แสงไม่มีไม่ต้องกลัว ! พาไปถ่ายรูป Night Portrait ย่านสะพานพระราม 8 ด้วย OPPO F11 Pro กล้องหลังคู่สุดเทพ ความละเอียด 48MP+5MP ถ่ายสวยแม้ที่แสงน้อย เก็บได้ทุกรายละเอียด ไม่ต้องใช้แฟลชภาพก็สวย สว่าง คมชัด จุดออกสตาร์ตของเราอยู่ที่อาคารกระทรวงกลาโหม สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป แม้จะมีอายุกว่าร้อยปี แต่ก็ยังดูสดใสสวยงาม เห็นแบบนี้แล้วก็ขอหยิบ OPPO F11 Pro มาเก็บภาพสวย ๆ สักหน่อยด้วยกล้องหลังคู่ 48MP+5MP และรูรับแสง F1.79 ทำงานคู่กับเลนส์ 6P และโหมดการถ่ายที่เพียงแค่แตะก็ทำให้ได้ภาพคมชัด สว่าง สดใส โหมดที่ว่านี้ก็คือ Dazzle Color ฟีเจอร์ที่ช่วยทำให้สีของภาพสดใสแต่ยังดูเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าหากชอบสีสด ๆ ละก็ ปรับแต่งภาพเพิ่มด้วยโหมด HDR ก็ทำให้ได้ภาพที่คมชัดและสีสันจัดจ้านมากขึ้นแม้ช่วงแสงน้อย เห็นไหมล่ะคะว่า OPPO F11 Pro จัดฟีเจอร์มาให้เต็มสูบ สามารถแต่งรูปเสร็จสรรพตั้งแต่ก่อนกดชัตเตอร์เลย เดินเลียบฟุตปาธมาเรื่อย ๆ ก็ถึงบริเวณถนนหน้าพระลาน เสน่ห์ของที่นี่ก็คือเหล่าตึกแถวข้างทาง อยู่เยื้องกับพระบรมมหาราชวัง บวกกับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเย็นแบบนี้ ก็ไม่พลาดที่จะเก็บรูปมาฝากกันค่ะ ขอข้ามถนนไปถ่ายใกล้ ๆ หน่อยแล้วกัน มืดแค่ไหนก็เอาอยู่ เดินไปเดินมาแป๊บเดียวก็ค่ำซะแล้ว...เลยขอแอบแวะมาเก็บภาพที่ท่าเตียนซะหน่อย เพราะได้ข่าวว่าบริเวณนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีวิวสวยไม่แพ้กัน แต่ตอนไปถึงเนี่ยมืดมาก สองข้างทางแทบไม่มีแสงไฟเลย ตอนแรกก็แอบกลัวว่าจะได้ภาพกลับมาฝากรึเปล่า ? บอกเลยว่าผิดคาดมาก ๆ เพราะแค่เปิดโหมดกลางคืน ก็ถ่ายต่อได้เลยไม่ต้องรอแสง เก็บทุกรายละเอียดได้คมชัด แม้จะถ่ายจากระยะไกล หลังจากเก็บภาพเสร็จปุ๊บ ก็ออกไปลุยกันต่อ จะบอกว่าเวลาที่บริเวณนี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเนี่ย หันไปทางไหนก็น่าถ่ายรูปเก็บไว้จริง ๆ บวกกับเคยเห็นเขาถ่ายรูปอาร์ต ๆ กัน ก็เกิดอาการอยากได้บ้างอะไรบ้าง เลยได้มาอีกหนึ่งภาพข้างกำแพงวัดพระแก้วแบบนี้... เดินเล่นกินลมชมวิวมาเรื่อย ๆ ในที่สุดผู้หญิงใจกล้าขาแกร่งอย่างเราก็เดินทางมาถึง “สะพานพระราม 8” จุดชมวิวสุดโรแมนติก ถึงแม้จะเป็นตอนกลางคืนแต่คนก็ยังครึกครื้น แถมยังบรรยากาศดี เห็นแบบนี้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง พร้อมถ่ายรูปต่อรัว ๆ ด้วยโหมดทิวทัศน์กลางคืนของ OPPO F11 Pro ที่จะทำให้การถ่าย Night Portrait ที่ว่ายากกลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว และแม้จะออกทริปตั้งแต่เย็นยันค่ำ และเดินถ่ายรูปเก็บเล็กเก็บน้อยมาตลอดทาง แต่แบตฯ ก็ยังไม่หมดนะจ๊ะ เพราะว่าให้มาถึง 4000 mAh แต่งรูปต่อได้สบาย ๆ แถมยังมีฟิลเตอร์ให้เลือกเป็นสิบเลย ชอบแบบไหนก็จัดไปได้เลยจ้า บอกแล้วแอปฯ อื่นไม่ต้อง OPPO F11 Pro เครื่องเดียวจบ มาถึงย่านพระนครทั้งที ไม่แวะปากคลองตลาดก็เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง และไหน ๆ แบตฯ ยังไหว เราก็ขอไปลุยต่อแล้วกัน ช้อปเสร็จก็ได้เวลากลับบ้านกันสักที ระหว่างนั่งรถขออัปเดตข่าวสักหน่อย เลยทำให้รู้ว่าแม้จะใช้งานมาทั้งวันแถมถ่ายมาเป็นร้อยรูป เครื่องก็ยังอัปไวโหลดเร็ว เข้าแอปฯ นู้น เล่นแอปฯ นี้ต่อได้สบาย เพราะมี Hyper Boost ช่วยจัดการระบบต่าง ๆ ให้เราใช้งานแบบไม่มีสะดุด อ้าว...เล่นไปเล่นมารู้ตัวอีกทีแบตฯ กำลังจะหมดซะแล้ว แต่ไม่ต้องเสียบชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนนะจ๊ะ เพราะมีเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง VOOC Flash 3.0 ที่มีการอัปเกรดด้วยอัลกอลิทึม FCC ใหม่ ช่วยรักษาแรงดันไฟฟ้าสูงในระหว่างการชาร์จ ทำให้แบตฯ เต็มเร็วขึ้นใน 80 นาที ระหว่างนี้จะชาร์จไปเล่นเกมไปก็ไม่มีปัญหา เพราะได้รับการรับรองจาก TÜV SÜD องค์กรชั้นนำระหว่างประเทศในเรื่องความปลอดภัยและความเร็วมาแล้ว ไม่ใช่เหล่าฟีเจอร์เท่านั้นที่น่าสนใจ แต่ดีไซน์ยังสวยงามไม้แพ้กัน มาเริ่มกันที่หน้าจอ OPPO F11 Pro ใหญ่โตโดนใจสายถ่ายรูปอย่างเรามาก ๆ เพราะสมาร์ตโฟนรุ่นนี้มาพร้อมกับ Panoramic Screen ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียดแบบ Full HD+ อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 90.9% ไม่ใช่แค่จอกว้างสุดใน F Serires เท่านั้น แต่ยังเป็นสมาร์ตโฟนที่ให้ภาพสวยใส เห็นชัดทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะถ่ายรูป ดูคลิป หรือเล่นเกม ก็มองภาพได้เต็ม ๆ ตาไม่มีติ่งที่จอมากวนใจ ถามว่าจอบิ๊กเบิ้มขนาดนี้ถือลำบากรึเปล่า ? บอกเลยว่า จับถนัดมือมาก ๆ ถือถ่ายรูปสะดวก พิมพ์แชตสบาย จะนอน ยืน หรือเดินก็ใช้ง่าย เพราะขอบจอโค้งมนเหมาะกับมือของเราพอดีเป๊ะ และผู้หญิงซุ่มซ่ามอย่างเราจะทำเครื่องตกเมื่อไรก็ไม่รู้ OPPO F11 Pro ก็เลยจัด Gorilla Glass 5 กระจกช่วยป้องกันความเสียหายของจอเอาไว้ให้ด้วยล่ะ โอ้โห...รู้ใจมาก ๆ ส่วนสีสันของ OPPO F11 Pro ก็สวยงาม เรียบหรู จับแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นญาญ่า จะถือถ่ายภาพตอนเย็นหรือกลางคืนก็โดดเด่น รุ่นนี้ใช้การไล่ระดับสีของเครื่องแบบ Triple Gradient Color ที่มีให้เลือกด้วยกัน 2 เฉด คือ Aurora Green และ Thunder Black ออกแบบโดยใช้เทคนิคแรเงาของสีน้ำ ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างสีแดงและสีน้ำเงินจนกลายเป็นสีดำที่ดูลึกลับ มีเสน่ห์ เหมือนฉากในกาแล็กซี สะท้อนแสงไฟตอนกลางคืนนี่วิบวับสุด ๆ จริง ๆ ก่อนจะเดินทางกันวันนี้แอบนั่งเล่นเซลฟี่ที่คาเฟ่เบา ๆ ระหว่างรอแดดร่มลมตก เพราะ Oppo F11 Pro มีอีกหนึ่งทีเด็ดคือ Rising Camera กล้องหน้าป๊อปอัพขอบคริสตัลโปร่งใส ความละเอียด 16 MP และรูรับแสง F2.0 ละลายฉากหลังพอดี แถมสไลด์ขึ้นมาอัตโนมัติรวดเร็วทันใจ ที่สำคัญยังมีเทคโนโลยี AI Beauty ช่วยจับโฟกัสใบหน้า วิเคราะห์ฉาก และปรับแสงสีให้เหมาะกับภาพโดยรวมด้วย นี่แหละจ้า ที่อยากบอกว่ากรี๊ดสุด ๆ เพราะแค่เลือก Custom Beautification ก็สามารถปรับหน้าเรียว คางแหลม ตาโต จมูกโด่ง ได้อย่างใจ ไม่ต้องบินไปถึงเกาหลีหรือพึ่งมีดหมอให้เจ็บตัว แถมประมวลผลไวเว่อร์ ไม่ต้องรอโหลดนาน ๆ ด้วยล่ะ เซลฟี่เพียว ๆ อาจจะดูโล่งไปนิด OPPO F11 Pro ก็มีสติ๊กเกอร์ดุกดิกคิวต์ ๆ ไว้ให้แต่งรูป ขอลองเล่นดูหน่อยแล้วกัน หลังจากจบทริปวันนี้แล้วบอกเลยว่า จากการถ่ายรูปที่แสงน้อยหรือตอนกลางคืนที่เคยเป็นเรื่องยาก กลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว เพรา OPPO F11 Pro มีมาให้ครบจบในเครื่องเดียว ทั้งกล้องหลังความละเอียดสูง พร้อมฟีเจอร์หลากหลายถ่ายได้แม้ที่แสงน้อย ไม่ต้องใช้แฟลช ส่วนดีไซน์และสีสันก็ออกแบบมาใหม่ สวย เรียบหรู หน้าจอกว้าง เล่นเกมได้ไม่สะดุด แถมแบตเตอรี่ก็อึด ถึก ทนสุด ๆ สเปกจัดเต็มเครื่องแรงขนาดนี้ แต่มาในราคาเพียง 10,990 บาท เท่านั้น บอกได้คำเดียวเลยว่า มีใจก็จัดไปเลย คุ้มแน่นอน !