เมืองแห่งความสุข ที่สามารถสัมผัสได้ตลอดทั้งปี...จันทบุรี

จันทบุรี

จันทบุรี




เมืองแห่งความสุข ที่สามารถสัมผัสได้ตลอดทั้งปี...จันทบุรี  (คู่หูเดินทาง)

                เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดจันทบุรีหรือเมืองจันท์ ทุกคนคงรู้จักกันดี เพราะนอกจากที่นี่จะเป็นเมืองผลไม้และแหล่งค้าพลอยคุณภาพดีแห่งภาคตะวันออกของประเทศไทยแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภูเขา ป่าไม้ น้ำตก ชายทะเล โบราณสถาน และโบราณวัตถุต่าง ๆ ความอุดมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรก็ไม่ยิ่งหย่อนเป็นรองใคร 

                ด้วยสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดี ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะผลไม้ ซึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิด อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ลำไย รวมถึงพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ เช่น พริกไทยและยางพารา

จันทบุรี

จันทบุรี



                จันทบุรี มีพื้นที่ประมาณ 6,338 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอท่าใหม่ อำเภอขลุง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม อำเภอสอยดาว อำเภอนายายอาม อำเภอแก่งหางแมว และอำเภอเขาคิชฌกูฏ สถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอก็มีความน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป วันนี้ "คู่หูเดินทาง" ขอหยิบยกมานำเสนอเรียกน้ำย่อยก่อนเพียงไม่กี่แห่ง พร้อมเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ณ อำเภอโป่งน้ำร้อน 

                "วัดถ้ำเขาแก้ว" สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มาพร้อมกับวิวความสวยงามของธรรมชาติ  ถึงแม้พื้นที่ในการนำเสนอเรื่องราวของจังหวัดจันทบุรีจะมีจำกัดแต่รับรองว่า ความเข้มข้นของคุณภาพและเนื้อหายังคงเหมือนเดิมแน่นอนครับ เรียกได้ว่ามาจังหวัดเดียวได้เที่ยวครบรส…แล้วคุณจะหลงรัก "จันทบุรี"

           อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

                ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสิน สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเลือกเมืองจันทบุรีเป็นฐานที่มั่นในการรวบรวมไพร่พลไปกอบกู้อิสรภาพ องค์พระบรมราชานุสาวรีย์ เป็นรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงม้า ตั้งตระหง่านอยู่กลางทหารคู่พระราชหฤทัยทั้งสี่ คือ พระเชียงเงิน หลวงพิชัยอาสา หลวงพรมเสนา และหลวงราชเสน่หา ประดิษฐานอยู่บนเกาะกลางบึง บริเวณโดยรอบมีการตกแต่งสภาพภูมิทัศน์เพื่อให้มีความร่มรื่นและสวยงาม ทุกช่วงเช้า-เย็น จะมีประชาชนจำนวนมากนิยมมาออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ

จันทบุรี



           ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

                อยู่บริเวณริมถนนท่าหลวง หน้าค่ายตากสิน เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองจันท์ บ่งบอกถึงความผูกพันของคนเมืองจันท์ที่มีต่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นศาลทรงเก้าเหลี่ยมสร้างด้วยหินอ่อน

                พื้นเป็นหินแกรนิต หลังคาเป็นรูปพระมาลายอดแหลมหรือหมวกยอด สูงจากพื้นถึงยอด 16.9 เมตร ประดับลวดลายทอง ยอดบนเป็นฉัตรทองคำเก้าชั้น บันไดทางขึ้นมีสามด้าน ราวบันไดด้านหน้าเป็นรูปพญานาค ด้านหน้าศาลมีสิงห์หนึ่งคู่ ภายในมีพระบรมรูปของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หล่อด้วยทองเหลืองรมดำ ประทับนั่งทรงเมือง ผนังภายในเขียนลายพุ่มข้าวบิณฑ์ไว้อย่างสวยงาม ในแต่ละวันจะมีประชาชนมาสักการะบูชาเป็นจำนวนมาก และในวันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระองค์จะจัดให้มีการทำบุญตักบาตรถวายเป็นเครื่องราชสักการะ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงกอบกู้เอกราชให้แก่แผ่นดินไทย


จันทบุรี



           นมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ

                ที่ตั้งตำบลพลวง อำเภอคิชฌกูฏ รอยพระพุทธบาทพลวง ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาพระบาท มีจุดเริ่มต้นเดินทางจากวัดพลวง ไปตามถนนลูกรังที่ลาดชัดมากระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปี จะมีประชาชนจำนวนมากขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาททั้งกลางวันและกลางคืน 

                โดยปีนี้จะเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาขึ้นไปนมัสการตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถึง 4 เมษายน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาทนี้เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมา ผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนาโดยมีความเชื่อที่ว่าถ้าใครได้ขึ้นไปกราบสักการะรอยพระพุทธบาทพลวงบนยอดเขาพระบาทแล้วจะสามารถขอพรได้หนึ่งข้อ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ที่ไปขอพรทุกคนก็จะประสบความสำเร็จดังพรที่ขอไว้ จึงทำให้มีผู้เลื่อมใสและศรัทธาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก มีบริการรถสองแถวจากวัดพลวงถึงจุดสิ้นสุดทางรถ 

                สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบต.พลวง กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี โทร. 0 3930 9281 - 2

จันทบุรี

จันทบุรี



           อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

                ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนสตรีพิทักษ์ ตำบลจันทนิมิตร อำเภอเมือง เป็นวัดคาทอลิกที่สวยงามและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีประวัติยาวนานถึง 300 ปี สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2254 บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี ถือว่าเป็นจุดศูนย์รวมของชาวญวนผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก มีการซ่อมแซมบูรณะมาโดยตลอดรวม 5 ครั้ง ในส่วนของอาสนวิหารหลังปัจจุบันมีอายุกว่า 100 ปี โบสถ์หลังนี้ มีลักษณะสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ภายในตกแต่งด้วยไม้ฉลุลวดลาย และประดับกระจกสีสแตนกลาสดั้งเดิมเป็นภาพนักบุญองค์ต่าง ๆ ในศาสนาคริสต์ ซึ่งมีความงดงามและคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง 

                ด้านในข้างประตูทางเข้า-ออก ก็จะพบกับภาพประดับพลอยรูปพระนางมารีอาและพระเยซู ตั้งให้ชมกันคนละฝั่งเป็นการนำเม็ดพลอยสีต่าง ๆ มาเรียงกันประหนึ่งภาพวาดซึ่งมีความวิจิตรบรรจงเป็นอย่างยิ่ง พร้อมชมความสวยงามอลังการขององค์ "แม่พระประดับพลอย" ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ กลางห้องโถง ประกอบไปด้วยทองคำบริสุทธิ์ เงินบริสุทธิ์ และพลอยบริสุทธิ์ทั้งองค์ถึง 20,000 กะรัต โดยใช้เฉพาะสีขาว, น้ำเงิน และเหลืองเท่านั้น 

                เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือถ้าต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ กรุณาติดต่อล่วงหน้าที่ โทร. 0 3931 1578

จันทบุรี

จันทบุรี

จันทบุรี



           อู่ต่อเรือบ้านเสม็ดงาม

                อยู่ที่บ้านเสม็ดงาม บริเวณริมปากแม่น้ำจันทบุรีเข้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งพบหลักฐานซากเรืออู่ตะเภาและร่องรอยอู่ต่อเรือ ซึ่งเชื่อกันว่า บริเวณดังกล่าวเคยเป็นอู่ต่อเรือของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งเตรียมการยกทัพไปกอบกู้เอกราชหลังจากเสียกรุงอยุธยาครั้งที่สอง จากการสำรวจของกรมศิลปากรพบหลักฐานทางวิชาการจำนวนมาก เช่น ซากเรือสำเภาจีนโบราณ เครื่องมือช่างไม้ เช่น ขวาน เลื่อย เศษภาชนะดินเผาทั้งของไทยและเครื่องลายครามจีนจำนวนมาก ในราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ปัจจุบันเก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑ์อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 

                นอกจากนั้นบริเวณดังกล่าวกำลังก่อสร้าง "พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยการจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าสามมิติ (ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ) ขึ้นทุกปี เพื่อหารายได้สมทบทุนก่อสร้างเป็นอาคารไม้สักแกะสลักสวยงามขนาดใหญ่ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547

จันทบุรี

จันทบุรี



           หาดแหลมสิงห์

                ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นชายหาดปากอ่าวที่แม่น้ำจันทบุรีไหลมาออกอ่าวไทย ร่มรื่นไปด้วยทิวสนยาวไปตามแนวชายหาดมีที่นั่งพักผ่อน พร้อมทั้งร้านจำหน่าย อาหารตั้งเรียงรายอยู่ริมหาดและมีบริการด้านที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว จากบริเวณหาดมองออกไปจะเห็นเกาะจุฬาและเขาแหลมสิงห์อยู่เบื้องหน้า

จันทบุรี

จันทบุรี





           โอเอซีส ซีเวิล์ด

                ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์บนพื้นที่กว่า 68 ไร่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 25 กิโลเมตร เป็นสถานที่เพาะพันธุ์ปลาโลมาในน่านน้ำจันทบุรี ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 พันธุ์ คือ พันธุ์หัวบาตรและพันธุ์หัวขวด มีการจัดแสดงปลาโลมาให้ชมกันทุกวัน เป็นการแสดงโชว์ที่สนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจ ของโลมาและผีมือครูฝึกชาวไทย พร้อมกิจกรรมพิเศษให้นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำและสัมผัสกับโลมาได้อย่าง ใกล้ชิดพร้อมบริการอาหารพื้นเมืองและอาหารทะเล อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

จันทบุรี

จันทบุรี



                รอบการแสดงโลมาโชว์ (รอบละ 40 นาที) เวลา 9.00 น. , 11.00 น. , 13.00 น. , 15.00 น. , และ 17.00 น. เสาร์-อาทิตย์เพิ่มรอบ 7.00 น. อัตราค่าเข้าชม เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 90 บาท ชาวต่างชาติ 180 บาท ที่อยู่  48/2 หมู่ 5 ตำบลปากน้ำ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี 22130 ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 25 กิโลเมตร  โทรศัพท์ 0 3949 9222 

           ถ้ำเขาแก้ว - จุดชมวิวสองแผ่นดิน

                อยู่ที่ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน มีลักษณะเป็นถ้ำหินปูนความลึกประมาณ 50 เมตร ประกอบด้วยหินงอก หินย้อย ลวดลายธรรมชาติสวยงามยิ่งนัก อาจเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจกรรมของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ 1,000-6,000 ปีมาแล้ว และอาจจะมีพัฒนาการต่อเนื่อง หรือทิ้งร้างไปแล้วกลับมาใช้ใหม่อีกในช่วงเวลาที่ทำเครื่องมือหินขัดขึ้นใช้ เมื่อประมาณ 4,000-2,000 ปีมาแล้ว  

จันทบุรี

จันทบุรี



                มีอยู่ทั้งหมด 9 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำเทวาภิทักษ์ เป็นถ้ำที่ค้นพบขวานโบราณ สันนิฐานโดยกรมศิลปากรว่าน่าจะมีอายุประมาณ 4,000-10,000 ปี, ถ้ำคชสาร เป็นถ้ำที่มีลักษณะน้ำย้อยเหมือนรูปหัวช้าง, ถ้ำวิมุติ เป็นถ้ำที่โอ่โถง สามารถลอดช่องเล็ก ๆ ไปยังอีกถ้ำหนึ่งได้, ถ้ำแก้ว เป็นถ้ำที่สวยงามมีหินประกายแก้วเยอะมาก อีกทั้งเป็นอีกถ้ำหนึ่งที่ขุดพบขวานโบราณเป็นจำนวนมาก, ถ้ำนาคราช คือมีหินงอกหินย้อยเป็นรูปทรงคล้าย ๆ กับพญานาคราช และถ้ำอุตระ ซึ่งเป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและพบหินงอกหินย้อยที่มีความสวยงามมากกว่าทุกถ้ำ เป็นต้น

จันทบุรี



                แต่การเดินชมสามารถทำได้เพียงบางถ้ำเท่านั้น เนื่องจากทางค่อนข้างลาดชันและบางช่วงก็ยังไม่เปิดให้มีทางเดินไปถึง เมื่อเดินขึ้นไปข้างบนยอดเขาวัดถ้ำแก้วเราจะได้พบวิวสร้างสรรค์จากธรรมชาติ จุดชมวิวสองแผ่นดินไทย-กัมพูชา ด้วยมุมมองแบบพาโนรามา 360 องศาพร้อมกราบนมัสการ "พระหยกขาว" บนยอดเขาถ้ำเขาแก้วด้วย

จันทบุรี

จันทบุรี



           ตลาดชายแดนไทย – กัมพูชา

                อยู่ที่บ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน ห่างจากสนามกอลฟ์สอยดาวเพียง 25 กิโลเมตร เป็นตลาดที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ระหว่างชาวไทย-ชาวกัมพูชา อีกทั้งเป็นจุดผ่านแดนถาวรที่อนุญาตให้เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวได้ระหว่าง 07.00-16.00 น.

จันทบุรี



           สวนลำไยเพื่อการท่องเที่ยวและสวนเกษตรอินทรีย์

                อำเภอโป่งน้ำร้อน ยังเป็นที่ตั้งของสวนเกษตรอินทรีย์จำนวนมาก อาทิ ลองกอง มังคุด เงาะ
ลำใย และกล้วยหลากสายพันธุ์ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมและชิมได้โดยติดต่อไปที่ ดร.บำรุง รวมทรัพย์ โทร. 08 1982 8381

จันทบุรี



           น้ำตกหินดาด

                อำเภอโป่งน้ำร้อน ตั้งอยู่เทือกเขาสอยดาวใต้ หมู่ที่ 2 ตำบลทับไทร ห่างจากที่ว่าการอำเภอโป่งน้ำร้อน 10 กิโลเมตร และเดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าขึ้นไปประมาณ 2 ชั่วโมง น้ำตกมีจำนวน 12 ชั้น ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่ยังคงความสมบูรณ์ ชั้นที่ 9-12 เป็นน้ำตกที่มีทัศนียภาพที่สวยงามมาก การเดินทางไปท่องเที่ยวที่น้ำตกแห่งนี้ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง เป็นบริเวณที่มีต้นกระวานขึ้นเองโดยธรรมชาติอยู่มาก ถ้าใครไม่ถนัดที่จะขึ้นเขาชมน้ำตกก็สามารถกางเต็นท์ชมวิวที่จุดข้างล่างได้ ก็บรรยากาศดีไปอีกแบบ มีต้นไม้ใหญ่สูงโปร่ง ลำธารน้ำตกไหลผ่านด้านหน้าบริเวณลานกางเต็นท์ อยู่แบบใกล้ชิดธรรมชาติจริง ๆ สนใจติดต่อได้ที่ กำนันธงชัย
แพรงาม โทร. 0 3944 7247

จันทบุรี

จันทบุรี

จันทบุรี



         TIPS รู้ก่อนเที่ยว

               ทางรถยนต์

               จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 5 เส้นทาง ได้แก่

                1. เส้นทางที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 3 เป็นเส้นทางสายเก่า เริ่มต้นที่บางนา-กรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดชลบุรี-บางแสน-ศรีราชา-พัทยา-สัตหีบ-บ้านฉาง-ระยอง-จันทบุรี ระยะทาง 330 กิโลเมตร

                2. เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 36 เป็นเส้นทางสายหลักในปัจจุบัน เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 140 ถนนสุขุมวิท อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เลี้ยวซ้ายตรงสามแยกกระทิงลาย ผ่านสนามแข่งรถพีระเซอร์กิต และสิ้นสุดที่ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ระยะทาง 60 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ระยะทาง 108 กิโลเมตร จะถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทาง 308 กิโลเมตร

                3. เส้นทางที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง) เป็นเส้นทางสายหลักอีกหนึ่งสาย ซึ่งช่วยลดระยะทางได้ถึง 70 กิโลเมตร เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 98 ถนนสุขุมวิท อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ผ่านอำเภอบ้านบึง อำเภอวังจันทร์ และอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ระยะทาง 110 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ระยะทาง 58 กิโลเมตร จะถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทาง 266 กิโลเมตร

                4. เส้นทางที่ 4 เชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคตะวันออก เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 200 ทางหลวงหมายเลข 33 อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เลี้ยวขวากิโลเมตรที่ 230 จังหวัดสระแก้ว เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 317 ระยะทาง 189 กิโลเมตร ผ่านอำเภอวังน้ำเย็น อำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม จนถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทางจากอำเภอกบินทร์บุรี–จังหวัดจันทบุรี 219 กิโลเมตร

                5. เส้นทางที่ 5 สายมอเตอร์เวย์ เริ่มต้นที่ถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ สิ้นสุดที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 90 กิโลเมตร จากนั้น ใช้ทางหลวงหมายเลข 36 ระยะทาง 50 กิโลเมตร และทางหลวงหมายเลข 3 อีก 108 กิโลเมตร รวมระยะทางกรุงเทพฯ–จันทบุรี 248 กิโลเมตร

จันทบุรี

จันทบุรี




          รถโดยสารประจำทาง

                บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ทุกวัน ตั้งแต่ 04.00-24.00 น. ออกทุกชั่วโมง สอบถามรายละเอียด Call Center โทร. 1490 เรียก บขส. หรือ transport.co.th

                บริษัทเดินรถเอกชนวิ่งบริการ ได้แก่ เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 2391 4146, 0 3935 0357 พรนิภาทัวร์ โทร. 0 2391 5179, 0 3931 1278 ศุภรัตน์ทัวร์ โทร. 0 2391 2331, 0 3931 2011 นอก จากนี้ยังมีรถโดยสารจากจันทบุรีไปยังจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ นครราชสีมา ตราด ระยอง สระแก้ว สระบุรี บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี ตาก รายละเอียดติดต่อสถานีขนส่งจังหวัดจันทบุรี โทร. 0 3931 1299



 

 

 

แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ


 

 คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ    


 



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก


 

 

 

คิดอย่างไรกับเรื่อง: เมืองแห่งความสุข ที่สามารถสัมผัสได้ตลอดทั้งปี...จันทบุรี ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
เมืองแห่งความสุข ที่สามารถสัมผัสได้ตลอดทั้งปี...จันทบุรี โพสต์เมื่อ 26 มกราคม 2554 เวลา 15:39:55 1,470 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP