บูร์โกส เมืองเล็กเสน่ห์ล้นของสเปน

 



บูร์โกส เมืองเล็กเสน่ห์ล้นของสเปน (กรุงเทพธุรกิจ)
โดย : ธวัชชัย เทพพิทักษ์ ttappitak@gmail.com

           มี บัลยาโดลิด (Valladolid) เป็นเมืองหลวงของแคว้น บูร์โกสยังมีฐานะเป็นเมืองหลวงของจังหวัดบูร์โกสด้วย 

           อยู่ห่างจากบัลยาโดลิดไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 122 กิโลเมตร และอยู่ทางเหนือของมาดริด 245 กิโลเมตร มีสนามบินเล็กๆ ชื่อ Villafría มีเครื่องบินไป 2-3 เมือง เช่น บาร์เซโลนา แต่มีรถไฟวิ่งไปถึงปารีส ตอนนี้กำลังสร้างรถไฟความเร็วสูง AVE เดินทางจากมาดริดหรือบัลยาโดลิดชั่วอึดใจ บูร์โกส ตั้งอยู่กลางที่ราบกัสติลยาเก่า ก่อตั้งในปี ค.ศ.884 เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันแขกมัวร์ เปรียบเป็นชุมทางในด้านต่างๆ ของสเปนมานับพันปี ไม่ว่าจะเป็นสงคราม การค้า ศาสนา รวมทั้งเป็นเมืองที่กษัตริย์และผู้นำประเทศชอบมาพักผ่อนหรือทำกิจกรรมต่างๆ สถานที่สำคัญส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับ โรดริโก เดียซ เด บีบาร์ หรือ เอล ซิด (El Sid) ที่นำกำลังต่อสู้กับแขกมัวร์ (El Sid มาจากภาษาอารบิค Sidi แปลว่าผู้นำ)



           ผมไปบูร์โกสทางบัลยาโดลิดโดยรถยนต์ ผ่านเมืองโน้นเมืองนี้หลายแห่ง เมืองละคืนสองคืน ซึ่งล้วนอยู่ในแคว้นกัสตียา อี เลออน  ชิมไวน์ อาหาร สัมผัสชีวิตผู้คนในชนบทของสเปนมากมาย ส่วนใหญ่ไปชิมไวน์ เพราะอาชีพหลักของผู้คนแถวนี้คือทำไวน์ เจอสาวสวย ตาคม ผมยาว หุ่นเซ็กซี่ราวนางแบบ ไม่น่าเชื่อว่ามีอาชีพเป็นไวน์เมคเกอร์ หรือคนปรุงไวน์ของครอบครัว พยายามกุ๊กกิ๊กๆ อยู่หลายคน เผื่อจะได้เป็นลูกเขยเจ้าของไร่องุ่น แต่ไม่สำเร็จ อิอิ !!

           โรงแรมที่พักชื่อ ปาราดอร์ เดอ เลอร์มา (Parador de Lerma) เมืองเลอร์มา (Lerma) เข้าไปในเมืองบูร์โกสใช้เวลาประมาณ 20 กว่านาที พักที่นี่แล้วสามารถเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ง่าย บริเวณยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านค้า มีทั้งแบบดั้งเดิม และตกแต่งแบบร่วมสมัย มีโอกาสได้ไปดินเนอร์ในห้องอาหารของโรงแรม 1 มื้อ เขาทำอาหารพื้นเมืองอร่อยมาก ส่วนร้านนอกโรงแรมที่ขอแนะนำชื่อ คาซา อเวลิโน (Casa Avelino) เป็นร้านเก่าแก่ มีเมนูดั้งเดิมให้เลือกหลากหลาย

           Parador Lerma อยู่ในเครือ Parador ซึ่งมีโรงแรมในเครือมากมายในสเปนและในยุโรปหลายประเทศ เดิมเป็นวังเก่า ที่ดยุค ออฟ เลอร์มา (Duke of Lerma) สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1601-1617 เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับพระเจ้าฟิลิปที่ 3 (King Felipe III) ผมชอบมากที่ได้ไปเมืองเก่าๆ แบบนี้ เพราะได้นอนในวัง แต่หลายคนก็เจออะไรที่ไม่อยากเจอเหมือนกัน บรื๋อ !!!

           ด้านหน้าของโรงแรมเป็นลานกว้าง เรียกว่า พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor) กลางวันเป็นสถานที่จอดรถของผู้คนที่ทำงานแถวนั้น รวมทั้งแขกของโรงแรม รอบๆ พลาซ่ามีร้านอาหาร ผับ ตลอดจนร้านขายของมากมาย ช่วงที่ผมไปนั้นตรงกับกลางเดือน พ.ค. กลางคืนอากาศเย็นเฉียบ ลมแรงมาก ลองวัดอุณหภูมิจากนาฬิกาข้อมือ ณ เวลา 4 ทุ่มเศษ อยู่ที่ -5 องศาเซลเซียส หิมะโปรยปรายเป็นฝอย

           ทางโรงแรมต้องปิดประตูใหญ่ด้านหน้าของโรงแรมเอาไว้ ซึ่งเป็นประตูไม้โครงเหล็กขนาดใหญ่ ประตูใหญ่นี้มีประตูบานเล็กสูงขนาด 2 เมตรเศษ เพื่อให้แขกเข้าออก ติดลบขนาดนั้นแถมหิมะโปรยปราย แต่ไม่สามารถยับยั้งบรรดานกฮูกได้ เข้าไปบาร์หรือผับไหนคนเต็มทั้งนั้น เพราะบาร์และผับของสเปนสนุกสนานเฮฮาและมีสีสันมากกว่าผับอังกฤษมากมายนัก

           รุ่งขึ้นเป็นวันพุธ เจ้าหน้าที่โรงแรมบอกว่า ถ้าตื่นไหว ขอแนะนำให้มาเดินชมตลาดนัดกลางสัปดาห์ ซึ่งจัดที่พลาซ่าหน้าโรงแรมนั่นเอง มีชาวบ้านนำสินค้ามาขายมากมาย ชาติเก่าๆ ในยุโรปหลายแห่งจะเป็นแบบนี้ ทุกสัปดาห์ทางการจะให้ 1 วัน ทำเป็นตลาดให้ชาวบ้านขายของ โดยไม่เก็บค่าเช่าที่ หรือเก็บน้อยมาก ผิดกับบ้านเรา ตลาดน้อยใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัดชุมชน หรือของทางการ บอกว่าเสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อย แต่ใต้โต๊ะมหาศาล

           รุ่งเช้าผมต้องไปคนเดียว ไม่มีใครตื่น เพราะอากาศหนาวนอนสบาย เป็นตลาดเล็กๆ แต่มีสีสันแห่งหนึ่งเท่าที่เคยเห็นมาในหลายๆ ประเทศ พ่อค้าส่วนใหญ่เป็นเจ้าของผลผลิตทางการเกษตร บางคนมือไม้ยังมีเศษดิน เศษหญ้าติดอยู่เลย พืชผักหลายอย่างเหมือนในบ้านเรา เช่น กะหล่ำปลีหัวเบ้อเริ่ม ต้นหอมติดป้ายว่า Puerros ขณะที่ Acelga หน้าตาเหมือนต้นคะน้าต้นเล็กๆ มะเขือเทศลูกเท่ากำปั้น ถั่วแขกยาวกว่าคืบ กล้วยหอมลูกโตแต่ชิมแล้วจืดชืด สู้ของไทยไม่ได้ เป็นต้น นอกนั้นก็มีพวกดอกไม้มากกว่า 40-50 ชนิด งดงามจนนึกอิจฉาและอยากซื้อกลับบ้าน

           สถานที่สำคัญในบูร์โกส ที่เมื่อมาถึงแล้วต้องชมให้ได้มี 3 แห่งคือ

            กาเตดรัลแห่งเมืองบูร์โกส (The Cathedral at Burgos) สุสานของเอล ซิด สร้างในปี ค.ศ.1221 เป็นอาคารทรงโกธิกทำด้วยโลหะผสม โดยพระเจ้าฟิลิปที่ 2 ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานฝีมือระดับ “เทพ“ ที่โดดเด่นเป็นสง่าของเมือง ภายในมีศิลปวัตถุล้ำค่ามากมาย เช่น ปาปามอสกัส นาฬิกาหุ่นกระบอก และรูปปั้นพระคริสต์ ขนาดเท่าคนจริง ทำจากหนังสัตว์และผมมนุษย์ รวมทั้งบันไดทองฝีมือ เดียโก เดซิโอเล กาปียา เดล ตรงกลางปีกขวาของมหาวิหาร เป็นที่ฝังศพเอล ซิด และภรรยา คือฆิเมนา กาเตดรัล เมืองบูร์โกส ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลก (World Heritage Site) เมื่อวันที่ 31 ต.ค.1984

            จากจัตุรัสซานตา มาเรีย ตรงไปยังทางเดินริมแม่น้ำอาร์ลานโซน (Arlanzón) จะพบกับประตูโค้งติดป้อมปืนอาร์โกส เด ซานตา มาเรีย สร้างในศตวรรษที่ 11 และปรับปรุงใหม่ในศตวรรษที่ 16 เพื่อต้อนรับพระเจ้าชาร์ลที่ 5 มีประติมากรรมของพระองค์กับเอล ซิด พร้อมวีรบุรุษคนอื่นๆ เข้าไปอีกนิดจะถึงพลาซ่า ปริโม เด ริเบรา จะมีอนุสาวรีย์เอล ซิด นั่งบนหลังม้าชูดาบมีผ้าคลุมไหล่ปลิวไสว

            ลำดับต่อมา โมนาสเตริโอ เด ลาส อูเอสกัส (Monasterio de las Huelgas) อยู่ทางตะวันตกของใจกลางเมือง ก่อตั้งในปี 1180 โดยกษัตริย์ Alfonso VIII เป็นสำนักแม่ชีที่ทรงอิทธิพลสมัยศตวรรษที่ 12 รับเฉพาะสตรีจากตระกูลสูงศักดิ์เท่านั้น ชีหัวหน้าสำนักมีตำแหน่งรองจากพระราชินีสเปน ซึ่งว่ากันว่า ถ้าสันตะปาปาสามารถสมรสได้ หญิงที่คู่ควรก็คือหัวหน้าสำนักลาส อูเอกัส เท่านั้น ได้รับการยกย่องเป็นสถานที่ที่งดงามแห่งหนึ่งในยุโรปทั้งการออกแบบและรายละเอียดตกแต่ง

           สุดท้าย คาร์ตูฮา เดอ มิราฟลอเรส (Cartuja de Miraflores) อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นอารามที่สร้างโดยกษัตริย์จอห์นที่ 2 (King John II) ในปี 1441 เพื่อเป็นสถานที่สำหรับพิธีพระศพของพระองค์และราชินีชาวโปรตุเกส อิสซาเบล (Isabel) ปี 1452 ถูกไฟทำลายไปเยอะ เริ่มบูรณะใหม่ในปี 1454 โดยฝีมือของ Juan de Colonia และลูกชาย Simon เสร็จในปี 1484 ถูกวิจารณ์ว่าเป็นศิลปะที่ขัดแย้งกันแต่งดงามอย่างยิ่ง เพราะด้านนอกเป็นสไตล์โกธิก ขณะที่ภายในตกแต่งแบบหรูหรา แต่เป็นเสน่ห์ที่ถึงดูดผู้คนได้เป็นจำนวนมาก

           นอกนั้นก็มีโบราณสถานและสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ที่เกี่ยวข้องกับทั้งบูร์โกส สเปน และยุโรป อีกหลายแห่ง สอบถามได้จากโรงแรมที่พัก เที่ยวเสร็จก็ต้องเติมพลัง มาบูร์โกสถ้าไม่ได้ลิ้มลองจานเด็ดถือว่ายังไม่ครบเครื่อง มีดังนี้ อย่างแรก ลูกหมูย่าง เป็นเมนูยอดนิยมในบูร์โกสและแคว้นคาสติลยา อี เลออน ตามด้วย เลอชาโซ (Lechazo) หรือแกะย่าง ซึ่งจะให้อร่อยต้องใช้แกะที่เพิ่งอดนมหมาดๆ 1 ขา พร้อมสะโพกเข้าไปย่างในเตาคล้ายๆ เตาพิซซ่า เนื้อนุ่มเนียน ผมอยู่ในแคว้นนี้ประมาณ 2 สัปดาห์ กินทุกมื้อค่ำ บางวันแถมมื้อกลางวันจนเห็นแกะข้างถนนแทบจะทักทายภาษาแกะได้ แต่ยอมรับว่าของเขาอร่อยจริงๆ ปรุงได้หลายแบบ แกะที่มีขายในบ้านเราชิดซ้ายไปเลย 

           อีกอย่างเป็น สตูหมูกับไส้กรอก ใส่เครื่องเทศเผ็ดนิดๆ ส่วนคนรักเนื้อต้องสั่ง เนื้อแดดเดียวสไตล์ลีออน (Leon) เหนียว นุ่ม เคี้ยวมันปากดี กินกับไวน์แดงเทมปรานิลโย (Tempranillo) ของ ริเบรา เดล ดูเอโร (Ribera del Duero) สุดยอดจริงๆ  ยิ่งดินเนอร์ของพวกสเปนกว่าจะจบก็ราวๆ ตี 3 พอสายๆ เจอพระอาทิตย์ต้องร้องเพลง..ยั่งซิ มันต้องถอน...!!!..ทุกวัน



           พูดถึงไวน์เขตนี้สักหน่อย Ribera del Duero เป็น 1 ใน 9 เขตควบคุมการผลิตไวน์คุณภาพ Denominación de Origen (DO) ของแคว้นกาสติลยา อี เลออน ไวน์แดงคุณภาพเยี่ยมราคาแสนแพงของสเปนคือ เวกา ซิซิเลีย (Vega Sicilia) และตินโต เปสกูเอรา (Tinto Pesquera) ก็อยู่ที่นี่



           อีกอย่างที่ต้องลอง มอร์ซิลญา (Morcilla) หรือไส้กรอกเลือดของสเปน มีหลายรูปแบบ แต่ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางต้องเป็นมอร์ซิลญาแห่งบูร์โกส (Morcilla de Burgos) ส่วนผสมหลักคือ เลือดหมู มันหมู ข้าว หัวหอม และเกลือ ถ้าเป็นของ Albacete และ La Mancha จะไม่ใส่ข้าว แต่ใส่หัวหอมมากขึ้น บางแห่งใส่อัลมอนด์ ลูกสน ฯลฯ ในโปรตุเกสไส้กรอกเลือดเรียกว่า มอเซลา (Morcela) สีออกดำๆ ทำจากเลือดวัว มันหมู หัวหอม กระเทียม และพริก

            ชีสสด บูร์โกส (Fresh Burgos Cheese) เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ต้องลิ้มลอง ทำจากนมแกะเป็นชีสสด นุ่ม และมีน้ำฉ่ำๆ ได้ชื่อว่าเป็นชีสระดับคุณภาพของแคว้น Castilian y León นอกจากสีขาวเหมือนน้ำนมแล้ว ยังหอมกลิ่นนมด้วย เปรี้ยวนิด เค็มหน่อย นิยมเสิร์ฟหลังอาหาร

            ซาลมาเรโฮ (Salmorejo) เป็นซุปเย็นชื่อดังประจำถิ่น ทำจากเปลือกมะเขือเทศ ขนมปัง กระเทียม น้ำมันมะกอก และเวนิการ์ เวลาเสิร์ฟจะโรยแซร์ราโน แฮม และไข่ต้ม หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ซาลมาเรโฮจะมีสีส้มปนชมพูเหมือน กาสปาโช (Gazpacho) ซุปเย็นชื่อดังของสเปน แต่ซาลมาเรโฮสีเข้มข้นกว่าเพราะไข่ขนมปัง ผมเคยกินซุปชนิดนี้บนเกาะ Canary เขาใส่เนื้อกระต่ายด้วย

            ปุลปิโตส (Pulpitos) เป็นอีกจานที่ผมชอบมาก ปลาหมึกตัวเล็กๆ (Little Octopi) ปรุงกับหัวหอม มันฝรั่ง ไส้กรอกเลือดสีขาว และเครื่องเทศอีกหลายอย่าง รสออกหวานปะแล่มๆ เหยาะเกลือลงไปนิดอร่อยมาก

            บูร์โกส เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีเสน่ห์เย้ายวนล้นเหลือไม่แพ้เมืองอื่นๆ ของสเปน ทั้งด้านสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน ไวน์ และวิถีชีวิตของผู้คนที่มีรากเหง้ามาเป็นพันๆ ปี

รักการท่องเที่ยว  อ่านสถานที่ท่องเที่ยว มากมาย คลิกเลยค่ะ




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

คิดอย่างไรกับเรื่อง: บูร์โกส เมืองเล็กเสน่ห์ล้นของสเปน ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
บูร์โกส เมืองเล็กเสน่ห์ล้นของสเปน โพสต์เมื่อ 13 กรกฎาคม 2552 เวลา 16:36:49 361 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP