงบไม่แรง คนไทยเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า มีทั้งสนาม Azteca ระดับตำนาน อาหารสตรีตฟู้ดราคาดี และย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิกที่เต็มไปด้วยสีสันวัฒนธรรม เมืองนี้เหมาะกับสายกินและคนชอบบรรยากาศโลคัลสุด ๆ ข้อสำคัญที่สุดที่ต้องรู้คือ ไม่มีวีซ่าบอลโลกใบเดียวที่ใช้ได้ทั้ง 3 ประเทศ แต่ละประเทศมีระบบของตัวเองทั้งหมด ถ้าจะข้ามหลายประเทศ อาจต้องทำวีซ่าถึง 3 ใบ สหรัฐอเมริกา (ประเภทวีซ่า วีซ่า B-1/B-2 สำหรับคนไทย) มีค่าธรรมเนียม ประมาณ 185 USD และต้องนัดสัมภาษณ์ที่สถานทูต รอคิวนานมาก บางสถานทูตรอเกิน 6 เดือน ต้องยื่นตั้งแต่วันนี้เลย แคนาดา (ประเภทวีซ่า TRV หรือ Temporary Resident Visa) รอประมาณ 4-8 สัปดาห์ ยื่นผ่าน IRCC (Immigration, Refugees and Citizenship Canada) ออนไลน์ได้ เม็กซิโก คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า สามารถเดินทางเข้าได้เลยในฐานะนักท่องเที่ยว พักได้สูงสุด 180 วัน แต่เตรียมหลักฐานที่พักและตั๋วกลับไว้ให้พร้อม *** การที่มีตั๋วฟุตบอลแล้วไม่ได้หมายความว่าจะเข้าประเทศได้โดยอัตโนมัติ วีซ่าและตั๋วเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง เพราะการได้รับอนุมัติวีซ่า ขึ้นอยู่กับมาตรการของประเทศนั้น ๆ ใครที่อยากรู้ว่างบประมาณสำหรับการเที่ยวฟุตบอลโลก 2026 แบบ 7 วัน ดูบอล 1-2 แมตช์/คน (ยังไม่รวมตั๋วเครื่องบินจากไทย) ต้องเตรียมไว้ประมาณเท่าไหร่ ? มีคำนวณให้คร่าว ๆ ไว้ให้แล้ว ตั๋วบอล : เริ่มตั้งแต่ประมาณ 60 USD สำหรับรอบแบ่งกลุ่มโซนทั่วไป ไปจนถึง 1,490+ USD สำหรับรอบน็อกเอาต์หรือเกมใหญ่ บางแมตช์ทีมดังหรือรอบลึก ๆ ราคาตลาดรีเซลอาจพุ่งสูงกว่านี้หลายเท่า โดยเฉพาะนัดเปิดสนามและรอบชิงชนะเลิศ ที่พัก : เฉลี่ยประมาณ 200 USD - 1,200 USD ต่อคืน ขึ้นอยู่กับเมือง ระยะห่างสนาม และช่วงเวลาแข่งขัน เมืองที่ค่าที่พักแรงสุดคือ นิวยอร์ก แวนคูเวอร์ และลอสแอนเจลิส ส่วนฮิวสตันหรือแคนซัสซิตีจะประหยัดกว่าเยอะ ช่วงบอลแข่งโรงแรมใกล้สนามเต็มเร็วมาก หลายคนเลือกพักนอกเมืองแล้วนั่งรถไฟเข้าไปแทนเพื่อลดงบ อาหาร : ถ้ากินง่ายอยู่ไม่ยาก อเมริกาตกประมาณ 40 USD - 80 USD ต่อวัน ส่วนเม็กซิโกค่ากินถูกลงมาเยอะ มีทั้งทาโก้ สตรีตฟู้ด และร้านท้องถิ่นราคาสบายกระเป๋า ขณะที่แคนาดาค่าครองชีพใกล้เคียงอเมริกา โดยเฉพาะเมืองใหญ่ คาเฟ่และร้านอาหารค่อนข้างราคาสูง ขนส่งในเมือง : เตรียมงบไว้ราว 50 USD - 150 USD ต่อสัปดาห์ ถ้าใช้รถไฟ รถบัส และขนส่งสาธารณะเป็นหลักจะช่วยประหยัดได้มาก แต่วันแข่งจริง Uber และ Lyft มักคิดราคาเพิ่มขึ้นตามความต้องการ โดยเฉพาะหลังจบเกม บางช่วงราคาพุ่งหลายเท่าตัวจนแทบเท่าค่าตั๋วบอล ประกันการเดินทาง : เป็นสิ่งที่ไม่ควรตัดออกจากงบเด็ดขาด โดยเฉพาะฝั่งอเมริกาที่ค่ารักษาพยาบาลแพงมาก แนะนำเลือกแผนที่คุ้มครองค่ารักษาอย่างน้อย 100,000 USD และครอบคลุมเที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าหาย หรืออุบัติเหตุระหว่างเดินทางด้วย จะเที่ยวได้อุ่นใจกว่าเยอะ *** สรุปง่าย ๆ ทริปประหยัด 7 วัน ดูบอล 1-2 นัด ใช้จ่ายราว ๆ ประมาณ 1,660 USD - 3,500 USD ทริประดับกลางประมาณ 3,500 USD - 6,000 USD และระดับพรีเมียมประมาณ 6,000 USD ขึ้นไป ยังไม่รวมตั๋วเครื่องบิน การเดินทางระหว่างเมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 ค่อนข้างสะดวก เพราะระบบขนส่งในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโกเชื่อมต่อกันดี แต่แต่ละเมืองก็มีสไตล์การเดินทางต่างกัน ใครวางแผนดีจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบได้เยอะ เที่ยวบินภายในประเทศ : ถ้าตามเชียร์หลายเมือง การบินคือทางเลือกที่เร็วที่สุด โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่ระยะทางแต่ละเมืองไกลมาก สายการบิน Budget อย่าง Southwest, Spirit หรือ Frontier มักมีตั๋วราคาดีถ้าจองล่วงหน้า แต่ต้องเช็กเงื่อนไขสัมภาระให้ละเอียด เพราะบางสายการบินค่าโหลดกระเป๋าอาจแพงกว่าค่าตั๋วได้ รถไฟ Amtrak : เหมาะมากสำหรับสายเที่ยวชิล โดยเฉพาะโซน East Coast อย่าง นิวยอร์ก บอสตัน ฟิลาเดลเฟีย หรือวอชิงตัน ดีซี ที่นั่งรถไฟสะดวกกว่าเครื่องบิน ไม่ต้องเผื่อเวลาเช็กอินนาน แถมวิวระหว่างทางดี ได้ฟีลเที่ยวอเมริกาอีกแบบ Uber / Lyft : เป็นตัวช่วยหลักของนักท่องเที่ยวแทบทุกเมือง เรียกง่าย สะดวก และใช้งานคล้าย Grab บ้านเรา แต่ต้องทำใจว่าวันแข่งหรือหลังจบแมตช์ ราคาอาจพุ่งแรงมากจากระบบ Surge Pricing บางช่วงรอรถนานและค่ารถอาจแพงกว่าปกติหลายเท่า รถไฟและรถเมล์ในเมือง : เมืองใหญ่หลายแห่งมีระบบขนส่งสาธารณะที่ใช้งานง่าย ทั้ง Subway, Metro และ Bus สามารถใช้ Google Maps วางเส้นทางได้แทบทั้งหมด หลายเมืองรองรับบัตรเครดิตแบบ Tap จ่ายได้เลย รวมถึง Apple Pay และ Google Pay สะดวกมากสำหรับคนไม่อยากพกเงินสดเยอะ *** เรื่องความปลอดภัยโดยรวม เมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 ส่วนใหญ่ถือว่าเที่ยวได้ค่อนข้างสบาย โดยเฉพาะโซนท่องเที่ยวและรอบสนามแข่งที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเข้มงวด แต่ก็ควรเพิ่มความระวังเป็นพิเศษในช่วงกลางคืนหรือย่านที่ไม่คุ้นเคย หลีกเลี่ยงการเดินคนเดียวในพื้นที่เปลี่ยว และไม่ควรวางสัมภาระหรือของมีค่าไว้ในรถเช่าเด็ดขาด หากต้องแลกเงินหรือกดเงินสด ควรเลือกใช้ ATM ภายในธนาคารหรือห้างสรรพสินค้าเพื่อความปลอดภัย ส่วนฝั่งเม็กซิโก แนะนำให้อยู่ในย่านท่องเที่ยวหลักหรือโซนโรงแรม และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ไม่คุ้นเคยตอนกลางคืนจะอุ่นใจกว่า ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ใช่แค่ทริปดูบอล แต่ยังเป็นโอกาสดีในการเที่ยวเมืองใหม่ ๆ ใครอยากไปเชียร์ติดขอบสนาม แนะนำเริ่มวางแผนตั้งแต่ตอนนี้ โดยเฉพาะเรื่องวีซ่าและที่พัก จะได้เที่ยวสบาย สนุกกับบอลโลกแบบเต็มอิ่ม ^ ^ หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง เช็กอิน Fan Zone ฟุตบอลโลก 2026 รวมพิกัดเชียร์บอลสุดมันทั่ว 3 ประเทศ ฟุตบอลโลก 2026 จัดที่ไหน และทีมใดครองแชมป์มาแล้วบ้าง ? ฟุตบอลโลก 2026 ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ fifa.com, เว็บไซต์ th.usembassy.gov, เว็บไซต์ yesim.app, เว็บไซต์ fwctimes.com