Kapook.com

แนะนำ 7 วิธีการเอาตัวรอด หากต้องติดอยู่ในถ้ำ

แก้ไขเมื่อ 18 เมษายน 2562 เวลา 14:00 น.

แนะนำ 7 วิธีการเอาตัวรอด หากต้องติดอยู่ในถ้ำ

แก้ไขเมื่อ 18 เมษายน 2562 เวลา 14:00 น.

แนะนำ 7 วิธีการเอาตัวรอด หากต้องติดอยู่ในถ้ำ


          วิธีการเอาตัวรอดในถ้ำ เราควรมีวิธีการรับมืออย่างไร ถึงจะรอดจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ได้อย่างปลอดภัย และเกิดอันตรายน้อยที่สุด


          การเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติทั้งป่า ทะเล ภูเขา และถ้ำ ล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์และสวยงาม และความสวยงามเหล่านี้นี่แหละ ที่อาจทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเราต้องเผลอพลั้งพลาด ไม่ทันระวัง และแลกมาพร้อมกับอันตรายที่เรามักจะคาดไม่ถึง อย่างในกรณีข่าวทีมฟุตบอล "หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย" ทั้ง 13 ชีวิต ติดอยู่ในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ก็ทำให้ใครหลายคนเริ่มตระหนักความสำคัญถึงวิธีการเอาตัวรอดในถ้ำกันมากขึ้น

 

          ทั้งนี้เฟซบุ๊ก หมอเวร ได้แบ่งปันความรู้ถึงวิธีการเอาตัวรอดในถ้ำ เผื่อใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวถ้ำ แล้วเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะได้นำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กัน...

 

facebook·26 มิ.ย. 2561

1. ตั้งสติ

 

          อันนี้เข้าใจว่าสถานการณ์แบบนี้มันก็เหวอกันได้ แต่ต้องมีสติและห้ามลนเด็ดขาด บางคนพออยู่ในที่แคบหรือที่มืดมักจะมีอาการหลอนได้ยินเสียงแปลก ๆ หรือเสียงดังก๊อก ๆ แก๊ก ๆ (ทั้งๆ ที่ไม่มีเสียงใด ๆ) เราเรียกอาการนี้ว่า อาการกลัว (Phobia) หากควบคุมไม่ได้ จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงได้

 

2. พยายามอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม

 

          เพราะมีความปลอดภัยมากกว่า ในกรณีที่กลุ่มคนที่พลัดหลงไม่ได้เป็นเพื่อนเรา หรือไม่ได้มาด้วยกันกับเราแต่แรก ก็ทน ๆ มองหน้ากันไปก่อนนะ อย่าพยายามแยกตัวว่ากลุ่มใครกลุ่มมันเลย ตอนนี้คุณคือผู้ประสบภัยร่วมกันทั้งหมด ขอให้คิดไว้แค่นี้พอ การจะแยกกลุ่มอาจส่งผลเสียมากกว่าอยู่รวมกัน

 

3. ควรทำให้ร่างกายอุ่นและแห้ง

 

          ภายในถ้ำมีอากาศหนาวเย็นเสมอ นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่อันตรายมากเวลาเราอยู่ข้างใน และสมมุติว่ามีความจำเป็นต้องข้ามลำธารที่อยู่ในถ้ำและทำให้เสื้อผ้าเปียก วิธีที่ดีที่สุดคือบิดมันให้หมาดและสวมใส่กลับไปเหมือนเดิม ปล่อยให้ความร้อนของร่างกายของคุณทำให้เสื้อผ้าแห้ง อย่าถอดเสื้อและพาดบ่าไว้รอมันแห้งเองล่ะ

 

4. พยายามรักษาอากาศหายใจเอาไว้

 

          อันนี้สำคัญอีกเช่นกัน เพราะเราไม่สามารถทราบได้เลยว่าอากาศที่เราหายใจกันอยู่นี้ มันจะมีอีกถึงเมื่อไร พยายามหายใจลึก ๆ อย่างช้า ๆ อย่าตื่นเต้น อย่ากรีดร้องโดยไม่จำเป็น การกรีดร้อง นอกจากยิ่งทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้หายใจถี่ขึ้น ถ้ำยิ่งลึก ออกซิเจนยิ่งน้อยจำไว้ หากอยากส่งเสียงเพื่อบอกตำแหน่ง ควรใช้เทคนิคในการเคาะหินจะดีที่สุด เพราะใช้พลังงานน้อย เคาะเรื่อย ๆ แต่ผลัดกันเคาะคนเดียวพอ

 

5. เสบียงควรเก็บไว้ในยามฉุกเฉิน

 

          ถ้าใครบังเอิญพกอาหารหรือน้ำดื่มมาด้วย แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบกิน เพราะเราไม่รู้หรอกว่าต้องรออีกนานแค่ไหน กว่าทีมช่วยเหลือมาถึง บางทีต้องรอกันหลายวัน เลวร้ายสุด ๆ ต้องรอกันเป็นสัปดาห์ก็มี การปันส่วนอาหารเพื่อให้คุณอยู่ได้นานที่สุดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

 

6. ทำเครื่องหมายบอกทาง

 

          อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่หลาย ๆ คนมองข้ามไป เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจริง การที่เราทำเครื่องหมายบอกทางไว้ หรือการทำสัญลักษณ์อื่น ๆ เมื่อคุณพลัดหลงหรือเคลื่อนที่ไปที่อื่น คือสิ่งที่ทีมกู้ภัยจะตามมาให้ความช่วยเหลือเราได้เร็วที่สุดนั่นเอง จะวางสิ่งของทิ้งไว้ หรือขีดเขียนสัญลักษณ์ว่า SOS อะไรก็ว่าไป ถึงตอนนั้นควรเอาตัวเองให้รอดก่อน ไม่ใช่ยังมัวแต่มาห่วงความสวยงามของธรรมชาติล่ะ เดี๋ยวตัวเองจะไม่รอดเอา

 

7. พยายามอยู่กับที่

 

          เมื่อพาตัวเองมาถึงจุดปลอดภัยแล้ว ควรอยู่กับที่ ถ้าคุณมองไม่เห็น การวิ่งพล่านในถ้ำที่มืดสนิทเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เว้นแต่คุณจะค่อนข้างมั่นใจในเส้นทางว่าสามารถออกมาจากถ้ำได้ ทางที่ดีที่สุดถ้ารู้ตัวว่าหลงอยู่ในถ้ำเรียบร้อย แนะนำให้อยู่กับที่จะดีที่สุดนะ บางทีเดินมั่วไปเรื่อย แทนที่จะใกล้ทางออก แต่กลับเดินลึกเข้าถ้ำด้านในไปเรื่อย ๆ ก็มี

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เฟซบุ๊ก หมอเวร

ข้อความ·26 มิ.ย. 2561

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ