
เที่ยวภูลมโล 2 วัน 1 คืน เก็บเกี่ยวความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง พร้อมแวะเที่ยวภูหินร่องกล้าและไร่กำนันจุล อีกหนึ่งทริปที่เที่ยวหน้าหนาวที่สุดแสนประทับใจ
ชื่อเสียงของภูลมโลในวันนี้ เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ลมหนาวมาเยือนช่วงรอยต่อของปี ที่นี่จะถูกประดับประดาด้วยกลีบสีชมพูสวยของดอกนางพญาเสือโคร่งไปทั่วบริเวณกว้าง จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ทริปการเดินทางจึงเริ่มต้นขึ้นที่นี่ แต่เดินทางมาเที่ยวถึงภูลมโลทั้งที จะเที่ยวแต่ที่นั่นที่เดียวก็อาจจะไม่คุ้ม วันนี้เราเลยมีทริปแนะนำการเที่ยวภูลมโล 2 วัน 1 คืน มาฝาก เราไว้ให้คุณได้ตามรอยล่าดอกนางพญาเสือโคร่ง รวมถึงยังได้แวะเก็บเกี่ยวความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกด้วยค่ะ
วันแรก
การเดินทางตามหาดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโล พิกัดของสถานที่แห่งนี้อยู่ขอบจังหวัดพิษณุโลกกับจังหวัดเลย โดยใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากการตามล่าดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลแล้ว เราจะแวะเที่ยวภูหินร่องกล้า นอนพักชิล ๆ รุ่งเช้าเฝ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนวิวภาพวาด และก่อนกลับแวะเที่ยวไร่กำนันจุล ช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศฟาร์มทัวร์กันค่ะ
ก่อนที่เราเดินทางขึ้นไปยังภูลมโล เรามีสถานที่ให้คุณได้แวะพักเหนื่อยระหว่างทาง กับร้านคาเฟ่บรรยากาศดีที่ชื่อว่า "Hill Coffee" ร้านกาแฟบรรยากาศดี อยู่ก่อนทางขึ้นภูหินร่องกล้า (สามารถดูพิกัดร้านได้ที่ Google Map GPS : ร้าน Hill Coffee) เป็นร้านที่เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนก่อนที่จะเตรียมตัวขับรถขึ้นเขากัน



ไม่ไกลจากตัวร้าน เราจะเจอเข้ากับแปลงทุ่งดอกไม้สวย ๆ ให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้แวะถ่ายรูปให้ชื่นใจ เป็นร้านกาแฟในบรรยากาศสวนสวย ซึ่งถ้าใครแวะมาเที่ยวภูร่องหินกล้า ก็ลองมาเช็กอินกันดูได้นะคะ (ร้านเปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.)



หลังจากที่แวะผ่อนคลายอิริยาบถที่ร้านคาเฟ่มาแล้ว ก็ถึงเวลาเตรียมตัวขึ้นภูลมโลกันแล้วค่ะ การเดินทางไปภูลมโล นักท่องเที่ยงต้องใช้รถของหมู่บ้านม้งที่ภูหินร่องกล้า ซึ่งนักท่องเที่ยวคนไหนที่ขับรถส่วนตัวมา ก็สามารถนำรถมาจอดไว้ที่หมู่บ้านม้งที่ภูหินร่องกล้าได้ค่ะ ตรงบริเวณนี้เราจะเจอเข้ากับ "ตลาดนัดเด็กดอย" ตลาดนัดเล็ก ๆ ที่ส่งเสริมให้เด็กได้หารายได้จากการทำงานวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่น่าเสียดาย…ที่วันนั้นเราไปวันธรรมดา เราจึงอดเห็นบรรยากาศความคึกคักของตลาดแห่งนี้ไปเลย



คราวนี้ก็ถึงช่วงเวลาไฮไลท์…การเดินทางขึ้น "ภูลมโล" เส้นทางเป็นเนินชันและฝุ่นเสียส่วนใหญ่ เราจึงขอแนะนำว่าให้คุณพกผ้าไปด้วยสักผืน เอาไว้ป้องกันฝุ่นไม่ให้เข้าปากเข้าจมูก แล้วอย่าลืมพกเสื้อกันหนาวไปเพิ่มด้วยสักตัวก็จะดีค่ะ เพราะลมค่อนข้างแรง เดี๋ยวหนาวจนหมดสนุกกันไปเสียก่อน


ไม่นานเราก็เดินทางมาเจอกับแปลงดอกนางพญาเสือโคร่งแปลงแรกค่ะ ช่วงที่เราไปตรงกับวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ดอกนางพญาเสือโคร่งยังแค่เพิ่งเริ่มผลิดอกตูม ๆ แต่ก็มีบางต้นที่ออกดอกบานให้เราได้เห็น แต่โดยรวมแล้วยังถือว่าบานน้อยมาก เราเลยแอบสอบถามกับคุณลุงคนขับไกด์เจ้าถิ่นของเรา ได้ความว่า "ถ้าจะให้บานเต็มที่จริง ๆ ต้องมาช่วงประมาณกลาง ๆ เดือนมกราคมเป็นต้นไป คราวนี้แหละ…คุณเห็นภาพภูลมโลในหนังสือหรือในทีวีสวยยังไง มาเห็นของจริงที่นี่ก็สวยอย่างนั้นเลย"



ซึ่งเดิมพื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่รกร้างและปลูกพืชอย่างอื่น โดยทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า หันมาส่งเสริมให้ชาวบ้านมาช่วยกันปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งบนพื้นที่กว่าพันไร่ แทนการทำไร่เลื่อนลอย ช่วยกันดูแลรักษา จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม และเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ




แต่ถึงแม้ว่าการเดินทางมาเที่ยวภูลมโลครั้งนี้ของเราจะไม่ได้เชยชมกับดินแดนสีชมพูอย่างสมใจ แต่เราสามารถสัมผัสได้เลยว่า ชาวบ้านม้งที่ภูหินร่องกล้ามีความภูมิใจกับดอกนางพญาเสือโคร่งมากแค่ไหน แม้จะยังไม่ออกดอกเต็มที่ แต่เพียงแค่ได้เชยชมต้นเดียวที่บาน นั่นก็เพียงพอให้เราเก็บเกี่ยวความประทับใจกลับไปแล้วค่ะ
หลังจากที่เราแวะชมดอกนางพญาเสือโคร่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนลงจากภูหินร่องกล้า เราอยากให้คุณลองแวะชมความสวยงามของ "ทุ่งดอกกระดาษ" โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ที่กำลังบานรอต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวอยู่พอดี







หลังจากเที่ยวภูหินร่องกล้ากันอย่างเต็มที่แล้ว ก็ถึงเวลาล้มตัวลงนอน โดยเดินทางลงมาพักแถวบริเวณเขาค้อ อย่างที่ "Chick Resort" ที่พักมาพร้อมด้วยคอนเช็ปต์แสนน่ารัก โดยแต่ละห้องพักออกแบบมาในลักษณะตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน นอกจากนี้แต่ละมุมของที่พัก จะมีเจ้าตัวการ์ตูนลูกไก่สีเหลืองสดใส ดูแล้วน่ารักน่าถ่ายรูปอยู่ไม่น้อย


แถมรอบ ๆ ที่พักยังล้อมรอบด้วยบรรยากาศของแปลงผักชนิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ทางที่พักนำมาใช้ประกอบอาหารให้เราทาน รับรองเลยว่าทั้งสดและอร่อยมาก ๆ พร้อมด้วยการบริการที่เป็นกันเอง รับรองเลยว่าการมาพักที่นี่ จะทำให้ทริปเที่ยวเขาค้อของคุณเต็มไปด้วยความสนุกและประทับใจอย่างแน่นอน (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Chick Resort เขาค้อ เพชรบูรณ์ หรือโทรศัพท์ 080 507 7766)


การเดินทางตามหาดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโล พิกัดของสถานที่แห่งนี้อยู่ขอบจังหวัดพิษณุโลกกับจังหวัดเลย โดยใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากการตามล่าดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลแล้ว เราจะแวะเที่ยวภูหินร่องกล้า นอนพักชิล ๆ รุ่งเช้าเฝ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนวิวภาพวาด และก่อนกลับแวะเที่ยวไร่กำนันจุล ช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศฟาร์มทัวร์กันค่ะ
ก่อนที่เราเดินทางขึ้นไปยังภูลมโล เรามีสถานที่ให้คุณได้แวะพักเหนื่อยระหว่างทาง กับร้านคาเฟ่บรรยากาศดีที่ชื่อว่า "Hill Coffee" ร้านกาแฟบรรยากาศดี อยู่ก่อนทางขึ้นภูหินร่องกล้า (สามารถดูพิกัดร้านได้ที่ Google Map GPS : ร้าน Hill Coffee) เป็นร้านที่เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนก่อนที่จะเตรียมตัวขับรถขึ้นเขากัน


















หลังจากที่เราแวะชมดอกนางพญาเสือโคร่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนลงจากภูหินร่องกล้า เราอยากให้คุณลองแวะชมความสวยงามของ "ทุ่งดอกกระดาษ" โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ที่กำลังบานรอต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวอยู่พอดี




โดยพื้นที่โครงการมีแนวหินผา เป็นจุดชมวิวถึง 6 จุดสำคัญด้วยกัน ได้แก่
ผาไททานิค ผาพบรัก ผาบอกรัก ผาคู่รัก ผารักยืนยง และผาสลัดรัก
โดยนักท่องเที่ยวสามารถยืนชมวิวทิวทัศน์ผืนป่าที่เขียวชอุ่มได้แบบสุดลูกหูลูกตา





แถมรอบ ๆ ที่พักยังล้อมรอบด้วยบรรยากาศของแปลงผักชนิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ทางที่พักนำมาใช้ประกอบอาหารให้เราทาน รับรองเลยว่าทั้งสดและอร่อยมาก ๆ พร้อมด้วยการบริการที่เป็นกันเอง รับรองเลยว่าการมาพักที่นี่ จะทำให้ทริปเที่ยวเขาค้อของคุณเต็มไปด้วยความสนุกและประทับใจอย่างแน่นอน (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Chick Resort เขาค้อ เพชรบูรณ์ หรือโทรศัพท์ 080 507 7766)


วันที่สอง
หลังจากที่ตระเวนเก็บเกี่ยวความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลกันมาเมื่อวานแล้ว วันนี้เราจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยบรรยากาศชิล ๆ ด้วยการตื่นเช้าขึ้นมาชมแสงพระอาทิตย์แรกของวันกันค่ะ จริง ๆ แล้วที่เขาค้อมีจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ด้วยกันหลายแห่ง ซึ่งแต่ละที่ก็จะเห็นมุมมองความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป แต่มีอีกหนึ่งจุดที่เราอยากแนะนำ นั่นคือบริเวณระเบียงร้านกาแฟ Pino Latte ร้านกาแฟชื่อดังประจำเขาค้อ
ที่นี่นักท่องเที่ยวจะมองเห็นวิวสวยทั่วเขาค้อ ยิ่งถ้าในช่วงจังหวะดี ๆ นอกจากแสงพระอาทิตย์สวย ๆ ที่คุณจะได้เห็นแล้ว อาจยังเห็นคลื่นทะเลหมอกลอยคลอเคลียแนวเขาสวยงามเกินบรรยาย แนะนำว่าให้ไปวันธรรมดา เพราะคุณเองจะได้ไม่ต้องเบียดเสียดกับนักท่องเที่ยวคนอื่น และทำให้คุณเก็บภาพความสวยงามของพระอาทิตย์ยามเช้าที่เขาค้อได้แบบหนำใจ
ก่อนแวะเที่ยวยังจุดหมายต่อไป เราขอพาแวะมาเติมพลังด้วยเครื่องดื่มและอาหารอร่อย ๆ กันที่ร้าน "9 Tamarind Cafe by Nine Phetchabun Farm" ร้านเป็นเหมือนจุดแวะพักสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเขาค้อหรือภูทับเบิก ภายในร้านร่มรื่นด้วยการนำเอาต้นไม้มาประดับตกแต่ง จำทำให้ไม่ว่ามุมไหนก็ร้านก็ดูน่านั่งไปเสียทั้งหมด แต่ถ้าใครอยากหามุมสงบ ๆ เราแนะนำให้คุณขึ้นมานั่งที่ชั้นสอง ได้นั่งจิบกาแฟไปพลาง มองเห็นวิวถนนข้างนอกร้านไปพลาง ชิลไม่น้อยเลย



มากมายด้วยการบริการทั้งอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ชุมชนจำหน่าย จึงเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยที่จะมาพักผ่อนในวันหยุด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แวะเวียนเข้ามาในร้านอยู่ตลอดทั้งวัน พลาดไม่ได้เลยกับเมนู "มาม่าระเบิด" เมนูยอดฮิตติดลมบนของร้าน ที่มาพร้อมทั้งเครื่องและรสชาติ เสิร์ฟมาในชามไซส์บิ๊ก ถ้ามาเที่ยวกันเป็นกลุ่ม สั่งเมนูนี้มาทานรับรองว่าไม่มีผิดหวัง พร้อมด้วยเมนูเครื่องดื่มหลากหลายให้คุณได้เลือกสั่งตามอัธยาศัย




และจุดหมายอีกหนึ่งที่ที่เราเลือกแวะก่อนที่จะตีรถกลับกรุงเทพฯ กันยาว ๆ นั่นคือ "ไร่กำนันจุล" ที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่มีกิจกรรมคูล ๆ ให้นักท่องเที่ยวทำเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้ง เรียนรู้วิถีเกษตร ทานอาหารอร่อย ๆ และพลาดไม่ได้กับกิจกรรมการเก็บมัลเบอร์รีสด ซึ่งในปี 2560 ไร่กำนันจุลพร้อมเปิดไร่ให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 - 31 มกราคม 2561




นั่งรถรางพาทัวร์ไร่กำนันจุล





ต้นจามจุรียักษ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาในไร่กำนันจุล


ผลมัลเบอร์รีที่นักท่องเที่ยวสามารถเก็บทานได้สด ๆ จากต้น




ทริปมาเที่ยวภูลมโล 2 วัน 1 คืน ครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งทริปช่วงหน้าหนาวดี ๆ ที่เราอยากแนะนำให้คุณได้ลองมาสัมผัสกันค่ะ บางครั้งความสวยงามของธรรมชาติก็อาจต้องรอให้ถึงช่วงฤดูที่เหมาะสม เช่นเดียวกับดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่เราจะเห็นความสวยงามของมันได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น ใครอยากมีช่วงฤดูหนาวที่แสนประทับใจของปีนี้ ลองตามรอยเที่ยวของเราดูกันได้เลยนะคะ ^ ^
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
เฟซบุ๊ก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย-สำนักงานพิษณุโลก
