นมัสเต เนปาล




นมัสเต เนปาล (First Magazine)



         เนปาลเป็นประเทศท่องเที่ยวที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ด้วยความสวยงามของภูมิประเทศที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลัยมียอดเขาเอเวอร์เรสต์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างฮินดูและพุทธวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวเนปาลที่ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายรวมถึงสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ที่จะนำเราย้อนกลับไปสู่วันเวลาเก่าๆทำให้เนปาลเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวขาลุยที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบadventure





         ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวเนปาลคือช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนและเดือนมีนาคม ถึงเมษายน นักท่องเที่ยวมักจะมาหาที่พักในแถบทาเมล(Thamel) หรือถนนข้าวสารแห่งเนปาลซึ่งเต็มไปด้วยโรงแรมเกมส์เฮาส์ราคาประหยัดร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหารนานาชาติหากมาเนปาลแล้วไม่ได้กินแกงกะหรี่แบบเนปาลถือว่ายังมาไม่ถึงเนปาลแอร์ผู้มีจิตใจฝักใฝ่การรับประทานอย่างดิฉันจึงเดินหาร้านอาหารถูกใจแล้วลงมือสั่งเมนูแกงกะหรี่มาลองชาวเนปาลจะกินแกงกะหรี่กับข้าวหรือไม่ก็กับแป้งนาน (Naan)แกงกะหรี่ที่นี่มีให้เลือกหลายชนิด ทั้งกระหรี่ไก่ กะหรี่แพะ กะหรี่แกะแต่กะหรี่เนื้อ (วัว)ไม่ค่อยมี เพราะชาวเนปาลส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูการฆ่าวัวจึงถือว่าบาปมากอาหารที่ขึ้นชื่ออีกอย่างที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชิม คือ "โมโม่"(Momo) เป็นแห้งนึ่งคลายเกี๊ยวซ่าห่อไส้ต่าง ๆ รับประทานจิ้มซอสมะเขือเทศเคล้ากลิ่นเครื่องเทศแบบเนปาลโมโม่เนื้อควายจัดว่าเป็นไส้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดดิฉันเลยไม่พลาดที่จะลิ้มลองขอบอกรสชาติมันอร่อยแถมยังไม่มีกลิ่นสาบอย่างที่คิดเลย




         สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองกาฐมัณฑุที่ควรไปเยี่ยมชมอันดับแรกคือมหาสถูปสวะยัมภูวนาถ (Swoyambhunath Stupa) หรือที่คนไทยเรียกว่า วัดลิงซึ่งถือกำเนิดมาพร้อมๆ กับเมืองนี้เลยก็ว่าได้ สถูปนี้มีอายุเก่าแก่กว่า2,500 ปี บนยอดสถูปทั้ง 4 ด้าน มีสัญลักษณ์ดวงตาแห่งปัญญา (Wisdom eyes)ที่เป็นรูปคิ้วและดวงตาซึ่งเชื่อว่าสามารถป้องกันภยันตรายและความชั่วร้ายต่าง ๆ ได้

          ซึ่งชาวพุทธมักจะมาที่นี่เพื่อสวดภาวนาพร้อมกับเดินเหวี่ยงกงล้อมนตราวนรอบสถูปสถูปแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สามารถมองเห็นความงดงามของเมืองกาฐมัณฑุได้180 องศา ดังนั้นหากมาที่นี่ในตอนเย็นเราจะได้เห็นบรรยากาศของเมืองกาฐมัณฑุยามพระอาทิตย์ตกดินซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก





          เนปาลเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยเมืองโบราณเมืองเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเมืองมรดกโลกหากคุณเป็นพวกที่หลงใหลเมืองเก่าคุณห้ามพลาดเมืองปาทัน และเมืองภักตะปูร์ซึ่งทั้งสองเมืองอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองกาฐมัณฑุมากนัก ปาทัน (Patan)แปลว่าเมืองอันงดงามเพราะนครโบราณแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางงานวิจิตรศิลป์และหัตถศิลป์ชั้นเลิศรวมทั้งเครื่องทองเหลือง และการหล่อพระพื้นเมืองที่จัตุรัสแห่งเมืองปาทัน (Patan Durbar Square)เราจะได้เห็นเด็กขายของที่ระลึก นักบวช ฤาษีฮินดูขอทานและนักท่องเที่ยวมากมายนักท่องเที่ยวอย่างดิฉันจึงอดไม่ได้ที่จะขอถ่ายรูปคู่กับฤาษีฮินดูและขอให้แต้มผงติกะสีแดงกลางหน้าผากเพื่อความเป็นสิริมงคลแต่เราควรให้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ แลกกับประสบการณ์แสนสนุกนี่ด้วยนะคะไม่งั้นคุณอาจจะถูกฤาษีตามติดไปทุกที่จนคุณหลอนได้

         ภักตะปูร์ (Bhaktapur) แปลว่าเมืองแห่งความภักดีภักตะปูร์เป็นเมืองโบราณที่เรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ทั้งเมืองเลยก็ว่าได้เพราะรายล้อมไปด้วยวัด วัง ศาสนสถานโบราณสลับกับบ้านเรือนของผู้คนที่อาศัยอยู่ดั้งเดิมภักตะปูร์ก็เหมือนกับเมืองโบราณเมืองอื่น ๆในเนปาลที่มีจัตุรัสตั้งอยู่ใจกลางเมือง (Bhaktapur Durbar Square) คุณอาจจะหลงใหลไปกับการถ่ายรูปและการเดินผ่านร้านค้าตามทางสู่จัตุรัสแห่งเมืองภักตะปูร์นี้ ไฮไลท์ของเมืองคือ "เทวาลัย 5 ชั้น"ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระนางลักษณมีเทพีแห่งพลังและอำนาจโดยมีรูปปั้นมนุษย์ ช้าง สิงห์ ครุฑและเทวดาเรียงลดหลั่นทั้งซ้ายและขวาของบันไดขึ้นสู่เทวาลัยดูอลังการและน่าเกรงขามมาก

          ที่เมืองนี้ดิฉันแอบทำเก๋ด้วยการนั่งจิบชาจากเทือกเขาหิมาลัยบนชั้น 2ของอาคารโบราณซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเทวาลัยแล้วนั่งมองผู้คนชาวเนปาลที่ผ่านไปมาผู้หญิงเนปาลหลายคนออกมาตักน้ำจากบ่อน้ำกลางเมืองที่ใช้ร่วมกัน ชายวัยกลางคนนำผลไม้ใส่รถจักรยานมาเร่ขายหนุ่มสาวบางคู่ถือโอกาสมาออกเดทกันในบรรยากาศเมืองโบราณอันแสนคลาสิกเที่ยวในเมืองมาเยอะแล้ว เราออกไปเที่ยวชมธรรมชาติกันบ้างดีกว่า




          ถ้าอยากจะชมความสวยงามของเทือกเขาหิมาลัยดิฉันขอแนะนำให้ไปชมที่นาการ์กอต(Nagarkot) ซึ่งอยู่ห่างจากกาฐมัณฑุไปเพียง 32 กิโลเมตรในวันที่ฟ้าใสจะเห็นภาพพาโนรามาของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งสวยงามตระการตามากยิ่งเวลาพระอาทิตย์ขึ้นด้วยแล้วจะเห็นยอดเขาหิมาลัยเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม
งดงามมากจริงๆ และนอกจากยอดเขาเอเวอร์เรสต์ที่มองเห็นจากที่นี่แล้วคุณยังจะได้เห็น "ยอดเขาโชโฮยุ" "ยอดเขามะกาลู" "ยอดเขาโลโฮเช" อีกด้วย


          ซึ่งความที่มีเขาสูงมากมายเช่นนี้ ทำให้เทือกเขาหิมาลัยในเนปาลกลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเดิน trekking มากที่สุดในโลกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่เคยเดิน trekking มาก่อนครั้นจะให้ปีนป่ายยอดเขาเอเวอร์เรสต์ที่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกก็คงจะเป็นเรื่องเกินกำลัง คุณอาจเริ่มต้นด้วยการเดิน trekking ระยะทางสั้น ๆที่เรียกว่า mini trekking ดู โดยเดินข้ามเขาลูกเล็กๆ ระยะทางไม่ถึง 10กิโลเมตร เส้นทางการเดินจะลัดเลาะผ่านป่าดงพงไพรและหมู่บ้านเล็กๆกลางป่า ที่ที่คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเนปาลพื้นเมืองการเดินแบบนี้ใช้เวลาไม่นานและไม่เหนื่อยมากแต่ควรมีไกด์นำทางไปด้วยไม่งั้นอาจหลงทางได้

          สำหรับนักเดินทางที่ต้องการดื่มด่ำกับวิวในจุดสูงสุดของ"ยอดเขาเอเวอร์เรสต์"คุณสามารถใช้บริการเครื่องบินเล็กของสายการบินภายในประเทศเนปาลได้ราคาประมาณ 5,000 บาท ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง ขอรับรองว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและลืมไม่ลงจริง ๆด้วยความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เนปาลจึงเป็นประเทศที่มีเสน่ห์น่าค้นหาจนดิฉันอยากสลัดคราบแอร์ไปเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในเนปาลซักเดือนจริง ๆ




Tips

         สำหรับคนที่อยากนมัสเตเนปาลแบบสบาย ๆ แนะนำให้สอบถามกับการบินไทย (TG)เที่ยวบิน กรุงเทพ-กาฐมันฑุ มักจะมีช่วงเวลาเดินทางดี ๆ จากกรุงเทพฯ 10.35น. ถึงกาฐมัณฑุ 12.45 น. ได้เวลาชมความงามพร้อมอาหารมื้ออร่อยพอดีเชียว
แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ

                      คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

คิดอย่างไรกับเรื่อง: นมัสเต เนปาล ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
นมัสเต เนปาล โพสต์เมื่อ 29 กรกฎาคม 2552 เวลา 16:23:05 454 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP