x close

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง พร้อมการเตรียมตัวไปญี่ปุ่น ฉบับจบบริบูรณ์

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

การท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

          หลังจากที่เราได้นำเอา เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง พร้อมการเตรียมตัวไปญี่ปุ่น ฉบับที่ 1 มาฝากกันแล้ว เพื่อเป็นหนทางสำหรับการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง จากเว็บ JNTO เราเชื่อว่าเพื่อน ๆ คงอยากรู้ขั้นตอนในการเตรียมตัวไปญี่ปุ่นตอนต่อไปกันแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ตามไปชม "เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง พร้อมการเตรียมตัวไปญี่ปุ่น ฉบับจบบริบูรณ์" กันดีกว่าค่ะ

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

เตรียมตัวไปญี่ปุ่น 20 วัน ก่อนการเดินทาง

8. JAPAN RAIL PASS/ตั๋วสุดประหยัดประเภทอื่น ๆ

          JAPAN RAIL PASS คืออะไร

          JAPAN RAIL PASS (JR PASS) คือ คูปองโดยสารรถไฟท่องเที่ยวแบบไม่จำกัดระยะทาง ขึ้นเหนือล่องใต้ทั่วญี่ปุ่นได้สุดคุ้ม ใช้กับพาหนะของบริษัท JR Japan Railway ได้ทั้งรถไฟเจอาร์ รถโดยสาร หรือเรือเฟอร์รี่ของเจอาร์ รวมถึงรถไฟฟ้าด่วนพิเศษชินคันเซน (ยกเว้นเพียงรุ่นล่าสุดที่ชื่อขบวน Nozomi ซึ่งแล่นระหว่างโตเกียวถึงฟุกุโอกะ สายโทไคโด และรถไฟใต้ดินตามเมืองต่าง ๆ) โดยต้องซื้อ JAPAN RAIL PASS (JR PASS) จากนอกประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งจะมีบริษัทตัวแทนในประเทศไทยให้บริการจำหน่าย คูปองมีระยะเวลาและราคากำหนดไว้ มีตั๋วแบบ 7 วัน 14 วัน และ 21 วัน เช็กราคาเป็นเงินไทยได้จากบริษัทตัวแทนจำหน่าย สำหรับเด็กอายุ 6-11 ปี จ่ายครึ่งราคา ท่านใดที่เดินทางเดินทางเจาะจงลงไปในภาคใดภาคหนึ่ง สามารถซื้อแบบแบ่งตามภูมิภาคของรถไฟได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ JAPAN RAIL PASS ได้ที่ www.yokosojapan.org/th/การคมนาคม หรือ www.japanrailpass.net

          JAPAN RAIL PASS เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในหลาย ๆ จังหวัดในครั้งเดียวกัน และมีสถานีรถไฟสายเจอาร์ตามเมืองที่ต้องการไป แม้จะสามารถจองที่นั่งได้แต่ควรระวังในช่วงวันหยุดแห่งชาติ  www.japanrailpass.net และวันหยุดยาวของชาวญี่ปุ่น ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม และช่วงเทศกาลโอบงในช่วงกลางเดือนสิงหาคม และช่วงก่อนวันสิ้นปี ควรเช็กวันหยุดและวันหยุดยาวล่วงหน้าก่อนการเดินทาง

          JAPAN RAIL PASS Q&A

          1. ซื้อตั๋ว JAPAN RAIL PASS ได้อย่างไร

          ต้องเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับวีซ่าการอนุญาตเข้าประเทศญี่ปุ่นในหนังสือเดินทางก่อน เพราะต้องใช้แสดงเป็นหลักฐานด้วย ดังนั้น หากคิดจะซื้อตั๋ว JAPAN RAIL PASS ควรขอวีซ่าตั้งแต่เนิ่น ๆ เผื่อเวลาในการดำเนินการและควรศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ ในการใช้ตั๋วก่อนการตัดสินใจซื้อ >> www.japanrailpass.net

          2. ซื้อตั๋ว JAPAN RAIL PASS ได้ที่ไหน

          ต้องเตรียมตัวซื้อ JAPAN RAIL PASS จากเมืองไทยไป เพราะตั๋ว JAPAN RAIL PASS ได้จากนอกประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น รายละเอียดของบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวขายบัตรโดยสาร JAPAN RAIL PASS ในประเทศไทย ดูได้จาก www.yokosojapan.org ส่วนผู้ที่ซื้อตั๋วเครื่องบินจาก ANA (All Nippon Airways) สามารถติดต่อซื้อตั๋วได้จากเคาน์เตอร์ที่ให้บริการของสายการบินได้

          3. เป็นชาวต่างชาติที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่นก็จะซื้อ JAPAN RAIL PASS ได้เลยไหม

          คุณสมบัติของผู้ที่จะซื้อ JAPAN RAIL PASS ได้จะต้องเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ในหนังสือเดินทางระบุสถานภาพว่า Temporary Visitor การท่องเที่ยวระยะสั้น 15 หรือ 90 วันเท่านั้น สำหรับชาวต่างชาติที่ได้วีซ่าประเภทอื่น ไม่สามารถใช้ JAPAN RAIL PASS ได้ เพราะเมื่อไปถึงญี่ปุ่นต้องนำคูปอง JAPAN RAIL PASS ที่มีอายุ 3 เดือนนับจากวันที่ซื้อ ที่ได้มาและหนังสือเดินทางพร้อมวีซ่าแบบ Temporary Visitor ไปแลกบัตร JAPAN RAIL PASS ตามระยะเวลาที่เราซื้อไว้ เป็นสมุดเล่มเล็ก ๆ ที่เคาน์เตอร์ JAPAN RAIL PASS exchange office ดูรายละเอียดได้ที่ www.japanrailpass.net

          4. บัตรโดยสาร JAPAN RAIL PASS มีกี่ประเภทและราคาเท่าไหร่

          บัตร JAPAN RAIL PASS แบ่งเป็นแบบธรรมดาและแบบกรีน ซึ่งจะราคาสูงกว่า ถ้าต้องการนั่งรถไฟชั้นหนึ่ง กรีนคาร์ (Green Car) ส่วนราคาบัตรโดยสารจะคิดราคาเป็นเงินสกุลเยนญี่ปุ่น ซื้อด้วยเงินไทยโดยผ่านอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราตามปกติ

          ตารางแสดงประเภทและราคาของบัตรโดยสาร JAPAN RAIL PASS >> www.japanrailpass.net

Type: Green Ordinary
Duration Adult Child Adult Child
7-day 37,800 YEN 18,900 YEN 28,300 YEN 14,150 YEN
14-day 61,200 YEN 30,600 YEN 45,100 YEN 22,550 YEN
21-day 79,600 YEN 39,800 YEN 57,700YEN 28,850 YEN


          5. ถ้าไปท่องเที่ยวแค่ภาคใดภาคหนึ่งของญี่ปุ่น มีคำแนะนำสำหรับการซื้อตั๋ว JAPAN RAIL PASS

          สามารถซื้อ JAPAN RAIL PASS เฉพาะภูมิภาคได้ตามรายละเอียด ดังนี้ JR Rail Pass ชนิดแบ่งภาค สำหรับผู้เดินทางที่เจาะจงไปภาคใดภาคหนึ่งในญี่ปุ่น รวม 4 ภาค คือ ภาคเหนือ JR Hokkaido Rail Pass ภาคตะวันออก JR East Rail Pass ภาคตะวันตก JR West Rail Pass และภาคใต้ JR Kyushu Rail Pass ซึ่งดูเพิ่มเติมได้ที่ www.yokosojapan.org

          6. ซื้อ JAPAN RAIL PASS แล้วใช้ได้บนรถอะไรบ้าง

          รถไฟทุกสายที่เป็นของบริษัทเจอาร์ รวมถึงชินคันเซน ยกเว้นขบวน Nozomi โดยขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟของเจอาร์ และสถานีรถไฟที่นำหน้าด้วยคำว่า ชิน สำหรับผู้ทีต้องการขึ้นรถชินคันเซน รถโดยสารของบริษัท เจอาร์ (JR Hokkaido Bus, JR Bus Tohoku, JR Bus Kanto, JR Tokai Bus, West Japan JR Bus, Chugoku JR Bus, JR Shikoku Bus, JR Kyushu Bus) สำหรับเรือเฟอร์รี่ใช้ได้ที่เรือที่จะไปเกาะมิยะจิม่า เท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้จาก www.japanrailpass.net

          7. รถไฟชินคันเซน Nozomi Hikari Kodama คืออะไร

          รถไฟที่เรียกว่าชินคันเซน คือ รถไฟความเร็วสูง มีหลายเส้นทาง ต่างชื่อเรียกกันไปทั่วประเทศญี่ปุ่น Nozomi/Hikari/Kodama เป็นชื่อเรียกประเภทของรถไฟชินคันเซนสายโทไคโดและสายซันโย ชินคันเซน

          สายโทไคโดวิ่งจากสถานีโตเกียว ผ่านโยโกฮาม่า ชิซุโอกะ น่าโงย่า เกียวโต สุดสายที่สถานีชินโอซาก้า

          สายซันโย ชินคันเซน วิ่งจากสถานี ชินโอซาก้าถึงสถานีฮากาตะ (ฟุกุโอะกะ) เริ่มวิ่งจากโอซาก้า ผ่านฮิเมจิ โอะกะยะมะ ฮิโรชิม่า ยะมะงุจิ ไปฮากาตะ (ฟุกุโอะกะ)

          ส่วนรถไฟชินคันเซนที่เรียกว่า Nozomi เป็นรถด่วน จอดเฉพาะสถานีใหญ่ ขบวน Hikari จะจอดบ้างเป็นบางสถานี ขบวน Kodama จอดมากสถานีกว่า ซึ่งในส่วนของ JAPAN RAIL PASS ใช้บริการ Hikari และKodama ได้ตามปรกติ ยกเว้นเพียงรถด่วนขบวน Nozomi เท่านั้นที่ไม่สามารถใช้ได้

          8. ดูเส้นทางการวิ่งของสายรถไฟเจอาร์ได้จากไหน

          เส้นทางของรถไฟเจอาร์วิ่งทั่วประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะทางกว่า สองหมื่นกิโลเมตร และมีเที่ยวรถกว่าสองหมื่นหกพันเที่ยวต่อวัน และสามารถรับรองได้ถึงความปลอดภัยในการเดินทาง สามารถดูเส้นทางการเดินทางได้จากแผนที่การเดินรถ www.japanrailpass.net

          ตั๋วสุดประหยัดประเภทอื่น ๆ รวมมิตรบัตรโดยสารประเภทพาสในโตเกียว

          Transportation Passes in Tokyo

          Tokyo Metro One-day Open Ticket : ตั๋ว 1 วัน สำหรับรถไฟใต้ดินโตเกียว ราคา 710 เยน (เด็ก 360 เยน) ซื้อจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติในสถานี และใช้เป็นส่วนลดเข้าสถานที่ต่าง ๆ กว่า 69 แห่ง ดูรายละเอียดที่ www.tokyometro.jp

          Toei One-day Economy Pass : ตั๋ว 1 วัน สำหรับรถไฟใต้ดิน รถประจำทาง รถรางโทเอ (Toei) และสายนิปโปริ-โทเนะริ (Nippori-Toneri Liner) ราคา 700 เยน (เด็ก 350 เยน) ซื้อได้ที่สถานีและซื้อล่วงหน้าได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.kotsu.metro.tokyo.jp

          Common One-day Ticket : สำหรับรถไฟใต้ดินโตเกียวและรถไฟใต้ดินโทเอ (Tokyo Metro & Toei Subway) ตั๋ว 1 วัน สำหรับทั้งรถไฟใต้ดินโตเกียวและรถไฟใต้ดินโทเอ ราคา 1,000 เยน (เด็ก 500 เยน) ซื้อได้จากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ ที่สถานีรถไฟใต้ดินโตเกียวและสถานีรถไฟใต้ดินโทเอ

          Tokyo Metropolitan District Pass : ตั๋วรถไฟเจอาร์ 1 วัน ในโตเกียว ใช้ได้กับรถไฟเจอาร์ (ยกเว้น JR express trains) ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวในโตเกียว ราคา 730 เยน (เด็ก 360 เยน) ซื้อจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติในสถานี สำนักงานขายตั๋วรถไฟเจอาร์ และทัวร์เอเยนต์ของเจอาร์ View Plaza รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ www.jreast.co.jp

          Tokyo Round Tour Ticket : ตั๋ว 1 วัน สำหรับรถไฟใต้ดินโตเกียว, รถไฟใต้ดิน, รถประจำทาง, รถราง โทเอ (Toei) และสายนิปโปริ-โทเนะริ (Nippori-Toneri Liner) และรถไฟเจอาร์ ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ด้วยรถไฟใต้ดินโตเกียว, รถไฟใต้ดิน, รถประจำทาง, รถรางโทเอ (Toei) และสายนิปโปริ-โทเนะริ (Nippori-Toneri Liner) และรถไฟเจอาร์ (ยกเว้น รถไฟด่วนเจอาร์) ภายในโตเกียว ราคา 1,580 เยน (เด็ก 790 เยน) ซื้อได้จากสำนักงานขายตั๋วรถไฟใต้ดินโตเกียวสถานีหลัก, รถไฟใต้ดิน, รถประจำทาง, รถรางโทเอ (Toei) และสายนิปโปริ-โทเนะริ (Nippori-Toneri Liner) นอกจากนี้ ยังมีที่สำนักงานขายตั๋วสถานีรถไฟเจอาร์และทัวร์เอเยนต์ของเจอาร์ View Plaza สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูที่ www.jreast.co.jp

          Yurikamome One-day Pass : ตั๋ว 1 วัน สำหรับสายยุริคะโมะเมะในบริเวณโอะไดบะ (อ่าวโตเกียว) (Odaiba) ราคา 800 เยน (เด็ก 400 เยน) ซื้อได้จากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติที่ทุกสถานีสายยุริคะโมะเมะ รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่ www.yurikamome.co.jp

           บัตรโดยสารสุดประหยัดแบบอื่น ๆ เมื่อซื้อที่สนามบินนาริตะ

          1. Suica & N’EX บัตรโดยสารสุดประหยัดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยบริษัท JR East บัตรโดยสารใหม่นี้ประกอบไปด้วยบัตรสองใบ คือ บัตร Suica และบัตร N’EX ที่มีการออกแบบโดยเฉพาะเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ของ Suica และการถึงจุดหมายด้วยความรวดเร็วของ N’EX (Narita Express) บัตรราคา 3,500 เยน ประกอบไปด้วยบัตร N’EX ที่เชื่อมต่อจากสนามบินนาริตะถึงสถานีต่างๆ ที่กำหนดไว้ในโตเกียว 1,500 เยน และบัตร Suica ที่ใช้ได้ในการชำระค่ารถไฟสาย JR และช้อปปิ้ง 2,000 เยน (รวมค่ามัดจำบัตรแล้ว) ถ้าออกจากสถานีของสนามบินนาริตะแล้วลงที่สถานีรถไฟโตเกียวจะประหยัดได้ 1,440 เยน ถ้าไปลงที่สถานีชินจูกุจะประหยัดได้ 1,610 เยน ถ้าไปลงที่สถานีฮาชิโอจิ ทากาโอะ หรือโอฟุน่าจะประหยัดได้ถึง 3,000 เยนเลยทีเดียว

          ชื่อ : Suica & N’EX
          สถานที่จำหน่าย : ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวในสนามบินนาริตะ หรือศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่ตึกหมายเลขสอง สนามบินนาริตะ
          ราคา : 3,500 เยน
          กลุ่มเป้าหมาย : ลูกค้าต่างชาติที่มีหนังสือเดินทาง
          เว็บไซต์ : www.jreast.co.jp

          2. Tokyo Metro Open Ticket สุดประหยัดเมื่อซื้อที่สนามบินนาริตะ >> www.yokosojapan.org

          โตเกียวเมโทรมีสถานีครอบคลุมสถานที่ต่าง ๆ ที่สำคัญในโตเกียว เมื่อซื้อ Open Ticket ที่สนามบินนาริตะแล้วจะได้สนุกกับการท่องเที่ยวที่สะดวกสบายภายใต้ระบบรถไฟ การท่องเที่ยวทั้ง 8 สายของโตเกียวเมโทร ประหยัดกว่าการซื้อตั๋วตามสถานีรถไฟของโตเกียวเมโทรตามปกติ อย่าพลาดการซื้อตั๋วสุดประหยัดนี้

          หมายเหตุ : ตั๋วชนิดนี้ใช้ได้เฉพาะรถไฟของโตเกียวเมโทรเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับรถไฟใต้ดินของโตเกียวและ JR ได้

          ประเภทของตั๋ว

          1. Tokyo Metro Open Ticket 1 วัน สำหรับนักท่องเที่ยว บัตรนี้สามารถใช้บริการสายโตเกียวเมโทรได้ไม่จำกัด ภายใน 1 วัน ตั๋วผู้ใหญ่ราคาปกติ 710 เยน ลดเหลือ 600 เยน ตั๋วสำหรับเด็กราคาปกติ 360 เยน ลดเหลือ 300 เยน สุดประหยัด

          2. Tokyo Metro Open Ticket 2 วัน บัตรนี้สามารถใช้บริการสายโตเกียวเมโทรทุกสายได้ไม่จำกัด ภายใน 2 วันติดต่อกัน ตั๋วผู้ใหญ่ราคาปกติ 1,420 เยน ลดเหลือ 980 เยน ตั๋วสำหรับเด็กราคาปกติ 720 เยน ลดเหลือ 490 เยน สุดคุ้ม

          3. บัตรโดยสารพาส (Pass) ที่น่าสนใจสำหรับอำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

          JR EAST PASS/OSAKA UNLIMITED PASS/THE SENDAI MARUGOTO PASS

          JR EAST PASS : เป็นบัตรโดยสารที่อำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ตอนนี้สามารถซื้อผ่านอินเทอร์เน็ตได้แล้ว โดยบริษัทท่องเที่ยวสามารถสั่งซื้อ บัตรโดยสารผ่านระบบจากบริษัท AccesRail ประเทศแคนาดา จากนั้นระบบจะส่งแบบฟอร์มที่สามารถนำไปแลกบัตรโดยสารที่เคาน์เตอร์ในบริเวณ สถานีรถไฟ JR ได้

          ขั้นตอนในการซื้อบัตร JR East Pass

          1.) ลูกค้าสั่งซื้อบัตร JR East Pass ที่บริษัททัวร์

          2.) บริษัททัวร์สั่งซื้อบัตร JR East Pass ที่บริษัท AccesRail โดยอินเทอร์เน็ต

          3.) บริษัท AccesRail จะส่ง User Name และ Password กลับมา

          4.) บริษัททัวร์จะพิมพ์ข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นบนกระดาษพิเศษที่บริษัท AccesRail ส่งมาให้ กระดาษชิ้นนี้ใช้แทนบัตรของจริงได้

          5.) ลูกค้าจะเอากระดาษพิเศษนี้ไปแลกเปลี่ยนกับบัตรของจริงที่ JR East Travel Center หรือ View Plaza ที่ญี่ปุ่น

          เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ www.jreast.co.jp
          AccesRail : www.acprail.com

          JR-EAST ให้บริการใหม่ JR-EAST SHINKANSEN RESERVATION WEBSITE
          www.yokosojapan.org

          คุณสามารถจองที่นั่งบน JR EAST Shinkansen และรถ Limited Express สายสำคัญ ๆ ได้อย่างง่ายดายผ่านทางอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์จองที่นั่งในชินกันเซนซึ่งจองได้ทั้งในส่วน JR-Rail pass และ JR-East ซึ่งจะครอบคลุมในส่วนของชินกันเซนที่อยู่ในบริการของ JR-East ซึ่งรวมถึง Tohoku, Joetsu, Nagano, Yamagata และAkita และ Limited Express train บางสายที่อยู่ในบริการของ JR-East รวมถึง Narita Expres, Hitachi, Azusa, Kaiji, และ Odoriko ซึ่งสามารถจองได้ทั้งแบบ Ordinary cars และ Green cars สามารถจองล่วงหน้าได้ก่อน 1 เดือน ถึง 3 วัน นอกจากนี้ ในเว็บไซต์ยังมีข้อมูลของตารางเวลาและค่าโดยสารอีกด้วย

          เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ : jreast-shinkansen-reservation.eki-net.com

          หมายเหตุ : แต่ในส่วนของชินกันเซนสาย Tokaido, Sanyo, Kyushu นั้นไม่ได้เปิดให้จองในเว็บไซต์

          4. บัตรโดยสารราคาพิเศษ (Pass) ที่ช่วยประหยัดอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางด้วยตัวเอง >> www.yokosojapan.org

          1.) Kyushu Rail Pass

          บัตรโดยสารสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ ใช้ได้กับรถไฟ JR Kyushu ทุกสาย รวมถึงชินคันเซนและรถไฟด่วน ขึ้นได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ราคาบัตร 3 วัน 13,000 เยน  บัตร 5 วัน 16,000 เยน (เด็กอายุ 6-11 ปี จ่ายครึ่งราคา)

          วิธีการซื้อ : กรอกแบบฟอร์มที่บริษัททัวร์ชั้นนำในประเทศไทย จากนั้นจะได้บัตรสำหรับแลกเป็นบัตรโดยสาร JR ที่สถานีรถไฟในเขตคิวชู เช่น สถานีฮากะตะ โคคูระ คุมาโมโตะ เป็นต้น เวลาแลกบัตรโดยสาร ต้องใช้บัตรที่ได้จากบริษัททัวร์และพาสปอร์ตไปแสดงด้วย

          เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ : www.jrkyushu.co.jp

          2.) Nagoya Sightseeing Route Bus MEGURU 1 day ticket

          ตอนนี้ Nagoya Sightseeing Route Bus MEGURU 1 day ticket กำลังได้รับความนิยม ใช้ได้กับสถานที่ท่องเที่ยวในนาโกย่า และรวมถึงบัตรลดราคาที่มีอยู่ในบัตรนี้ด้วย ใครที่สนใจเที่ยวเมืองนาโกย่ามีเพียงบัตรนี้ใบเดียวก็พอแล้ว โดยวิธีไปเที่ยวเมืองนาโกย่าให้ลงสนามบิน Centrair จะสะดวกที่สุด นอกจากนี้ รอบเมืองนาโกย่าก็ยังมีสถานท่องเทียวที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ทากายาม่า ทาชิกาว่า เป็นต้น

          ราคา : ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน
          จำหน่ายที่ : บนรถ Nagoya Sightseeing Route Bus MEGURU
          เวลาบริการ : วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการเท่านั้น
          เส้นทาง : สถานีรถไฟนาโกย่า ถึง สวนโตกุกาว่าเอน
          จำนวนเที่ยว : 7 เที่ยว (ไป-กลับ)
          สอบถามรายละเอียดได้ที่ : Transportation Bureau City of Nagoya Joshin Branch
          โทรศัพท์ : +81(0)525-21-8990
          เว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่น : www.ncvb.or.jp
          เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ : www.ncvb.or.jp

          3.) Hakone Free Pass
         
          บริษัทโอดะคิว เดนเทสึปรับปรุงบัตรท่องเที่ยว Hakone Free Pass ที่เดิมใช้ได้ 3 วัน เหลือแค่ 2 วัน เนื่องจากทางบริษัทได้จัดทำแบบสอบถาม สรุปได้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาฮะโกะเนะมักใช้เวลาแค่ 2 วัน 1 คืน แต่ใครที่วางแผนเที่ยว 3 วันไว้ ก็เพียงจ่ายเงินเพิ่มและซื้อบัตร Hakone Free Pass ได้ในราคาผู้ใหญ่ เพิ่มเพียง 500 เยน และเด็กเพิ่ม 250 เยน ก็จะสามารถซื้อได้ (ตั๋วที่ซื้อจาก Shinjuku)

          รายละเอียด : บัตรโดยสารไป-กลับสายรถไฟโอดะคิว บัตรรถไฟขึ้นภูเขา บัตรขึ้นกระเช้าลอยฟ้า เรือโจรสลัด ซึ่งเป็นพาหนะที่อยู่ในเครือข่ายของบริษัทโอดะคิวกรุ๊ป
          ราคาใหม่ : ผู้ใหญ่ 5,000 เยน จากเดิม 5,500 เยน เด็ก 1,500 เยน จากเดิม 1,750 เยน (จาก Shinjuku)
          สถานที่จำหน่าย : สถานีรถไฟสายโอดะคิวทุกแห่งหรือบริษัททัวร์ชั้นนำ
          สอบถามศูนย์ : บริการโอดะคิว
          โทรศัพท์ : +81(0)334-81-0066
          เว็บไซต์ : www.odakyu.jp

          5. Hokkaido Rail Pass >> www.yokosojapan.org

          Hokkaido Rail Pass เป็นตั๋วเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น สามารถใช้ขึ้นรถไฟ JR (รวมถึง limited express train) ได้ไม่จำกัดเที่ยว และใช้บัสของ JR ในฮอกไกโดได้แบบ 3 หรือ 5 วันติดต่อกัน และมีการเพิ่มตั๋วแบบ flexible 4 day ซึ่งสามารถใช้วันไหนก็ได้ 4 วัน ภายในช่วงเวลา 10 วัน นับจากวันเปิดใช้

 ชนิด
 Ordinary Cars  Green Cars
 3 Day Pass  14,000 Yen  20,000 Yen
 5 Day Pass  18,000 Yen  25,000 Yen
 Flexible 4 Day Pass  18,000 Yen  25,000 Yen
   ลด 50% สำหรับเด็กอายุ 6-11 ปี
 

         
          1. สามารถใช้นั่งรถไฟ JR ในฮอกไกโดได้ไม่จำกัดเที่ยว รวมทั้ง limited express และ express train

          2. สามารถใช้รถบัสของJR Hokkaido ได้ ยกเว้นสายที่วิ่งจากซัปโปโรถึงอาซาฮิคาว่า มอนเบทสึ โอบิฮิโระ คิโรโระ และเอริโมะ

          3. สามารถจองที่นั่งได้ฟรี

          4. ตั๋วนี้ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายในส่วนของค่านอนในรถ night train หากคุณจะเดินทางโดยรถนอน คุณจะต้องเสียค่านอนและค่าธรรมเนียมเพิ่ม

          5. ตั๋ว 3 วัน จะใช้ได้ภายได้ 3 วัน ติดต่อกันนับตั้งแต่วันเปิดใช้ ตั๋ว 5 วัน จะใช้ได้ภายได้ 5 วัน ติดต่อกันนับตั้งแต่วันเปิดใช้ ตั๋ว flexible 4 วัน จะใช้ 4 วันไหนก็ได้ภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันเปิดใช้

          6. เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถือ temporary visitor visa เท่านั้น ที่ใช้ Hokkaido pass ได้ คนญี่ปุ่นไม่สามารถใช้ได้

          สถานที่ขาย : Hokkaido pass สามารถซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่น และที่สถานีรถไฟ JR หลัก ๆ ในฮอกไกโด นอกจากนี้ ยังสามารถจองผ่านทางเว็บไซต์ได้ เมื่อคุณซื้อ Hokkaido pass นอกประเทศญี่ปุ่น คุณจะได้รับตั๋วแลก (Exchange order) เพื่อมาแลกเป็น Hokkaido Rail Pass ตั๋วจริงที่ฮอกไกโดภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ซื้อ

          สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในฮอกไกโดที่คุณสามารถใช้ตั๋วนี้

 Sapporo  เมืองใหญ่อันดับ 5 ของญี่ปุ่น
 Hakodate  เมืองใหญ่อันดับ 3 ของฮอกไกโด
 Noboribetsu  ออนเซนรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงที่สุดในฮอกไกโด
 Furano  เมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้และลาเวนเดอร์
 Otaru  เมืองท่าใกล้ฮอกไกโด
 Abashiri  เรือตัดน้ำแข็งในหน้าหนาวและมีเรือนจำ
 Daisetsuzan 
 อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด
 Shiretoko  อุทยานแห่งชาติบนคาบสมุทรที่ยังไม่โดนบุกรุก
 Rishiri and Rebun  เกาะเล็กที่อยู่ใกล้ปลายเหนือสุดของฮอกไกโด
 Lake Toya 
 บ้านของภูเขาไฟอูสุ ที่ยังคุกรุ่น
 Akan  อุทยานแห่งชาติที่เต็มไปด้วยทะเลสาบที่สวยงาม
 Onuma  ประหนึ่งอุทยานแห่งชาติทางตอนใต้ของฮอกไกโด


          เว็บไซต์ : www2.jrhokkaido.co.jp

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

          6. หากต้องการเดินทางด้วยตั๋วเครื่องบินภายในประเทศญี่ปุ่นราคาถูก

          ราคาตั๋วเครื่องบินสำหรับบินภายในประเทศของญี่ปุ่นอาจมีราคาแพง แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ได้มีการเสนอส่วนลดมากมาย เพื่อให้การเดินทางภายในประเทศญี่ปุ่นด้วยเครื่องบินมีราคาถูกลง โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยว

          Air Passes for foreign visitors only

          JAL (oneworld) และ ANA (Star Alliance) เสนอตั๋วเครื่องบินราคาถูกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งทำให้สามารถบินสู่เมืองใดก็ได้ในญี่ปุ่นในราคาประมาณ 12,000 เยน ต่อเที่ยวบินเท่านั้น เป็นราคาที่สุดพิเศษโดยเฉพาะเมื่อบินระยะไกล เช่น จากโตเกียวไปยังคิวชิว โอะคินะวะ หรือฮอกไกโด เฉกเช่นเดียวกับ Japan Rail Pass ตั๋วแอร์พาสนี้สามารถซื้อได้จากนอกประเทศญี่ปุ่นและก่อนออกเดินทางสู่ญี่ปุ่น และซื้อได้เฉพาะผู้ที่ไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นและเดินทางไปและกลับจากญี่ปุ่นด้วยเที่ยวบินระหว่างประเทศ ตั๋วแอร์พาสนี้มีแบบต่ำสุด 1 เที่ยวบินจนถึงสูงสุด 5 เที่ยวบิน ซึ่งต้องแจ้งความจำนงเมื่อตอนซื้อ และสามารถจองเที่ยวบินในภายหลังได้ ยกเว้นเที่ยวบินแรกที่ต้องจองพร้อมกัน เวลาซื้อตั๋วแอร์พาสจะมีอายุ 60 วัน หลังจากใช้บินเที่ยวแรกแล้ว ข้อควรระวังอย่างหนึ่ง คือ ตั๋วแอร์พาสจะไม่สามารถใช้ได้ในบางช่วงของปี เช่น กลางธันวาคมจนถึงต้นมกราคม ต้นถึงปลายมีนาคม และกลางกรกฎาคมถึงปลายสิงหาคม

          ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

          www.japan-guide.com/e/e2364.html
          www.ar.jal.com/region/en/flight_planning/fares/yokoso.html
          www.ana.co.jp/wws/us/e/travelservice/reservations/special/airpass.html
          www.ana.co.jp/wws/us/e/travelservice/reservations/special/visit.html

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

เตรียมตัวไปญี่ปุ่น 10 วัน ก่อนการเดินทาง

9. สภาพอากาศและการแต่งตัว

          ญี่ปุ่นประกอบด้วย 4 ฤดู ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว สภาพอากาศและการแต่งกายก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ช่วงที่ร้อนที่สุดในรอบปี คือ เดือนสิงหาคม ช่วงที่หนาวที่สุดในรอบปี คือ เดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนไปและก่อนจัดเสื้อผ้าในการเดินทาง จากเหนือสุดสู่ใต้สุด อุณหภูมิจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ยกเว้นที่เกาะโอกินาว่าที่อุณหภูมิอบอุ่นตลอดปี ดังนั้น ควรเช็กสถาพอากาศของญี่ปุ่นก่อนการเดินทาง www.jnto.go.jp

          ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม เมษายน พฤษภาคม) อากาศในช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น แม้คนญี่ปุ่นจะถือว่าอบอุ่นแล้วแต่ยังค่อนข้างเย็นสำหรับคนไทย อุณหภูมิจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนจัดกระเป๋า เสื้อที่ควรเตรียมไปถ้าไปต้นฤดูใบไม้ผลิจะยังเป็นรอยต่อของช่วงฤดูหนาวอยู่ อากาศยังหนาวสำหรับคนไทยควรเตรียมแจ็คเก็ตและสเวตเตอร์กันหนาวไป เตรียมเสื้อด้านในที่ให้ความอบอุ่นไป และสวมเสื้อคลุม แจ็คเก็ต หรือคาร์ดิแกน หรือเสื้อคลุมบางตัวยาว ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ควรเตรียมกางเกงขายาว กางเกงขายาวแนบเนื้อตัวหนา ถุงน่องแบบหนาและถุงเท้ายาว พร้อมรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าบูทแบบหุ้มข้อ

            ฤดูร้อน (มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม) อากาศในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่นอุณหภูมิอากาศคล้ายกับอยู่ที่เมืองไทย ดังนั้น สามารถเอาเสื้อผ้าแบบที่ใช้ในเมืองไทยอยู่ไปได้ เสื้อที่ควรเตรียมไป ได้แก่ เสื้อผ้าแบบเมืองร้อน เสื้อแขนกุดพร้อมเสื้อทับด้านนอก เสื้อยืดแขนสั้น ชุดเดรส กางเกงหรือกระโปรงสั้น กางเกงขายาว ถุงเท้าแบบสั้น รองเท้าหุ้มส้นธรรมดาหรือรองเท้าสาน โลชั่นกันแดด ชุดว่ายน้ำ แว่นตากันแดด หมวกสำหรับกันแดด แต่ควรให้นำแจ็คเก็ตหรือเสื้อคลุมอย่างบางไปด้วยสำหรับถ้าอากาศเย็นในช่วงกลางคืน และไม่ควรลืมผ้าเช็ดหน้า ผ้าฝ้าย หรือผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ สำหรับเช็ดเหงื่อ

          ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน) อากาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่นอุณหภูมิเริ่มเข้าสู่หน้าหนาวอยู่ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนจัดกระเป๋า เสื้อที่ควรเตรียมไป ได้แก่ เสื้อยืดแขนยาว เสื้อแขนยาว เสื้อคอเต่าแขนยาว เสื้อคาร์ดิแกน เสื้อคลุม เสื้อแจ็คเก็ต สเวตเตอร์กันหนาว ผ้าพันคอแบบหนา ควรเตรียมกางเกงขายาว กระโปรงยาว กางเกงเลกกิ้งตัวหนา ถุงน่องแบบหนาและถุงเท้ายาว พร้อมรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าบูทครึ่งเข่า

          ฤดูหนาว (ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์) ในฤดูหนาวของญี่ปุ่นจะหนาวเย็นมากและมีหิมะตก เสื้อผ้าที่ควรเตรียม ได้แก่ ชุดกันหนาวไปให้พร้อม เสื้อและกางเกงแนบเนื้อด้านในสำหรับให้ความอบอุ่นกับร่างกาย จำเป็นต้องมีเสื้อคลุมโอเวอร์โค๊ท ชุดผ้าขนสัตว์ และแจ็คเก็ตชนิดหนาเป็นพิเศษ ถ้าเป็นแบบกันน้ำได้ก็ยิ่งดี ผ้าพันคอแบบหนา ถุงมือ หมวกไหมพรมแบบกันหนาวได้ ถ้าหนาวมากอาจต้องมีที่ปิดหู ส่วนถุงเท้าให้ใส่แบบหนา ๆ รองเท้าหุ้มข้อหรือรองเท้าบูทที่กันความหนาวเย็นและหิมะได้ ควรสวมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นอยู่เสมอ

          เสื้อผ้าสำหรับใช้อย่างเป็นพิธีรีตองหรือพิธีการจำพวกทักซิโดและเสื้อราตรี หากเกิดความจำเป็นก็มีร้านให้เช่า ถุงเท้าสะอาดและเรียบร้อยเป็นสิ่งจำเป็น เพราะว่าบ่อยครั้งจำเป็นจะต้องถอดรองเท้าออก เช่น ตามภัตตาคารญี่ปุ่นบางแห่ง หรือเมื่อก้าวเข้าบริเวณชานหน้าบ้านของชาวญี่ปุ่นก่อนเข้าห้องรับแขก จึงควรนำถุงเท้าสะอาด ๆ ไปหลาย ๆ คู่

10. เตรียมตัวให้เรียบร้อย

          การจัดกระเป๋า : ควรเลือกกระเป๋าที่แข็งแรงและเหมาะกับการเดินทางไกล ควรตรวจสอบสภาพกระเป๋าก่อนการเดินทาง ให้กระเป๋าอยู่ในสภาพที่เหมาะสมพร้อมเดินทาง ตัวกระเป๋าควรมีน้ำหนักเบา มีล้อ 2- 4 ล้อ ใต้กระเป๋าสำหรับเคลื่อนย้ายที่สะดวกยิ่งขึ้น ควรนำสิ่งของเท่าที่จำเป็นไป การแบกสัมภาระจนหนักและใหญ่ เคลื่อนย้ายลำบากจะทำให้เที่ยวไม่สนุก

          กระเป๋าสะพายสำหรับถือติดตัว : หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) บัตรประชาชน เงินสด บัตรเครดิต ควรแยกใส่ไว้ในกระเป๋าเล็กถือติดตัวได้สะดวก เตรียมพร้อมไว้ไว้สำหรับเดินทาง ควรเตรียมเงินญี่ปุ่นให้เรียบร้อยก่อนไปหรือไปแลกที่สนามบิน กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ฟังเพลง หูฟัง แบตเตอรี่

          กระเป๋าใบใหญ่สำหรับใส่เสื้อผ้า : พวกเสื้อผ้าที่มีน้ำหนักอย่างใส่กางเกงยีนส์ลงไปด้านล่าง ใส่เสื้อผ้าที่ดูจะยับง่ายลงไป พวกเสื้อยืดม้วนกลม ๆ ได้ ถุงเท้าแทรกไว้ตามช่องว่างที่เหลือ รองเท้าไม่ควรเอาไปเกิน 2 คู่ ควรเป็นรองเท้าที่ใส่แล้วเดินสบาย หากต้องการรองเท้าหรือเสื้อผ้าเพิ่มเติม ที่ญี่ปุ่นคงมีรองเท้า เสื้อผ้า ตัวเลือกดี ๆ ให้คุณเลือกซื้อ ชุดชั้นในแยกใส่ถุงผ้าหรือถุงตาข่ายแยกไว้ หากต้องเปิดกระเป๋ากลางสนามบินจะได้ดูดีเรียบร้อย

          อุปกรณ์สำหรับอาบน้ำ : ควรใส่ไว้ในกระเป๋านี้ แต่ถ้าอยากแยกแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ออกไว้ใช้ระหว่างทางก็นำไปใส่ไว้กระเป๋าเล็ก ยาสีฟัน ควรเป็นหลอดเล็ก เพื่อจะได้นำขึ้นเครื่องได้ ควรมีกระเป๋าเปล่าแบบพับได้ใส่เตรียมเผื่อไปสำหรับใส่ของฝากที่ซื้อขากลับด้วย

          ควรเตรียมชุดที่ใส่สำหรับวันเดินทางเตรียมไว้ พร้อมเสื้อแจ็คเก็ตหรือเสื้อคลุมแขนยาวสำหรับการเดินทาง

          การแลกเงิน

          เงินตราและอัตราแลกเปลี่ยน : เงินเหรียญที่ใช้กันในญี่ปุ่นมีราคา 1, 5, 10, 50, 100 และ 500 เยนตามลำดับ ธนบัตรมีใช้ราคา 1,000 5,000 และ 10,000 เยน ที่ญี่ปุ่นการใช้เงินสดจะสะดวกที่สุด ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา เวลาขึ้นรถลงเรือหรือซื้อของข้างทาง ควรแลกเงินไปเลยจากเมืองไทยไปให้เพียงพอกับการใช้จ่าย ส่วนการใช้บัตรเครดิตในประเทศญี่ปุ่น ในเมืองใหญ่ ๆ สามารถใช้บัตรเครดิตได้อย่างสะดวก และก่อนใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตให้ลองสังเกตสติ๊กเกอร์ที่ติดไว้ตามเคาน์เตอร์หรือหน้าร้านนั้น ๆ ว่ารับบัตรเครดิตยี่ห้ออะไรบ้าง

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

          ตัวช่วยอื่น ๆ

          คุณสามารถเบิกเงินสดได้ที่ 7-Eleven ทั่วประเทศญี่ปุ่น  >> www.yokosojapan.org
 
          คุณสามารถเบิกเงินสด (เงินเยน) จากบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารนอกประเทศญี่ปุ่นได้ที่ตู้ Seven Bank ATMs ที่ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศญี่ปุ่น บัตรที่มีโลโก้ VISA/PLUS, MasterCard/Cirrus และ American Express บนบัตรจะสามารถใช้เบิกเงินเยนจากเครื่องได้ หน้าจอเครื่องและใบเสร็จจะมีภาษาให้เลือกคือภาษาอังกฤษ เกาหลี จีน และโปรตุเกส

          มร.ทาคาชิ อันไซ ประธาน Seven Bank กล่าวว่า ตู้ ATM จะตั้งอยู่ที่ร้าน 7-Eleven และร้าน Ito Yokado ใน 31 จังหวัด นับเป็นข่าวดีสำหรับนักเดินทางทั้งเพื่อการท่องเที่ยวหรือเพื่อธุรกิจ เพราะสามารถเบิกเงินสดได้ง่ายดายยิ่งขึ้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในญี่ปุ่น ซึ่งปกติจะมีเฉพาะธนาคารต่างชาติ เช่น Citibank และ ATM ของที่ทำการไปรษณีย์เท่านั้นที่รับบัตรที่ออกโดยธนาคารอื่นที่ไม่ใช่ธนาคารญี่ปุ่น

          ตู้ ATM อื่น ๆ ในญี่ปุ่นที่รับบัตรที่ออกโดยธนาคารต่างชาติ

          Citibank สาขาต่าง ๆ ในเมืองใหญ่ ๆ เช่น โตเกียว เกียวโต นาโงย่า โอซาก้า และโกเบ

          อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่เดินทางทั่วประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งในชนบท ก็คือ ธนาคารไปรษณีย์ Yucho ตู้ ATM ของที่ทำการไปรษณีย์ 26,000 ตู้ ทั่วประเทศญี่ปุ่น จะรับบัตร ATM ที่ออกโดยธนาคารต่างชาติและมีเมนูภาษาอังกฤษด้วย

          โปรดระวังว่าตู้ ATM นอกเมืองใหญ่ ๆ ในญี่ปุ่นอาจจะไม่ได้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง และบางที่อาจปิดช่วงกลางคืน

          ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sevenbank.co.jp และ www.japan-guide.com

          รายการสิ่งของที่ต้องตรวจสอบ

          ก่อนเดินทางควรเช็กดูเอกสารจำเป็นและของจำเป็นเตรียมให้พร้อม ดูเวลาเที่ยวบินให้แน่นอนถูกต้อง

          หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) เอกสารสำคัญ ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมเช็กอีกครั้ง

          บัตรโดยสารเครื่องบิน (ถ้าเป็น E-ticket แนะนำให้พิมพ์ลงกระดาษไว้ทั้งเที่ยวบินที่ไปและเที่ยวบินที่กลับ

          กระเป๋าสตางค์ บัตรประชาชน เงินไทย เงินญี่ปุ่น (ควรแลกไปให้พร้อมจากที่เมืองไทย)

          กล้องถ่ายรูป (ควรตรวจดูแบตเตอรี่ให้เต็มและเมมโมรี่ให้ว่าง)

          ที่ชาร์ตแบตเตอรี่ กล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสริมอื่น ๆ ที่คุณนำไป ควรเช็กเต้าเสียบว่าใช้ที่ญี่ปุ่นได้หรือไม่ ถ้าไม่มีควรเตรียมเต้าเสียบต่อให้เรียบร้อย)

          ปากกา+สมุดโน้ต จดหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของครอบครัว บริษัทประกันที่เราทำประกันการเดินทางไว้ และรายชื่อของคนที่สามารถติดต่อหากมีเรื่องฉุกเฉินภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

          กระดาษที่จดข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่/แผนที่/หมายเลขโทรศัพท์ของโรงแรมที่จะไปพักที่ญี่ปุ่น

          เสื้อคลุมกันหนาว ใส่ระหว่างเดินทาง

          รองเท้า ใส่สบายสำหรับวันเดินทาง

          กระเป๋าเดินทาง ที่จัดเสร็จเรียบร้อยและควรชั่งน้ำหนักไม่ให้เกินตามมาตรฐานที่สายการบินกำหนด

          เช็กสภาพอากาศอีกครั้งก่อนการเดินทาง

          ยาประจำตัว พาสเตอร์ยา ที่ญี่ปุ่นหากจะซื้อยาส่วนมากต้องใช้ใบสั่งยาประกอบ ใส่ยาต่าง ๆ ในถุงซิบใส

          สิ่งของจิปาถะอื่น ๆ ที่คุณจดรายการไว้ว่าห้ามลืม !

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

วันเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น Go !!!


11. การเช็กอิน

          การเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ

          ควรเผื่อเวลาในการเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง เผื่อสำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเสียเวลา ดูเส้นทางบริการรถสาธารณะไปสนามบินสุวรรณภูมิจากเส้นทางต่าง ๆ และรถโดยสารต่าง ๆ ที่ให้บริการไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้ที่ www.suvarnabhumiairport.com

          ขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่น

          กำหนดให้ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าญี่ปุ่นทุกคนจะต้องถ่ายภาพ และพิมพ์ลายนิ้วมือโดยเครื่องบันทึกลายนิ้วมือคอมพิวเตอร์ พร้อมการสัมภาษณ์โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ ยกเว้นในกรณีเฉพาะบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี/บุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต/ผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรพิเศษ (คนสัญชาติเกาหลีที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ตั้งแต่สมัยสงครามฯ) บุคคลที่เป็นแขกของรัฐบาลญี่ปุ่น และบุคคลอื่นตามที่จะกำหนดในกฎกระทรวงต่อไป

          ขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่น

          1. ผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นต้องแสดงพาสปอร์ตให้กับเจ้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง

          2. เจ้าหน้าที่จะอธิบายขั้นตอนการเข้าประเทศ หลังจากนั้นผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นจะต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยวางนิ้วชี้ทั้งสองข้างลงบนเครื่องอ่านลายนิ้วมือดิจิตอล ลายนิ้วมือจะถูกอ่านและเก็บเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

          3. จะมีการถ่ายภาพใบหน้าของผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ด้วยกล้องถ่ายรูปที่ติดอยู่ด้านบนของเครื่องอ่านลายนิ้วมือดิจิตอล

          4. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะทำการสัมภาษณ์สั้น ๆ

          5. เมื่อปฏิบัติตามขั้นตอนด้านบนเรียบร้อยแล้วจะได้รับหนังสือเดินทางคืนจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

          รายละเอียดในภาษาอังกฤษ www.jnto.go.jp หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.moj.go.jp

          บริการที่ควรทราบเมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยาน

          ศูนย์ข่าวสารการท่องเที่ยวนาริตะ (NARITA TIC) สำนักงานนาริตะ ทีไอซี ตั้งอยู่ในบริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าในเทอมินอล 1 และ 2 นักท่องเที่ยวจะขอรับข้อมูลข่าวสารก่อนเดินทางเข้าเมืองโตเกียวได้ มีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับ ซึ่งพูดได้หลายภาษา จะให้ข่าวสารการท่องเที่ยวและมีแผนที่ตลอดจนเอกสารคู่มือท่องเที่ยวแจกให้ฟรี เวลาเปิดทำการตั้งแต่ 08.00 น. ถึง 20.00 น. ทุกวันตลอดปี

          กรีน วินโดว์ (หน้าต่างเขียว)

          ชั้นใต้ดินที่ 1 เปิดทำการตั้งแต่ 06.45 น. ถึง 11.30 น. และ 19.00 น. ถึง 21.30 น.

go_clip_image001


          ยังมีบริการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่ง เรียกว่า รอพบและช่วยเหลือ บริการนี้จัดพนักงานไว้รอพบนักท่องเที่ยวที่ซื้อบริการ เพื่อจะต้อนรับผู้ที่เพิ่งลงจากเครื่องบิน และจัดหายานพาหนะที่เหมาะสมให้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ เคาน์เตอร์ของบริการรอพบและช่วยเหลือนี้ตั้งอยู่ตรงหน้าของหน่วยงานศุลกากร ทั้งด้านเหนือและด้านใต้ของห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า

            ตัวช่วยอื่น ๆ

          บริการขนส่งสัมภาระถึงที่พัก : หากท่านไม่ปรารถนาที่จะหอบหิ้วสัมภาระของท่านไปเองจนถึงที่พัก ท่านสามารถจะจัดการให้มีการขนส่งไปจนถึงโรงแรมที่ท่านพักได้ในวันรุ่งขึ้น เคาน์เตอร์รับบริการมีประจำอยู่ที่ท่าอากาศยาน ได้แก่ บริษัท เอบีซี จำกัด, บริษัท คะมะทะกิ อุนยู จำกัด (เรียกย่อ ๆ ว่า คิวแอล ไลเน่อร์), บริษัท นิวพาสเซนเจอร์ เซอร์วิส (เอ็นพีเอส), บริษัทสกาย พอร์ตเท่อร์ และกรีน พอร์ท เอเย่นซี (จีพีเอ) ค่าบริการต่อหนึ่งชิ้นหนักไม่เกิน 30 กิโลกัม ชิ้นละ 2,000 เยน และตามสถานีรถไฟจะมีล็อกเกอร์หลายขนาดสำหรับเก็บของหรือกระเป๋าให้บริการ ฝากต่อเนื่องได้ไม่เกิน 3 วัน เป็นทางเลือกที่น่าสนใจและเบาสบายตัว

          QL Liner จัดส่งกระเป๋าเดินทางของคุณถึงที่ที่คุณต้องการ www.yokosojapan.org หรือหากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นของคุณเคยลำบากด้วยกระเป๋าขนาดใหญ่ เดี๋ยวนี้คุณจะสะดวกสบายขึ้นด้วยวิธีง่าย ๆ เมื่อคุณใช้บริการขนส่งกระเป๋ากับ QL Liner หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ql-liner.co.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

12. สิ่งที่น่ารู้เมื่อต้องเดินทางไปญี่ปุ่น

           Tips

          มารยาทอันดี

          ควรถอดรองเท้าแตะสำหรับใส่ในบ้านก่อนเดินขึ้นไปบนเสื่อตาตามิ

          ทิ้งขยะลงถังที่ถูกต้อง ญี่ปุ่นแบ่งขยะออกเป็นประเภทที่เผาได้ เผาไม่ได้ ขวดและกระป๋อง ดูสัญลักษณ์ได้บนถังขยะ

          ไม่สนทนาโทรศัพท์มือถือ (ถ้ามี) บนรถไฟ ควรเปิดเสียงเป็นระบบสั่น

          การอาบน้ำรวมกับคนอื่น ๆ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำที่มักมีติดไว้ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ใส่ชุดชั้นในเข้าไปในห้องอาบน้ำ อาบน้ำให้สะอาดก่อนลงแช่น้ำ ไม่ถูสบู่หรือนำผ้าขนหนูลงไปในอ่างอาบน้ำร้อน

          ควรพูดขอบคุณ "อะริกาโตะโกไซมัส" เมื่อได้รับการช่วยเหลือต่าง ๆ

          หากเจอพายุไต้ฝุ่น

          ติดตามดูข่าวพยากรณ์อากาศแม้จะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นก็ให้เปิดทีวีไว้ ดูประตูหน้าต่างว่าปิดสนิทดีไหม เตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้งใส่กระเป๋าเล็ก พร้อมกระเป๋าสตางค์ หนังสือเดินทาง เสื้อผ้าติดตัวสำหรับให้ความอบอุ่น ไฟฉาย สำหรับกรณีฉุกเฉิน

          หากเจอแผ่นดินไหว

          ปิดแก๊สในห้องให้หมด
          ให้เปิดประตูและหน้าต่างทุกบาน
          อย่ารีบวิ่งออกนอกอาคาร
          หลบอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรงกันของหล่นลงมาใส่หัว
          ไม่ใช้ลิฟต์
          เตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้งใส่กระเป๋าเล็ก พร้อมกระเป๋าสตางค์ หนังสือเดินทาง เสื้อผ้าติดตัวสำหรับให้ความอบอุ่น ไฟฉาย และเปิดทีวีดูข่าวสารที่แน่นอน
         
          สถานีตำรวจ

          แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือระหว่างการเดินทางถามทางหรือของหายให้หาโคบัง (KOBAN) ป้อมตำรวจ ย่อย ๆ คอยให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ มักอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ หากพาสปอร์ตหายให้ไปแจ้งที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด ขอใบแจ้งความและไปติดต่อที่ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว โดยใช้หลักฐานยื่นประกอบเหมือนกับขอทำหนังสือเดินทางใหม่ พร้อมกับแสดงใบแจ้งความประกอบ แต่ถ้าเป็นเรื่องอุบัติเหตุหรือเหตุร้ายต่าง ๆ หมายเลขฉุกเฉินของตำรวจญี่ปุ่น คือ 110 ไม่เสียค่าบริการ

          สถานเอกอัครราชทูตไทยในญี่ปุ่น

          Royal Thai Embassyin Japan

          3-14-6, Kami-Osaki, Shinagawa-ku, Tokyo 141-0021
          Tel : 03-3447-2247
          Web : www.thaiembassy.jp

          Royal Thai Consulate-General in Osaka

          Bangkok Bank Bldg. 1/4/5Fl., 1-9-16 Kyutaro-machi, Chuo-ku, Osaka City 541-0056
          Tel : 06-6262-9226 (-9227)

          ระบบไฟที่ญี่ปุ่นและปลั๊กไฟ

          ตามบ้านเรือนทั่ว ๆ ไปใช้กระแสไฟฟ้า 100 โวลท์ ชนิดกระแสสลับทั่วประเทศ แต่มีความถี่สองขนาด คือ ภาคตะวันออก เช่น โตเกียว นิกโก้ โยโกฮาม่า ใช้ 50 เฮิร์ช ภาคตะวันตก เช่น เกียวโต โอซาก้า นารา ใช้ 60 เฮิร์ช โรงแรมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองใหญ่จะมีปลั๊กไฟสองระบบ คือ 110 และ 220 โวลท์ ให้ใช้แต่เต้าเสียบมักจะใช้ชนิดสองขาแบบแบนเท่านั้น แบบเดียวกับสองขาแบนที่ใช้ในเมืองไทย โรงแรมมีเครื่องเป่าผมและเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ ให้ใช้ฟรี หรือโรงแรมใหญ่ ๆ จะมีเครื่องเป่าผมให้ใช้ฟรีแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ มีให้เช่า

          วิธีการใช้โทรศัพท์มือถือที่ญี่ปุ่น

          การใช้โทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศ

          ท่านสามารถใช้โทรศัพท์ไปต่างประเทศ เรียกแบบบุคคลต่อบุคคล หรือเรียกแบบเก็บเงินปลายทาง โดยใช้บริการของเคดีดีไอเท่านั้น โดยกดหมายเลข 0051 (ต่อโดย Operator) จากที่ใดก็ได้ในญี่ปุ่น บริการโทรศัพท์มือถือให้เช่าติดต่อได้ ดังนี้

          1. โดโคโม (Docomo for Roaming in Japan)

          สนามบิน Narita อาคาร1 ชั้น 4 และอาคาร 2 ชั้น 2A (07.00-20.30 น.)
          สนามบิน Kansai ชั้น 1 (07.00-20.30 น.)
          สนามบิน Centrair (Chubu) ชั้น 3 (07.00-21.00 น.)

          ติดต่อสอบถาม โทรศัพท์ 04-4210-5109 (สำหรับโทรจากต่างประเทศ) โทรศัพท์ 0120-654-100 เวลา 09.00-21.00 น. (สำหรับโทรในญี่ปุ่นไม่คิดค่าบริการ) และ DoCoMo Internation Information Center สอบถามฟรี โทรศัพท์ 0120-005-250 หรือ roaming.nttdocomo.co.jp

          2. พูพูรู (PuPuRu Cell Phone Rental)

          สนามบิน Narita อาคาร 1 ชั้น 1, 4 และอาคาร 2 ชั้น 1, 3 (06.30-21.00 น.)
          สนามบิน Kansai ชั้น 1 (06.30-21.30 น.)
          สนามบิน Centrair (Chubu) ชั้น 2 (07.00-22.00 น.) และชั้น 3 (07.30-21.00 น.)

          PuPuRu International Co.,Ltd. : Nihonbashi Shoko Bldg.1F, Nihonbashi 2-5-6, Chuo-ku, Tokyo 103-0027 โทรศัพท์ 03-3231-8551 และ www.pupuru.com

          3. จีโฟน (G-Call Rental Mobile Phone in Japan)

          สนามบิน Narita อาคาร 1 ชั้น 1 และอาคาร 2 ชั้น 1 (07.00-20.00 น.) โทรศัพท์ 0800-6001-256
         สนามบิน Kansai ชั้น 1 (07.00-20.00 น.) โทรศัพท์ 0800-6005-256

          ติดต่อสอบถาม โทรศัพท์ 03-5791-7101 (สำหรับโทรจากต่างประเทศ), โทรศัพท์ 0120-979-256 เวลา 09.00-17.00 น. (สำหรับโทรในญี่ปุ่นไม่คิดค่าบริการ) และ www.g-call.com

          4. เทเลคอมสแควร์ (Telecom Square)

          สนามบิน Narita อาคาร 1 ชั้น B1, 1, 4 และอาคาร 2 ชั้น 1, 3 (07.30-21.00 น.)
          สนามบิน Kansai ชั้น 1 (07.00-21.00 น.) และชั้น 4 (08.00-20.00 น.)
          สนามบิน Centrair (Chubu) ชั้น 2 (07.00-22.00 น.) และชั้น 3 (07.30-21.00 น.)
          สนามบิน Fukuoka ชั้น 1 (08.00 -20.00 น.) หรือจองผ่านอีเมล จ่ายผ่านบัตรเครดิตทางเว็บไซต์

          สอบถามเพิ่มเติมโทรศัพท์ 03-3239-3422 และ www.telecomsquare.co.jp
                   
          5. ซอฟท์แบงก์เคาน์เตอร์ (Softbank Counter)

          สนามบิน Narita อาคาร 1 ชั้น 1, 4, 5 และอาคาร 2 ชั้น B1, 3 (07.00-21.00 น.)
          สนามบิน Kansai ชั้น 1 (07.30-20.30 น.) และชั้น 4 ฝั่งใต้ (07.00-20.30 น.)
          สนามบิน Centrair (Chubu) ชั้น 2 (07.30-21.00) และชั้น 3 (07.00-20.30 น.)
          สนามบิน Chitose ชั้น 1 (10.00 -18.00 น.)

          ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมโทรศัพท์ 03-3560-7730 หรือติดต่อทางอีเมล rent@softbank-rental.jp สำหรับในโตเกียวเปิดบริการในสถานีโตเกียวทางออก Yaesu Central Exit วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 10.00-21.00 น., วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุด เวลา 10.00-19.00 น. สอบถามเพิ่มเติมโทรศัพท์ 03-3284-1170 และ www.softbank-rental.jp

          บริการโทรศัพท์มือถือให้เช่าในโตเกียว

          หากประสงค์จะเช่าโทรศัพท์มือถือจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตและบัตรเครดิต ติดต่อศูนย์ซึ่งส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษได้ ดังต่อไปนี้

          1. SoftBank Yaesu เดิน 1 นาที จากสถานีรถไฟ JR Tokyo ทางออก Yaesu Central Exit แล้วเลี้ยวซ้าย เปิดให้บริการ 10.00-21.00 น. (วันจันทร์-วันศุกร์), 10.00-19.00 น. (วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ) โทรศัพท์ 03-3284-1170

          2. SoftBank Harajuku เดิน 2 นาที จากสถานีรถไฟ JR Harajuku หรือเดิน 1 นาที จากสถานีรถไฟใต้ดิน Meiji jingumae ทางออก 5 เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับกรอกเอกสารการขอยืมและซ่อมเครื่อง โทรศัพท์ 03-6406-0711

          3. SoftBank Shibuya เดิน 3 นาที จากสถานีรถไฟ JR Shibuya ทางออก Hachiko เปิดให้บริการ 10.00-21.00 น โทรศัพท์ 03-5459-6625

          4. SoftBank Roppongi จากสถานีรถไฟใต้ดิน Roppongi ทางออก 4 แล้วข้ามถนนอยู่ติดกับ Bank of Mitsubishi Tokyo UFJ ATMs เปิดให้บริการ 10.00-20.00 น. โทรศัพท์ 03-5775-5011

           ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

          บริการข่าวสารการท่องเที่ยว

          ศูนย์ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น เป็นสำนักงานให้ข่าวสารการท่องเที่ยวและความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศขณะอยู่ในญี่ปุ่น มีทั้งที่สนามบินและตามเมืองต่าง ๆ มักอยู่ใกล้กับสถานีขนส่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟ เรือ เมื่อไปถึงตามสถานที่ท่องเที่ยวแล้วให้ลองหา Tourist Information Center ใกล้ ๆ จะได้แผ่นที่ท่องเที่ยวแนะนำต่าง ๆ ที่น่าสนใจในเมือง พร้อมแผ่นพับหรือตารางรถไฟ หรือดูรายละเอียดจาก www.yokosojapan.org/th/ข้อมูลที่จำเป็น/

          ตัวช่วยอื่น ๆ เพื่อการท่องเที่ยวที่สะดวกสบาย

          สถานีโตเกียวสะดวกมากขึ้นด้วยบริการใหม่ >> www.yokosojapan.org

          สถานี JR โตเกียว ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระดับประเทศ เปิดบริการใหม่ 3 ประเภท ที่สะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

          1. ที่แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ที่จัดเตรียมสกุลเงินถึง 31 ประเภท

          Travelex TOKYO STATION GRANSTA
          ที่ตั้ง : ชั้น B1 ของสถานีโตเกียว อยู่ในเขต GRANSTA ข้าง STATION CONCIERGE
          หมายเลขโทรศัพท์ : +81 (0)352-20-5021
          เวลา : 09.00-20.00 น. เปิดทุกวัน
          เว็บไซต์ : www.travelex.jp

          2. ที่ปรึกษาเรื่องการท่องเที่ยวฟรี

          STATION CONCIERGE TOKYO
          ที่ตั้ง : ชั้น B1 ของสถานีโตเกียว อยู่ในเขต GRANSTA
          เวลา : 09.00-20.00 น. เปิดทุกวัน มีพนักงานต้อนรับภาษาอังกฤษประจำอยู่ตลอด
          เว็บไซต์ : www.tokyoinfo.com

          3. ที่ฝากกระเป๋าและเคาน์เตอร์สำหรับส่งพัสดุ

          STATION GRANSTA CLOAK
          ที่ตั้ง : ชั้น B1 ของสถานีโตเกียว อยู่ในเขต GRANSTA
          เวลา : 09.00-20.00 น. เปิดทุกวัน มีที่ฝากกระเป๋าแบบตู้เก็บของหยอดเหรียญจำนวนมาก และแบบเคาน์เตอร์เหมือนในโรงแรม
          ค่าบริการ : ไม่จำกัดขนาด ชิ้นละ 500 เยน แต่ต้องมารับภายในวันเดียวกัน ในเวลาบริการ มีที่ฝากส่งพัสดุด้วย บริษัท kuronekoyamato
          หมายเลขโทรศัพท์ : +81 (0)352-88-5911
          เว็บไซต์ : www.kuronekoyamato.co.jp

          เคาน์เตอร์ที่แลกบัตรโดยสาร

          (JR East) อยู่ข้างเคาน์เตอร์ขายตั๋ว ตรงทางออกด้าน Yaesu Kita ชื่อเคาน์เตอร์ คือ (Japan Rail Pass Exchange Corner) เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.30-20.30 น.

          (JR Tokai) แลกได้ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋ว ตรงทางออก Yaesu Kita, Yaesu Minami และ Nihonbshi เปิดบริการทุกวัน เวลา 05.30-22.45 น.

          อย่างไรก็ตาม สามารถดูคำถามที่พบบ่อยถ้าคิดไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองเพิ่มเติมได้ที่ www.yokosojapan.org





ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง พร้อมการเตรียมตัวไปญี่ปุ่น ฉบับจบบริบูรณ์ อัปเดตล่าสุด 26 มิถุนายน 2557 เวลา 10:07:12 28,416 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP