จากภาพเลือนตาสู่หลังคาสะเมิง







จากภาพเลือนตาสู่หลังคาสะเมิง (อสท.)

จริยา ชูช่วย...เรื่อง
นภดล กันบัว...ภาพ

          เคยรู้จักใครสักคน ชนิดที่ได้ยินชื่อเสียงมานานแสนนาน ผ่านมาผ่านไปก็หลายที แต่ไม่เคยมีโอกาสเจอหน้ากันสักครั้งไหม

          ฉันกับอำเภอสะเมิง ก็คงจะเป็นเช่นนั้น

          บ่อยเหลือเกินที่ไปเยือนจังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่เคยเอะใจจะเลี้ยวซ้ายจากแยกแม่ริมเข้าไปเยี่ยมสักครั้ง มาได้ยินชื่อเต็มสองหูซ้ำอีกที ก็ตอนทีไปเที่ยวดงป่าสนบ้านวัดจันทร์ เพราะมีคนถามว่ามาจากทางอำเภอปายหรือทางอำเภอสะเมิง

          ฉันตอบชัดว่ามาทางปาย แต่ก็แอบคิดในใจว่า แล้วทางสะเมิงนี่มันเป็นเช่นไรกัน

          กลายเป็นจุดกำเนิดให้เริ่มเสาะถามหาความหมาย



          อีกทั้งค่า "สะเมิง" เองยังฟังคล้ายมีเงื่อนงำ ลึกลันในตัว ชาวไทยเสื้อแปลได้ดั่งรุ่งอรุณยามเช้า ชาวไทยใหญ่ก็ว่าหมายถึงเมือง ส่วนจารึกในลานของพระธาตุม่อนเบี๊ยะ บอกไว้ว่ามาจากชื่อบุคคลสำคัญนามขุนชะเมิง อีกตำนานก็ว่ามาจากคำว่าสามเมิง หมายถึงคนจากสามเมืองที่มารวมตัวอยู่ด้วยกัน คือ ไทยลื้อ ไทยลาว และลัวะ

          หากแต่ใครบางคนที่คุ้นเคยกันสะเมิงดี ต่างเชื่อว่า "สะเมิง" มาจากคำว่า "ชามือ" ในภาษาปกากะญอ แปลว่าฟีน สำหรับจุดนำทาง จนต่อมาได้เพี้ยนเป็น "สาเมอ" ความหมายก็เปลี่ยนตามไปเป็นโดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้ง ซึ่งคนสะเมิงลงความเห็นว่าก็คงจริงตามความหมายนี้ เพราะในอดีตสะเมิงคล้ายกับเมืองสับแลไม่มีใครรู้จัก ทั้งที่ก็อยู่ใกล้กับเมืองเชียงใหม่เพียง 52 กิโลเมตรเท่านั้น

          ความหมาย "สะเมิง" จากต่างที่มา อาจช่วยให้ฉันนึกถึงภาพอำเภอนี้ไปต่าง ๆ นานา แต่ก็ยังคล้ายเป็นภาพเลือนตาอยู่ดี จนกระทั่งการเดินทางครั้งนี้ ฉันได้มีโอกาสทราบอีกหนึ่งความหมาย ตามสมุดประวัติศาสตร์ของกิ่งอำเภอสะเมิง ซึ่งบันทึกไว้เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 ระบุสะเมิงนั้นมีความหมายว่าแสงสว่าง

          เราจึงเสมือนเดินทางไปสู่เมืองที่เคยโดดเดี่ยว แต่กลับกำลังแจ่มชัดสว่างไสวในอีกพริบตา และตั้งใจว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาด เราจะได้เห็นภาพสะเมิงชัดขึ้นในหลายแง่มุม...จากระหว่างทางเรื่อยมาจนถึงหลังคาสะเมิง



สะเมิง เมืองสตรอเบอร์รี่

          เดือนหนาวปลายปีพาเรามุ่งหน้าสู่พิกัดทิศทางตะวันตกของจังหวัดเชียงใหม่ เลียบเลาะไปทางถนนเส้นแม่ริม-สะเมิงแวะทักทายตั้งแต่ก่อนเข้าอำเภอสะเมิงที่บ้านบวกเต๋ย ตำบลโป่งแยง หมู่บ้านปลูกกุหลาบที่ใหม่ที่สุดหมู่บ้านหนึ่ง มีป้ายใหญ่บอกชัดเชิญเลี้ยวเข้าไปชม ที่นี่คือสถานที่จัดงานปีใหม่ม้งอย่างยิ่งใหญ่ที่ผ่านมา ไม่ไกลกันคือบ้านบวกจั่น ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม มองเห็นไกลถึงยอดดอยอินทนนท์

          ที่สำคัญ ตลอดสองข้างทางมุ่งหน้าสู่อำเภอสะเมิงจะผ่านไร่สตรอเบอร์รี่มากมาย พ่อค้าแม่ขายต่างขนผลิตผลสด ๆ และผลิตภัณฑ์จากสตรอเบอร์รี่มาวางขายในเพิงเล็ก ๆ หน้าไร่ริมถนน

          อำเภอสะเมิงเลื่องชื่อเรื่องสตรอเบอร์รี่มายาวนาน ถึงขนาดมีงานสตอรอว์เบอร์รีอันโด่งดังในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นประจำทุกปี เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งผลิตสตรอเบอร์รี่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะที่ตำบลบ่อแก้ว

          มายุคหลังไร่สตรอเบอร์รี่ที่อำเภอสะเมิงเริ่มปรับเปลี่ยนจากการปลูกแบบแปลงปิด เพื่อจำหน่ายอย่างเดียว เป็นแปลงเปิดมากขึ้น โดยตึงพระเอกอย่างสตรอเบอร์รี่เป็นจุดขาย แล้วรวมเอาที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมชมไร่ สร้างความหลากหลายเพิ่มมูลค่าเข้าด้วยกัน

          เรามาแวะไร่นก ภูผา ซึ่งเป็นไร่แรกๆ ที่บุกเบิกเรื่องการท่องเที่ยว บนพื้นที่เกือบ 20 ไร่โอบด้วยขุนเขาหินปูน แงเป็นส่วนปลูกสตรอเบอร์รี่ 4 ไร่ ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชม เก็บ ชั่ง ชิมได้ และยังมี่ส่วนของสวนส้มอีก 12 ไร่ ให้ได้ขับรถบักกีเที่ยวเก็บกินกันแบไม่อั้น

          หากไม่รีบร้อนมากนัก ลองเลือกพักในบ้านกระท่อม บ้านไม้ หรือบ้านดิน อย่างสงบสักหนึ่งคืน แล้วตื่นมาในบรรยากาศไอหมอกห่มคลุมไร่สตรอเบอร์รี่ แค่นี้เพียงพอกับการค้นหาความสุขในช่วงวันหยุดอันแสนสั้น

          คุณไก่ นิศานาถ และคุณชัย จักริน กาวินนะ เจ้าของไร่นก ภูผา เล่าว่า สตรอเบอร์รี่มีหลายพันธุ์ ทั้งลูกเล็ก ลูกใหญ่ แต่ที่นิยมปลูกในช่วงหลัง คือพันธุ์พระราชทาน 80 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้เกษตรกรเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เมื่อปี 2550 แม้ลูกจะเล็ก ไม่หรูหรา แต่มีลักษณะเด่นกว่าพันธุ์อื่น ๆ ตรงที่ผลสุกจะเนื้อแน่น สีแดงสด หมอหวาน กัดชิมครั้งใดรับรองไม่ผิดหวัง ผลิตผลจะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนเมษายน ที่สำคัญ ตอนนี้หลายไร่ในอำเภอสะเมิงเริ่มปรับเปลี่ยนมาเป็นไร่สตรอเบอร์รี่ปลอดสารพิษ

          มีคนเปรียบเปรยว่า เลือกสตรอเบอร์รี่ก็คงไม่ต่างจากเลือกคบคน หากตัดสินกันที่ความโอ่อ่าสวยหรูเพียงครู่ยาม เราอาจพลาดพลั้งโดนพิษสงเจ็บเจียนตาย หมดโอกาสได้ลิ้มลองของดีมีน้อย ที่มีไว้รอคอยผู้ที่มองเห็นความงามในความง่ายจากภายใน...เห็นจะจริง



ระหว่างทางสู่หลังคาสะเมิง

          เช้านี้เรามีนัดกับพี่แอน นวรัตน์ เรือนคำ ประธานเครือข่ายกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ และวัฒนธรรม อำเภอสะเมิง ด้วยสัญญาใจระหว่างคนแปลกหน้า ยินแว่วมาแต่เสียงทางโทรศัพท์กันพักใหญ่ ๆ ว่าถ้าจะขึ้นม่อนอังเกตุ พี่จะพาขึ้นเอง เพราะอยากให้ที่นี่เป็นที่รู้จักของคนรักธรรมชาติมากขึ้น

          ด้วยชื่อม่อน (ภูเขา) ไม่ใคร่คุ้นหู ครั้นหาข้อมูลก็พบเพียงภาพเล็กน้อยในเว็บไซต์ ไม่ได้ทำให้ฉันนึกภาพม่อนแห่งนี้ออกสักเท่าไหร่ แต่ไหน ๆ หากอยากทำความรู้จักสะเมิงแล้ว ม่อนอังเกตุ ฉายาหลังคาสะเมิงจึงกลายเป็นอีกที่ที่ไม่ควรพลาด

          ตลาดสดเทศบาลตำบลสะเมิงใต้ ใกล้กับที่ว่าการอำเภอสะเมิง ถือเป็นจุดนัดหมายและจุดเริ่มต้นการเดินทางที่ง่ายและครบครัน ใครไม่ได้ตระเตรียมอาหาร อุปกรณ์กันหนาวมา ก็แวะจับจ่ายตรงจุดนี้ได้เลย

          เมื่อรวมตัวสมาชิกได้ 6 คนตามนัดหมาย ก่อนออกเดินทางแวะสักการะหลวงพ่อตาเขียวและรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทป่ากล้วย พ่วงด้วยแวะซื้อกล้วยน้ำว้าสุกทอด กล้วยอบขึ้นชื่อ ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรรอยพระพุทธบาทป่ากล้วย ติดไม้ติดมือไปกินระหว่างทาง



          ช่วงแรกเส้นทางยังคดเคี้ยวไม่มาก ผ่านบ้านกองขากน้อย บ้านปางเติม สู่บ้านแม่ตุงติง ตำบลแม่สาบ แวะชมโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านแม่ตุงติง ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หนึ่งในสี่ฟาร์มตัวอย่างฯ ของประเทศ เพลินชมแปลงผลไม้ปลอดสารพิษ เช่น เสาวรสสีม่วง มะเฟืองหวาน ฝรั่งไร้เมล็ด ชมฟาร์มเลี้ยงเป็ดอี้เหลียง หมูจินหัว กระต่ายเนื้อ ฯลฯ และยังมีศูนย์ฝึกอาชีพงานไม้แกะสลักให้ชาวไทยภูเขาอีกด้วย

          เริ่มปัดฝุ่นสู่ถนนลูกรัง บ้างเรียบเนียน บ้างร่องลึกตามสภาพ เพื่อเดินทางต่อไปยังผายอง กลุ่มหินมหัศจรรย์วางซ้อนตั้งรูปทรงแปลกตา ที่ชาวลีซอนับถือเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังเห็นร่องรอยของพระธุดงค์ที่มาปักกลดบริเวณนี้อยู่ไม่ขาดสาย เมื่อเข้าสู่สามแยกบ้านปางขุม จะผ่านดงเมี่ยงต้นแก่ อายุตามคำบอกเล่าไม่น่าจะน้อยกว่าร้อยปี และไม่ทราบแน่ชัดว่าชนใดเป็นผู้ปลูก

          ตามแผนเราจะเดินทางด้วยรถยนต์กระบะธรรมดา แล้วเปลี่ยนเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่โรงเรียนบ้านปางขุมตำบลยั้งเมิน ซึ่งเป็นพื้นราบจุดสุดท้ายก่อนไต่ระดับความสูงขึ้นม่อนอังเกตุ

          แต่ด้วยเหตุสุดวิสัยบางประการ ทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่นัดหมายไม่สามารถนำเราขึ้นไปได้ บวกกับคำบอกกล่าวของชาวลีซอระหว่างทางว่า รถยนต์จากกรุงเทพฯ 2 คัน ที่เพิ่งขึ้นไปเมื่อวันก่อน ต้องลากซากกลับลงมาทั้งที่ไปไม่ถึงยอดเลย เพราะปีนี้ยังไม่มีใครขึ้นไปเกลี่ยทาง ทำเอาทีมของเราหวั่นใจไม่น้อย

          จนพี่แอ ฤทธิชัย เรือนคำ ศิลปินล้านนาที่อาสาขับรถให้เรา ตัดสินใจว่าจะขับรถยนต์กระบะธรรมดาคันนี้ขึ้นไปได้ แค่ไหนก็แค่นั้น ยังพอมีความหวังอยู่บ้างเมื่อแว่วข่าวว่าวันนี้จะมีกลุ่มรถออฟโรคขึ้นม่อนอังเกตุ หากโชคดีเราคงติดต่อพวกเขาได้ระหว่างทาง เพื่อติดสอยห้อยตามขึ้นไปด้วย

          ลัดเลาะผ่านไร่สตรอเบอร์รี่สุดลูกหูลูกตาแห่งบ้านปางขุม เป็นไร่สตรอเบอร์รี่ที่ปลูกแบบขั้นบันไดตามไหล่เขาก้างใหญ่กว่าไร่ไหน ๆ ที่เคยเห็น ขับเรื่อยผ่านแปลงไม้ดอกเมืองหนาวขนาดใหญ่ ที่ชาวไร่กำลังขะมักเขม้นคัดไซส์ส่งขายวันเว้นวัน

          รถไต่ความสูงจนเข้าสู่ป่าเบญจพรรณ สักพักโทรศัพท์ของพี่แอนดังขึ้น หลังจากที่อับสัญญาณมาตลอดทาง ปลายสายถามว่าถึงไหนกันแล้ว ทุกคนยิ้มร่าเมื่อรู้ว่าเป็นเสียงของพี่ ๆ ออฟโรค จากกลุ่มทริปเปอร์ 4x4 ที่จอดรถรอพวกเราอยู่ไม่ไกล หลังจากที่ทางกลุ่มออฟโรคเองก็แว่วข่าวการมาของพวกเราเช่นกัน

          รถ 4-5 คันวิ่งไล่หลังตามกันไป พลางต่างจับจอบช่วยกันเกลี่ยทางเป็นระยะให้พอวิ่งได้ จนมาถึงหน่วยจัดการต้นน้ำม่อนอังเกตุ หน่วยย่อยที่ 2 ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนมากจะแวะกางเต็นท์ค้างคืนกลางป่าสนกันที่นี่ เพราะมีห้องน้ำเป็นจุดสุดท้ายก่อนขึ้นสู่ยอดม่อนอังเกตุ

          หนทางต่อแต่นี้ไปจะยากขึ้นไปอีก หากไม่ใคร่ชำนาญเรื่องทางวิบากติดต่อรถพื้นที่จากโรงเรียนบ้านปางขุมให้นำขึ้นไปจะปลอดภัยกว่า เราไต่ระดับความสูงขึ้นไปสู่ป่าดิบเขาอย่างทุลักทุเล บางช่วงต้องใช้รถออฟโรดช่วยลากขึ้นไป ระหว่างทางมีต้นไม้ใส่เสื้อรอทักทาย บ้างสลับกับต้นกุหลาบพันปี ที่พี่แอนบอกว่าไม่เคยมีดอกผลิออกมาให้เห็นสักครั้ง

          ขณะที่รถวิ่งโยนตัวเราขึ้นลง จนท้องไส้ยืดหดขดรวมกันไปหมด ฉันเหลือบมองทางขวามือเห็นเทือกดอยเชียงดาวอยู่ลิบ ๆ พอให้ใจชื้น ก่อนหลุดพ้นรัศมีสายตาลับหายไปกับกอหญ้ารกชัฏ และในที่สุดเราก็ถึงยอดม่อนอังเกตุ



ม่อนอังเกตุ หลังคาสะเมิง

          ม่อนอังเกตุอยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสะเมิง หน่วยจัดการต้นน้ำม่อนอังเกตุ และองค์การบริหารส่วนตำบลยั้งเมิน ยอดสูงสุดสูง 1,840 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง เป็นต้นกำนิดของลำน้ำสำคัญ 4 สาย คือ ขุนน้ำสา ไหลลงแม่น้ำปาย ขุนน้ำเลย ไหลลงแม่น้ำแม่แตง ขุนน้ำแม่สาบและขุนน้ำแม่จุม ไหลลงลำน้ำแม่ขาน แล้วไหลรวมสู่แม่น้ำปิง

          พื้นที่โล่งกว้างปราศจากเรือนยอดไม้ใหญ่ หากฟ้าเปิดจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ 360 องศา มองเห็นไกลทั้งเทือกดอยเชียงดาว ดอยอินทนนท์ ดอยดงสามหมื่น จนถึงอำเภอจอมทอง อำเภอแม่แตง และหลายหมู่บ้านในอำเภอสะเมิง

          เรามาทันชมความงามของแสงเย็นย้อมฟ้าชมพูระเรื่อ หวานโรแมนติกเชื่อว่าถ้าใครขึ้นมาพรุ่งนี้ ฉากแห่งธรรมชาติก็จะเปลี่ยนไป โดยไม่มีวันเล่นซ้ำฉากเดิม

          ฉันเดิมตามตำนานและรอยเท้าพี่แอนไปสักการะพระพุทธรูป ศาลเจ้าที่ และที่สำคัญคือศาลเจ้าแม่อังเกตุ พลางฟังตำนานที่พี่แอนเก็บงำบอกว่าจะมาเล่าให้ฟังเมื่อถึงบนนี้...

          แม่นางอังเกตุเป็นหญิงชั้นสูงในวังเก่า ส่วนพ่อพญานั้นคือบิดที่มีนิสัยชอบทำลายต่อหลวง หรือพญาต่อ จึงกลายเป็นศัครูกันมาตลอดต่อหลวงล่วงรู้ว่าพ่อพญารักลูกสาวคนนี้สุดหัวใจ จึงคิดอุบายไปคาบแม่นางออกจากวัง แล้วนำมาทิ้งไว้ที่ม่อนแห่งนี้ พ่อพญาเที่ยวตามหาจนเจอ หมายจะรับแม่นางกลับเวียงวัง แต่แม่นางไม่ยอมกลับ ได้แต่บอกว่าจะขออยู่ใช้กรรมให้หมดสิ้นบนนี้ พ่อพญาจึงจัดส่งช้าง เสือ แม่นม และองครักษ์คู่ใจมาดูแล สุดท้ายแม่นางกำขับว่าหากสิ้นบุญแล้วก็ให้ฝังร่างของนางไว้ที่นี่

          แม่นางอังเกตุจึงเป็นที่เคารพของชาวไทยภูเขาแถบนี้อย่างมาก เล่าว่าใครมาขอพรด้วยจิตกุศลมักสัมฤทธิ์ผล แต่หากใครประพฤติไม่มีก็จะมีเภทภัยเกิดขึ้น เช่น เหตุการณ์ที่อยู่ในความทรงจำของหลายคน

          เมื่อปี 2515 ครั้งยังมีชาวม้ง 3-4 หลังคาทำไร่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของม่อนอังเกตุ มีเด็กในหมู่บ้านจับหนูมาเจาะจมูกแล้วใช้เชือกผูกลากจูงเหมือนควาย ชาวบ้านว่า "ขีด" ตกดึกเกิดอาเพศฟ้าคำราม ลมกระโชก ฝนเททะลัก ทำให้ดินบนยอดดอยสไตล์ลงมาทับคนในหมู่บ้านเสียชีวิตเกือบหมด ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้าลบหลู่อีกเลย ชาวบ้านที่รอดชีวิตได้ย้ายไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งของม่อนอังเกตุ แถบบ้านขุนสาใน อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดินที่สไลด์ลงมานี้ ได้กลายเป็นแหล่งปลูกดอกไม้เมืองหนาวขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ที่เราผ่านมาแล้วตอนขาขึ้นนั่นเอง

          หลังอาทิตย์ลับ ความหนาวก็เข้าแทรกซึมเต็มพื้นที่ แม้เต็นท์จะกางพร้อมให้หลบหนาว แต่บรรยากาศรอบกองไฟอุ่นที่อบอวลไปด้วยบทสนทนาของมวลมิตรร่วมทาง คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของการเดินทางไต่ระดับความสูงที่ยากจะถอนตัว



รู้จักคนหลายหน้าใต้หลังคาสะเมิง

          เช้านี้ฟ้าปิดนิท หมอกปกคลุมหนา เราได้แต่รอให้เวลาล่วงสายกว่านี้ เพราะเกรงอันตรายของถนนขาลงที่ชุ่มลื่นจากน้ำค้างเม็ดโต อีกทั้งหมอกหนายังทำให้รัศมีการมองหดสั้น หากพลาดพลั้งจะไม่คุ้มเสี่ยง

          เราจากลาม่อนอังเกตุดินแดนปลายฟ้า พร้อมด้วยขยะ 4 ถุงใหญ่ ทั้งที่มั่นใจว่าขยะที่นำขึ้นไปรวม ๆ กันแล้วไม่น่าเกิน 1 ถุง อาจเพราะเพิ่งเปิดฤดูกาล การจัดการจึงยังไม่เข้าที่ และจากการสำรวจประเภทขยะ แน่แท้ขยะส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากนักท่องเที่ยว

          เรากลับลงมาเส้นทางเดิมสู่หมู่บ้านปางขุมอีกครั้ง หมู่บ้านนี้แปลกมาก มีคนหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่รวมกันแบบบ้านใกล้เรือนเคียง ทั้งชาวม้ง ลีซอ ปกากะญอ และคนพื้นราบ เพียงแค่ข้ามฝั่งถนน เราก็พบกับความหลากหลายชนิด เหมือนอยู่คนละหมู่บ้านเสียแล้ว ที่สำคัญ แต่ละชาติพันธุ์ยังคงรูปแบบ ประเพณี และเอกลักษณ์ประจำเผ่าไอย่างมั่นคง และเคารพความต่างของเพื่อนบ้าน จึงไม่ปรากฏปัญหาระหว่างชาติพันธุ์ให้เห็นแต่อย่างใด

          เสื้อสีสันบาดตา ผักกาดจอดอกเหลืองล้นกระด้ง ข้าวโพดตากแห้ง และถั่วแดงเต็มลาน ภาพแห่งสีสันที่ฉันพบพานขณะเดินวนไปวนมาในหมู่บ้านลีซอพักใหญ่ พลางแว่วฟังเรื่องราวในวงสนทนายามนี้ที่มีเพียงเรื่องเดียว คือการตระเตรียมงานปีใหม่ลีซอปลายเดือนมกราคม

          ขณะกำลังนิ่งมองเม็ดกระดุมเงินที่ค่อย ๆ ถูกมือยับย่นบรรจงร้อยเรียงเย็บลงบนตัวเสื้อทีละเม็ดอย่างเพลินตา ก็ถูกเรียกให้ไปร่วมวงกินอาหารเช้าแบบลีซอ ข้าวดอย ต้มผักกาดจอ น้ำพริก ผักต้ม ยกมาในโตก ล้อมวงตรงลานดินหน้าบ้าน มองดูง่ายดาย แต่รสชาติเหลือร้ายจนต้องเติมแล้วเติมอีก

          และที่นี่เองที่กำลังจะกลายเป็นโฮมสเตย์สำหรับผู้สนใจท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตในอีกไม่นาน

          นอกจากนี้ ในอำเภอสะเมิงยังมีชาติพันธุ์อื่น ๆ กระจายตัวอยู่โดยทั่ว เช่น ชาวไทยลื้อ ที่บ้านแม่สาบ บ้านอมลอง บ้านแม่ขาน อีกทั้งชาวไทยใหญ่และชาวจีนฮ่อ แม้กระทั่งคนพื้นราบเอง ที่ส่วนมากก็มาจากต่างถิ่น แต่ถูกเสน่ห์ของสะเมิงผูกมัดเช่นไรไม่ทราบ จึงต่างมาลงหลักปักฐานแบบดิ้นไม่หลุดสักราย พี่แอนของเราก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอดั้นด้นมาจากปราจีนบุรี ด้วยตกหลุมรักสะเมิงและคนสะเมิง จึงตั้งใจจะพัฒนาแผ่นดินนี้ให้เป็นที่รู้จัก และใช้การท่องเที่ยวสร้างอาชีพให้คนในชุมชนเลี้ยงตัวเองได้



สะเมิง เมืองแปลกแหล่งรวมการท่องเที่ยวทางเลือก

          สะเมิงยังมีแหล่งท่องเที่ยวแปลก ๆ อีกมากที่เราไม่สามารถเที่ยวชมได้หมดในครั้งเดียว สมกับฉายา "ซ่อนเร้นดินแดนสวรรค์ มหัศจรรย์แห่งสายน้ำ" เช่น การท่องเที่ยวแบบ Trekking ในเส้นทางป่ากล้วย ล่องแก่งลำน้ำขาน ระดับความยาก 1-3 ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ขับรถออฟโรดจากอำเภอสะเมิง ตำบลแม่สาบ ตำบลยั้งเมิน เรื่อยไปจนถึง ตำบลบ่อแก้ว หรือจะขับเส้นสะเมิง-ปาย ผ่านไปทางบ้านวัดจันทร์ ดงป่าสนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

          แต่หากอยากแค่เดินชมเมืองอย่างเงียบๆ บริเวณสวนสาธารณะตรงข้ามโรงเรียนสะเมิงพิทยาคมก็น่าสนใจไม่น้อย มีน้ำออกรูที่ไหลมาจากด้านหลังภูเขา ผุดขึ้นมาตลอดทั้งปี ไม่มีเหือดแห้ง เชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่หล่อเลี้ยงคนในละแวกนี้ ขากลับหากไม่รีบเร่ง ลองแวะสถานีเกษตรหลวงปางตะ แหล่งเพราะพันธุ์พืชเมืองหนาวส่งให้โครงการหลวงทั่วประเทศ และแจกจ่ายให้ประชาชน

          แต่ที่ฉันยังติดค้างอยู่ในใจ คือการท่องเที่ยวทางเลือกที่วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม เนื่องจากตอนขากลับจากม่อนอังเกตุ พี่แอนพาเรามาทางบ้านอมลอง เพื่อตั้งใจมาแวะที่วัดพระบรมธาตุดอยผาส้มบนยอดดอยสูง แต่เดิมเรียกพระธาตุน้ำออกรู เนื่องจากมีตาน้ำที่ชาวบ้านมักนำน้ำมารักษาโรคผิวหนัง และเพราะน้ำมีรสฝาดอมเปรี้ยว จึงเรียกดอยนี้ว่าดอยผาส้ม

          ด้วยความสงสัยที่เก็บไว้ในใจแต่แรก ว่าเหตุใดตั้งแต่เจอหน้าพี่แอนจนถึงตอนนี้ยังคงเอ่ยถึงพระบรมธาตุดอยผาส้ม และพระนักพัฒนา 2 รูป คือ พระสรยุทธ ชยปัญโญ และพระสังคม ธนปัญโญ ไม่ขาดสายด้วยน้ำเสียงและแววตาที่เปี่ยมศรัทธา

          ฉันไต่บันไดสูงขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุ แต่ไม่พบพระแม้แต่รูปเดียวยายที่วัดบอกว่าท่านไปอยู่ที่ศูนย์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียงวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม เราจึงตามไปที่ศูนย์ฯ

          แปลกตามากตั้งแต่แรกเข้ามาในศูนย์ฯ ฉันไม่เห็นพระคร่ำเคร่งนั่งวิปัสสนาสักรูป เจอแต่พระจับจอบ เสียม สะพายกล้อง กระวีระวาดอยู่แถว ๆ ฝายชะลอน้ำ 1 รูป และพระอีก 1 รูปกำลังให้ความรู้เรื่องพึ่งพาตนเองกับชาวปกากะญอ ฉันนั่งนิ่งฟังพระอาจารย์สรยุทธพูดคุยกับชาวบ้านในเวลาอันจำกัด

          เป็นเรื่องราวที่นำไปปรับใช้ได้เลย โดยไม่ต้องแปรแรงเป็นเงิน แล้วเอาเงินมาแลกสิ่งที่อยากได้เพื่อดำรงชีวิต

          "โยมอยากกินไข่ ต้องไปกู้เงินไปปลูกกาแฟ เพื่อที่จะขายกาแฟ แล้วได้เงินกลับมาซื้อไข่ ทำไมไม่เลี้ยงไก่เพื่อกินไข่เลย ง่ายกว่าตั้งเยอะ เพราะเรายืดติด และถูกหลอกมาตลอดว่าต้องมีเงิน ถึงจะมีทุกอย่าง ต้องมีเงินถึงจะมีสุข"

          อีกทั้งเรื่องราวการเดินตามรอยเท้าในหลวง พลิกฟื้นป่าต้นน้ำแห้งแล้งกลางดงดอยที่ถูกไฟไหม้ทุกปี ให้เป็นป่าต้นน้ำ โดยสร้างฝายชะลอน้ำไปพร้อมกับสร้างป่าต้นน้ำ จนสามารถห่อเลี้ยงชีวิตคนพื้นล่างได้ทั้งหมด

          "หากมาท่องเที่ยวที่นี่ ไม่ใช่เพียงการมาไหว้พระ ขอพร ถ่ายรูป แล้วกลับ โยมควรมีเวลาอย่างน้อยสัก 3 วัน เพื่อจะได้ที่องเที่ยวเพื่อเปลี่ยนความคิด ท่องเที่ยวด้วยสัมมาทิฏฐิ ท่องเที่ยวอย่างรู้คุณธรรมชาติ บนพื้นฐานของความต้องการพื้นฐาน

          "ใครมาที่นี่ให้พักฟรี มีให้เลือกจะอยู่แบบไหน อยู่กับวัด กับชาวบ้าน หรือที่ศูนย์ฯ แต่เราจะยึดโทรศัพท์ ยึดเงิน ยึดคอมพิวเตอร์ ทุกอย่างใช้แรงแลกเอา แล้วลองดูว่าแท้จริงชีวิตเราต้องการอะไร หรือถ้าอยากรู้ว่านรกจริง ๆ อยู่ที่ไหน เชิญมาดับไฟป่ากับอาตมา" พระอาจารย์สังคมกล่าว

          "แปลกไหมโยม อาตมาชวนมาเที่ยว โดยไม่ต้องใช้เงิน" พระอาจารย์สรยุทธกล่าวทิ้งท้าย

          ภาพของสะเมิงสำหรับฉันเริ่มใกล้ตาขึ้นมาทุกที ไม่ว่าจะมองจากพื้นราบ หรือขึ้นไปมองมุมสูงจากยอดหลังคา ติดอยู่เพียงมุมเดียวที่ฉันยังไม่มีโอกาสเข้าไปมองอย่างจริงจัง คือมุมมองจากภายในของตัวเอง

          รอเวลาเพื่อลบภาพเลือนตาแผ่นสุดท้ายที่สะเมิง




คู่มือนักเดินทาง

          อำเภอสะเมิงอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากอำเภอเมืองเชียงใหม่เพียง 52 กิโลเมตร สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก ทั้งโดยรถยนต์และรถโดยสาร ยกเว้นหากต้องการขึ้นม่อนอังเกตุ ต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น หรือติดต่อผู้ชำนาญการในพื้นที่จะปลอดภัยกว่า เปิดให้ขึ้นชมตั้งเดือนธันวาคม-เมษายน

          ในปีนี้ งานสตรอเบอร์รี่ และของดีอำเภอสะเมิง จะจัดขึ้นในวันที่ 11-18 กุมภาพันธ์ ณ บริเวณถนนหน้าที่ว่าการอำเภอสะเมิง มีการออกร้านอย่างคับคั่ง ที่สำคัญ ปีนี้ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ มีการแข่งขันรถวิบากเอนดูโรและการประกวดรถจักรยานยนต์คลาสสิก (สตรอเบอร์รี่สะเมิงคลาสสิกไบค์)

ไปง่าย

          จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ สามารถเข้าถึงได้ 2 ทาง คือ ทางแม่ริม-สะเมิง ตามทางหลวงหมายเลข 1196 ระยะทาง 52 กิโลเมตร และทางอำเภอหางดง ตามทางหลวงหมายเลข 1269 ระยะทาง 44 กิโลเมตร ซึ่งทางจะคดเคี้ยวมากกว่า

          หากไปทางเส้นแม่ริม-สะเมิง สามารถแวะท่องเที่ยวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ทางเดียวกันทางไปม่อนแจ่ม แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมขณะนี้ ไล่เรื่อยไปจนถึงปางช้างแม่สา ฟาร์มงูแม่สา น้ำตกแม่สา สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิดิ์ ฯลฯ

          มีรถโดยสารสายเชียงใหม่-สะเมิง และเชียงใหม่-ปอแก้ว ออกจากสถานีขนส่งช้างเผือกให้บริการ

นอนสบาย

          ไร่นก ภูผา มีบ้านพัก 5 หลัง ราคา 400-1500 บาท (ไม่รวมอาหารเช้า) เต็นท์หลังละ 250 บาท น่าเต็นท์ไปเอง คิด ๖๐ บาท ต่อคนค่าเข้าไร่สตรอเบอร์รี่ 10 บาท ค่าขับรถบักกีรอบละ 100 บาท ประมาณ 20 นาที โทรศัพท์ 08 1603 9800, 0 5337 8414-5

          ไร่วงศ์วาน มีบ้านพักเรือนไม้ขัดแตะ ติดไร่สตรอเบอร์รี่ โทรศัพท์ 08 5712 0901

กินอิ่ม

          หากอยู่ในตัวอำเภอสะเมิง สามารถหาร้านอาหารได้โดยง่าย มีร้านอาหารตามสั่งให้เลือกหลายร้านแถบตลาดเทศบาลตำบลสะเมิงได้ แต่หากไปนอนในไร่สตรอเบอร์รี่ ห้ามพลาดชิมน้ำสตรอเบอร์รี่ปั่นสดๆ รสชาติเยี่ยม

ติดต่อสอบถาม

          เครือข่ายกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรม อำเภอสะเมิง โทรศัพท์ 08 4555 7470 อีเมล jutirat_ann@hotmail.com เว็บไซต์ http://ann1tour.blogspot.com

          วัดพระบรมธาตุดอยผาสัม เว็บไซต์ http://watdoiphasom.org

แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ 

  คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ   
 


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

ปีที่ 52 ฉบับที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555





สมาชิกกระปุก
E-mail :
Password :

หมายเหตุ
• ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
• ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามลงในช่องแสดงความคิดเห็น
• ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
• ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะ สม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
คลิกเลือกอารมณ์ที่ต้องการ ตาใส , เซ็ง , ร้องไห้ , เจ้าเล่ห์ , หัวเราะ , ตลก , โกรธ
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็น สมาชิกนะคะแต่ถ้าสมัคร สมาชิกและเข้าสู่ระบบก่อนโพส ข้อความเราจะโชว์รูปของคุณ ขึ้นมาให้เด่นๆเลยนะ
กรุณา เคาะเว้นวรรค ระหว่างข้อความด้วยนะคะ ระบบจะตัดคำได้สวยงาม ถ้าพิมพ์ติดกันไปหมด ระบบจะไม่ตัดคำให้นะคะ
ชื่อ : โค้ด :
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ (พิมพ์เป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้)
กรุณาคลิก ส่งข้อความ เพียงครั้งเดียวค่ะ....


ความคิดเห็นที่ 15 หัวข้อข่าว จากภาพเลือนตาสู่หลังคาสะเมิง
คุณต้องการรับประกันและราคาไม่แพงสินเชื่อ? ถ้าใช่ใช้กับเราและได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ไม่มีการตรวจสอบเครดิตไม่มีหลักประกัน ขั้นตอนที่ง่ายและรวดเร็วในการระดมทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ติดต่อเราวันนี้ผ่านทาง harrydaviesloanservice@gmail.com
จากคุณ harry davies เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2014-04-01 00:18:58 ]
ความคิดเห็นที่ 12 หัวข้อข่าว จากภาพเลือนตาสู่หลังคาสะเมิง
มอเตอรืไซส์ มามารถไปได้สบาย ทางเป็น ลาดยางคับ ส่วนรูปก่อนหินนั้น สมัยก่อน เล่ากันว่าเป็นงูยักษ์ คับผม
จากคุณ ละอ่อน หลัง สะเมิง เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2014-01-02 18:26:57 ]
ความคิดเห็นที่ 11 หัวข้อข่าว จากภาพเลือนตาสู่หลังคาสะเมิง
จาก ประตูท่่าแพ ไป สะเมิง สามารถขับรถมอเตอร์ไซส์ ไปได้มั้ย
เส้นทางเป็นยังไงบ้าง ไกลมั้ย
จากคุณ มิ้ว เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-11-09 21:09:07 ]
ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว จากภาพเลือนตาสู่หลังคาสะเมิง
ชอบก้อนหินเหมือนงูเลย และก้อนหินใหญ่เหมือนงูถูกก้อนหินหลนใส่หัว คงเจ็บ หลับตาพริ้มเลย สวยมากๆ
จากคุณ คนสะเมิง เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-02-10 22:21:26 ]