รอยทราย ใต้เกลียวคลื่น...เกาะไหง

เกาะไหง

          เกาะไหง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ แต่จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มของทะเลตรัง เนื่องจากการเดินทางจากจังหวัดตรังสะดวกมากกว่า หาดทรายบนเกาะขาว น้ำทะเลใส มองเห็นปลาหลายพันธุ์หลากสี รอบเกาะปะการังยังสมบูรณ์ วันนี้เราเลยจะพาเพื่อน ๆ ตาม คุณหัสชัย บุญเนือง นักเขียนอนุสาร อ.ส.ท. ที่ได้พายเรือคายักออกเดินทางไปสำรวจความงามของทะเลเกาะไหงมาอวดสายตาของท่านผู้อ่านกันค่ะ

เกาะไหง

เกาะไหง

หัสชัย บุญเนือง...เรื่อง
อานนท์ พลอินทร์, สุธิพัฒน์ ประภากรสกุล...ภาพ

          แสงสุดท้ายของวัน ทาบลงบนภูเขาหินปูนเบื้องหน้าที่ตระหง่าน ท้าสายลมและเกลียวคลื่นอยู่กลางทะเลคลื่นลูกเล็ก ๆ ซัดกระซิบฝั่งไม่ขาดสาย ลอนทรายใต้คลื่นลูกแล้วลูกเล่าได้รับการปั้นแต่ง ปูลมตัวขาวชูตาขึ้นมาเหนือรูบนผืนทราย ก่อนจะวิ่งออกมาหาอาหารและกลับไปอย่างรวดเร็วเมื่อถูกรบกวน รอยเท้าคู่นั้นทิ้งไว้อย่างแผ่วเบา มีเพียงเสียงหัวเราะและรอยยิ้มแห่งความสุขเท่านั้นที่เก็บไป

          ชีวิตของคนเดินทางจะต้องการอะไรมากไปกว่าการพักผ่อนอย่างเต็มเวลา ภายใต้ผืนฟ้า สายลม เสียงคลื่น และหาดทราย กับการท่องทะเล ด้วยแรงแขนตัวเอง...คายักเกาะไหง...

เกาะไหง

ปฐมบทแห่งเกลียวคลื่น

          ปลายฤดูร้อนของปีกลายในช่วงเวลาเย็นอันเงียบสงบ มีเพียงเกลียวคลื่น ผืนทราย และนักท่องเที่ยวไม่กี่คนบนชายหาด ผมนั่งมองเรือโยกไกวเบา ๆ พร้อมคลื่นลูกเล็ก ๆ

          "ไม่กี่วันพายุจะเข้าแถวนี้ บรรยากาศของนักท่องเที่ยวจะหายไป เหลือเพียงความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติ ปีหน้าหากมีเวลามาพายเรือรอบเกาะด้วยกัน" ปลา สุธิพัฒน์ ประภากรสกุล อดีตนักเขียนและช่างภาพธรรมชาติ ที่วางหลักไมล์ของกลิ่นหมึกไว้เบื้องหลัง ก่อนมาวางหัวใจไว้บนเกลียวคลื่นในดินแดนบ้านเกิด ด้วยการเปิดกิจการต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยกิจกรรมเต็นท์พักแรมติดแอร์และอาหารเลิศรส รวมทั้งเรื่องราวของการอนุรักษ์ธรรมชาติในนามของ "ตรังทัวร์" หรือ Sea Open Diving เกาะไหง

เกาะไหง

          ต้นฤดูร้อนปี 2560 ผมแจ้งไปว่าอนุสาร อ.ส.ท. อยากจะนำความสุขและความงดงามของทะเลเกาะไหงมาอวดสายตาของท่านผู้อ่าน ทั้งยังจะได้สำรวจรอบเกาะด้วยคายักในคราวเดียวกันนี้เลย ซึ่งกว่าจะได้วันที่ลงตัวก็เลื่อนกันไปหลายรอย เนื่องจากปีนี้ภาคใต้โดนมรสุมจนเกือบสิ้นเดือนแรกของปี

          ผมเดินทางออกจากพระนครในช่วงเวลาเช้าตรู่ของวันแรกแห่งกุมภาพันธ์ และสาย ๆ ของวันนั้นก็มาเริ่มต้นอาหารเช้ากันแบบจัดเต็มกับยุทธจักรความอร่อย ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คัดสรรให้จังหวัดตรังเป็นจุดหมายที่ไม่อาจพลาดของนักกิน ติ่มซำชุดใหญ่ยกมาวางทั้งขนมจีบกุ้ง หมู ปู ปูอัด ฮะเก๋า ซาลาเปา เปาะเปี๊ยะ รวมไปถึงปาท่องโก๋ (ลักษณะเป็นก้อนสีขาวนุ่ม ๆ ทำจากแป้งข้าวเจ้าผสมน้ำตาลทรายเอาไปนึ่ง เนื้อฟู ๆ หยุ่น ๆ ไม่ใช่ปาท่องโก๋ที่เป็นแป้งทอด ซึ่งคนไทยเรียกสับสนกันมาตลอด ทั้งที่ควรเรียกว่า "อิ่วจาก้วย" หรือ "อิ่วจาโก้ย" หรือทางใต้จะพูดแค่ "จำโก้ย") กินคู่หมูย่างหนังกรอบ แล้วตามด้วยกาแฟโบราณหอม ๆ ก่อนจะล้างคอด้วยชาจีนร้อน ๆ หอมอวลในปาก

          หลังอาหารเช้าอันแสนอร่อยและอิ่มเอม เราก็พร้อมเดินทางออกสู่ท้องทะเลตรัง อันมีเกาะกระดาน เกาะมุก ถ้ำมรกต และเกาะไหง เป็นไฮไลท์ของการมาเยือนในครั้งนี้ (แม้ว่าเกาะไหงจะตั้งอยู่ในอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ทว่าการเดินทางจากจังหวัดตรังใช้เวลาสั้นกว่า) จากท่าเรือปากเมง หัวเรือสปีดโบ๊ทแหวกเกลียวคลื่นไปอย่างมั่นคง ภาพของเกาะค่อยขยายใหญ่ขึ้นจนเต็มตา เมื่อเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง...

เกาะไหง

พักใจไปกับท้องทะเล

          บรรยากาศของทะเลในช่วงกลางวัน แดดจัด ลมพัดกำลังดี สีน้ำทะเลเขียวมรกต นักท่องเที่ยวต่างชาตินั่งดื่มน้ำอัดลมเย็น ๆ ได้เงาของทิวมะพร้าวและต้นหูกวาง ทีมงานช่วยกันขมของเข้าไปเก็บเรียบร้อยก็ปรึกษากันถึงวิธีการพายเรือคายัก ซึ่งเป็นหัวใจของการเดินทางมาในครั้งนี้

          เมื่อดูจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเกาะไหง ที่วางตัวเป็นแนวเหนือ-ใต้ โดยมีชายหาดยาวกว่า 3 กิโลเมตร ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งมีสถานประกอการอยู่ทางนี้เป็นส่วนใหญ่ และมีนักท่องเที่ยวคึกคักที่สุด ทว่าหากเทียบกับที่อื่นก็ยังถือว่ามีความสงบอยู่ดีนั่นเอง

เกาะไหง

          "รอบเกาะไหงมีระยะทางราว 8 กิโลเมตร สิ่งที่เราควรทำคือดูเรื่องกระแสน้ำ เพราะหากเราพายไปในช่วงเวลาเดียวกับกระแสน้ำขึ้น น้ำลง จะช่วยทุ่นแรงไปได้มาก ซึ่งทั้งมือใหม่ มือเก๋า สามารถพายไปได้อย่างสบาย" ปลา ผู้ช่ำชองเรื่องราวของกิจกรรมทางทะเลให้ความเห็น พร้อมวางแผนการพาย สรุปได้ว่าวันนี้พักผ่อนให้หายเหนื่อย โดยการวอร์มพายเล่นหน้าหาด ดำน้ำตื้นชมปะการัง รวมทั้งฝึกดำน้ำลึกไปพลาง ๆ

          ปลากะตักฝูงใหญ่เคลื่อนตัวหาอาหาร มองไกล ๆ คล้ายคราบน้ำมันหรือคราบดำ ๆ ที่ลอยไปตามริมฝั่ง ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติมีหลากหลายเรื่อง หลากมิติให้เราได้เฝ้ามอง ติดตาม และศึกษาไปพร้อมกับชีวิตเล็ก ๆ เหล่านี้

เกาะไหง

          บ่ายวันนี้ผมกับสมาชิกคณะเล็ก ๆ ออกแรงวอร์มกันหน้าหาด จนแดดร่มลมตกก็มาเตรียมถ่ายภาพแสงเย็น เพื่อเก็บภาพบรรยากาศของการพักผ่อนแบบสบาย ๆ กับธรรมชาติที่งดงาม...

เกาะไหง

          แสงของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปไม่นาน แสงสีริมหาดก็วิบวับระยิบขึ้นมาอวดกันบ้าง นักท่องเที่ยวจากหลากหลายชาติแวะมานั่งดื่มด่ำบรรยากาศของค่ำคืนที่แสนสบายกับเพื่อน ๆ และคนรักของพวกเขา... บางทีผมอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า ระหว่างคนรักกับสถานที่ที่รัก อย่างไหนดีกว่ากัน หรือจริง ๆ แล้วต้องคู่กัน

เกาะไหง

ท่องทะเลแห่งหัวใจ

          ผ่านการพักผ่อนอย่างสบาย ๆ มาเต็มที่ เช้านี้นั่งมองคลื่นลูกเล็ก ๆ ซัดเข้าฝั่งจนกาแฟร้อนแก้วที่สองผ่านไป จึงลุกขึ้นเดินไปจัดแจงกับภารกิจส่วนตัว เพราะวันนี้เรานัดกันว่าให้แสงสวยเต็มที่จึงเริ่มต้นพายเรือรอบเกาะไหง พร้อมกับดำน้ำชมปะการังเป็นช่วง ๆ นัยว่าจะได้ไม่ต้องพายเรือกันอย่างเดียว แต่มีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ได้สัมผัสกันด้วย

          ราว 10 นาฬิกา เรือทุกลำก็พร้อมอยู่หน้าหาด มีช่างภาพธรรมชาติมือเยี่ยมอย่าง อานนท์ พลอินทร์ มาช่วยบันทึกภาพความสนุกกันอีกแรง งานนี้ผมเลยเบาใจ จะเรียกว่าแทบไม่ได้กดชัตเตอร์เลยก็ว่าได้ พายเพลิน ๆ ชิล ๆ ไปบนเกลียวคลื่น ด้วยแรงแขนของเราเอง มองเห็นฝูงปลาใต้น้ำว่ายกันเพลิดเพลิน

          "ปกติคนอื่นใช้เรือหางยาว หรือเรือสปีดโบ๊ท แต่คณะเราไปด้วยสองแขนบนเรือคายัก ให้ความรู้สึกที่แปลกออกไป แต่ใกล้ชิดธรรมชาติมากเหลือเกิน" ผมไม่แน่ใจว่าใครพูดประโยคนี้ขึ้นมา แต่ผมว่ามันเป็นความจริง

เกาะไหง

          ในที่สุดก็พายมาถึงหัวแหลมเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่แท่งหินแหลมทรงคล้ายเจ้าแม่กวนอินเมื่อมองจากทิศตะวันออก บริเวณนี้มีกองหินโผล่พ้นน้ำอยู่สองกอง มีปะการังสวยงามอย่างยิ่ง ซึ่งในอดีตมีปะการังอ่อนหลากสีขึ้นอยู่หนาแน่น ทว่าหลังจากเกิดสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้พวกมันหายไปแทบหมด แต่ยังมีอย่างอื่นให้ชมกันอีกหลายอย่างเรียกว่าสร้างความเพลิดเพลินได้ไม่น้อยเลย

          จุดนี้กระแสน้ำค่อนข้างแรง การลงดำน้ำจึงควรมาช่วงที่น้ำขึ้นสุดหรือช่วงที่น้ำลงสุด เพราะช่วงเวลาดังกล่าวกระแสน้ำค่อนข้างจะนิ่ง บริเวณนี้นักดำน้ำลึกมักจะมาลงไปชมโลกใต้น้ำกันอยู่เนือง ๆ แว่วว่าใต้น้ำลึกยังมีปะการังที่สมบูรณ์และหนาแน่น อีกทั้งเป็นจุดที่มีฝูงปลาน้อยใหญ่อาศัยแนวปะการังแถบนี้อยู่มากมาย

เกาะไหง

          ระหว่างที่พายเรือเล่น ๆ กันอยู่นั้น ตรงไหนสวยหรือผ่านดงปะการังมีปลาเยอะ ๆ เราก็โดดจากเรือลงไปดำน้ำดูกันอย่างเพลิดเพลิน ไม่น่าเชื่อว่าการล่องไปบนทะเลแห่งหัวใจ ไม่ได้กำหนดอะไรเอาไว้ตายตัวจะดีขนาดนี้ พายไปบ้าง เล่นไปบ้าง ดำน้ำ ขึ้นฝั่ง คล้ายจะปลดปล่อยอารมณ์ไปได้อย่างแท้จริง


เกาะไหง

ปลายทางแห่งฝีพาย

          จากแหลมเจ้าแม่กวนอิมไปจนสุดอ่าวควนตงเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา บริเวณปลายแหลมมีกองหินที่มีชื่อเรียกว่าหินเข้ เป็นอีกจุดที่มีฝูงปลาใหญ่น้อยชุกชุมมาก หากได้ผ่านบริเวณนี้ตอนเย็น ๆ อาจได้เห็นฝูงปลาฉลามมาว่ายวนเล่นแสงเย็นอยู่ในบริเวณผิวน้ำ แต่แนวปะการังค่อนข้างอยู่ลึก

          อ่าวควนตงซึ่งทอดตัวยาวกว่า 1 กิโลเมตร อยู่ทางทิศใต้ของเกาะ เป็นอีกจุดดำน้ำตื้นยอดนิยมของเกาะไหง เพราะตลอดแนวน้ำตื้นที่ขนานไปกับชายหาดขาวเนียนสะอาดตา มีแนวปะการังโขดน้อยใหญ่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น นอกจากนั้นยังมีดอกไม้ทะเลซึ่งเป็นปะการังอ่อนชนิดหนึ่ง เป็นที่อยู่อาศัยของปลาการ์ตูน หอยมือเสือขนาดใหญ่ ๆ ก็สามารถเห็นได้ที่นี่

          จากแหลมหินเข้มุ่งหน้าไปทางเหนือของเกาะ ซึ่งเห็นเกาะลันตาอยู่ไกล ๆ เป็นแนวผาสูงชันและมีรูปทรงผาแปลกตาสวยงาม มีหาดเล็ก ๆ อยู่เป็นระยะ ๆ สามารถแวะชมและพักแขนได้ทุกหาด

เกาะไหง

          นอกจากการพายเรือรอบเกาะไหงแล้ว จากชายหาดด้านทิศตะวันออกสามารถพายเรือไปเกาะม้า ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร จุดนี้เป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยงามมากจุดหนึ่ง เกาะม้าเองก็เป็นอีกเกาะซึ่งอยู่ในโปรแกรมท่องเที่ยว 4 เกาะท่องทะเลตรัง

          สำหรับเกาะม้านั้นเป็นเกาะเล็ก ๆ ไม่มีชายหาด แต่สามารถชมปะการังได้หลายจุด ปะการังบริเวณเกาะม้ามีทั้งปะการังอ่อนและปะการังแข็ง ทางด้านตะวันออกของเกาะเป็นแหล่งอาศัยของปลาฉลามหูดำ ซึ่งเป็นปลาฉลามขนาดเล็กที่มักจะวนเวียนมาให้นักท่องเที่ยวเห็นอยู่เป็นประจำ

          จากเกาะม้า เราค่อย ๆ พายกลับมายังหน้าหาดอีกครั้ง ความสนุก ความสุข และความเหนื่อยล้าหลังจากพายมาหลายชั่วโมง สลับกันดำน้ำตื้น ผมว่าโลกของการท่องทะเลได้เปลี่ยนไปหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เราได้ใช้ความสามารถของตัวเองพายคายักไปได้รอบเกาะ แม้จะเป็นระยะทางไม่ไกลนัก แต่นั่นมันทำให้หัวใจพองโต...

เกาะไหง

เกาะไหง

เพียงพักใจ ไปพักกาย

          ช่วงค่ำวันนี้หลังจากเหน็ดเหนื่อยกันมาอย่างเต็มที่ พี่ปลาได้สั่งเซฟใหญ่แห่ง Sea Taste ให้จัดเมนูมาให้พวกเราได้เติมพลังกลับคืนกันอีกครั้ง ซึ่งผมได้ข่าวมาก่อนแล้วว่าที่นี่มีอาหารอร่อย แขกที่มาพักบนเกาะแทบทุกคนต้องมาแวะกินอย่างน้อยหนึ่งมื้อ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วผมมาตอนปลายฤดูกาล ซึ่งฝนกระหน่ำอยู่อย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ยังไม่ได้ลิ้มลองรสมือ มาคราวนี้จึงขอให้ช่วยจัดมาแบบพิเศษ ๆ แบบที่ใครมาต้องได้ชิมกันเลย

เกาะไหง

          เริ่มต้นกันด้วยอาหารกินเล่นเบา ๆ เพื่อรอมื้อใหญ่ อย่างไก่สะเต๊ะและเปาะเปี๊ยะทอด ที่หอมกรุ่นและกรอบอย่างมาก หลังจากผ่านออร์เดิร์ฟแรกชุดใหญ่ทยอยเสิร์ฟออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่ แกงพะแนง แกงมัสมั่น ข้าวผัดสับปะรด ที่รสชาติถึงใจทุกจาน ไม่มีอ่อนข้อให้กับทุกชาติ เข้มข้นไปด้วยสมุนไพรอย่างเต็มที่ เพื่อให้รสออกมาเด่นที่สุด ซึ่งเพื่อน ๆ ชาวตะวันตกที่มาเยือนบอกว่าชอบที่เผ็ดถึงใจนี่แหละ เสน่ห์ของอาหารไทยไปไกลทั่วโลกจริง ๆ

          ทว่าไม่หมดเพียงเท่านี้ หากเบื่ออาหารไทย อาหารตะวันตกที่จัดมาเตรียมไว้ก็ไม่น้อยหน้า เริ่มกันง่าย ๆ ด้วยสปาเกตตี คาลามารี พิซซ่า มาการิตา แฮมเบอร์เกอร์ หรือคลับแซนด์วิช อาหารง่าย ๆ ก็มีไว้รอต้อนรับ

เกาะไหง

          เรานั่งจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ เพื่อย่อยอาหารและมองความเปลี่ยนแปลงของห้วงเวลา คนเดินทางจากหลากหลายประเทศกำลังแลกเปลี่ยนประสบการณ์ บางคนได้เพียงยิ้มสบายใจ บางคนเอาแต่พูดอย่างเต็มอารมณ์ และบางคนก็เป็นเพียงผู้เฝ้ามองความงดงามของเพื่อนมนุษย์ที่กำลังมีความสุข...ใช่ ตัวเขาเองก็มีความสุข...

เกาะไหง

          ผ่านเที่ยงคืนไปสักพัก บาร์กำลังจะปิด เสียงเพลงหรี่ลง นักท่องเที่ยวขยับตัวกลับที่พัก เราก็ต้องพักผ่อนเช่นกัน ซึ่งคืนนี้เป็นอีกคืนที่ได้นอนในเต็นท์ติดแอร์หรูหราในราคาหลักร้อยต่อคืนเท่านั้นเอง โดยจากข้อมูลทำให้เรารู้ว่าบนเกาะไหงมีที่พักทั้งหมด 12 แห่งด้วยกัน ซึ่งมีสไตล์แตกต่างกันออกไป ทว่าผมเลือกที่จะมาพักกับ Sea Camp เพราะความแตกต่างนั่นเอง คนผจญภัย คนกลางแจ้ง ก็ต้องเลือกอะไรที่มันตรงกับสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว

          โลกของการท่องเที่ยว การเดินทาง อาหาร การพักผ่อน รวมทั้งกิจกรรมสุดสนุกมีให้เราได้ทำตลอดทั้งวัน เวลาของผมบนเกาะไหงยังมีอีกสองวันเต็ม ๆ คงได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ตามเกาะต่าง ๆ รวมไปถึงเกาะรอกและถ้ำมรกต ซึ่งชีวิตคนเดินทางจะต้องการอะไรมากกว่าหัวใจได้อิ่มเอมและร่างกายได้ทำในสิ่งที่ต้องการ

          ผมเชื่อว่าได้รอยทรายที่โดนโถมซัดด้วยเกลียวคลื่นมีความรักของผู้คนซ่อนอยู่ บางทีเราอาจจะยังเจอหัวใจของเราเท่านั้นเอง... แต่ผมเชื่อว่าคุณจะพบ หากออกไปหา เพราะนั่นเป็นชีวิตของคุณหัวใจของคุณ...

ขอขอบคุณ

          คุณสุธิพัฒน์ ประภากรสกุล
          Sea Open Diving เกาะไหง จังหวัดกระบี่
          Sea Camp ที่พักแสนสบายของคนรักการผจญภัย
          Sea Taste ร้านอาหารที่มากเมนูไทย-ฝรั่ง
          Sea Open Diving ผู้ที่นำพาสู่โลกใหม่ใต้ท้องทะเล
          คุณประทีบ โจ้งทอง ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง (ลิบงการท่องเที่ยว)
          คุณสุนทร เชิดนาม (เลตรังไดฟ์วิ่ง)

คู่มือนักเดินทาง

          ตรังเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่การเดินทางค่อนข้างสะดวก สามารถเดินทางได้ทั้งทางรถประจำทาง รถไฟ และเครื่องบิน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามความต้องการ จากตัวเมืองตรังไปหาดปากเมงมีรถตู้โดยสาร ออกทุก ๆ ชั่วโมงตลอดวัน รถไปส่งถึงท่าเรือปากเมง บริเวณท่าเรือมีเรือหางยาวเช่าเหมา มีบริษัทนำเที่ยวทะเลตรังหลายเจ้าให้เลือก

ติดต่อสอบถามข้อมูล

          Sea Open Diving โทรศัพท์ 09 4456 9554 และ 08 1735 0527 เฟซบุ๊ก www.facebook.com/seaopendiving

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

ปีที่ 57 ฉบับที่ 8 มีนาคม 2560


คิดอย่างไรกับเรื่อง: รอยทราย ใต้เกลียวคลื่น...เกาะไหง ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
รอยทราย ใต้เกลียวคลื่น...เกาะไหง โพสต์เมื่อ 7 เมษายน 2560 เวลา 16:21:07 9,317 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP