เกาะลันตา กาลเวลาผ่านไปแต่วิถีชีวิตยังคงเดิม

เกาะลันตา

          เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ประกอบด้วยเกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวกระบี่ที่มีทั้งทะเลสวย ๆ และชุมชนดั้งเดิมอย่างอูรักลาโว้ยอาศัยอยู่

          เกาะลันตา เกาะที่นักเดินทางผู้หลงใหลความงามของท้องทะเลอยากไปสัมผัสกับความงาม ที่แฝงไว้ด้วยสงบและเรียบง่าย อาจเพราะเกาะลันตาที่หลบซ่อนสายตาผู้คนอยู่ท่ามกลางท้องทะเลสีคราม อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของชาวเกาะดั้งเดิม ที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผสมผสานกับความเจริญที่เข้ามาเยือนได้อย่างลงตัว เอาเป็นว่าเราไปทำความรู้จักกับเกาะลันตาให้มากขึ้น จากสารคดีท่องเที่ยวของอนุสาร อ.ส.ท. ที่ได้ไปเยือนเกาะลันตาใหญ่อันเงียบสงบและมีเสน่ห์ของตัวเอง ผ่านปลายปากกาของ ธเนศ งามสม และชมภาพสวย ๆ จาก พักธ์รวินทร์ วานิชย์สถาพร กันดีกว่าค่ะ
ลันตา กาลเวลา ชีวิตยังคง

เกาะลันตา

          1.“ชีวิตคือการเดินทาง”

เกาะลันตา

เกาะลันตา

          นึกถึงลันตา ประโยคนี้มักผุดเข้ามาในห้วงคำนึง ใบหน้ากร้านวันเวลาของชายชรายังปรากฏชัด ชุดธาร์ปขาวสะอาดเคลื่อนไหวเนิบช้าขณะละหมาดในมัสยิด คงเป็นสิ่งจริงแท้ ชีวิตที่แท้คือการรอนแรมเดินทางในความหมายของชายชรา คือการเดินทางในบั้นปลายเพื่อไปพบพระผู้เป็นเจ้า ณ โลกใบใหม่ แสวงหาปลายทางที่แท้จริงของชีวิต

          ชายหนุ่มนิ่งฟังพลางครุ่นคิด เขาเพิ่งเดินทางมาถึงลันตา สำหรับเขาแล้วการเดินทางที่ผ่านมาหลอมรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งสุขและโศก พานพบ และพลัดพรากจากลา เขาเพิ่งมาเยือนลันตาเป็นครั้งแรก ทุกสิ่งดูแปลกใหม่ ถ้อยสนทนา และภาษาใหม่ ๆ คล้ายเชื้อเชิญให้เขาก้าวเข้าไปใกล้ สดับฟังและสื่อสาร เช่นเดียวกับถ้อยอาซาน ณ มัสยิดแห่งนั้น

          เช่นเดียวกับอีกภาษา ซึ่งมีมาเก่าแก่แต่ปางบรรพ์ “อูรักลาโว้ย” หมายถึงคนทะเล” สมจิตร ทะเลลึก บอกผู้มาเยือนด้วยภาษาไทยขัดถ้อยคำ เขาเป็นชาวอูรักลาโว้ย หรือ “ไทยใหม่” โดยกำเนิด บ้านสังกาอู้อยู่ปลายสุดเกาะลันตาใหญ่ อิงแอบภูเขาและทะเลที่พวกเขาเคารพรักผูกพัน

          พูดได้ว่าบ้านของพวกเขานั้น “นำอยู่” แม้เรือนที่อยู่จะเปลี่ยนไปไม่เหลือเค้ารูปเดิมก็ตาม ทว่าพิธีกรรมสำคัญอย่างงาน “ลอยเรือ” และภาษาเก่าแก่โบราณยังหลอมรวมจิตใจพวกเขาไว้ด้วยกัน

          ที่โรงเรียนบ้านสังกาคู้ เสียงท่องอักษรอูรักลาโว้ยยังแว่วกังวานผสานเสียงคลื่นลมทะเล ทุก ๆ วันศุกร์ สมจิตรจะมาเป็นครูอาสา สอนภาษาบรรพบุรุษซึ่งช่วงเวลาหนึ่งเกือบลบเลือนหายสูญ

          “ผมสบายใจแล้ว อย่างน้อยภาษาของเราก็ไม่หายไป จะเหลือก็แค่อย่างเดียว สักครั้งคงได้กลับไปหาแผ่นดินเกิด” บอกเล่าต่อกันมาว่าบ้านเกิดของพวกเขาอยู่ที่ “กฺกฺนุงเยอรฺ” ผืนดินแห่งหนึ่งริมทะเลมะละกา ความที่รักอิสรเสรี ท้องทะเลเปรียบเหมือนบ้าน บรรพบุรุษกลุ่มหนึ่ง จึงล่องเรือรอนแรมกันมา บ้างจอดเรืออาศัยที่ภูเก็ต เกาะหลีเป๊ะ และที่ลันตา สำหรับสมจิตร การไปเยือนแผ่นดินแม่คงเป็นการเดินทางครั้งสำคัญของชีวิต

          2. ภาพแรกที่เห็นลันตา คือภูเขาเขียวอิงแอบทะเลอันดามัน

เกาะลันตา

เกาะลันตา

          จากผืนแผ่นดินใหญ่ แพขนานยนต์พาเราข้ามน้ำทะเลมายังเกาะลันตาน้อย แล้วสะพานที่เพิ่งสร้างเสร็จก็นำเรามาถึงเกาะลันตาใหญ่ เราพักที่เกสต์เฮ้าส์เล็ก ๆ ใกล้หาดพระแอะ หรือ “ลองบีช” ย่านอาคารร้านรวงและผู้มาเยือนหนาตา

          ในวันแรกเราก็พบว่าเราเป็นชนกลุ่มน้อยนิดเมื่อเทียบกับชาวยุโรปและชาวจีนที่รอนแรมมาเยือน ตลอดสัปดาห์ที่อยู่บนเกาะนี้ มีคนไทยมา “เที่ยว” ไม่ถึงนิ้วมือที่เรามี

          “ลันตามีตัวตนค่อนข้างชัดเจน” พี่หนุ่ม เจ้าของร้าน Not A Toy นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยกับเรา

          คงเป็นเรื่องยากที่จะนิยามใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของ ผู้คน หรือสถานที่ เวลาร่วม 20 ปีของพี่หนุ่มกับลันตาช่วยให้เห็นภาพบางอย่างกระจ่างขึ้นบ้าง

          ร้านกาแฟเล็ก ๆ น่านั่งนี้อยู่ตรงศาลาด่าน ท่าเทียบเรือและย่านร้านค้าตรงข้ามกันเป็นร้านอาหารรสดี ถัดไปสองสามคูหาเป็นร้าน Catfish ที่เปิดเป็นร้านอาหารและแลกเปลี่ยนหนังสือ หนังสือมากมายหลายภาษาเรียงรายน่าสัมผัส ถัดกันไม่ไกลเป็นร้านกาแฟและที่พักชื่อ Peacock บรรยากาศขัดตามตัวตนเจ้าของร้าน ผู้สักแทททูและไว้ผมทรงเดรดล็อก

          ในหมู่แบ็กแพ็กเกอร์ ศาลาด่านเปรียบได้กับถนนข้าวสาร เป็นที่รวมร้านรวงและเกสต์เฮ้าส์เก๋ ๆ เป็นจุดต่อเรือไปยังที่ต่าง ๆ ทั่วทะเลอันดามันตั้งแต่เมียนมาไปจนถึงมาเลเซีย ศาลาด่านจึงมาหลากสีสัน โดยเฉพาะผู้คน เชื้อชาติ และภาษา

          ครอบครัวชาวฝรั่งเศสแวะมาที่ร้านแคทฟิช เด็กหญิงตัวน้อยสนุกกับการท่องอักษร อา เบ เช นั่นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน หญิงชาวยุโรปคลุมฮิญาบตามหลักอิสลาม หญิงสาวชาวเยอรมันซึ่งพักที่เดียวกับเรา คู่รักชาวเกาหลี และหญิงสาวชาวญี่ปุ่นแห่งร้านกาแฟ ซึ่งหลงใหลลันตาเสมือนบ้านหลังที่สอง

          ที่ศาลาด่าน เราเดินทอดน่องเพลินตา ท่าเรือกำลังพลุกพล่านด้วย เรือเมล์จากหลีเป๊ะ ภูเก็ต สิมิลัน เป้โบโตถูกลำเลียงขึ้นสู่ท่า ใบหน้าของผู้มาเยือนดูตื่นตาตื่นใจ การรอนแรมเดินทางให้รสรื่นรมย์เช่นนี้

          3. มองจากดวงตาของนกนางนวลที่โบยบิน หรือจากดวงตาของเราที่ทอด มองจากวิวพอยนต์บนภูเขา เกาะลันตาใหญ่รูปทรงทอดยาวคล้ายแผนที่ประเทศไทย ขนาดราวครึ่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต

เกาะลันตา

เกาะลันตา

          ด้านทิศตะวันตกเป็นแนวชายหาดโค้งเว้าน้อยใหญ่ รีสอร์ทร้านค้าเกิดใหม่ในแถบนี้ ขณะด้านทิศตะวันออกเป็นป่าโกงกางและหาดเลน จุดอับลมมรสุมที่เหมาะแก่การอาศัยใช้ชีวิต

          ชาวอูรักลาโว้ยอาศัยอยู่ทิศด้านนี้ ทั้งบ้านสังกาอู้และบ้านโต๊ะบาหลิว รวมถึงชุมชนเก่าแก่อันเป็นที่ตั้งอำเภอเกาะลันตา

          แรกเริ่มเดิมลันตาเป็นแขวง ขึ้นกับอำเภอคลองท่อม เมืองปกาสัย (กระบี่) ต่อมาในปี พ.ศ. 2444 ได้ยกฐานะเป็นอำเภอเกาะลันตา พ.ศ. 2460 เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอเกาะลานตา ซึ่งทำเนียบกระทรวงมหาดไทย หมายถึง มองดูยาวเป็นพืด ดูลานตา ทว่า พ.ศ. 2480 เปลี่ยนกลับมาเป็นอำเภอเกาะลันตาดังเดิม

          จากย่านพระแอะ เราเช่ามอเตอร์ไซค์คล้ายแบ็กแพ็กเกอร์ทั้งหลาย ระยะทางราว 20 กิโลเมตร ทิวทัศน์เพลินตา ลันตาด้านตะวันออกร่มรื่น ด้วยสวนยางพารา สวนมะพร้าว ป่าโกงกาง และทิวเขาห่มป่าไม้ บ้านเรือนปรากฏประปราย

          ย่านตัวอำเภอหรือศรีรายาอยู่ค่อนปลายท้ายเกาะ อิงแอบทะเลอย่างเหมาะเจาะลงตัว เรือนแถวไม้สองชั้นรูปทรงน่าชม เรียงรายโค้งขนานไปกับถนนและชายฝั่ง บางหลังดูสวยด้วยไม้ฉลุลาย บางหลังน่ามองด้วยฝาไม้แผ่นยาว เรียงซ้อนกันราวกับงานศิลปะชั้นดี

          ชุมชนศรีรายาเก่าแก่กว่าร้อยปี เริ่มจากชาวจีนล่องเรือค้าขายในทะเลแถบนี้ บ้างแวะจอดเรือสำเภาหลบลมมรสุม บ้างก็ค้าถ่านไม้โกงกางจากที่นี่ไปส่งยังปีนัง ค่อย ๆ ก่อร่างสร้างเป็นชุมชนอาศัย

          “บ้านหลังนี้สร้างตั้งแต่รุ่นก๋ง ใช้ไม้ตะเคียนเป็นหลัก ข้าวของเครื่องใช้ นี่มาจากปีนังแทบทั้งนั้น” อรนุช ไหวพริบ ทายาทรุ่นที่ 4 เล่าพลางพาชมภายในบ้าน

          เรือนหลังนี้รอดจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ เพราะมีศาลเจ้ากั้นแบ่งไว้เครื่องใช้ที่เหลืออยู่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต ที่นี่เคยเป็นร้านค้า มีทุกอย่างตั้งแต่สบู่ เต้าหู้ จนถึงยารักษาโรค ทั้งหมดรับมาจากปีนัง เพราะแต่ก่อนมีเรือเมล์ ติดต่อเดินทางสะดวกสุดในยุคนั้น

          กาลเวลาผันผ่าน การเดินทางไปกระบี่เริ่มสะดวกกว่าไปปีนัง มีเรือเมล์มาถึงท่าศาลาด่าน จุดเปลี่ยนสำคัญคือการท่องเที่ยว ชายหาดโค้งชาวด้านตะวันตกกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักเดินทาง ผู้พิสมัยความบริสุทธิ์ของท้องทะเลอันดามัน ผู้คนบ่ายหน้าไปหาชายหาด ชุมชนเกิดใหม่รองรับผู้มาเยือนจากแดนไกล ศรีรายาคล้ายเลือนหายไปกับกาลเวลา

          4. ขณะโลกทั้งใบหมุนไปอย่างเร็วรี่ ทว่าบางสถานที่คล้ายเวลาคืบเคลื่อนเนิบช้า

เกาะลันตา

เกาะลันตา

เกาะลันตา

          เฉกเช่นลันตา ในความเปลี่ยนแปลงและเป็นไป มีหลายแง่มุมที่ยังคงรูปรอยเดิมไว้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ผู้คน ความเชื่อ และความคิด จิตใจ

          ที่ศรีรายา แม้กระแส “ย่านเก่า” จะช่วยชุบชูให้เรือนแถวไม้คนชีวิตชีวา ทว่าเกสต์เฮ้าส์และร้านกาแฟยังคงกลิ่นอายแห่งวันวาน บานเฟี้ยมไม้ถูกปัดฝุ่นแล้วเปิดกว้างรับผู้มาเยือน ตะเกียงเจ้าพายุถูกเช็ดถูแล้วน่าขึ้นแขวนอย่างภาคภูมิใจ

          ที่โต๊ะบาหลิว แม้จะอยู่ใกล้ชิดชุมชนศาลาด่าน ทว่าบ้านเรือนยังสร้างด้วยไม้รูปทรงคล้ายเดิม ศาลเจ้าโต๊ะบาหลิวยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางจิตใจ

เกาะลันตา

          ชาวอูรักลาโว้ยบ้านอื่น ๆ อย่างสังกาอู้ในไร่ คลองดาว แม้จะต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่ เช่น ใช้ทักษะทางเรือไปเป็นเด็กท้ายเรือนำเที่ยว บ้างรับจ้างตามรีสอร์ต เกสต์เฮ้าส์ ทว่าเมื่อถึงฤดูหาปลา พวกเขาจะหวนคืนสู่เรือไม้ วางลอบปูปลาอย่างที่ใจปรารถนา

          ทั้งลันตาน้อยและลันตาใหญ่ กลุ่มชนที่อาศัยอยู่มากสุดคือพี่น้องชาวมุสลิม พวกเขาปรับกายและใจให้เข้ากับโลกสมัยใหม่ ยินดีต้อนรับพี่น้องชาวคริสต์ในฐานะมิตรผู้มาเยือน มัสยิดหลายแห่งสอนภาษาอังกฤษควบคู่กับภาษาอารบิกตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน

          “เราอยู่ร่วมกันอย่างสันติมานานแล้ว ทั้งพี่น้องชาวพุทธ ชาวจีน ชาวคริสต์” อิหม่ามย่าสาด หวังผล กล่าวกับชายหนุ่มในมัสยิดญันนาตุ้ลฮาซานะห์

          ขณะเสียงอาซานเริ่มกังวานจากหอคอย ถ้อยคำบางคำยังก้องกังวานในความคิด ในยามนั้นเองใบหน้าหลากหลายก็ผุดเข้ามาในห้วงคำนึง

          หญิงสาวชาวจีนที่พบบนเกาะรอก เธอดูร่าเริง มองโลกใสสะอาด วง-ชายหนุ่มอูรักลาโว้ยบนเรือสปีดโบ๊ท ยามเมื่อเอ่ยถึงเรือหาปลา ดวงตาเขาดูเป็นประกาย ยายสุดา มณีรัตน์ที่รอใส่บาตรหน้าเรือนแถวไม้ด้วยดวงหน้าสงบเย็น หญิงสาวชาวญี่ปุ่น ผู้มองโลกกว้างเป็นเหมือนบ้าน ผึ้ง-หญิงสาวเจ้าของโฮสเทล ที่ถ่ายทอดความดีงามสู่ลูกสาวตัวน้อย และผู้เฒ่าอูเซ็น ผู้เปรียบการละหมาดเสมือนได้ใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้า ผู้เปรียบการเดินทางดั่งชีวิต

ขอขอบคุณ

          คุณธีรพจน์ กษิรวัฒน์ อิหม่ามย่าสาด หวังผล บังอูเซ็น และทุกคนที่มัสยิดบ้านคลองโตบ คุณสมจิตร ทะเลลึก และครูที่โรงเรียนบ้านสังกาอู้ คุณสุดาและคุณอรนุช ไหวพริบ คุณบรรจบ อึ้งวิจิตรกุล คุณอารีรัตน์ อุทัยรัตน์ คุณณัฐมนฑ์ ณัฐณพงศ์ พี่หนุ่ม พี่หิน พี่กบ พี่น้อยหน่า พี่วินดี พี่หน่อย ปุณ และผึ้ง รูท แอ๋ว แห่ง Let it Bee Econo Hostel สำหรับมิตรภาพและน้ำใจ

คู่มือนักเดินทาง

          “ลันตา” ประกอบด้วยเกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่ พื้นที่จังหวัดกระบี่ ในสารคดีเรื่องนี้ เราไปเยือนเฉพาะเกาะลันตาใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งชุมชนเก่าแก่และที่ว่าการอำเภอเกาะลันตา

          เกาะลันตาใหญ่มีรูปทรงคล้ายแผนที่ประเทศไทย ขนาดราวครึ่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต ด้านทิศตะวันตกเป็นแนวชายหาดโค้งเว้าน้อยใหญ่ ย่านชุมชนท่องเที่ยวหลัก ๆ คือศาลาด่าน หาดพระแอะ หาดอ่าวนุ้ย หาดคอกวาง ส่วนด้านทิศตะวันออกจะเป็นแนวป่าชายเลน ชุมชนดั้งเดิมจะอาศัยอยู่ด้านนี้ เช่น ที่ว่าการอำเภอหรือย่านเก่าศรีรายา หมู่บ้านอูรักลาโว้ยอย่างสังกาอู้ โต๊ะบาหลิว

          หากไม่ได้นำรถมาเอง นำเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวชมเกาะ แต่ควรระมัดระวังอย่างยิ่งขณะขับขี่ เพราะถนนค่อนข้างชำรุด มีหลุมบ่อ บางช่วงขึ้น-ลงภูเขาสูงชัน

การเดินทาง

          จากตัวเมืองกระบี่ มีรถตู้โดยสารไปเกาะลันตาใหญ่ คิวรถอยู่ที่ถนนมหาราช ซอย 6 (ร้านมิตรไมตรี) เที่ยวเวลา 08.00-16.00 น. ราคา 160 บาท ควรจองที่นั่งล่วงหน้า โทรศัพท์ 0 7562 2197 และ 08 1606 3591 แจ้งคนขับให้ไปส่งยังที่ต่าง ๆ บนเกาะได้ ควรเผื่อเวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง เพราะต้องรอข้ามแพขนานยนต์ระหว่างฝั่งกับเกาะลันตาน้อย

ย่านน่าพักและน่าเที่ยว

          ศาลาด่าน ย่านที่พักสวย ๆ ร้านอาหาร และเป็นท่าเรือไปยังที่ต่าง ๆ ทั่วทะเลอันดามัน ร้านใบเฟิร์น อาหารไทยรสดี ราคาแพง ร้านกาแฟ น่านั่งอย่าง Not a Toy ร้านอาหารซึ่งมีหนังสือน่าอ่านอย่าง Catfish ที่พักเก๋ ๆ อย่าง Peacock

          หาดพระแอะ ชายหาดทอดยาวและเป็นย่านเกิดใหม่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีโฮสเทลราคาย่อมเยาให้เลือกหลายแห่ง แนะนำ Let it Bee Econo Hostel เจ้าของอัธยาศัยและน้ำใจดี ตรงข้ามเป็นร้านอาหารอร่อยชื่อ Papaya

          ย่านเก่าศรีรายา บรรยากาศเก่าแก่น่าเดินชม มีที่พักและร้านกาแฟสวย ๆ หลายร้าน ที่พักแนะนำ The Old Time ร้านกาแฟแนะนำ The Old House ใกล้ ๆ ร้านเซเว่นมีร้านขนมจีนท้องถิ่นและโรตีอร่อย

          แหลมโตนด อยู่ปลายสุดเกาะด้านทิศใต้ เป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา มีชายหาดและประภาคารนำชม มีที่พักและลานกางเต็นท์ให้บริการ

          น่าไปเยือนชุมชนอูรักลาโว้ยที่สังกาอู้และโต๊ะบาหลิว อาจพบเรื่องราวและมิตรภาพดี ๆ ที่หมู่บ้านเหล่านี้

          มีเวลาน่าเที่ยวเกาะรอก มีทัวร์ไป-กลับเกาะรอกนอกและเกาะรอกใน หรือจะพักค้างบนเกาะก็บรรยากาศดี มีเต็นท์ของอุทยานให้บริการ

สอบถามข้อมูลท่องเที่ยว

          การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกระบี่ เลขที่ 292 ถนนมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81000 โทรศัพท์ 0 7562 2163 และ 0 7561 2811-2

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

หนังสืออสท ปีที่ 57 ฉบับที่ 8 มีนาคม 2560
เกาะลันตา กาลเวลาผ่านไปแต่วิถีชีวิตยังคงเดิม โพสต์เมื่อ 3 กรกฎาคม 2560 เวลา 10:42:11 1,191 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: เกาะลันตา กาลเวลาผ่านไปแต่วิถีชีวิตยังคงเดิม ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP